บทความนี้เหมาะสำหรับเจ้าของที่ดินหรืออาคารที่เป็นบุคคลธรรมดา และกำลังจะได้รับเงินก้อนใหญ่ เช่น เงินกินเปล่าหรือค่าตอบแทนสัญญาเช่า จากการปล่อยเช่าทรัพย์สินระยะยาวหลายปี

คุณจะได้เข้าใจว่า ภ.ง.ด.93 คืออะไร

เกี่ยวข้องกับสิทธิเฉลี่ยเงินได้ตามมาตรา 60 ทวิ อย่างไร และทำไมการยื่นแบบนี้ล่วงหน้าก่อนกำหนดเวลาปกติจึงช่วยลดภาระภาษีจากอัตราก้าวหน้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

พร้อมตัวอย่างการคำนวณและขั้นตอนปฏิบัติจริงที่นำไปใช้ได้ทันที

ทั้งนี้ข้อมูลในบทความเป็นความรู้ทั่วไป กรณีของแต่ละท่านควรปรึกษาเจ้าหน้าที่สรรพากรหรือนักบัญชีภาษีเพื่อยืนยันความถูกต้องก่อนดำเนินการจริง

สารบัญบทความ
  1. ภ.ง.ด.93 คืออะไร เกี่ยวข้องกับใครบ้าง
  2. สิทธิเฉลี่ยเงินได้ตามมาตรา 60 ทวิ ทำไมช่วยประหยัดภาษี
  3. ขั้นตอนและเอกสารในการยื่น ภ.ง.ด.93 ล่วงหน้า
  4. ตัวอย่างเปรียบเทียบ: เฉลี่ยเงินได้ vs ไม่เฉลี่ย
  5. ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจเลือกยื่น ภ.ง.ด.93
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ภ.ง.ด.93 คืออะไร เกี่ยวข้องกับใครบ้าง

ภ.ง.ด.93 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่ยื่น "ล่วงหน้า" ก่อนถึงกำหนดเวลาปกติของการยื่นภาษีประจำปี ใช้เฉพาะกรณีที่ผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินตามมาตรา 40(5)(ก)

แห่งประมวลรัษฎากร ได้รับเงินได้เป็นเงินก้อนใหญ่ครั้งเดียว เช่น

เงินกินเปล่า เงินค่าตอบแทนการให้เช่า เงินช่วยค่าก่อสร้าง หรือเงินได้ลักษณะทำนองเดียวกัน ซึ่งจ่ายมาเพื่อตอบแทนการให้เช่าที่ดินหรืออาคารเป็นระยะเวลาหลายปี และเลือกใช้สิทธิ

"เฉลี่ยเงินได้" ตามมาตรา 60 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

สถานการณ์ที่พบบ่อยที่สุดคือเจ้าของที่ดินหรืออาคารที่เป็นบุคคลธรรมดา (ไม่ใช่นิติบุคคล) ทำสัญญาเช่าระยะยาวกับผู้เช่า แล้วได้รับเงินก้อนตอนเซ็นสัญญานอกเหนือจากค่าเช่ารายเดือน เช่น

เจ้าของที่ดินได้รับเงินกินเปล่า 5,000,000 บาท จากสัญญาเช่า 10

ปี หากนำเงินก้อนนี้ไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ได้รับทั้งจำนวน จะทำให้ฐานภาษีของปีนั้นพุ่งสูงขึ้นมาก และอาจต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าที่สูงกว่าปกติมาก

(หากเงินก้อนมีมูลค่าสูงมากจนเงินได้สุทธิของปีนั้นเกิน 5,000,000 บาท

อาจถึงอัตราสูงสุดร้อยละ 35) กฎหมายจึงเปิดช่องให้เลือกเฉลี่ยเงินได้ตามจำนวนปีของอายุสัญญาเช่าแทนได้ ข้อสำคัญคือสิทธินี้ใช้ได้เฉพาะบุคคลธรรมดาเท่านั้น

ส่วนนิติบุคคลต้องรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิและมาตรฐานบัญชีที่ใช้อยู่แล้ว

ไม่มีสิทธิเลือกยื่น ภ.ง.ด.93

สิทธิเฉลี่ยเงินได้ตามมาตรา 60 ทวิ ทำไมช่วยประหยัดภาษี

หัวใจของมาตรา 60 ทวิ คือการให้ผู้มีเงินได้เลือกนำเงินก้อนที่ได้รับมา หารเฉลี่ยตามจำนวนปีของอายุสัญญาเช่า แล้วคำนวณภาษีเสมือนหนึ่งได้รับเงินได้ส่วนที่เฉลี่ยนั้นในแต่ละปี

