กรมสรรพากรมีช่องทางรับแจ้งเบาะแสการหลีกเลี่ยงภาษีจากบุคคลทั่วไป หากธุรกิจของคุณถูกร้องเรียน เจ้าหน้าที่จะพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นก่อนตัดสินใจว่าจะเปิดการตรวจสอบหรือไม่

ไม่ใช่ทุกเรื่องร้องเรียนจะนำไปสู่การตรวจสอบทันที

แต่ผู้ประกอบการควรเตรียมเอกสารและระบบบัญชีให้พร้อมรับการตรวจสอบเสมอ

สารบัญบทความ
  1. ช่องทางแจ้งเบาะแสภาษีของกรมสรรพากร
  2. เมื่อธุรกิจถูกแจ้งเบาะแส เกิดอะไรขึ้นต่อ
  3. สิทธิของผู้ประกอบการเมื่อถูกตรวจสอบจากการแจ้งเบาะแส
  4. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  6. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  7. ตารางนำบทความไปใช้
  8. แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบฉบับปัจจุบัน

ช่องทางแจ้งเบาะแสภาษีของกรมสรรพากร

กรมสรรพากรมีนโยบายเปิดรับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการหลีกเลี่ยงภาษีจากประชาชนทั่วไป ผ่านหลายช่องทาง เช่น สายด่วนกรมสรรพากร เว็บไซต์ rd.go.th

และการยื่นหนังสือร้องเรียนโดยตรงที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ ผู้แจ้งเบาะแสอาจเป็นลูกค้า คู่แข่งทางธุรกิจ

อดีตพนักงาน หรือบุคคลใดก็ได้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษี เช่น การไม่ออกใบกำกับภาษี การขายสินค้าโดยไม่บันทึกยอดขาย

หรือการสำแดงรายได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

เหตุผลที่กรมสรรพากรส่งเสริมช่องทางนี้เพราะบางกรณีการหลีกเลี่ยงภาษีเกิดขึ้นในลักษณะที่ตรวจสอบจากภายนอกได้ยาก แต่บุคคลใกล้ชิด เช่น อดีตพนักงานหรือคู่ค้า

อาจมีข้อมูลเชิงลึกที่ช่วยให้การตรวจสอบมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในบางกรณีอาจมีการพิจารณาให้สินบนนำจับหรือรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสตามระเบียบที่กรมสรรพากรกำหนด ซึ่งรายละเอียดเงื่อนไขและอัตราควรตรวจสอบจากประกาศทางการของกรมสรรพากรโดยตรง

เนื่องจากมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์เป็นระยะ

เมื่อธุรกิจถูกแจ้งเบาะแส เกิดอะไรขึ้นต่อ

ไม่ใช่ทุกเรื่องร้องเรียนที่จะนำไปสู่การตรวจสอบภาษีทันที กระบวนการโดยทั่วไปมีลำดับขั้นตอนดังนี้

  1. รับเรื่องและคัดกรองเบื้องต้น: เจ้าหน้าที่สรรพากรพื้นที่จะพิจารณาความน่าเชื่อถือของข้อมูลที่ได้รับแจ้ง เช่น มีหลักฐานประกอบชัดเจนหรือเป็นเพียงข้อกล่าวหาลอยๆ
  2. ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นจากระบบภายใน: เปรียบเทียบข้อมูลที่ได้รับแจ้งกับข้อมูลการยื่นแบบภาษีที่กิจการเคยยื่นไว้ เพื่อดูว่ามีความผิดปกติสอดคล้องกับเบาะแสหรือไม่
  3. ตัดสินใจเปิดการตรวจสอบหรือไม่: หากพบความผิดปกติที่น่าสงสัย เจ้าหน้าที่อาจออกหนังสือขอตรวจสอบภาษี (Notice of Tax Audit) หรือขอเอกสารเพิ่มเติมจากกิจการ
  4. กระบวนการตรวจสอบตามปกติ: หากมีการเปิดตรวจสอบ กิจการจะต้องให้ความร่วมมือส่งเอกสารบัญชีตามที่ร้องขอ เหมือนกับกรณีถูกสุ่มตรวจสอบทั่วไป

ประเด็นสำคัญคือแม้กิจการจะดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้อง ก็ยังมีสิทธิ์ถูกร้องเรียนได้จากความเข้าใจผิดหรือความไม่พอใจส่วนตัวของผู้แจ้ง

ดังนั้นการมีระบบบัญชีและเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนตลอดเวลาจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

ไม่ใช่การกังวลว่าใครจะแจ้งเบาะแสหรือไม่

สิทธิของผู้ประกอบการเมื่อถูกตรวจสอบจากการแจ้งเบาะแส

ผู้ประกอบการที่ถูกตรวจสอบอันเนื่องมาจากการแจ้งเบาะแสมีสิทธิเช่นเดียวกับกรณีถูกตรวจสอบภาษีทั่วไป กล่าวคือมีสิทธิได้รับแจ้งเหตุผลการตรวจสอบ

มีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและนำเสนอเอกสารหลักฐานประกอบ มีสิทธิอุทธรณ์หากไม่เห็นด้วยกับผลการประเมินภาษี

และมีสิทธิขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือนักบัญชีในระหว่างกระบวนการตรวจสอบ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ตื่นตระหนกและพยายามแก้ไขเอกสารย้อนหลังหลังทราบว่าถูกร้องเรียน: การปลอมแปลงหรือแก้ไขเอกสารภายหลังอาจเป็นความผิดที่ร้ายแรงกว่าปัญหาเดิม
  • ไม่ให้ความร่วมมือหรือปฏิเสธการส่งเอกสารเมื่อถูกขอตรวจสอบ: อาจทำให้เจ้าหน้าที่ประเมินภาษีจากข้อมูลเท่าที่มี ซึ่งมักไม่เป็นผลดีต่อกิจการ
  • ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ได้รับหนังสือแจ้งตรวจสอบ: ทำให้พลาดโอกาสเตรียมเอกสารและคำชี้แจงอย่างเป็นระบบ
  • ละเลยการจัดระบบบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น โดยหวังว่าจะไม่มีใครแจ้งเบาะแส: เป็นแนวคิดที่มีความเสี่ยงสูง เพราะไม่สามารถควบคุมได้ว่าใครจะแจ้งเบาะแสเมื่อไร

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติร้านอาหารแห่งหนึ่งถูกอดีตพนักงานแจ้งเบาะแสว่าไม่ออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้าบางส่วนและปกปิดยอดขายจริง

สรรพากรพื้นที่ได้รับเรื่องและตรวจสอบข้อมูลการยื่นแบบภาษีย้อนหลังเทียบกับข้อมูลที่ได้รับแจ้ง

พบว่ายอดขายที่สำแดงต่ำกว่ายอดที่ควรจะเป็นตามการประเมินเบื้องต้น จึงออกหนังสือขอตรวจสอบภาษี

เจ้าของร้านจึงต้องรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อเตรียมเอกสารชี้แจงและตรวจสอบว่ามีรายการใดที่ต้องแก้ไขให้ถูกต้องก่อนกระบวนการตรวจสอบดำเนินต่อไป

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการทุกรายควรจัดระบบบัญชีและเอกสารให้ถูกต้องครบถ้วนอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีความเสี่ยงถูกแจ้งเบาะแสหรือไม่ก็ตาม เพราะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุด

หากได้รับหนังสือแจ้งตรวจสอบภาษีไม่ว่าจากสาเหตุใด

ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีทันทีเพื่อเตรียมเอกสารและคำชี้แจงอย่างเป็นระบบ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการที่ถูกต้อง

และใช้สิทธิอุทธรณ์หากไม่เห็นด้วยกับผลการประเมินภาษีในภายหลัง

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ช่องทางแจ้งเบาะแสภาษีของกรมสรรพากรตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
เมื่อธุรกิจถูกแจ้งเบาะแส เกิดอะไรขึ้นต่อตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
สิทธิของผู้ประกอบการเมื่อถูกตรวจสอบจากการแจ้งเบาะแสตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบฉบับปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ใครสามารถแจ้งเบาะแสภาษีต่อกรมสรรพากรได้บ้าง?

บุคคลใดก็ได้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายหลีกเลี่ยงภาษี เช่น ลูกค้า คู่แข่งทางธุรกิจ อดีตพนักงาน หรือคู่ค้า สามารถแจ้งผ่านสายด่วนกรมสรรพากร เว็บไซต์ rd.go.th

หรือยื่นหนังสือร้องเรียนที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่

ถูกแจ้งเบาะแสแล้วจะถูกตรวจสอบภาษีทันทีหรือไม่?

ไม่จำเป็นเสมอไป เจ้าหน้าที่จะคัดกรองความน่าเชื่อถือของข้อมูลก่อน และตรวจสอบเบื้องต้นเทียบกับข้อมูลการยื่นแบบภาษีที่มีอยู่

หากพบความผิดปกติที่น่าสงสัยจึงจะเปิดการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ

ผู้แจ้งเบาะแสภาษีจะได้รับรางวัลหรือไม่?

กรมสรรพากรอาจพิจารณาให้สินบนนำจับหรือรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสตามระเบียบที่กำหนด แต่รายละเอียดเงื่อนไขและอัตราควรตรวจสอบจากประกาศทางการของกรมสรรพากรโดยตรง

เนื่องจากมีการปรับปรุงหลักเกณฑ์เป็นระยะ

ธุรกิจที่ทำถูกต้องมีสิทธิ์ถูกแจ้งเบาะแสได้หรือไม่?

มีสิทธิ์ถูกแจ้งเบาะแสได้แม้ดำเนินธุรกิจถูกต้อง เนื่องจากอาจเกิดจากความเข้าใจผิดหรือความไม่พอใจส่วนตัวของผู้แจ้ง

การมีระบบบัญชีและเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

มีสิทธิอะไรบ้างเมื่อถูกตรวจสอบภาษีจากการแจ้งเบาะแส?

มีสิทธิได้รับแจ้งเหตุผลการตรวจสอบ สิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงและนำเสนอเอกสารหลักฐาน สิทธิอุทธรณ์หากไม่เห็นด้วยกับผลการประเมิน

และสิทธิขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างกระบวนการตรวจสอบ

ควรทำอย่างไรทันทีที่ได้รับหนังสือแจ้งตรวจสอบภาษี?

ควรรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีทันทีเพื่อเตรียมเอกสารและคำชี้แจงอย่างเป็นระบบ ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามกระบวนการที่ถูกต้อง

ไม่ควรตื่นตระหนกหรือแก้ไขเอกสารย้อนหลังโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน

หากธุรกิจของคุณมีงานค้างที่ยังไม่ได้จัดการ ลองดูบริการเสริมด้านบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อวางแผนแก้ไขทีละขั้นตอน