คำตอบสั้น ๆ คือ กำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic EPS) คำนวณจากกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกจำหน่ายในระหว่างงวด

ส่วนกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS)

ปรับปรุงทั้งกำไรและจำนวนหุ้นให้รวมผลกระทบจากตราสารที่อาจแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ในอนาคต เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพหรือใบสำคัญแสดงสิทธิ ทำให้ Diluted EPS มักมีค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic

EPS เสมอ มาตรฐาน TAS 33

กำหนดให้บริษัทที่มีหุ้นสามัญหรือหุ้นสามัญเทียบเท่าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ต้องเปิดเผยตัวเลขทั้งสองนี้ในงบการเงิน

สารบัญบทความ
  1. กำไรต่อหุ้นสำคัญอย่างไรและใครต้องเปิดเผย
  2. วิธีคำนวณกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic EPS)
  3. วิธีคำนวณกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS)
  4. ตัวอย่างการคำนวณ
  5. ทำไม Diluted EPS จึงต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ
  6. ผลกระทบต่อ SME ที่กำลังเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. แนวทางปฏิบัติสำหรับกิจการที่ต้องคำนวณ EPS
  9. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  10. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

กำไรต่อหุ้นสำคัญอย่างไรและใครต้องเปิดเผย

กำไรต่อหุ้น (Earnings Per Share - EPS) เป็นตัวชี้วัดที่นักลงทุนใช้ประเมินความสามารถในการทำกำไรของบริษัทเทียบกับจำนวนหุ้นที่มีอยู่

ทำให้เปรียบเทียบผลประกอบการระหว่างบริษัทหรือระหว่างงวดได้ง่ายขึ้น มาตรฐานการบัญชี TAS 33

กำหนดให้บริษัทที่มีหุ้นสามัญหรือหุ้นสามัญเทียบเท่าซื้อขายในตลาดสาธารณะ (เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์) หรือบริษัทที่อยู่ระหว่างการยื่นแบบเพื่อออกหุ้นสามัญต่อสาธารณะ

ต้องคำนวณและเปิดเผยกำไรต่อหุ้นทั้งขั้นพื้นฐานและปรับลดในงบกำไรขาดทุน ส่วนบริษัทเอกชนทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตัวเลขนี้ตามข้อบังคับ

แต่บางกิจการอาจเลือกคำนวณเพื่อใช้ในการบริหารภายในหรือรายงานต่อผู้ถือหุ้น

วิธีคำนวณกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน (Basic EPS)

สูตรคำนวณ Basic EPS คือ

Basic EPS = กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ / จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างงวด

กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ คือกำไรสุทธิของบริษัทหลังหักเงินปันผลของหุ้นบุริมสิทธิ (ถ้ามี) ออกไปก่อน

เพราะเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิถือเป็นสิทธิเรียกร้องที่ต้องจ่ายก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ ส่วนจำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก

คือจำนวนหุ้นที่คำนวณตามสัดส่วนระยะเวลาที่หุ้นแต่ละชุดออกจำหน่ายอยู่ในระหว่างงวด ไม่ใช่จำนวนหุ้น ณ วันสิ้นงวดเพียงอย่างเดียว เพราะหากบริษัทออกหุ้นเพิ่มทุนระหว่างปี

หุ้นที่ออกใหม่จะมีน้ำหนักตามระยะเวลาที่ถือครองจริงเท่านั้น

วิธีคำนวณกำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS)

Diluted EPS สะท้อนผลกระทบเสมือนว่าตราสารทางการเงินทุกประเภทที่มีสิทธิแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ถูกแปลงสภาพแล้วทั้งหมด เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพ หุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพ

ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น (Warrant) และสิทธิซื้อหุ้นของพนักงาน (ESOP) สูตรคำนวณคือ

Diluted EPS = (กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ + ผลกระทบจากการแปลงสภาพที่ต้องบวกกลับ) / (จำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก +

จำนวนหุ้นสามัญเทียบเท่าปรับลดถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก)

ตัวอย่างการปรับปรุงตัวเศษ (กำไร) เช่น หากมีหุ้นกู้แปลงสภาพ เมื่อสมมติว่าแปลงเป็นหุ้นสามัญแล้ว บริษัทจะไม่มีดอกเบี้ยจ่ายของหุ้นกู้นั้นอีก

จึงต้องบวกดอกเบี้ยจ่ายสุทธิภาษีกลับเข้าไปในกำไรสุทธิ ส่วนตัวส่วน (จำนวนหุ้น)

ต้องเพิ่มจำนวนหุ้นสามัญที่จะเกิดขึ้นจากการแปลงสภาพเข้าไปด้วย ข้อสำคัญคือ ตราสารใดที่แปลงสภาพแล้วทำให้ EPS เพิ่มขึ้น (Anti-dilutive) ต้องไม่นำมารวมในการคำนวณ Diluted EPS

