เมื่อกิจการเริ่มซื้อบริการจากต่างประเทศ เช่น ค่า software รายปี ค่า consulting ค่าโฆษณาออนไลน์จากแพลตฟอร์มต่างประเทศ หรือค่าสิทธิการใช้งานต่าง ๆ คำถามที่ตามมามักมีสองเรื่องที่แยกกันชัด คือ VAT (ผ่านแบบ ภ.พ.36) และ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ผ่านแบบ ภ.ง.ด.54) ซึ่งเป็นคนละภาษี คนละแบบ และอาจต้องนำส่งพร้อมกันในเดือนเดียวกัน
ภ.ง.ด.54 คืออะไร และใช้เมื่อไหร่
ภ.ง.ด.54 คือ "แบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับการหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70 และมาตรา 70 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร" กล่าวคือเมื่อบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทย จ่ายเงินได้บางประเภทไปให้นิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบกิจการในไทย กฎหมายกำหนดให้ผู้จ่ายต้องหักภาษีไว้ก่อนโอน แล้วนำส่งให้กรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด.54
ภาษีนี้เป็น ภาระของผู้จ่าย ไม่ใช่ผู้รับ — ผู้รับในต่างประเทศได้รับเงินสุทธิหลังหัก ส่วนภาษีที่หักได้ ผู้จ่ายนำส่งแทน หากไม่หักหรือหักผิดอัตราจะถือว่าผู้จ่ายนำส่งไม่ครบ และต้องรับผิดชอบทั้งภาษีขาดและเงินเพิ่ม (ข้อมูล ณ ปี 2569)
ประเภทเงินได้ที่ต้องหักและอัตราภาษี
อัตราภาษีขึ้นกับ ประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 ของประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้
- ค่าบริการ ค่านายหน้า ค่าธรรมเนียม (มาตรา 40(2)) — อัตรา 15%
- ค่าสิทธิ ค่าลิขสิทธิ์ สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า ความลับทางการค้า (มาตรา 40(3)) — อัตรา 15%
- ดอกเบี้ย (มาตรา 40(4)(ก)) — อัตรา 15%
- เงินปันผล (มาตรา 40(4)(ข)) — อัตรา 10%
- ค่าเช่าทรัพย์สิน (มาตรา 40(5)) — อัตรา 15%
- วิชาชีพอิสระ เช่น แพทย์ สถาปนิก วิศวกร (มาตรา 40(6)) — อัตรา 15%
- กำไรที่โอนกลับต่างประเทศ (มาตรา 70 ทวิ) — อัตรา 10%
กรณีที่พบบ่อยในธุรกิจ SME คือ ค่า SaaS/software subscription (มักจัดเป็นค่าสิทธิ มาตรา 40(3) อัตรา 15%) และค่า consulting จากบริษัทต่างประเทศ (มาตรา 40(2) หรือ 40(6) อัตรา 15%) อย่างไรก็ตาม การจัดประเภทรายการแต่ละอย่างควรพิจารณาจากลักษณะสัญญาและเนื้อหาบริการจริง ไม่ใช่เพียงชื่อ invoice
กำหนดเวลานำส่ง ภ.ง.ด.54
ผู้จ่ายเงินต้องนำส่งภาษีที่หักไว้ภายใน 7 วันนับจากวันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน หากยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรจะได้รับขยายเวลาเป็น 15 วันนับจากวันสิ้นเดือน กำหนดนี้สั้นมาก — กิจการที่โอนเงินต่างประเทศในวันที่ 1 ของเดือนก็ต้องนำส่งภาษีภายในเดือนนั้นเอง ดังนั้นจึงไม่ควรรวบรวมเอกสารสิ้นไตรมาสแล้วค่อยจัดการ
หากนำส่งล่าช้า จะเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ขาด ประกอบกับอาจมีเบี้ยปรับเพิ่มเติมตามกรณี
ภ.พ.36 กับ ภ.ง.ด.54 ต่างกันอย่างไร — และทำไมบางธุรกรรมต้องยื่นทั้งคู่
นี่คือจุดที่สับสนมากที่สุด: ภ.พ.36 และ ภ.ง.ด.54 เป็น คนละภาษีคนละแบบ แต่ธุรกรรมเดียวกันอาจกระตุ้นทั้งสองพร้อมกัน
