ตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์และพระราชบัญญัติการบัญชี นิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัดมีหน้าที่ต้องจัดทำงบการเงินประจำปี ได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) จากนั้นต้องนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น และนำส่งต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) และ กรมสรรพากร ภายในระยะเวลาที่กำหนด หากละเลยหรือนำส่งเกินเวลากำหนด จะมีอัตราโทษปรับทั้งตัวนิติบุคคลและปรับส่วนตัวของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามอีกด้วย
สรุปเดดไลน์การยื่นงบการเงินปกติ (Standard Deadlines)
สำหรับนิติบุคคลทั่วไปที่มีรอบบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม กำหนดการสำคัญมีดังนี้:
- จัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น (AGM): ภายใน 4 เดือนนับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชี (กรณีรอบบัญชี 31 ธ.ค. ต้องจัดประชุมภายในวันที่ 30 เมษายน ของปีถัดไป)
- ยื่นรายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ต่อ DBD: ภายใน 14 วันนับจากวันประชุมสามัญ (ปกติคือภายในวันที่ 14 พฤษภาคม)
- ยื่นงบการเงินต่อ DBD (ผ่านระบบ e-Filing): ภายใน 1 เดือนนับจากวันประชุมใหญ่สามัญผู้ถือหุ้น (ปกติคือภายในวันที่ 31 พฤษภาคม)
- ยื่นงบการเงินและแบบ ภ.ง.ด.50 ต่อสรรพากร: ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นสุดรอบบัญชี (ปกติคือภายในวันที่ 30 พฤษภาคม สำหรับยื่นกระดาษ หรือขยายเวลาประมาณ 8 วันสำหรับการยื่นออนไลน์)
อัตราค่าปรับการยื่นงบล่าช้าต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)
ค่าปรับของ DBD จะปรับทั้งตัว บริษัท และ กรรมการผู้มีอำนาจ (หารกึ่งหนึ่งกันตามฐานความผิด) โดยอัตราค่าปรับจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาที่ล่าช้า ดังตารางต่อไปนี้:
| ระยะเวลาที่ส่งงบล่าช้า | ค่าปรับตัวบริษัท (บาท) | ค่าปรับตัวกรรมการ (บาท) | รวมยอดปรับทั้งหมด (บาท) |
|---|---|---|---|
| ล่าช้าไม่เกิน 2 เดือน | 1,000 | 1,000 | 2,000 |
| ล่าช้าเกิน 2 เดือน แต่ไม่เกิน 4 เดือน | 3,000 | 3,000 | 6,000 |
| ล่าช้าเกิน 4 เดือนขึ้นไป | 6,000 | 6,000 | 12,000 |
| ไม่ยื่นเลย (มีหมายเรียกจากตำรวจ/ศาล) | 12,000+ | 12,000+ | 24,000+ (ตามเกณฑ์ฟ้องร้อง) |
ระวัง! ความรับผิดชอบส่วนตัวของกรรมการ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้าใช้หลักเกณฑ์การปรับรายตัวกรรมการด้วย หมายความว่าหากบริษัทมีกรรมการผู้มีอำนาจลงนามร่วมกัน 2 คน และไม่ได้กำหนดข้อจำกัดไว้ ยอดค่าปรับส่วนตัวกรรมการอาจจะคูณ 2 เท่า ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายสะสมเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อเวลาล่วงเลยไป
ค่าปรับกรณีนำส่งงบการเงินและยื่นภาษีล่าช้าต่อ กรมสรรพากร
สรรพากรจะเรียกเก็บในสองส่วนหลักดังนี้:
- ค่าปรับอาญาสำหรับการยื่นแบบล่าช้า:
