การใช้ผู้ถือหุ้นแทน (Nominee Shareholder) เพื่อให้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติในธุรกิจที่กฎหมายจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นต่างชาติไว้

ถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

มีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับสำหรับทั้งผู้ถือหุ้นแทนและผู้ใช้ให้ถือหุ้นแทน ผู้ประกอบการจึงควรเข้าใจความเสี่ยงและทางเลือกที่ถูกกฎหมายก่อนตัดสินใจโครงสร้างธุรกิจ

สารบัญบทความ
  1. Nominee Shareholder คืออะไร ทำไมถึงมีคนใช้
  2. ทำไม Nominee ถึงผิดกฎหมาย
  3. สัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจเข้าข่ายโครงสร้าง Nominee
  4. ทางเลือกที่ถูกกฎหมายสำหรับนักลงทุนต่างชาติ
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง (สมมติเพื่อการอธิบาย)
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  9. ตารางนำบทความไปใช้

Nominee Shareholder คืออะไร ทำไมถึงมีคนใช้

Nominee Shareholder หรือผู้ถือหุ้นแทน หมายถึงบุคคลสัญชาติไทยที่ถือหุ้นในบริษัทแทนชาวต่างชาติ โดยไม่ได้ลงทุนหรือรับความเสี่ยงทางธุรกิจจริง

เพียงแต่มีชื่อปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นเพื่อให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นไทยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

สาเหตุหลักที่มีผู้พยายามใช้โครงสร้างนี้คือ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดให้ธุรกิจบางประเภทต้องมีผู้ถือหุ้นไทยไม่น้อยกว่าสัดส่วนที่กฎหมายกำหนด

(โดยทั่วไปนักลงทุนต่างชาติมักถือหุ้นได้ไม่เกินสัดส่วนหนึ่งในธุรกิจที่สงวนไว้ ควรตรวจสอบรายละเอียดบัญชีท้ายกฎหมายกับผู้เชี่ยวชาญ)

เพื่อจำกัดมิให้ชาวต่างชาติครอบงำธุรกิจบางประเภทที่สงวนไว้สำหรับคนไทย

นักลงทุนต่างชาติบางรายจึงหาทางลัดด้วยการให้คนไทยที่ไม่ได้ลงทุนจริงมาถือหุ้นแทนในนามเพื่อให้ผ่านเกณฑ์สัดส่วนที่กฎหมายกำหนด

โดยมักมีข้อตกลงลับด้านหลังว่าอำนาจตัดสินใจและผลประโยชน์ที่แท้จริงยังคงเป็นของชาวต่างชาติทั้งหมด

ซึ่งเป็นการกระทำที่กฎหมายไทยระบุไว้ชัดเจนว่าเป็นความผิด

ทำไม Nominee ถึงผิดกฎหมาย

พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 กำหนดห้ามมิให้คนไทยให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนหรือร่วมประกอบธุรกิจกับคนต่างด้าว

โดยการถือหุ้นแทนหรือเป็นผู้ถือหุ้นแทน (Nominee)

เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่ต้องห้ามหรือจำกัดตามกฎหมายนี้ โดยไม่ได้ลงทุนหรือมีส่วนได้เสียในธุรกิจนั้นจริง

ทั้งฝ่ายผู้ถือหุ้นแทนและฝ่ายคนต่างด้าวที่ใช้ให้ถือหุ้นแทนต่างมีความผิดตามกฎหมายทั้งคู่

บทลงโทษตามกฎหมายนี้มีทั้งโทษจำคุกและโทษปรับ ซึ่งมีรายละเอียดอัตราโทษเฉพาะที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอัตราโทษที่แน่นอนและเป็นปัจจุบันกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีผลกระทบร้ายแรงและควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำที่สุด

สัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจเข้าข่ายโครงสร้าง Nominee

หน่วยงานราชการ เช่น กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสอบสวนคดีพิเศษ มักตรวจสอบธุรกิจที่มีสัญญาณต่อไปนี้ว่าอาจเข้าข่ายใช้ผู้ถือหุ้นแทน

