เมื่อบริษัทจำกัดมีผลประกอบการที่ดีจนมี "กำไรสุทธิ" และพร้อมที่จะจ่ายเงินปันผลตอบแทนคืนให้กับผู้ถือหุ้น สิ่งที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) กำหนดให้คณะกรรมการบริษัทต้องกระทำควบคู่กันไปคือ การจัดสรรเงินสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve) ซึ่งจุดนี้ผู้ประกอบการหลายคนมักสับสนกับตัวเลข กำไรสะสม (Retained Earnings) ในงบการเงิน

1. กำไรสะสม (Retained Earnings) คืออะไร?

กำไรสะสม คือ ผลสะสมของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัทตั้งแต่วันแรกที่จัดตั้งขึ้นจนถึงปัจจุบัน หักลบด้วยผลขาดทุนสะสมในอดีต และหักลบด้วยเงินปันผลที่ได้ประกาศจ่ายไปแล้วทั้งหมด

กำไรสะสมจะแสดงอยู่ในงวดบัญชีส่วนของผู้ถือหุ้น (Equity) ในงบแสดงฐานะการเงิน หากกำไรสะสมมีค่าเป็นบวก บริษัทสามารถนำกำไรนี้ไปประกาศจ่ายปันผล หรือโอนกลับไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน/ขยายกิจการต่อได้

2. เงินสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve) คืออะไร?

เงินสำรองตามกฎหมาย คือ กำไรสะสมบางส่วนที่กฎหมายบังคับให้ "แช่แข็ง" หรือล็อกไว้เพื่อเป็นเกราะป้องกันความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ห้ามนำส่วนนี้มาประกาศจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นจนกว่าจะมีการจดทะเบียนเลิกบริษัท

เป้าหมายหลักคือการเตรียมเงินทุนสำรองไว้รองรับผลขาดทุนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อปกป้องเจ้าหนี้ของบริษัทไม่ให้ได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ถือหุ้นดึงกำไรออกไปจนหมดตัว

3. กฎหมายบังคับจัดสรรเงินสำรองตามกฎหมายอย่างไร?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1202 กำหนดเกณฑ์ปฏิบัติไว้ว่า:

ข้อกำหนดทางกฎหมาย:
บริษัทจำกัดต้องจัดสรรกำไรสุทธิ อย่างน้อย 5% ของยอดกำไรสุทธิประจำปี เข้าไปเป็นทุนสำรองทางกฎหมาย ทุกครั้งที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผล จนกว่าทุนสำรองนั้นจะมีสัดส่วนสะสมรวมกันถึง 10% ของทุนจดทะเบียนของบริษัท (หรือมากกว่านั้นหากระบุไว้ในข้อบังคับบริษัท)

ตัวอย่างการคำนวณ:

บริษัท A มีทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท (เป้าหมายเงินสำรองตามกฎหมาย 10% = 100,000 บาท)
ปีที่ 1 บริษัทประกาศจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิ 200,000 บาท
- กฎหมายบังคับให้ต้องหักเงินสำรองอย่างน้อย 5% ของกำไรสุทธิ = 10,000 บาท เข้าบัญชีเงินสำรองตามกฎหมาย
- ส่วนกำไรที่เหลือนำไปจ่ายปันผลจริงให้ผู้ถือหุ้นได้สูงสุด = 190,000 บาท
- ทางบัญชีจะบันทึกโยกยอดจากบัญชีกำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร ไปยังบัญชีทุนสำรองตามกฎหมาย