ภ.พ.36 — นำส่ง VAT แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ
- ใช้เมื่อซื้อ บริการ จากผู้ประกอบการต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT ในไทย และบริการนั้นถูกนำมาใช้ในไทย
- อัตราภาษี: 7% VAT ของมูลค่าบริการ (ปัจจุบัน ณ ปี 2569 — ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร เนื่องจากอัตรา 7% อาจต้องต่ออายุพระราชกฤษฎีกาเป็นรายปี)
- กำหนดนำส่ง: 7 วัน (หรือ 15 วันหาก e-Filing) นับจากวันสิ้นเดือนที่จ่าย
- ภาษีซื้อจาก ภ.พ.36 สามารถนำไปหักเป็นภาษีซื้อในแบบ ภ.พ.30 ได้ หากกิจการจดทะเบียน VAT
ภ.ง.ด.54 — หักภาษีเงินได้แทนนิติบุคคลต่างประเทศ
- ใช้เมื่อจ่าย เงินได้ตามมาตรา 40(2)-(6) หรือกำไรโอนกลับตามมาตรา 70 ทวิ ให้นิติบุคคลต่างประเทศที่ไม่ได้ดำเนินการในไทย
- อัตราภาษี: ส่วนใหญ่ 15% ยกเว้นเงินปันผลและกำไรโอนกลับ 10%
- กำหนดนำส่ง: 7 วัน (หรือ 15 วันหาก e-Filing) นับจากวันสิ้นเดือนที่จ่าย
- ไม่มีการออก "หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย" ฉบับเดียวกับการหัก ณ ที่จ่ายในประเทศ (ใบ 50 ทวิ) — เพราะผู้รับเป็นนิติบุคคลต่างประเทศ แต่ผู้จ่ายต้องเก็บหลักฐานการนำส่งแบบ ภ.ง.ด.54 และสำเนา invoice ไว้ประกอบ
ตัวอย่างที่ต้องยื่นทั้งคู่: กิจการจดทะเบียน VAT จ่ายค่า consulting ให้บริษัทต่างประเทศที่ไม่มี PE ในไทย — ต้องยื่น ภ.พ.36 นำส่ง VAT 7% และยื่น ภ.ง.ด.54 หักภาษีเงินได้ 15% ในเดือนเดียวกัน โดยโอนเงินให้ต่างประเทศในยอดสุทธิหลังหักภาษี
อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ลดอัตราภาษีได้
ไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement — DTA) กับหลายสิบประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน สหราชอาณาจักร เยอรมนี และสหรัฐอเมริกา อนุสัญญาเหล่านี้อาจกำหนดอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต่ำกว่าอัตราในประมวลรัษฎากร เช่น ลดลงเหลือ 5% หรือ 10% สำหรับบางประเภทเงินได้
เพื่อใช้อัตรา DTA ผู้รับเงินในต่างประเทศต้องแสดงหลักฐานว่าเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในประเทศคู่สัญญา (Tax Residency Certificate) และต้องเป็น "ผู้ได้รับผลประโยชน์ที่แท้จริง" (beneficial owner) ของเงินนั้น การใช้อัตรา DTA โดยไม่มีหลักฐานครบถ้วนมีความเสี่ยงถูกประเมินภาษีเพิ่ม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจใช้อัตราพิเศษ
ธุรกรรมที่พบบ่อยในธุรกิจ SME และสิ่งที่ต้องทำ
ด้านล่างนี้คือสถานการณ์ที่เจ้าของธุรกิจ SME พบบ่อยที่สุด พร้อมแนวทางเบื้องต้น
- จ่ายค่า SaaS หรือ software subscription ให้บริษัทต่างประเทศ (เช่น Adobe, Zoom, Slack) — โดยทั่วไปอาจถือเป็นค่าสิทธิ (มาตรา 40(3)) อัตรา 15% ต้องยื่น ภ.ง.ด.54 และหาก VAT-registered ต้องยื่น ภ.พ.36 อีกด้วย อย่างไรก็ตาม การตีความขึ้นกับรายละเอียดสัญญา — บางแพลตฟอร์มถือว่าเป็นการขายสิทธิใช้งาน บางรายถือว่าเป็นค่าบริการ ควรปรึกษาผู้ดูแลบัญชี
- จ่ายค่าโฆษณาออนไลน์ให้ Meta, Google, TikTok — ปัจจุบันแพลตฟอร์มเหล่านี้มีกลไกจัดการ VAT เองบางส่วน แต่ยังต้องตรวจสอบว่ากิจการต้องยื่น ภ.พ.36 หรือไม่ตามสถานะการจดทะเบียน VAT และสถานะ VAT ของแพลตฟอร์มในไทย