  • ผู้ถือหุ้นไทยไม่มีความสามารถทางการเงินสอดคล้องกับสัดส่วนหุ้นที่ถือ: เช่น ถือหุ้นมูลค่าหลายล้านบาทแต่ไม่มีหลักฐานแหล่งที่มาของเงินลงทุนที่สมเหตุสมผล
  • ผู้ถือหุ้นไทยไม่มีบทบาทหรือความรู้ในธุรกิจเลย: ไม่เคยเข้าประชุมผู้ถือหุ้น ไม่มีความเข้าใจในกิจการที่ตนเองถือหุ้นอยู่
  • โครงสร้างการกู้ยืมเงินระหว่างผู้ถือหุ้นต่างชาติกับผู้ถือหุ้นไทยที่ผิดปกติ: เช่น ผู้ถือหุ้นไทยกู้เงินจากผู้ถือหุ้นต่างชาติมาซื้อหุ้นในบริษัทเดียวกัน
  • อำนาจตัดสินใจที่แท้จริงอยู่ที่ผู้ถือหุ้นต่างชาติทั้งหมด: แม้สัดส่วนหุ้นตามทะเบียนจะแสดงว่าคนไทยถือหุ้นข้างมาก

ทางเลือกที่ถูกกฎหมายสำหรับนักลงทุนต่างชาติ

นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการทำธุรกิจในไทยโดยไม่ใช้โครงสร้าง Nominee มีทางเลือกที่ถูกกฎหมายหลายแนวทาง เช่น

  • ขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (Foreign Business License): สำหรับธุรกิจที่อยู่ในบัญชีจำกัดตามกฎหมาย สามารถยื่นขอใบอนุญาตต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเพื่อประกอบธุรกิจในสัดส่วนที่สูงกว่าปกติได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
  • ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI (คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน): ธุรกิจที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI มักได้รับสิทธิให้ถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงขึ้นหรือได้รับการยกเว้นข้อจำกัดบางประการตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนด
  • ทำธุรกิจในประเภทที่ไม่จำกัดสัดส่วนหุ้นต่างชาติ: ธุรกิจบางประเภทไม่ได้อยู่ในบัญชีจำกัดของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จึงสามารถให้ชาวต่างชาติถือหุ้นได้เต็มจำนวนโดยไม่ต้องมีผู้ถือหุ้นไทย
  • ร่วมทุนกับพันธมิตรไทยที่ลงทุนและมีส่วนได้เสียจริง: เป็นการร่วมทุนที่ถูกกฎหมายและยั่งยืน โดยผู้ถือหุ้นไทยลงทุนเงินจริงและมีส่วนร่วมในการบริหารหรือรับความเสี่ยงตามสัดส่วนที่ถือหุ้นจริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิดว่าการใช้ Nominee เป็นเรื่องปกติที่ทำกันทั่วไปจึงไม่มีความเสี่ยง: แม้จะพบเห็นได้ในทางปฏิบัติ แต่กฎหมายยังคงมีผลบังคับใช้และมีการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
  • ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเลือกโครงสร้างการลงทุนในไทย: ทำให้พลาดโอกาสใช้ช่องทางที่ถูกกฎหมาย เช่น การขอใบอนุญาตหรือการขอรับการส่งเสริมจาก BOI
  • ทำสัญญาลับระหว่างผู้ถือหุ้นแทนกับนักลงทุนต่างชาติ: นอกจากผิดกฎหมายแล้ว ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้จริงหากเกิดข้อพิพาท เพราะเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมาย
  • ประเมินความเสี่ยงต่ำเกินไปเมื่อถูกตรวจสอบ: หน่วยงานราชการมีการตรวจสอบธุรกิจที่มีสัญญาณผิดปกติอย่างต่อเนื่อง และบทลงโทษมีผลกระทบร้ายแรงต่อทั้งสองฝ่าย

ตัวอย่างสถานการณ์จริง (สมมติเพื่อการอธิบาย)

สมมตินักลงทุนต่างชาติรายหนึ่งต้องการเปิดร้านอาหารในไทยซึ่งเป็นธุรกิจที่อยู่ในบัญชีจำกัดตามกฎหมาย จึงหาคนไทยมาถือหุ้น 51% ในนาม

แต่คนไทยรายนั้นไม่ได้ลงทุนเงินจริงและไม่มีส่วนร่วมในการบริหารเลย อำนาจตัดสินใจทั้งหมดอยู่ที่นักลงทุนต่างชาติ

กรณีเช่นนี้เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวทั้งสองฝ่าย

ทางเลือกที่ถูกกฎหมายกว่าคือนักลงทุนต่างชาติควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว

