ธุรกิจโครงการระยะยาวมักมีรายได้และต้นทุนเกิดคนละเดือน หากดูบัญชีแบบเดือนต่อเดือนโดยไม่แยกโครงการ กำไรอาจแกว่งและผู้บริหารไม่รู้ว่าโครงการไหนทำเงินจริง
สรุปประเด็นที่ควรรู้
- กำหนดรหัสโครงการ
- ติดตามงวดงานและต้นทุนจริง
- แยกรายได้ค้างรับและต้นทุนค้างจ่าย
รหัสโครงการคือฐานของรายงาน
ทุกเอกสารที่เกี่ยวกับโครงการควรมีรหัสโครงการ เช่น ใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบซื้อ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายเดินทาง
ถ้าไม่มีรหัสโครงการ บัญชีจะรวมต้นทุนทุกงานเข้าด้วยกัน ทำให้ไม่รู้ว่างานใดกำไรหรือขาดทุน
- รายได้ตามโครงการ
- ต้นทุนวัสดุหรือ Subcontract
- ค่าแรงทีมงาน
- ค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายเฉพาะโครงการ
- งวดงานที่ส่งมอบแล้ว
งวดงานต้องเชื่อมกับการรับรู้รายได้
ธุรกิจโครงการควรมีตารางงวดงานที่ระบุว่าเรียกเก็บเงินเมื่อใด ส่งมอบงานเมื่อใด และลูกค้ารับงานแล้วหรือยัง
ข้อมูลนี้ช่วยให้สำนักงานบัญชีพิจารณารายได้ค้างรับ เงินรับล่วงหน้า และภาษีที่เกี่ยวข้องได้ถูกต้องขึ้น
- มูลค่าสัญญา
- งวดงาน
- สถานะส่งมอบ
- วันที่ออกใบแจ้งหนี้
- วันที่รับเงิน
รายงานกำไรโครงการควรออกทุกเดือน
แม้โครงการยังไม่จบ ผู้บริหารควรเห็นต้นทุนสะสม เทียบงบประมาณ และกำไรคาดการณ์ เพื่อแก้ปัญหาก่อนขาดทุนหนัก
รายงานนี้ควรแยกต้นทุนที่เกิดแล้ว ต้นทุนผูกพัน และต้นทุนประมาณการจนจบโครงการ
- รายได้สะสม
- ต้นทุนสะสม
- ต้นทุนคงเหลือโดยประมาณ
- กำไรคาดการณ์
- ประเด็นเสี่ยงของโครงการ
ตารางเปรียบเทียบเกณฑ์การรับรู้รายได้สำหรับงานโครงการ (Revenue Recognition Criteria)
ข้อดีและข้อจำกัดของแต่ละเกณฑ์ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ส่งผลต่องบรายเดือน:
| เกณฑ์การรับรู้ | เงื่อนไขทางบัญชี | ข้อดี/ข้อจำกัดสำหรับ SME |
|---|---|---|
| เกณฑ์สัดส่วนของงานที่ทำเสร็จ (Percentage of Completion) | รับรู้รายได้ตามอัตราส่วนของงานที่ทำเสร็จจริงในแต่ละเดือน | สะท้อนกำไรที่แท้จริงในแต่ละเดือน แต่ต้องมีการประเมินงวดงานโดยวิศวกรที่น่าเชื่อถือ |
| เกณฑ์เมื่อเสร็จสิ้นงาน (Completed Contract Basis) | รับรู้รายได้ทั้งหมดเมื่องานหรือโครงการเสร็จสมบูรณ์ 100% | วัดผลง่ายและแน่นอนสูงมาก แต่ทำให้รายได้และกำไรในแต่ละเดือนแกว่งตัวค่อนข้างรุนแรง |
| เกณฑ์งวดการเรียกเก็บเงิน (Billing Basis) | รับรู้รายได้ตามงวดบิลที่จัดส่งให้ลูกค้าตามสัญญา | ทำงานร่วมกับกระแสเงินสดได้ง่าย แต่อาจไม่สะท้อนเนื้องานจริงหากเก็บเงินมัดจำล่วงหน้าจำนวนมาก |
เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้
สิ่งที่ควรทำทันที
- สร้างรหัสโครงการ
- ทำตารางงวดงาน
- แยกต้นทุนตามโครงการ
- รีวิวกำไรโครงการรายเดือน
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร
- ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing กรมสรรพากร
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ระบบ DBD e-Filing
- สำนักงานประกันสังคม
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ธุรกิจบริการเล็ก ๆ ต้องทำ Project Accounting ไหม
ถ้ามีงานหลายโครงการและต้นทุนต่างกัน ควรทำอย่างน้อยแบบง่าย เพื่อรู้ว่างานไหนกำไรจริง
รับเงินก่อนเริ่มโครงการบันทึกอย่างไร
ต้องพิจารณาว่าเป็นเงินรับล่วงหน้าหรือรายได้ตามเงื่อนไขสัญญาและจุดภาษีที่เกี่ยวข้อง ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจ
ต้นทุนทีมงานภายในปันเข้าโครงการได้ไหม
ทำได้หากมีเกณฑ์ที่สมเหตุสมผลและใช้สม่ำเสมอ เช่น ชั่วโมงทำงานหรือ Timesheet