การเลือกผู้สอบบัญชีภาษีอากรหรือ TA ไม่ควรดูเฉพาะค่าบริการและคิวลงนาม กรมสรรพากรกำหนดเพดานจำนวนกิจการที่รับตรวจ รวมถึงเงื่อนไขผู้ช่วยเมื่อภาระงานเกินเกณฑ์ บทความนี้เปลี่ยนกฎ 300

ราย เกณฑ์มากกว่า 30 ราย และผู้ช่วยไม่เกิน 15

รายให้เป็นคำถามคัดเลือก เอกสารรับงาน และระบบติดตามที่กิจการใช้ได้ก่อนปิดงบปี 2570

สารบัญบทความ
  1. กฎจำนวนรายของ TA บอกอะไรเจ้าของกิจการ
  2. บทบาท TA ผู้ช่วย และฝ่ายบัญชีต้องแยกให้ชัด
  3. เตรียมข้อมูลอย่างไรให้เวลาตรวจถูกใช้กับความเสี่ยง
  4. ตารางคำถามคัดเลือก TA ก่อนลงนามรับงาน
  5. ขั้นตอนเตรียมปิดงบเพื่อให้ TA ตรวจได้ตามแผน
  6. จุดเสี่ยงที่ควรตรวจทานก่อนยื่นหรือใช้ตัวเลข
  7. เชื่อมงานนี้เข้ากับระบบบัญชีและการตัดสินใจ
  8. อ่านต่อและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
  9. แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจทาน
  10. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  11. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

เพดานตามกฎหมายเป็นเพียงขอบบน คุณภาพจริงขึ้นกับความซับซ้อนของลูกค้า ทีมงาน และเวลาตรวจ กิจการจึงต้องประเมินทั้งจำนวนรายที่ TA รับผิดชอบ ระบบผู้ช่วย

และหลักฐานว่าประเด็นภาษีสำคัญถูกตรวจอย่างเพียงพอ

กฎจำนวนรายของ TA บอกอะไรเจ้าของกิจการ

กรมสรรพากรกำหนดให้ผู้สอบบัญชีภาษีอากรรับตรวจและรับรองบัญชีได้ไม่เกิน 300 รายต่อปี และเมื่อรับงานเกิน 30 รายต้องจัดให้มีผู้ช่วยตามหลักเกณฑ์ ผู้ช่วยหนึ่งคนช่วยงานได้ไม่เกิน 15

ราย ตัวเลขเหล่านี้ทำหน้าที่ป้องกันภาระงานเกินขนาด

แต่ไม่ได้รับรองว่าทุกงานจะมีคุณภาพเท่ากัน

ก่อนแต่งตั้งควรถามจำนวนงานในรอบปี ช่วงที่ทีมจะเข้าตรวจ และชื่อผู้ช่วยหลัก คำถามนี้ไม่ใช่การขอรายชื่อลูกค้ารายอื่น แต่เป็นการประเมินทรัพยากรและความพร้อม หากกิจการมีสต็อก

โครงการระยะยาว หรือรายการกับต่างประเทศ

ควรเผื่อเวลาตรวจมากกว่ากิจการที่รายการเรียบง่าย

บทบาท TA ผู้ช่วย และฝ่ายบัญชีต้องแยกให้ชัด

TA เป็นผู้รับผิดชอบการตรวจและรับรองตามมาตรฐาน ส่วนผู้ช่วยปฏิบัติงานภายใต้การกำกับ ไม่ควรใช้ผู้ช่วยแทนการตัดสินใจของผู้สอบบัญชีทั้งหมด

ฝ่ายบัญชีของกิจการมีหน้าที่จัดทำบัญชีและหลักฐาน ไม่ควรรอให้ทีมตรวจเป็นผู้สร้างข้อมูลแทน