- จ่ายค่า consulting หรือค่าที่ปรึกษาให้บุคคลหรือบริษัทต่างประเทศ — ต้องตรวจสอบว่าผู้รับเป็น นิติบุคคล หรือ บุคคลธรรมดา เพราะบุคคลธรรมดาต่างชาติที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในไทยอาจอยู่ภายใต้กฎคนละมาตรา อีกทั้งต้องพิจารณาว่าผู้รับมี Permanent Establishment (PE) ในไทยหรือไม่
- จ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นต่างประเทศ — ต้องหักภาษี 10% และยื่น ภ.ง.ด.54 ภายใน 7 วัน (หรือ 15 วัน e-Filing) นับจากวันสิ้นเดือนที่จ่าย อัตราอาจลดลงตาม DTA ของประเทศที่ผู้ถือหุ้นมีถิ่นที่อยู่
เอกสารที่ต้องเตรียมให้บัญชีทุกครั้งที่จ่ายเงินต่างประเทศ
ข้อมูลต่อไปนี้มีผลโดยตรงต่อการพิจารณาทั้ง ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 ควรส่งให้บัญชีทันทีที่มีการโอนเงิน ไม่ใช่รอสิ้นเดือน
- Invoice หรือ billing statement ต้นฉบับจาก supplier ต่างประเทศ (พร้อมคำอธิบายบริการที่ชัดเจน)
- หลักฐานการโอนเงินหรือรายการตัดบัตรเครดิต พร้อมวันที่จ่ายจริง
- ข้อมูลของผู้รับ: ชื่อบริษัท ประเทศที่ตั้ง และประเภทนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา
- สัญญาหรือ Terms of Service ถ้ามี (ช่วยระบุประเภทเงินได้ตามมาตรา 40)
- Tax Residency Certificate ของผู้รับ ในกรณีที่ต้องการใช้อัตรา DTA
สิ่งที่ต้องระวัง: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ความเข้าใจผิดที่ทำให้เสียภาษีเพิ่ม
- คิดว่าจ่าย VAT ผ่าน ภ.พ.36 แล้วไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.54 อีก — สองแบบนี้เป็นคนละภาษีและมักต้องยื่นพร้อมกัน
- โอนเงินเต็มจำนวนโดยไม่หักภาษี — หากไม่หักก่อนโอน กรมสรรพากรอาจถือว่าภาษีที่หักได้นั้นเป็นภาระของผู้จ่าย และคำนวณฐานภาษีแบบ gross-up ทำให้ยอดภาษีสูงกว่าที่คิด
- ใช้อัตราภาษีผิดประเภทเงินได้ — เช่น จ่ายค่าสิทธิ (15%) แต่ยื่นในอัตราเงินปันผล (10%)
- นำส่งแบบหลังกำหนด — กำหนด 7 วันหรือ 15 วัน (e-Filing) นับจากวันสิ้นเดือนนั้นสั้นมาก หากลืมหรือรอเอกสาร จะเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนทันที
- ไม่เก็บหลักฐานการนำส่ง — ควรเก็บสำเนาแบบ ภ.ง.ด.54 และใบเสร็จรับเงินจากกรมสรรพากรทุกครั้ง รวมถึง invoice และหลักฐานโอนเงินประกอบ
สรุป: จ่ายต่างประเทศ ต้องดูสองแบบพร้อมกัน
ภ.ง.ด.54 เป็นหน้าที่ของผู้จ่ายในไทย ไม่ใช่ผู้รับต่างประเทศ กิจการที่จ่ายค่าบริการ ค่าสิทธิ ดอกเบี้ย หรือเงินปันผลไปต่างประเทศต้องหักภาษีที่อัตราตามประเภทเงินได้ (โดยทั่วไป 15% หรือ 10%) และนำส่งภายใน 7 วัน (หรือ 15 วัน หาก e-Filing) จากวันสิ้นเดือนที่จ่าย พร้อมกันนั้นยังอาจต้องยื่น ภ.พ.36 นำส่ง VAT อีกด้วยหากเข้าเงื่อนไข
เจ้าของกิจการไม่จำเป็นต้องจำตัวบทกฎหมายทุกข้อ แต่ควรส่งเอกสารและข้อมูลบริการที่ซื้อให้บัญชีทราบ ทันทีที่มีการจ่ายเงิน ไม่ใช่สิ้นเดือนหรือสิ้นไตรมาส เพื่อให้ตรวจสอบและนำส่งภาษีได้ทันกำหนด หากไม่แน่ใจว่ารายการใดต้องยื่น ภ.ง.ด.54 หรือ ภ.พ.36 หรือทั้งคู่ การปรึกษาผู้ดูแลบัญชีล่วงหน้าจะป้องกันเงินเพิ่มและเบี้ยปรับได้มากกว่าการแก้ไขภายหลัง
เช็กลิสต์ก่อนจ่ายเงินต่างประเทศ