แทนที่จะนำเงินก้อนทั้งหมดไปรวมเป็นเงินได้ของปีเดียว

เพราะระบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยใช้อัตราภาษีแบบขั้นบันไดตั้งแต่ 5% ไปจนถึงสูงสุด 35% ยิ่งเงินได้สุทธิในปีใดปีหนึ่งสูงมากเท่าไร

สัดส่วนที่ต้องเสียภาษีในอัตราขั้นสูงก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ตัวอย่างเช่น เงินได้สุทธิส่วนที่เกิน 2,000,000 บาทแต่ไม่เกิน 5,000,000 บาท ต้องเสียภาษีในอัตรา 30% หากเงินก้อนจากการให้เช่าดันเงินได้ของปีนั้นให้พุ่งไปอยู่ในช่วงนี้

ก็ต้องเสียภาษีในอัตราสูงเต็มจำนวนส่วนเกิน

แต่หากเลือกเฉลี่ยเงินได้ตามอายุสัญญา เช่น 10 ปี เงินได้ในแต่ละปีที่นำมาคำนวณจะเพิ่มขึ้นเพียงเศษหนึ่งส่วนสิบเท่านั้น ทำให้ส่วนใหญ่ตกอยู่ในอัตราภาษีที่ต่ำกว่า

ภาษีรวมที่ต้องเสียจริงจึงมักต่ำกว่าการนำมารวมเป็นเงินได้ปีเดียวอย่างมีนัยสำคัญ

ทั้งนี้สิทธินี้เป็นทางเลือกที่กฎหมายเปิดไว้ให้ผู้เสียภาษีเลือกใช้ ไม่ใช่การหลีกเลี่ยงภาษี

เพราะเป็นวิธีคำนวณที่ประมวลรัษฎากรบัญญัติไว้ชัดเจนสำหรับกรณีเงินได้ค่าเช่าที่ได้รับล่วงหน้าลักษณะนี้โดยเฉพาะ

ขั้นตอนและเอกสารในการยื่น ภ.ง.ด.93 ล่วงหน้า

เมื่อเลือกใช้สิทธิเฉลี่ยเงินได้แล้ว ผู้มีเงินได้ต้องคำนวณภาษีของแต่ละปีตามส่วนที่เฉลี่ยได้ แล้วยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 แยกเป็นรายปีตามจำนวนปีของอายุสัญญาเช่า (เช่น สัญญา 10 ปี

โดยหลักต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 จำนวน 10 ฉบับ ปีละฉบับ)

โดยยื่นพร้อมกันทั้งหมดในคราวเดียวและชำระภาษีรวมของทุกปีในคราวเดียวเช่นกัน

ซึ่งโดยทั่วไปต้องยื่นและชำระภายในกำหนดเวลาเดียวกับการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีของปีภาษีที่ได้รับเงินก้อนนั้น (โดยทั่วไปคือภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

เว้นแต่กรมสรรพากรจะประกาศขยายเวลาเป็นกรณีไป) ที่เรียกว่า "ยื่นล่วงหน้า" เพราะเป็นการชำระภาษีของปีภาษีในอนาคตตามส่วนที่เฉลี่ยไว้ทั้งหมดล่วงหน้าไปพร้อมกัน แทนที่จะรอให้ถึงปีนั้น

ๆ จริงจึงยื่นและชำระตามปกติทีละปี

เอกสารและข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนยื่นแบบ ได้แก่

  • สำเนาสัญญาเช่าที่ระบุระยะเวลาเช่าและจำนวนเงินก้อนที่ได้รับให้ชัดเจน
  • หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากผู้เช่า เนื่องจากเงินก้อนลักษณะนี้ยังคงอยู่ในข่ายต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติเมื่อมีการจ่ายเงิน (กรณีผู้จ่ายเป็นนิติบุคคล โดยทั่วไปหักในอัตราร้อยละ 5 ตามหลักเกณฑ์ค่าเช่าทรัพย์สิน) และนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่คำนวณได้
  • รายละเอียดเงินได้อื่นของผู้มีเงินได้ในแต่ละปีที่นำมาเฉลี่ย เพื่อคำนวณภาษีให้ครบถ้วนถูกต้อง
  • บัตรประจำตัวประชาชนและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากร

โดยทั่วไปแนะนำให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.93 ด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนาของผู้มีเงินได้ เนื่องจากเป็นแบบเฉพาะกรณีที่ต้องแนบรายละเอียดการคำนวณเฉลี่ยเงินได้ประกอบ

และเงื่อนไข วิธีคำนวณ

ตลอดจนจำนวนฉบับที่ต้องยื่นอาจแตกต่างกันไปตามข้อเท็จจริงของแต่ละสัญญา ควรปรึกษาเจ้าหน้าที่สรรพากรหรือนักบัญชีภาษีเพื่อตรวจสอบวิธีคำนวณและช่องทางการยื่นที่ถูกต้อง ณ ปีที่ยื่นแบบ

ตัวอย่างเปรียบเทียบ: เฉลี่ยเงินได้ vs ไม่เฉลี่ย

สมมติคุณสมชายเป็นเจ้าของอาคารพาณิชย์ ให้เช่าอาคารระยะยาว 10 ปี ได้รับเงินค่าตอบแทนสัญญาเช่า เงินกินเปล่า ก้อนเดียว 5,000,000 บาทตอนเซ็นสัญญา

นอกเหนือจากค่าเช่ารายเดือนซึ่งเสียภาษีแยกตามปกติทุกปี

และคุณสมชายมีเงินได้อื่นสุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้วประมาณปีละ 400,000 บาท

รายการกรณีไม่เฉลี่ยกรณีเฉลี่ย 10 ปี ยื่น ภ.ง.ด.93
เงินก้อนหลังหักค่าใช้จ่ายเหมา 30%3,500,000 บาท รวมในปีเดียว350,000 บาทต่อปี คูณ 10 ปี
เงินได้สุทธิที่ต้องคำนวณภาษีต่อปี3,900,000 บาท ปีที่ได้รับ (บวกเงินได้อื่น 400,000 บาท)750,000 บาทต่อปี ทุกปี
อัตราภาษีสูงสุดที่ต้องเสีย30%15%
ภาษีรวมโดยประมาณตลอด 10 ปีประมาณ 1,092,500 บาทประมาณ 650,000 บาท

ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักการเฉลี่ยเงินได้ตามมาตรา 60 ทวิ โดยอิงอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได (5-35%) ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ตัวเลข

"ภาษีรวมโดยประมาณตลอด 10 ปี" ของกรณีไม่เฉลี่ย

เป็นผลรวมของภาษีปีที่ได้รับเงินก้อน (คำนวณจากเงินได้สุทธิ 3,900,000 บาท) บวกกับภาษีจากเงินได้อื่นปีละ 400,000 บาท ในอีก 9 ปีที่เหลือ

เพื่อให้เปรียบเทียบกับกรณีเฉลี่ยซึ่งคำนวณจากเงินได้รวมปีละ 750,000 บาท ตลอด 10 ปี บนฐานเดียวกัน

ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวยังไม่รวมเครดิตภาษีหัก ณ ที่จ่ายและปัจจัยอื่น การคำนวณจริงต้องอิงเงินได้และค่าลดหย่อนจริงของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจ

ข้อควรระวังก่อนตัดสินใจเลือกยื่น ภ.ง.ด.93

แม้การเฉลี่ยเงินได้จะช่วยลดภาระภาษีรวมได้จริงในหลายกรณี แต่มีข้อควรพิจารณาก่อนตัดสินใจดังนี้

  • ต้องมีเงินสดจ่ายภาษีก้อนใหญ่ทันที แม้จะเฉลี่ยเงินได้ตามปีของสัญญา แต่ภาษีที่คำนวณได้ของทุกปีต้องชำระรวมกันในคราวเดียวตอนยื่นแบบ ไม่ได้ผ่อนจ่ายเป็นรายปีจริง จึงต้องวางแผนกระแสเงินสดให้พร้อม
  • เป็นสิทธิเฉพาะบุคคลธรรมดา ผู้ให้เช่าที่เป็นนิติบุคคลไม่สามารถใช้สิทธินี้ได้ ต้องรับรู้รายได้ตามมาตรฐานบัญชีและเกณฑ์สิทธิตามปกติ
  • ค่าเช่ารายเดือนยังต้องยื่นภาษีตามรอบปกติ การยื่น ภ.ง.ด.93 ครอบคลุมเฉพาะเงินก้อนที่เฉลี่ยเท่านั้น ค่าเช่ารายเดือนปกติยังต้องนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้ประจำปีหรือภาษีครึ่งปีตามปกติทุกปี
  • ควรคำนวณเปรียบเทียบก่อนเลือก ในบางกรณีที่เงินได้อื่นของผู้มีเงินได้ต่ำอยู่แล้ว หรืออายุสัญญาเช่าสั้น ผลต่างของภาษีระหว่างสองวิธีอาจไม่มากนัก จึงควรให้นักบัญชีภาษีคำนวณเปรียบเทียบทั้งสองแนวทางก่อนตัดสินใจยื่นแบบจริง