เพราะมาตรฐานต้องการให้ Diluted EPS

แสดงค่าต่ำสุดที่เป็นไปได้ตามหลักความระมัดระวัง

ตัวอย่างการคำนวณ

สมมติบริษัทแห่งหนึ่งมีกำไรสุทธิสำหรับปี 24,000,000 บาท ไม่มีหุ้นบุริมสิทธิ มีหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างปี 10,000,000 หุ้น

และมีหุ้นกู้แปลงสภาพที่หากแปลงสภาพทั้งหมดจะเพิ่มหุ้นสามัญอีก 2,000,000 หุ้น

โดยดอกเบี้ยจ่ายสุทธิภาษีของหุ้นกู้แปลงสภาพที่ต้องบวกกลับเท่ากับ 1,200,000 บาท

รายการBasic EPSDiluted EPS
กำไรสุทธิที่ใช้คำนวณ24,000,000 บาท24,000,000 + 1,200,000 = 25,200,000 บาท
จำนวนหุ้นที่ใช้คำนวณ10,000,000 หุ้น10,000,000 + 2,000,000 = 12,000,000 หุ้น
กำไรต่อหุ้น2.40 บาทต่อหุ้น2.10 บาทต่อหุ้น

*ตัวเลขข้างต้นเป็นตัวอย่างประกอบหลักการเท่านั้น การคำนวณจริงต้องพิจารณารายละเอียดของตราสารแปลงสภาพแต่ละประเภทและอาจมีความซับซ้อนกว่านี้ ควรตรวจสอบกับผู้สอบบัญชี

ทำไม Diluted EPS จึงต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ

หลักการของมาตรฐาน TAS 33 กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่า Diluted EPS ต้องไม่สูงกว่า Basic EPS เพราะการคำนวณต้องพิจารณาเฉพาะตราสารที่ทำให้ EPS ลดลงเท่านั้น (Dilutive Securities)

หากตราสารใดเมื่อคำนวณแล้วกลับทำให้ EPS เพิ่มขึ้น (Anti-dilutive) เช่น

ตราสารที่มีราคาแปลงสภาพสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบันมาก จะไม่นำมารวมในการคำนวณ Diluted EPS

หลักการนี้ช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพความเสี่ยงที่กำไรต่อหุ้นอาจลดลงได้หากมีการแปลงสภาพตราสารต่าง ๆ ในอนาคต ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญประกอบการตัดสินใจลงทุน

ผลกระทบต่อ SME ที่กำลังเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์

SME ที่มีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือกำลังระดมทุนผ่านหุ้นกู้แปลงสภาพและใบสำคัญแสดงสิทธิ ควรเริ่มฝึกคำนวณ Basic EPS และ Diluted EPS ตั้งแต่ช่วงเตรียมความพร้อม

เพราะนักลงทุนและที่ปรึกษาทางการเงินมักใช้ตัวเลขนี้ประเมินมูลค่าบริษัทและเปรียบเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกัน นอกจากนี้การออกตราสารทางการเงินที่มีสิทธิแปลงสภาพ เช่น ESOP

ให้พนักงาน ควรวางแผนล่วงหน้าว่าจะส่งผลต่อ Diluted EPS อย่างไร

เพื่อสื่อสารกับผู้ถือหุ้นปัจจุบันได้อย่างโปร่งใส

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้จำนวนหุ้น ณ วันสิ้นงวดแทนจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก: ทำให้ตัวเลข EPS คลาดเคลื่อนโดยเฉพาะปีที่มีการเพิ่มทุนหรือซื้อหุ้นคืนระหว่างปี
  • ลืมหักเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิออกจากกำไรสุทธิก่อนคำนวณ Basic EPS: ทำให้กำไรต่อหุ้นของผู้ถือหุ้นสามัญสูงเกินความเป็นจริง
  • นำตราสาร Anti-dilutive มารวมคำนวณ Diluted EPS: ทำให้ Diluted EPS สูงกว่า Basic EPS ซึ่งขัดกับหลักการของมาตรฐาน
  • ไม่ปรับปรุงกำไรสุทธิให้สอดคล้องกับสมมติฐานการแปลงสภาพ: เช่น ลืมบวกดอกเบี้ยจ่ายสุทธิภาษีกลับเข้าไปเมื่อสมมติว่าหุ้นกู้แปลงสภาพถูกแปลงเป็นหุ้นสามัญแล้ว
  • ไม่เปิดเผยวิธีคำนวณและข้อสมมติฐานในหมายเหตุประกอบงบการเงิน: ทำให้ผู้ใช้งบการเงินไม่สามารถตรวจสอบความสมเหตุสมผลของตัวเลข EPS ที่รายงาน

