หลายคนยังสับสนระหว่างผู้ตรวจสอบภาษี (Tax Auditor: TA) กับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant: CPA) ทั้งสองวิชาชีพมีบทบาทที่แตกต่างกันชัดเจนตามกฎหมายไทย และ SME

ที่เข้าใจความแตกต่างนี้จะสามารถใช้บริการได้อย่างถูกต้องและคุ้มค่า

สารบัญบทความ
  1. ผู้ตรวจสอบภาษี (TA) คือใคร และมีอำนาจอะไร
  2. ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) คือใคร และมีหน้าที่อะไร
  3. ตารางเปรียบเทียบขอบเขตงาน TA กับ CPA
  4. กรณีที่ SME ต้องการ CPA และกรณีที่ต้องการ TA
  5. ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยของ SME
  6. ค่าใช้จ่ายและการวางแผนงบประมาณสำหรับ SME
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ผู้ตรวจสอบภาษี (TA) คือใคร และมีอำนาจอะไร

ผู้ตรวจสอบภาษีหรือ Tax Auditor (TA) ในบริบทของประเทศไทยมีสองความหมายที่ควรแยกออกจากกัน ความหมายแรกคือเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรที่มีอำนาจตาม ป.รัษฎากร

ในการออกหมายเรียกตรวจสอบภาษีและประเมินภาษีเพิ่มเติม

ความหมายที่สองคือนักบัญชีภาษีภาคเอกชนที่ให้บริการวางแผนและตรวจสอบภาษีให้กับกิจการ

สำหรับบทความนี้จะเน้นที่ TA ในฐานะผู้ให้บริการภาคเอกชน ซึ่งมักเป็นนักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่มีความเชี่ยวชาญด้านประมวลรัษฎากร แต่ไม่จำเป็นต้องมีใบอนุญาต CPA ขอบเขตงานหลักของ

TA ภาคเอกชนได้แก่การวิเคราะห์ความเสี่ยงทางภาษี

การตรวจสอบว่ากิจการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีถูกต้องหรือไม่ และการเตรียมเอกสารเพื่อรับมือการตรวจสอบจากกรมสรรพากร

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) คือใคร และมีหน้าที่อะไร

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (Certified Public Accountant: CPA) คือบุคคลที่ได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีในพระบรมราชูปถัมภ์ตามพระราชบัญญัติวิชาชีพบัญชี พ.ศ. 2547 หน้าที่หลักของ CPA

ตามกฎหมายคือการแสดงความเห็นต่องบการเงินว่าถูกต้องตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน (TFRS/TFRS for SMEs) หรือไม่

บริษัทจำกัดและบริษัทมหาชนทุกแห่งในประเทศไทยมีหน้าที่ตามกฎหมายต้องให้ CPA ตรวจสอบงบการเงินประจำปีก่อนนำส่งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสรรพากร CPA

ต้องเป็นอิสระจากกิจการที่ตรวจสอบและไม่มีส่วนได้เสียทางการเงินกับกิจการนั้น

ตารางเปรียบเทียบขอบเขตงาน TA กับ CPA

ประเด็นผู้ตรวจสอบภาษี (TA)ผู้สอบบัญชี CPA
วัตถุประสงค์หลักตรวจสอบความถูกต้องด้านภาษีแสดงความเห็นต่องบการเงิน
กฎหมายที่ใช้ประมวลรัษฎากร, กฎกระทรวงพ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี 2547, มาตรฐานบัญชี
ใบอนุญาตไม่บังคับ (บางกรณีใช้ CPA ทำหน้าที่นี้ด้วย)บังคับโดยสภาวิชาชีพบัญชี
ผลลัพธ์ของงานรายงานภาษี, แผนภาษี, การยื่นแบบรายงานการสอบบัญชีพร้อมความเห็น
จำเป็นตามกฎหมายสำหรับบริษัทไม่บังคับโดยตรง แต่จำเป็นในทางปฏิบัติบังคับสำหรับบริษัทจำกัดทุกแห่ง
ความถี่ที่ใช้งานรายเดือน หรือตามต้องการรายปี

กรณีที่ SME ต้องการ CPA และกรณีที่ต้องการ TA

เมื่อไหร่ต้องใช้ CPA

บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องใช้ CPA ทุกปีโดยไม่มีข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นอกจากนี้ ห้างหุ้นส่วนจำกัดที่มีทุนจดทะเบียน

รายได้

หรือสินทรัพย์เกินกว่าที่กำหนดก็ต้องจัดให้มีการตรวจสอบบัญชีด้วย สถาบันการเงินและนักลงทุนส่วนใหญ่ยังกำหนดให้งบการเงินต้องผ่านการรับรองจาก CPA ก่อนพิจารณาสินเชื่อ