การวางแผนภาษีสำหรับเงินก้อนจากสัญญาเช่าระยะยาวควรเริ่มตั้งแต่ก่อนเซ็นสัญญา เพื่อให้ทั้งฝ่ายผู้ให้เช่าและผู้เช่าเตรียมเอกสารและกระแสเงินสดได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ไม่ใช่มาคำนวณย้อนหลังหลังรับเงินแล้ว

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ภ.ง.ด.93 คืออะไร ยื่นภาษีล่วงหน้าเงินก้อนค่าเช่าระยะยาว ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภ.ง.ด.93 ต่างจาก ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.94 อย่างไร

ภ.ง.ด.90 คือแบบยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีตามปกติ ภ.ง.ด.94 คือแบบยื่นภาษีครึ่งปีสำหรับเงินได้บางประเภท เช่น ค่าเช่าตามมาตรา 40(5)-(8) ส่วน ภ.ง.ด.93

เป็นแบบเฉพาะกรณีผู้มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินที่ได้รับเงินก้อนใหญ่ล่วงหน้าและเลือกใช้สิทธิเฉลี่ยเงินได้ตามมาตรา 60 ทวิ

จึงต้องยื่นและชำระภาษีที่คำนวณจากการเฉลี่ยทั้งหมดในคราวเดียวก่อนกำหนดเวลาปกติ

ถ้าไม่เลือกยื่น ภ.ง.ด.93 จะเกิดอะไรขึ้น

หากไม่ใช้สิทธิเฉลี่ยเงินได้ เงินก้อนที่ได้รับทั้งหมดต้องนำไปรวมเป็นเงินได้ของปีภาษีที่ได้รับเงินนั้นทั้งจำนวน แล้วยื่นภาษีตามปกติผ่าน ภ.ง.ด.90 ภายในกำหนดเวลาปกติ

ซึ่งมักทำให้ฐานภาษีของปีนั้นสูงขึ้นมากและต้องเสียภาษีในอัตราก้าวหน้าที่สูงกว่าการเลือกเฉลี่ย

นิติบุคคลที่ได้รับเงินกินเปล่าจากการให้เช่าระยะยาวใช้สิทธิ ภ.ง.ด.93 ได้หรือไม่

ไม่ได้ สิทธิเฉลี่ยเงินได้ตามมาตรา 60 ทวิ และแบบ ภ.ง.ด.93 ใช้เฉพาะบุคคลธรรมดาที่มีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สินตามมาตรา 40(5)(ก) เท่านั้น

นิติบุคคลต้องรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิและมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ใช้อยู่แล้ว

หลังยื่น ภ.ง.ด.93 และชำระภาษีตามที่เฉลี่ยแล้ว ต้องนำเงินก้อนนี้ไปยื่นภาษีซ้ำในปีถัดไปอีกหรือไม่

ไม่ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน แต่เงินได้ส่วนที่เฉลี่ยของแต่ละปียังคงต้องนำไปรวมแสดงในการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี (ภ.ง.ด.90) ของปีนั้นตามปกติ

เพียงแต่ภาษีที่ชำระไว้ล่วงหน้าตามแบบ ภ.ง.ด.93

ของปีนั้นจะนำมาใช้เป็นเครดิตหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ จึงมักไม่มีภาษีเพิ่มเติมต้องชำระอีก เว้นแต่เงินได้อื่นของปีนั้นเปลี่ยนแปลงไป ส่วนค่าเช่ารายเดือนปกติ (ถ้ามี)

ยังคงต้องยื่นภาษีตามรอบปกติทุกปีเช่นเดิม

หลังจากจัดการเรื่องภาษีในแต่ละเดือนเรียบร้อยแล้ว การกลับมาทบทวนภาพรวมทั้งปีร่วมกับบริการที่ปรึกษาภาษีและวางแผนภาษี จะช่วยให้ธุรกิจเตรียมตัวได้ดีขึ้น