ทุกครั้งที่มีรายการจ่ายไปต่างประเทศ ให้ตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้เพื่อให้ครอบคลุมทั้งภาษีเงินได้และ VAT
ตรวจสอบก่อนโอนเงิน
- ระบุประเภทเงินได้ให้ชัด: ค่าบริการ ค่าสิทธิ ดอกเบี้ย เงินปันผล ค่าเช่า หรือค่าวิชาชีพ
- ตรวจสอบว่าผู้รับเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา และมี PE ในไทยหรือไม่
- ตรวจสอบว่าไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศผู้รับหรือไม่ หากมี ขอ Tax Residency Certificate
- คำนวณภาษีที่ต้องหัก (15% หรือ 10%) และโอนเงินสุทธิให้ผู้รับ
- ตรวจสอบว่าต้องยื่น ภ.พ.36 (VAT) ด้วยหรือไม่
ตรวจสอบหลังจ่ายเงิน
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 พร้อมชำระภาษีภายใน 7 วัน (กระดาษ) หรือ 15 วัน (e-Filing) นับจากวันสิ้นเดือนที่จ่าย
- ยื่นแบบ ภ.พ.36 ภายในกำหนดเดียวกัน หากเข้าเงื่อนไข VAT
- บันทึกรายการในบัญชีด้วยยอดก่อนหัก (gross) และแสดงภาษีที่หักแยกต่างหาก
- เก็บสำเนาแบบ ภ.ง.ด.54, ภ.พ.36, ใบเสร็จรับเงิน, invoice และหลักฐานโอนเงินไว้ครบถ้วน
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: Withholding Tax (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย)
- กรมสรรพากร: ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- กรมสรรพากร: ตารางอัตราภาษีในอนุสัญญาภาษีซ้อน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภ.ง.ด.54 ต้องยื่นภายในกำหนดเวลาเท่าไหร่ และหากยื่นล่าช้ามีโทษอะไร?
ต้องนำส่งภาษีและยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ภายใน 7 วันนับจากวันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน หากยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรจะได้รับขยายเวลาเป็น 15 วันนับจากวันสิ้นเดือน หากนำส่งล่าช้าจะเสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ขาด และอาจมีเบี้ยปรับเพิ่มเติมตามกรณี
จ่ายค่า software subscription หรือ SaaS ให้บริษัทต่างประเทศ ต้องยื่น ภ.ง.ด.54 ด้วยหรือไม่?
โดยทั่วไปค่า software subscription หรือ SaaS อาจถือเป็นค่าสิทธิ (มาตรา 40(3)) ซึ่งต้องหักภาษีในอัตรา 15% และยื่น ภ.ง.ด.54 อย่างไรก็ตามการจัดประเภทขึ้นกับรายละเอียดสัญญาและลักษณะการให้สิทธิใช้งาน บางกรณีอาจถือเป็นค่าบริการ (มาตรา 40(2)) ในอัตราเดียวกัน นอกจากนี้หากกิจการจดทะเบียน VAT อาจต้องยื่น ภ.พ.36 นำส่ง VAT 7% พร้อมกันด้วย ควรปรึกษาผู้ดูแลบัญชีเพื่อระบุประเภทให้ถูกต้องตามสัญญาจริง
ภ.ง.ด.54 กับ ภ.พ.36 ต้องยื่นพร้อมกันหรือไม่ และต่างกันอย่างไร?
ภ.ง.ด.54 และ ภ.พ.36 เป็นคนละภาษีคนละแบบ แต่มีกำหนดเวลานำส่งเหมือนกัน คือ 7 วัน (กระดาษ) หรือ 15 วัน (e-Filing) นับจากวันสิ้นเดือนที่จ่าย ภ.ง.ด.54 ใช้นำส่งภาษีเงินได้ที่หักจากการจ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(2)–(6) ให้นิติบุคคลต่างประเทศ ส่วน ภ.พ.36 ใช้นำส่ง VAT 7% แทนผู้ให้บริการต่างประเทศที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT ในไทย ธุรกรรมเดียวกันอาจต้องยื่นทั้งสองแบบพร้อมกัน เช่น จ่ายค่า consulting ให้บริษัทต่างประเทศที่ไม่มีสาขาในไทย