ความต่างที่เจ้าของธุรกิจควรรู้

ประเด็นเปรียบเทียบ กำไรสะสมที่ยังไม่ได้จัดสรร เงินสำรองตามกฎหมาย
การนำไปจ่ายเงินปันผล สามารถนำไปประกาศจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ ห้ามนำไปจ่ายเงินปันผลเด็ดขาด (ถูกล็อกไว้ตามกฎหมาย)
สัดส่วนเพดานสูงสุด ไม่มีขีดจำกัด ขึ้นอยู่กับผลกำไรจริงสะสม จำกัดเพดานขั้นต่ำไว้ที่ 10% ของทุนจดทะเบียนบริษัท
กรณีมีผลขาดทุนสะสม จะลดมูลค่าลงตามผลการดำเนินงานที่ขาดทุนจริง สามารถนำยอดเงินสะสมนี้ไปลดหรือชดเชยผลขาดทุนสะสมได้

สรุป

เงินสำรองตามกฎหมายเป็นหน้าที่สำคัญที่กรรมการบริษัทและพนักงานบัญชีต้องตรวจเช็กและทำการโยกบัญชีทุกครั้งที่มีการออกมติจ่ายปันผล การไม่จัดสรรเงินสำรองตามกฎหมายให้ครบถ้วนก่อนจ่ายปันผลนอกจากจะขัดต่อระเบียบ ป.พ.พ. แล้ว อาจทำให้มติการจ่ายปันผลในครั้งนั้นกลายเป็นโมฆะได้ เจ้าของกิจการจึงควรปรึกษาสำนักงานบัญชีทุกครั้งก่อนจัดเตรียมการประชุมจ่ายปันผล

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง เงินสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve) vs กำไรสะสม (Retained Earnings) ต่างกันอย่างไร ควรใช้เป็นจุดเริ่มต้นในการตรวจเอกสารจริงของกิจการ ไม่ควรใช้แทนคำปรึกษาเฉพาะกรณี เพราะผลทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการ

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • ระบุว่าหัวข้อนี้กระทบรายได้ รายจ่าย ภาษี เอกสาร หรือเงินสดของกิจการส่วนใด
  • รวบรวมสัญญา ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี และหลักฐานชำระเงินที่เกี่ยวข้อง
  • ให้ผู้ทำบัญชีตรวจผลต่อ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และงบการเงินก่อนปิดรอบ

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • อ่านหลักการถูกต้องแต่ไม่มีเอกสารจริงรองรับรายการที่บันทึกบัญชี
  • ใช้วิธีเดียวกันกับทุกรายการโดยไม่ดูประเภทผู้รับเงินหรือรูปแบบสัญญา
  • ปล่อยให้แก้ตอนปิดงบปลายปี ทั้งที่ควรจัดการตั้งแต่รอบเดือนที่เกิดรายการ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กำไรสะสม (Retained Earnings) คืออะไร?

กำไรสะสม คือ ผลสะสมของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของบริษัทตั้งแต่วันแรกที่จัดตั้งขึ้นจนถึงปัจจุบัน หักลบด้วยผลขาดทุนสะสมในอดีต และหักลบด้วยเงินปันผลที่ได้ประกาศจ่ายไปแล้วทั้งหมด

เงินสำรองตามกฎหมาย (Legal Reserve) คืออะไร?

เงินสำรองตามกฎหมาย คือ กำไรสะสมบางส่วนที่กฎหมายบังคับให้ 'แช่แข็ง' หรือล็อกไว้เพื่อเป็นเกราะป้องกันความมั่นคงทางการเงินของบริษัท ห้ามนำส่วนนี้มาประกาศจ่ายปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นจนกว่าจะมีการจดทะเบียนเลิกบริษัท

กฎหมายบังคับจัดสรรเงินสำรองตามกฎหมายอย่างไร?

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1202 บริษัทจำกัดต้องจัดสรรกำไรสุทธิอย่างน้อย 5% เข้าทุนสำรองตามกฎหมายทุกครั้งที่มีการประกาศจ่ายเงินปันผล จนกว่าทุนสำรองสะสมรวมจะถึง 10% ของทุนจดทะเบียน หากไม่จัดสรรก่อนจ่ายปันผล มติการจ่ายปันผลนั้นอาจตกเป็นโมฆะได้ (ควรตรวจสอบกับสำนักงานบัญชีก่อนจัดประชุมจ่ายปันผลทุกครั้ง)