คำตอบสั้น ๆ คือ กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic EPS) คำนวณจากกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกจำหน่ายในระหว่างงวด ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) ปรับปรุงทั้งกำไรและจำนวนหุ้นให้รวมผลกระทบจากตราสารที่อาจแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ในอนาคต เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพหรือใบสำคัญแสดงสิทธิ ทำให้ Diluted EPS มักมีค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ มาตรฐาน TAS 33 กำหนดให้บริษัทที่มีหุ้นสามัญหรือหุ้นสามัญเทียบเท่าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้องเปิดเผยตัวเลขทั้งสองนี้ในงบการเงิน

คำตอบสั้น ๆ คือ กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic EPS) คำนวณจากกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกจำหน่ายในระหว่างงวด ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) ปรับปรุงทั้งกำไรและจำนวนหุ้นให้รวมผลกระทบจากตราสารที่อาจแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ในอนาคต เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพหรือใบสำคัญแสดงสิทธิ ทำให้ Diluted EPS มักมีค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ มาตรฐาน TAS 33 กำหนดให้บริษัทที่มีหุ้นสามัญหรือหุ้นสามัญเทียบเท่าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้องเปิดเผยตัวเลขทั้งสองนี้ในงบการเงิน

กำไรต่อหุ้นสำคัญอย่างไรและใครต้องเปิดเผย

กำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share - EPS) เป็นตัวชี้วัดที่นักลงทุนใช้ประเมินความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเทียบกับจำนวนหุ้นที่มีอยู่ ทำให้เปรียบเทียบผลประกอบการระหว่างบริษัทหรือระหว่างงวดได้ง่ายขึ้น มาตรฐานการบัญชี TAS 33 กำหนดให้บริษัทที่มีหุ้นสามัญหรือหุ้นสามัญเทียบเท่าซื้อขายในตลาดสาธารณะ (เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) หรือบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นแบบเพื่อออกหุ้นสามัญต่อสาธารณะ ต้องคำนวณและเปิดเผยกำไรต่อหุ้นทั้งขั้นพื้นฐานและปรับลดในงบกำไรขาดทุน ส่วนบริษัทเอกชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวเลขนี้ตามข้อบังคับ แต่บางกิจการอาจเลือกคำนวณเพื่อใช้ในการบริหารภายในหรือรายงานต่อผู้ถือหุ้น

วิธีคำนวณกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic EPS)

สูตรคำนวณ Basic EPS คือ

Basic EPS = กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ / จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างงวด

กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ คือกำไรสุทธิของบริษัทหลังหักเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ (ถ้ามี) ออกไปก่อน เพราะเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิถือเป็นสิทธิเรียกร้องที่ต้องจ่ายก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ ส่วนจำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก คือจำนวนหุ้นที่คำนวณตามสัดส่วนระยะเวลาที่หุ้นแต่ละชุดออกจำหน่ายอยู่ในระหว่างงวด ไม่ใช่จำนวนหุ้น ณ วันสิ้นงวดเพียงอย่างเดียว เพราะหากบริษัทออกหุ้นเพิ่มทุนระหว่างปี หุ้นที่ออกใหม่จะมีน้ำหนักตามระยะเวลาที่ถือครองจริงเท่านั้น

วิธีคำนวณกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS)

Diluted EPS สะท้อนผลกระทบเสมือนว่าตราสารทางการเงินทุกประเภทที่มีสิทธิแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ถูกแปลงสภาพแล้วทั้งหมด เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพ ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (Warrant) และสิทธิซื้อหุ้นของพนักงาน (ESOP) สูตรคำนวณคือ

Diluted EPS = (กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ + ผลกระทบจากการแปลงสภาพที่ต้องบวกกลับ) / (จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก + จำนวนหุ้นสามัญเทียบเท่าปรับลดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)

ตัวอย่างการปรับปรุงตัวเศษ (กำไร) เช่น หากมีหุ้นกู้แปลงสภาพ เมื่อสมมติว่าแปลงเป็นหุ้นสามัญแล้ว บริษัทจะไม่มีดอกเบี้ยจ่ายของหุ้นกู้นั้นอีก จึงต้องบวกดอกเบี้ยจ่ายสุทธิภาษีกลับเข้าไปในกำไรสุทธิ ส่วนตัวส่วน (จำนวนหุ้น) ต้องเพิ่มจำนวนหุ้นสามัญที่จะเกิดขึ้นจากการแปลงสภาพเข้าไปด้วย ข้อสำคัญคือ ตราสารใดที่แปลงสภาพแล้วทำให้ EPS เพิ่มขึ้น (Anti-dilutive) ต้องไม่นำมารวมในการคำนวณ Diluted EPS เพราะมาตรฐานต้องการให้ Diluted EPS แสดงค่าต่ำสุดที่เป็นไปได้ตามหลักความระมัดระวัง