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เกินกำหนดภายใน 7 วัน มีโทษปรับอาญา 1,000 บาท
- ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เกินกำหนด 7 วันขึ้นไป มีโทษปรับอาญา 2,000 บาท
- เงินเพิ่ม (Surcharge) จากภาษีค้างจ่าย:
- กรณีที่งบการเงินนั้นคำนวณแล้วมีกำไรสุทธิทางภาษีและมี ภาษีที่ต้องชำระ สรรพากรจะคิดดอกเบี้ยปรับเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน (เศษของเดือนคิดเป็น 1 เดือน) ของยอดภาษีที่ต้องจ่าย จนกว่าจะชำระครบถ้วน (เพดานสูงสุดไม่เกินจำนวนภาษีค้างจ่าย)
ขั้นตอนและวิธีแก้ไขเมื่อบริษัทของคุณลืมหรือยื่นงบล่าช้า
หากพบว่าบริษัทลืมยื่นงบการเงินหรือปิดงบไม่ทัน ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาดเพราะค่าปรับและคดีความจะมีอายุความสะสม ให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้:
ขั้นตอนที่ 1: ติดต่อสำนักงานบัญชีเพื่อเร่งทำบัญชีและตรวจสอบงบ
จัดเตรียมเอกสารซื้อ ขาย ธนาคาร และค่าใช้จ่ายทั้งหมดของปีนั้น ๆ ทันที เพื่อส่งให้ผู้ทำบัญชีจัดทำสมุดบัญชีแยกประเภทและส่งงบการเงินให้ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ตรวจสอบและรับรองความถูกต้องโดยด่วนที่สุด ยิ่งปิดงบเร็ว ยอดวันล่าช้าก็น้อยลง
ขั้นตอนที่ 2: นำส่งงบผ่านระบบ DBD e-Filing และยื่น ภ.ง.ด.50 ออนไลน์
เมื่อผู้สอบบัญชีลงนามแล้ว ให้สำนักงานบัญชีอัปโหลดงบการเงินเข้าสู่ระบบ DBD e-Filing และยื่น ภ.ง.ด.50 ผ่านระบบ e-Filing ของสรรพากร ระบบจะบันทึกสถานะวันนำส่งจริงและคำนวณยอดวันที่ล่าช้าโดยอัตโนมัติ
ขั้นตอนที่ 3: ชำระค่าปรับเปรียบเทียบอาญา
หลังจากส่งงบสำเร็จแล้ว จะต้องชำระเงินค่าปรับตามช่องทางกฎหมาย:
- ค่าปรับสรรพากร: สามารถชำระค่าปรับอาญา (2,000 บาท) พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ผ่านระบบออนไลน์ได้ทันที
- ค่าปรับ DBD: ต้องรอหนังสือแจ้งเตือนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเศรษฐกิจ หรือให้ที่ปรึกษาบัญชีเข้าประสานงานที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือสถานีตำรวจที่รับผิดชอบคดีเปรียบเทียบปรับเพื่อจ่ายเงินและปิดคดีอาญาอย่างถูกต้อง
ทำไมบริการแก้งานค้างและปิดงบย้อนหลังของ A Plus Me จึงตอบโจทย์
ที่ A Plus Me เรามีทีมงานที่เชี่ยวชาญพิเศษด้านการแก้งานค้างและเคลียร์ปัญหางบการเงินค้างส่ง:
- เร่งสะสางบัญชีรวดเร็ว: เรามีผู้สอบบัญชีพันธมิตรหลายท่านที่พร้อมเข้าตรวจสอบทันทีหลังจากทำบัญชีเสร็จ ช่วยลดระยะเวลาล่าช้าให้น้อยที่สุด
- ประสานงานลดหย่อนและไกล่เกลี่ยคดีความ: ช่วยจัดทำหนังสือชี้แจงเหตุผลความล่าช้า ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและ DBD เพื่อขอความอนุเคราะห์ลดหย่อนเบี้ยปรับตามเกณฑ์ของทางราชการ
- ปรับโครงสร้างบัญชีเพื่ออนาคต: เมื่อสะสางคดีความเก่าเสร็จ เราจะวางแผนระบบรับส่งเอกสารรายเดือนให้แก่ท่านเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการลืมปิดงบหรือส่งงบการเงินล่าช้าซ้ำอีกในปีถัด ๆ ไป