เมื่อไหร่ต้องการ TA

SME ควรพิจารณาใช้บริการ TA หรือที่ปรึกษาภาษีในกรณีต่อไปนี้ ได้แก่ เมื่อได้รับหมายเรียกตรวจสอบภาษีจากกรมสรรพากร เมื่อต้องการวางแผนภาษีเพื่อลดภาระภาษีอย่างถูกกฎหมาย

เมื่อมีธุรกรรมซับซ้อนเช่นการโอนราคาระหว่างบริษัทในเครือ

และเมื่อต้องการยื่นอุทธรณ์ภาษีต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยของ SME

ความเข้าใจผิดที่พบมากที่สุดคือเจ้าของกิจการหลายรายคิดว่า CPA ที่ตรวจงบการเงินจะดูแลเรื่องภาษีให้ครบถ้วนด้วย ในความเป็นจริงหน้าที่หลักของ CPA

คือการตรวจสอบว่างบการเงินนำเสนออย่างถูกต้องตามมาตรฐานบัญชีเท่านั้น CPA

ไม่ได้รับประกันว่าภาษีที่กิจการยื่นไปถูกต้องหรือครบถ้วนตามประมวลรัษฎากร

ในทางกลับกัน TA ที่ดูแลเรื่องภาษีอย่างดีก็ไม่สามารถทดแทน CPA ได้ เพราะรายงานของ TA ไม่มีผลทางกฎหมายในการรับรองงบการเงินสำหรับการนำส่งตามกฎหมาย SME

จึงมักต้องใช้บริการทั้งสองประเภทควบคู่กัน

ค่าใช้จ่ายและการวางแผนงบประมาณสำหรับ SME

ค่าธรรมเนียม CPA สำหรับ SME ขนาดเล็กที่มีรายได้ต่ำกว่า 10 ล้านบาทโดยทั่วไปอยู่ที่ 15,000–40,000 บาทต่อปี ขึ้นอยู่กับความซับซ้อน ส่วนค่าบริการด้านภาษีจาก TA

หรือที่ปรึกษาภาษีอาจอยู่ในรูปแบบ Retainer รายเดือน 3,000–15,000 บาท

หรือจ้างเป็นโปรเจกต์สำหรับกรณีเฉพาะ SME ควรวางแผนงบประมาณให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งสองส่วนในแต่ละปี

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

SME ขนาดเล็กต้องจ้าง CPA หรือ TA ก่อน?

บริษัทจำกัดต้องมี CPA ก่อนเป็นอันดับแรกตามกฎหมาย ส่วน TA หรือที่ปรึกษาภาษีเป็นทางเลือกเสริมที่ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของธุรกิจและความเสี่ยงทางภาษีของกิจการ

CPA สามารถทำหน้าที่เป็น TA ได้ด้วยหรือไม่?

ได้ในบางกรณี CPA ที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษีสามารถให้คำปรึกษาและตรวจสอบภาษีได้ แต่ต้องระวังเรื่องความเป็นอิสระ เพราะหาก CPA ทำบัญชีให้ด้วยจะไม่สามารถตรวจสอบงบการเงินนั้นได้

ถ้ากรมสรรพากรมาตรวจ ควรให้ CPA หรือ TA ช่วย?

ควรใช้ที่ปรึกษาภาษีหรือ TA ที่มีประสบการณ์ด้านการตรวจสอบภาษีจากกรมสรรพากรโดยตรง เพราะมีความเชี่ยวชาญด้านประมวลรัษฎากรและกระบวนการอุทธรณ์มากกว่า CPA ทั่วไป

ห้างหุ้นส่วนสามัญต้องจ้าง CPA ด้วยหรือไม่?

ห้างหุ้นส่วนสามัญที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่บังคับต้องมี CPA แต่หากมีรายได้หรือทุนเกินเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด หรือเป็นห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนที่ได้รับการยกเว้นตามกฎกระทรวง

ให้ตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะกรณี

CPA มีสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลภาษีของกิจการได้แค่ไหน?

CPA มีสิทธิ์ขอตรวจเอกสารภาษีทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับงบการเงิน เช่น แบบ ภ.ง.ด. และ ภ.พ. 30 เพื่อยืนยันความสอดคล้องระหว่างรายการในงบการเงินกับที่รายงานต่อกรมสรรพากร

SME ที่ยังไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องใช้ CPA ไหม?

การจดทะเบียน VAT ไม่ได้เป็นเงื่อนไขของการต้องใช้ CPA ปัจจัยที่กำหนดคือรูปแบบนิติบุคคล บริษัทจำกัดทุกแห่งต้องมี CPA ไม่ว่าจะจด VAT หรือไม่ก็ตาม

เมื่อเอกสารบัญชีเริ่มสะสมจนตามไม่ทันในแต่ละเดือน การปรึกษาทีมผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีรายเดือนอาจช่วยให้จัดระบบงานและตัวเลขให้เป็นระเบียบขึ้น