แนวทางปฏิบัติสำหรับกิจการที่ต้องคำนวณ EPS

กิจการที่มีหุ้นสามัญซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หรือกำลังเตรียมเข้าตลาด ควรจัดทำทะเบียนหุ้นและตราสารแปลงสภาพทุกประเภทให้เป็นปัจจุบัน

บันทึกวันที่ออกหรือแปลงสภาพของหุ้นแต่ละชุดให้ชัดเจน เพื่อให้คำนวณจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักได้ถูกต้อง

และควรให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบวิธีคำนวณ EPS ทุกรอบปิดงบ โดยเฉพาะปีที่มีการเพิ่มทุน ออกหุ้นกู้แปลงสภาพ หรือให้สิทธิซื้อหุ้นแก่พนักงานใหม่

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

กำไรต่อหุ้นเป็นตัวเลขที่นักลงทุนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในการประเมินมูลค่าบริษัท การคำนวณที่ถูกต้องตามมาตรฐาน TAS 33 ทั้ง Basic EPS และ Diluted EPS

จึงมีความสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของงบการเงิน

ผู้ประกอบการที่มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์หรือระดมทุนผ่านตราสารแปลงสภาพ ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อวางระบบคำนวณและเปิดเผยข้อมูลกำไรต่อหุ้นให้ถูกต้องครบถ้วน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Basic EPS คำนวณจากอะไร

คำนวณจากกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นสามัญ (หลังหักเงินปันผลหุ้นบุริมสิทธิ) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักที่ออกจำหน่ายในระหว่างงวด ไม่ใช่จำนวนหุ้น ณ

วันสิ้นงวดเพียงอย่างเดียว

Diluted EPS ต่างจาก Basic EPS อย่างไร

Diluted EPS ปรับปรุงทั้งกำไรและจำนวนหุ้นให้รวมผลกระทบจากตราสารที่อาจแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ เช่น หุ้นกู้แปลงสภาพหรือใบสำคัญแสดงสิทธิ ทำให้มักมีค่าต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ

บริษัทแบบใดต้องเปิดเผยกำไรต่อหุ้นตาม TAS 33

บริษัทที่มีหุ้นสามัญหรือหุ้นสามัญเทียบเท่าซื้อขายในตลาดสาธารณะ เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นแบบเพื่อออกหุ้นสามัญต่อสาธารณะ

ส่วนบริษัทเอกชนทั่วไปไม่จำเป็นต้องเปิดเผยตามข้อบังคับ

ทำไม Diluted EPS ต้องต่ำกว่าหรือเท่ากับ Basic EPS เสมอ

เพราะมาตรฐานกำหนดให้พิจารณาเฉพาะตราสารที่ทำให้ EPS ลดลงเท่านั้น หากตราสารใดทำให้ EPS เพิ่มขึ้นเมื่อคำนวณรวม (Anti-dilutive) จะไม่นำมารวมในการคำนวณ Diluted EPS

หุ้นกู้แปลงสภาพมีผลต่อการคำนวณ Diluted EPS อย่างไร

ต้องสมมติว่าหุ้นกู้แปลงสภาพถูกแปลงเป็นหุ้นสามัญแล้ว โดยเพิ่มจำนวนหุ้นสามัญในตัวส่วน และบวกดอกเบี้ยจ่ายสุทธิภาษีกลับเข้าไปในกำไรสุทธิที่ใช้คำนวณ

เนื่องจากบริษัทจะไม่มีภาระดอกเบี้ยนั้นอีกหากแปลงสภาพจริง

บริษัทเพิ่มทุนระหว่างปี คำนวณจำนวนหุ้นถัวเฉลี่ยอย่างไร

ต้องคำนวณตามสัดส่วนระยะเวลาที่หุ้นแต่ละชุดออกจำหน่ายอยู่ในระหว่างงวด ไม่ใช่นับจำนวนหุ้น ณ วันสิ้นงวดทั้งหมด เพื่อสะท้อนน้ำหนักตามระยะเวลาถือครองจริง

SME ที่เตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ควรเริ่มคำนวณ EPS ตอนไหน

ควรเริ่มฝึกคำนวณ Basic EPS และ Diluted EPS ตั้งแต่ช่วงเตรียมความพร้อมก่อนเข้าตลาด เพราะนักลงทุนและที่ปรึกษาทางการเงินมักใช้ตัวเลขนี้ประเมินมูลค่าบริษัทตั้งแต่ขั้นตอนก่อนยื่นแบบ

สำหรับ SME ที่ต้องการจัดระบบบัญชีและภาษีให้รัดกุมมากขึ้นโดยไม่ต้องศึกษาทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง ลองพิจารณาภาพรวมบริการที่ปรึกษาบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อประกอบการตัดสินใจ