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติบริษัทแห่งหนึ่งมีกำไรสุทธิสำหรับปี 24,000,000 บาท ไม่มีหุ้นบุริมสิทธิ มีหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างปี 10,000,000 หุ้น และมีหุ้นกู้แปลงสภาพที่หากแปลงสภาพทั้งหมดจะเพิ่มหุ้นสามัญอีก 2,000,000 หุ้น โดยดอกเบี้ยจ่ายสุทธิภาษีของหุ้นกู้แปลงสภาพที่ต้องบวกกลับเท่ากับ 1,200,000 บาท

รายการBasic EPSDiluted EPS
กำไรสุทธิที่ใช้คำนวณ24,000,000 บาท24,000,000 + 1,200,000 = 25,200,000 บาท
จำนวนหุ้นที่ใช้คำนวณ10,000,000 หุ้น10,000,000 + 2,000,000 = 12,000,000 หุ้น
กำไรต่อหุ้น2.40 บาทต่อหุ้น2.10 บาทต่อหุ้น

*ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างประกอบหลักการเท่านั้น การคำนวณจริงต้องพิจารณารายละเอียดของตราสารแปลงสภาพแต่ละประเภทและอาจมีความซับซ้อนกว่านี้ ควรตรวจสอบกับผู้สอบบัญชี

ทำไม Diluted EPS จึงต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ

หลักการของมาตรฐาน TAS 33 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า Diluted EPS ต้องไม่สูงกว่า Basic EPS เพราะการคำนวณต้องพิจารณาเฉพาะตราสารที่ทำให้ EPS ลดลงเท่านั้น (Dilutive Securities) หากตราสารใดเมื่อคำนวณแล้วกลับทำให้ EPS เพิ่มขึ้น (Anti-dilutive) เช่น ตราสารที่มีราคาแปลงสภาพสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันมาก จะไม่นำมารวมในการคำนวณ Diluted EPS หลักการนี้ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพความเสี่ยงที่กำไรต่อหุ้นอาจลดลงได้หากมีการแปลงสภาพตราสารต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจลงทุน

ผลกระทบต่อ SME ที่กำลังเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์

SME ที่มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือกำลังระดมทุนผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพและใบสำคัญแสดงสิทธิ ควรเริ่มฝึกคำนวณ Basic EPS และ Diluted EPS ตั้งแต่ช่วงเตรียมความพร้อม เพราะนักลงทุนและที่ปรึกษาทางการเงินมักใช้ตัวเลขนี้ประเมินมูลค่าบริษัทและเปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน นอกจากนี้การออกตราสารทางการเงินที่มีสิทธิแปลงสภาพ เช่น ESOP ให้พนักงาน ควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะส่งผลต่อ Diluted EPS อย่างไร เพื่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้นปัจจุบันได้อย่างโปร่งใส

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้จำนวนหุ้น ณ วันสิ้นงวดแทนจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก: ทำให้ตัวเลข EPS คลาดเคลื่อนโดยเฉพาะปีที่มีการเพิ่มทุนหรือซื้อหุ้นคืนระหว่างปี
  • ลืมหักเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิออกจากกำไรสุทธิก่อนคำนวณ Basic EPS: ทำให้กำไรต่อหุ้นของผู้ถือหุ้นสามัญสูงเกินความเป็นจริง
  • นำตราสาร Anti-dilutive มารวมคำนวณ Diluted EPS: ทำให้ Diluted EPS สูงกว่า Basic EPS ซึ่งขัดกับหลักการของมาตรฐาน
  • ไม่ปรับปรุงกำไรสุทธิให้สอดคล้องกับสมมติฐานการแปลงสภาพ: เช่น ลืมบวกดอกเบี้ยจ่ายสุทธิภาษีกลับเข้าไปเมื่อสมมติว่าหุ้นกู้แปลงสภาพถูกแปลงเป็นหุ้นสามัญแล้ว
  • ไม่เปิดเผยวิธีคำนวณและข้อสมมติฐานในหมายเหตุประกอบงบการเงิน: ทำให้ผู้ใช้งบการเงินไม่สามารถตรวจสอบความสมเหตุสมผลของตัวเลข EPS ที่รายงาน

