กิจการแบบขายเครดิตหรือซื้อเครดิตควรดูรายงานลูกหนี้และเจ้าหนี้เป็นประจำ เพราะกำไรขาดทุนอาจแสดงยอดขายแล้ว แต่เงินยังไม่เข้า ขณะเดียวกันค่าใช้จ่ายบางรายการอาจเกิดแล้วแต่ยังไม่ถึงกำหนดจ่าย หากไม่เห็นข้อมูลนี้ เจ้าของอาจเข้าใจเงินสดผิดจากความจริง

ลูกหนี้คงค้างช่วยบอกอะไร

ลูกหนี้คงค้างคือยอดที่ลูกค้ายังไม่ชำระ รายงานที่ดีควรแยกตามลูกค้า เลขเอกสาร วันที่ครบกำหนด และอายุหนี้ เพื่อให้ทีมขายหรือแอดมินติดตามได้ตรงจุด ไม่ใช่รู้แค่ว่ามียอดค้างรวมเท่าไร

ถ้าลูกหนี้เริ่มค้างนาน ธุรกิจอาจมีกำไรในรายงานแต่เงินสดไม่เข้าเพียงพอสำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายประจำเดือน

เจ้าหนี้คงค้างช่วยบอกอะไร

เจ้าหนี้คงค้างคือยอดที่บริษัทยังต้องจ่ายให้ซัพพลายเออร์ ผู้ให้บริการ หรือคู่ค้า รายงานนี้ช่วยวางแผนเงินสดล่วงหน้าและลดความเสี่ยงจ่ายเกินกำหนดจนกระทบเครดิตธุรกิจ

รายงานควรมีข้อมูลอะไรบ้าง

  • ชื่อลูกค้าหรือเจ้าหนี้
  • เลขเอกสารและวันที่เอกสาร
  • วันที่ครบกำหนดชำระ
  • ยอดคงค้างและยอดที่ชำระแล้วบางส่วน
  • อายุหนี้ เช่น ยังไม่ถึงกำหนด เกิน 30 วัน เกิน 60 วัน
  • หมายเหตุรายการที่ต้องติดตามหรือมีข้อโต้แย้ง

ทำไมต้องจับคู่กับ statement

ยอดค้างต้องลดเมื่อเงินเข้าออกจริง

ถ้าลูกค้าชำระเงินแล้วแต่บัญชีไม่จับคู่กับใบแจ้งหนี้ ยอดลูกหนี้จะยังค้างอยู่ผิด ๆ และทำให้รายงานติดตามเงินผิดทิศทาง

เงินจ่ายต้องตัดเจ้าหนี้ถูกใบ

การจ่ายรวมหลายใบหรือจ่ายบางส่วนควรมีรายละเอียดประกอบ เพื่อให้ทีมบัญชีตัดยอดเจ้าหนี้ถูกต้องและรู้ว่ายังมีใบใดค้างอยู่

สรุป

รายงานลูกหนี้เจ้าหนี้ช่วยให้เจ้าของกิจการบริหารเงินสดได้ดีกว่าการดูยอดขายและค่าใช้จ่ายรวมเพียงอย่างเดียว หากทำรายงานนี้รายเดือนและกระทบยอดกับธนาคารอย่างสม่ำเสมอ ธุรกิจจะเห็นทั้งเงินที่ควรเข้าและเงินที่ต้องเตรียมจ่ายชัดขึ้น

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ลูกหนี้เจ้าหนี้คงค้างในรายงานบัญชีรายเดือนสำคัญอย่างไร ควรใช้เป็นแนวทางจัดระบบเอกสารและตัวเลขจริง ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์เท่านั้น เพราะคุณภาพบัญชีวัดจากการกระทบยอดได้และเจ้าของกิจการนำตัวเลขไปตัดสินใจได้

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • รวบรวมเอกสารขาย ซื้อ ค่าใช้จ่าย ธนาคาร และรายการเจ้าของสำรองจ่ายให้ครบตามรอบเดือน
  • กระทบยอดรายงานบัญชีกับรายการเดินบัญชีธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต๊อก และสินทรัพย์
  • ตรวจว่ารายงานที่ได้รับช่วยตอบคำถามธุรกิจได้ เช่น กำไร กระแสเงินสด ภาษีค้างจ่าย และเอกสารที่ยังขาด

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • ส่งเอกสารให้บัญชีเฉพาะตอนใกล้ยื่นภาษีหรือปิดงบ ทำให้แก้รายการผิดยาก
  • บันทึกค่าใช้จ่ายโดยไม่มีใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานผู้รับเงินชัดเจน
  • ดูเฉพาะกำไรขาดทุน แต่ไม่ตรวจเงินสด ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และภาษีที่ต้องจ่ายจริง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การจัดระบบเอกสารและส่งข้อมูลให้สำนักงานบัญชีตรวจสม่ำเสมอมีข้อดีอย่างไร?

ช่วยให้กิจการมีงบการเงินและตัวเลขที่อัปเดตสำหรับใช้วิเคราะห์ผลกำไรขาดทุนและสภาพคล่องเพื่อตัดสินใจทางธุรกิจได้ทันท่วงที อีกทั้งยังช่วยให้สามารถตรวจพบข้อผิดพลาดหรือเอกสารสูญหายได้เร็ว และปิดงบการเงินประจำปีได้เสร็จทันตามที่กฎหมายกำหนด

เอกสารขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกอบการนิติบุคคลต้องรวบรวมเพื่อส่งทำบัญชีรายเดือนประกอบด้วยอะไรบ้าง?

เอกสารรายได้ (ใบกำกับภาษีขาย, ใบเสร็จรับเงิน), เอกสารรายจ่าย (ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่าย), หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ), ใบแสดงรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement), และเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงานและประกันสังคม

หากข้อมูลในงบทดลองหรือบัญชีแยกประเภททั่วไปไม่ตรงกับหลักฐานภายนอก ควรมีขั้นตอนตรวจสอบอย่างไร?

ให้เริ่มทำรายการกระทบยอด (Reconciliation) ระหว่างบัญชีคุมในแยกประเภทกับเอกสารภายนอก เช่น ยอดเงินฝากธนาคารกับ Bank Statement, ยอดลูกหนี้/เจ้าหนี้การค้ากับใบเสร็จค้างรับ/ค้างจ่าย เพื่อหาจุดคลาดเคลื่อนของตัวเลขและทำการบันทึกปรับปรุงบัญชีให้ถูกต้อง