เพราะจะกระทบความเป็นอิสระและทำให้การตรวจล่าช้า

เอกสารรับงานควรระบุผู้ติดต่อ กำหนดส่งชุดบัญชี วันนับสต็อก รายการขอข้อมูล และช่องทางสรุปประเด็น หากมีการเปลี่ยนผู้ช่วย กิจการควรได้รับแจ้งและมีการส่งต่อประเด็นค้าง

ไม่ใช่เริ่มตอบคำถามเดิมใหม่ทุกครั้ง

เตรียมข้อมูลอย่างไรให้เวลาตรวจถูกใช้กับความเสี่ยง

ก่อนส่งงบทดลองควรกระทบยอดธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ภาษี สต็อก และสินทรัพย์ถาวร พร้อมแนบตารางประกอบที่เชื่อมกลับสู่บัญชีแยกประเภทได้ เมื่อข้อมูลพื้นฐานตรง

ทีมตรวจจะใช้เวลากับความเสี่ยงและการวิเคราะห์แทนการตามหาเอกสาร

รายการที่มีการประมาณการหรือใช้ดุลยพินิจ เช่น ค่าเผื่อ สินค้าล้าสมัย รายได้ค้างรับ และธุรกรรมบุคคลเกี่ยวข้อง ควรมีบันทึกเหตุผลและผู้อนุมัติ

การส่งเพียงยอดสุดท้ายโดยไม่มีที่มาทำให้ต้องสอบถามซ้ำและเพิ่มความเสี่ยงที่ประเด็นสำคัญถูกเร่งช่วงท้าย

ตารางคำถามคัดเลือก TA ก่อนลงนามรับงาน

ให้คะแนนจากหลักฐานและความชัดเจนของคำตอบ ไม่ควรใช้ราคาเป็นตัวตัดสินเพียงรายการเดียว

หัวข้อคำถามที่ควรถามหลักฐานที่คาดหวัง
ความจุงานปีนี้รับตรวจแล้วกี่รายคำยืนยันและตารางคิว
ผู้ช่วยใครทำงานและดูแลกี่รายโครงสร้างทีมและผู้กำกับ
กำหนดการเริ่มตรวจเมื่อไร ส่งร่างเมื่อไรแผนงานพร้อมจุดส่งมอบ
ความเสี่ยงจะเน้นตรวจเรื่องใดของกิจการรายการข้อมูลเฉพาะธุรกิจ
การสื่อสารใครสรุปประเด็นและอนุมัติข้อแก้ไขช่องทางและวันตอบกลับ

ขั้นตอนเตรียมปิดงบเพื่อให้ TA ตรวจได้ตามแผน

เริ่มก่อนวันสิ้นรอบบัญชี โดยเฉพาะกิจการที่ต้องนับสต็อกหรือมีสัญญาซับซ้อน

  1. ยืนยันการแต่งตั้ง ขอบเขต ค่าบริการ และทีมงานก่อนช่วงงานหนาแน่น
  2. ตกลงรายการข้อมูลและรูปแบบไฟล์ รวมถึงวันนับสต็อกและหลักฐานยืนยันยอด
  3. ปิดบัญชีและกระทบยอดทุกบัญชีสำคัญก่อนส่งงบทดลองรอบแรก
  4. บันทึกคำถาม ข้อแก้ไข ผู้อนุมัติ และผลกระทบภาษีใน issue log กลาง
  5. รับชุดงบฉบับสุดท้ายและจดหมายข้อสังเกตแล้วแปลงเป็นแผนแก้ปีถัดไป

ควรมีผู้ประสานงานฝั่งกิจการเพียงคนเดียวที่รวบรวมคำตอบจากหน่วยงานต่าง ๆ และควบคุมเวอร์ชันไฟล์ วิธีนี้ลดข้อมูลขัดกันและทำให้เห็นว่าคำถามใดยังค้างเกินกำหนด