แนวทางปฏิบัติสำหรับกิจการที่ต้องคำนวณ EPS

กิจการที่มีหุ้นสามัญซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือกำลังเตรียมเข้าตลาด ควรจัดทำทะเบียนหุ้นและตราสารแปลงสภาพทุกประเภทให้เป็นปัจจุบัน บันทึกวันที่ออกหรือแปลงสภาพของหุ้นแต่ละชุดให้ชัดเจน เพื่อให้คำนวณจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักได้ถูกต้อง และควรให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบวิธีคำนวณ EPS ทุกรอบปิดงบ โดยเฉพาะปีที่มีการเพิ่มทุน ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงานใหม่

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

กำไรต่อหุ้นเป็นตัวเลขที่นักลงทุนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการประเมินมูลค่าบริษัท การคำนวณที่ถูกต้องตามมาตรฐาน TAS 33 ทั้ง Basic EPS และ Diluted EPS จึงมีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของงบการเงิน ผู้ประกอบการที่มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือระดมทุนผ่านตราสารแปลงสภาพ ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อวางระบบคำนวณและเปิดเผยข้อมูลกำไรต่อหุ้นให้ถูกต้องครบถ้วน

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง TAS 33 กำไรต่อหุ้น: คำนวณ Basic และ Diluted EPS อย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Basic EPS คำนวณจากอะไร

คำนวณจากกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ (หลังหักเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกจำหน่ายในระหว่างงวด ไม่ใช่จำนวนหุ้น ณ วันสิ้นงวดเพียงอย่างเดียว

Diluted EPS ต่างจาก Basic EPS อย่างไร

Diluted EPS ปรับปรุงทั้งกำไรและจำนวนหุ้นให้รวมผลกระทบจากตราสารที่อาจแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพหรือใบสำคัญแสดงสิทธิ ทำให้มักมีค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ

บริษัทแบบใดต้องเปิดเผยกำไรต่อหุ้นตาม TAS 33

บริษัทที่มีหุ้นสามัญหรือหุ้นสามัญเทียบเท่าซื้อขายในตลาดสาธารณะ เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นแบบเพื่อออกหุ้นสามัญต่อสาธารณะ ส่วนบริษัทเอกชนทั่วไปไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตามข้อบังคับ

ทำไม Diluted EPS ต้องต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ

เพราะมาตรฐานกำหนดให้พิจารณาเฉพาะตราสารที่ทำให้ EPS ลดลงเท่านั้น หากตราสารใดทำให้ EPS เพิ่มขึ้นเมื่อคำนวณรวม (Anti-dilutive) จะไม่นำมารวมในการคำนวณ Diluted EPS

หุ้นกู้แปลงสภาพมีผลต่อการคำนวณ Diluted EPS อย่างไร

ต้องสมมติว่าหุ้นกู้แปลงสภาพถูกแปลงเป็นหุ้นสามัญแล้ว โดยเพิ่มจำนวนหุ้นสามัญในตัวส่วน และบวกดอกเบี้ยจ่ายสุทธิภาษีกลับเข้าไปในกำไรสุทธิที่ใช้คำนวณ เนื่องจากบริษัทจะไม่มีภาระดอกเบี้ยนั้นอีกหากแปลงสภาพจริง

บริษัทเพิ่มทุนระหว่างปี คำนวณจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยอย่างไร

ต้องคำนวณตามสัดส่วนระยะเวลาที่หุ้นแต่ละชุดออกจำหน่ายอยู่ในระหว่างงวด ไม่ใช่นับจำนวนหุ้น ณ วันสิ้นงวดทั้งหมด เพื่อสะท้อนน้ำหนักตามระยะเวลาถือครองจริง

SME ที่เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ควรเริ่มคำนวณ EPS ตอนไหน

ควรเริ่มฝึกคำนวณ Basic EPS และ Diluted EPS ตั้งแต่ช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเข้าตลาด เพราะนักลงทุนและที่ปรึกษาทางการเงินมักใช้ตัวเลขนี้ประเมินมูลค่าบริษัทตั้งแต่ขั้นตอนก่อนยื่นแบบ