หรือพิจารณาโครงสร้างร่วมทุนกับพันธมิตรไทยที่ลงทุนและมีส่วนร่วมในธุรกิจจริง

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

นักลงทุนต่างชาติที่ต้องการทำธุรกิจในไทยควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจต่างด้าวตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน

เพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจที่สนใจอยู่ในบัญชีจำกัดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือไม่ และเลือกใช้ช่องทางที่ถูกกฎหมาย เช่น

การขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว การขอรับการส่งเสริมจาก BOI หรือการร่วมทุนกับพันธมิตรไทยที่ลงทุนจริง

แทนการใช้โครงสร้างผู้ถือหุ้นแทนซึ่งมีความเสี่ยงทางกฎหมายสูงต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
Nominee Shareholder คืออะไร ทำไมถึงมีคนใช้ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ทำไม Nominee ถึงผิดกฎหมายตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
สัญญาณที่บ่งชี้ว่าอาจเข้าข่ายโครงสร้าง Nomineeตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Nominee Shareholder หรือผู้ถือหุ้นแทนคืออะไร?

คือบุคคลสัญชาติไทยที่ถือหุ้นในบริษัทแทนชาวต่างชาติโดยไม่ได้ลงทุนหรือรับความเสี่ยงทางธุรกิจจริง เพียงมีชื่อปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นเพื่อให้สัดส่วนผู้ถือหุ้นไทยเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด

ทำไมการใช้ Nominee ถือหุ้นแทนถึงผิดกฎหมายไทย?

พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36 ห้ามมิให้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวโดยไม่ได้ลงทุนหรือมีส่วนได้เสียจริง

เพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่ต้องห้ามหรือจำกัดตามกฎหมายนี้

ใครมีความผิดบ้างในกรณีใช้ Nominee ถือหุ้นแทน?

ทั้งฝ่ายผู้ถือหุ้นแทน (คนไทย) และฝ่ายคนต่างด้าวที่ใช้ให้ถือหุ้นแทนต่างมีความผิดตามกฎหมายทั้งคู่ มีบทลงโทษทั้งจำคุกและปรับ ควรตรวจสอบอัตราโทษที่แน่นอนกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

สัญญาณอะไรบ้างที่บ่งชี้ว่าอาจเข้าข่ายโครงสร้าง Nominee?

เช่น ผู้ถือหุ้นไทยไม่มีความสามารถทางการเงินสอดคล้องกับสัดส่วนหุ้นที่ถือ ไม่มีบทบาทหรือความรู้ในธุรกิจเลย มีการกู้ยืมเงินระหว่างผู้ถือหุ้นที่ผิดปกติ

และอำนาจตัดสินใจที่แท้จริงอยู่ที่ผู้ถือหุ้นต่างชาติทั้งหมด

นักลงทุนต่างชาติมีทางเลือกที่ถูกกฎหมายอะไรบ้างแทน Nominee?

สามารถขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ทำธุรกิจประเภทที่ไม่จำกัดสัดส่วนหุ้นต่างชาติ

หรือร่วมทุนกับพันธมิตรไทยที่ลงทุนและมีส่วนได้เสียจริงในธุรกิจ

สัญญาลับระหว่างผู้ถือหุ้นแทนกับนักลงทุนต่างชาติมีผลบังคับใช้ได้หรือไม่?

ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้จริงหากเกิดข้อพิพาท เพราะเป็นสัญญาที่มีวัตถุประสงค์ขัดต่อกฎหมาย นอกจากผิดกฎหมายแล้วยังไม่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมายด้วย

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตอนไหนก่อนลงทุนในไทยแบบชาวต่างชาติ?

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายธุรกิจต่างด้าวตั้งแต่ขั้นตอนวางแผน เพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจอยู่ในบัญชีจำกัดตามกฎหมายหรือไม่ และเลือกช่องทางที่ถูกกฎหมาย เช่น

ขอใบอนุญาตหรือขอรับการส่งเสริมจาก BOI

สำหรับ SME ที่ต้องการจัดระบบบัญชีและภาษีให้รัดกุมมากขึ้นโดยไม่ต้องศึกษาทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง ลองพิจารณาภาพรวมบริการที่ปรึกษาบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อประกอบการตัดสินใจ