โดยไม่ปิดกั้นการเข้าถึงข้อมูลที่ TA จำเป็นต้องตรวจ

จุดเสี่ยงที่ควรตรวจทานก่อนยื่นหรือใช้ตัวเลข

  • รับคำเสนอราคาโดยไม่ถามจำนวนงานและทีมผู้ช่วย
  • ส่งงบทดลองที่ยังไม่กระทบยอดแล้วแก้ตัวเลขหลายรอบ
  • ไม่มีหลักฐานรองรับประมาณการและรายการบุคคลเกี่ยวข้อง
  • ให้ผู้ช่วยเป็นผู้ตัดสินประเด็นสำคัญโดยไม่มีการทบทวนของ TA

ตัวอย่าง บริษัทเลือก TA ที่ราคาต่ำแต่ส่งข้อมูลปลายเดือนเมษายน ทีมงานมีคิวพร้อมกันจำนวนมาก จึงตรวจแบบเร่งและพบสต็อกติดลบเมื่อใกล้วันยื่น

หากบริษัทตกลงคิวล่วงหน้าและกระทบยอดสต็อกก่อนส่งงบทดลอง ประเด็นจะถูกแก้ก่อนกระทบกำไรและภาษี

เชื่อมงานนี้เข้ากับระบบบัญชีและการตัดสินใจ

เชื่อมแผนตรวจเข้ากับ monthly close โดยเก็บตารางประกอบชุดเดียวกันตลอดปี เมื่อถึงสิ้นปี ฝ่ายบัญชีเพียงล็อกงวดและสรุปความต่าง ไม่ต้องสร้างแฟ้มใหม่จากศูนย์

ระบบนี้ลดค่าตรวจเพิ่มเติมและทำให้ผู้บริหารเห็นข้อผิดพลาดก่อนกลายเป็นรายการปรับปรุงปลายปี

การประเมิน TA ควรดูความเหมาะสมกับขนาดและความเสี่ยงของกิจการ หากมีข้อจำกัดด้านกฎหมายหรือมาตรฐานเฉพาะ ควรยืนยันคุณสมบัติและขอบเขตกับกรมสรรพากรหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนแต่งตั้ง

ต้องการให้ A Plus ตรวจข้อมูลและวางขั้นตอนให้เหมาะกับกิจการ? ดูรายละเอียด บริการจัดทำบัญชีและเตรียมปิดงบ แล้วส่งข้อมูลเบื้องต้นเพื่อประเมินขอบเขตงานก่อนเริ่ม

อ่านต่อและเอกสารที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข้อมูลทางการที่ใช้ตรวจทาน

ข้อมูลกฎหมาย อัตรา และขั้นตอนอาจเปลี่ยนได้ จึงควรตรวจประกาศและคู่มือฉบับล่าสุดก่อนดำเนินการจริง โดยบทความนี้ตรวจทานจากแหล่งข้อมูลต่อไปนี้เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง TA ปี 2570: กฎ 300 รายและผู้ช่วย 15 ราย ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร

และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

TA รับตรวจได้สูงสุดกี่รายต่อปี

หลักเกณฑ์กรมสรรพากรกำหนดไม่เกิน 300 รายต่อปี โดยต้องพิจารณาวิธีนับและข้อกำหนดปัจจุบันประกอบ

รับงานกี่รายจึงต้องมีผู้ช่วย

เมื่อรับตรวจเกิน 30 รายต้องมีผู้ช่วยตามหลักเกณฑ์ และผู้ช่วยหนึ่งคนช่วยงานได้ไม่เกิน 15 ราย

เพดานไม่เกิน 300 รายแปลว่าคุณภาพเพียงพอหรือไม่

ไม่เสมอไป ต้องดูความซับซ้อน ทีมงาน เวลา และระบบกำกับคุณภาพของผู้สอบบัญชีร่วมด้วย

ควรแต่งตั้ง TA เมื่อไร

ควรแต่งตั้งก่อนสิ้นรอบบัญชี โดยเฉพาะกิจการที่ต้องสังเกตการณ์นับสต็อกหรือมีรายการซับซ้อน