อ่านต่อในชุดกฎหมายและภาษีค้างส่ง
- คู่มือการปิดงบประจำปี สำหรับผู้ประกอบการนิติบุคคล
- 5 สัญญาณเตือนที่บอกว่าควรเปลี่ยนสำนักงานบัญชีได้แล้ว
- วิธีเลือกสำนักงานบัญชีให้พอดี ปลอดภัยจากค่าปรับย้อนหลัง
- ดูบริการสะสางบัญชีและแก้งานค้างส่งของ A Plus Me
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง อัตราค่าปรับยื่นงบการเงินล่าช้า และวิธีแก้ไขสำหรับนิติบุคคลที่เลยกำหนด ควรใช้เป็นแนวทางจัดระบบเอกสารและตัวเลขจริง ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์เท่านั้น เพราะคุณภาพบัญชีวัดจากการกระทบยอดได้และเจ้าของกิจการนำตัวเลขไปตัดสินใจได้
เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ
- รวบรวมเอกสารขาย ซื้อ ค่าใช้จ่าย ธนาคาร และรายการเจ้าของสำรองจ่ายให้ครบตามรอบเดือน
- กระทบยอดรายงานบัญชีกับรายการเดินบัญชีธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต๊อก และสินทรัพย์
- ตรวจว่ารายงานที่ได้รับช่วยตอบคำถามธุรกิจได้ เช่น กำไร กระแสเงินสด ภาษีค้างจ่าย และเอกสารที่ยังขาด
ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง
- ส่งเอกสารให้บัญชีเฉพาะตอนใกล้ยื่นภาษีหรือปิดงบ ทำให้แก้รายการผิดยาก
- บันทึกค่าใช้จ่ายโดยไม่มีใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานผู้รับเงินชัดเจน
- ดูเฉพาะกำไรขาดทุน แต่ไม่ตรวจเงินสด ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และภาษีที่ต้องจ่ายจริง
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า: บริการจดทะเบียนและข้อมูลนิติบุคคล
- กรมสรรพากร: ภาษีเงินได้นิติบุคคล
- กรมสรรพากร: ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
การจัดระบบเอกสารและส่งข้อมูลให้สำนักงานบัญชีตรวจสม่ำเสมอมีข้อดีอย่างไร?
ช่วยให้กิจการมีงบการเงินและตัวเลขที่อัปเดตสำหรับใช้วิเคราะห์ผลกำไรขาดทุนและสภาพคล่องเพื่อตัดสินใจทางธุรกิจได้ทันท่วงที อีกทั้งยังช่วยให้สามารถตรวจพบข้อผิดพลาดหรือเอกสารสูญหายได้เร็ว และปิดงบการเงินประจำปีได้เสร็จทันตามที่กฎหมายกำหนด
เอกสารขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกอบการนิติบุคคลต้องรวบรวมเพื่อส่งทำบัญชีรายเดือนประกอบด้วยอะไรบ้าง?
เอกสารรายได้ (ใบกำกับภาษีขาย, ใบเสร็จรับเงิน), เอกสารรายจ่าย (ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่าย), หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ), ใบแสดงรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement), และเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงานและประกันสังคม
หากข้อมูลในงบทดลองหรือบัญชีแยกประเภททั่วไปไม่ตรงกับหลักฐานภายนอก ควรมีขั้นตอนตรวจสอบอย่างไร?
ให้เริ่มทำรายการกระทบยอด (Reconciliation) ระหว่างบัญชีคุมในแยกประเภทกับเอกสารภายนอก เช่น ยอดเงินฝากธนาคารกับ Bank Statement, ยอดลูกหนี้/เจ้าหนี้การค้ากับใบเสร็จค้างรับ/ค้างจ่าย เพื่อหาจุดคลาดเคลื่อนของตัวเลขและทำการบันทึกปรับปรุงบัญชีให้ถูกต้อง