บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัดที่กำลังพิจารณาจ่ายเงินปันผลประจำปี โดยเฉพาะกิจการที่เคยขาดทุนในปีก่อนแล้วปีนี้เริ่มพลิกกลับมามีกำไร

คุณจะได้เข้าใจว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201 ห้ามอะไรไว้บ้าง

เหตุใดขาดทุนสะสมจึงเป็นอุปสรรคต่อการจ่ายปันผลแม้ปีปัจจุบันจะมีกำไร กรรมการที่อนุมัติมติจ่ายปันผลผิดกฎหมายต้องรับผิดชอบต่อบริษัท ผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้อย่างไร

รวมถึงจุดตรวจสอบที่ควรทำก่อนเข้าประชุมอนุมัติปันผลทุกครั้ง

เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจตามมาภายหลัง

สารบัญบทความ
  1. เหตุใดขาดทุนสะสมจึงทำให้จ่ายปันผลไม่ได้ — หลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 1201
  2. กรรมการรับผิดอะไรบ้างเมื่ออนุมัติจ่ายปันผลทั้งที่ขาดทุนสะสมยังไม่หมด
  3. ผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลไปแล้วมีความเสี่ยงอย่างไร
  4. เช็กลิสต์ก่อนอนุมัติจ่ายปันผลทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยง
  5. ตัวอย่างจำลอง และแนวทางแก้ไขหากพบว่าจ่ายปันผลผิดไปแล้ว
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

เหตุใดขาดทุนสะสมจึงทำให้จ่ายปันผลไม่ได้ — หลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 1201

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201 วางหลักไว้ชัดเจนว่า ห้ามจ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไร และหากบริษัทมีผลขาดทุนอยู่

ห้ามจ่ายเงินปันผลจนกว่าจะได้แก้ไขให้หายขาดทุนเสียก่อน พูดง่าย ๆ คือ ต้องดูตัวเลข "กำไรสะสม (ขาดทุนสะสม)"

สุทธิในงบดุล ไม่ใช่ดูแค่กำไรสุทธิของปีปัจจุบันปีเดียว

ตัวอย่างที่เจ้าของธุรกิจเข้าใจผิดบ่อย: บริษัทขาดทุนสะสมยกมา 500,000 บาท ปีนี้พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 300,000 บาท กรรมการหลายรายเข้าใจว่า "ปีนี้มีกำไรแล้ว จ่ายปันผลได้"

แต่ความจริงคือกำไร 300,000 บาทต้องนำไปล้างขาดทุนสะสมก่อน

เหลือขาดทุนสะสมอีก 200,000 บาท บริษัทจึง ยังจ่ายปันผลไม่ได้แม้แต่บาทเดียว จนกว่าปีถัดไปจะมีกำไรมากพอล้างส่วนที่เหลือให้หมด และมีกำไรสุทธิสะสมเป็นบวกจริง ๆ

เงินสดในบัญชีธนาคารไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าจ่ายปันผลได้หรือไม่ บริษัทอาจมีเงินสดเหลือมากแต่ยังมีขาดทุนสะสมในทางบัญชี ซึ่งกรณีนี้กฎหมายยังถือว่าจ่ายปันผลไม่ได้

ต้องยึดตัวเลขในงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบเป็นหลัก

กรรมการรับผิดอะไรบ้างเมื่ออนุมัติจ่ายปันผลทั้งที่ขาดทุนสะสมยังไม่หมด

เมื่อคณะกรรมการเสนอวาระและที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติจ่ายเงินปันผลทั้งที่ยังมีขาดทุนสะสมอยู่ ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1201 โดยตรง ผลทางกฎหมายที่ตามมาไม่ใช่แค่การแก้ไขบัญชีย้อนหลัง

แต่กระทบตัวกรรมการเป็นการส่วนตัวด้วย

ตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 ซึ่งวางกรอบความรับผิดของกรรมการที่ทำให้บริษัทเสียหายไว้ว่า บริษัทมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ หากบริษัทไม่ฟ้อง

ผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่งสามารถฟ้องแทนบริษัทได้

และเจ้าหนี้ของบริษัทก็มีสิทธิใช้สิทธิของบริษัทฟ้องร้องกรรมการได้เช่นกัน เท่าที่เจ้าหนี้ยังมีสิทธิเรียกร้องต่อบริษัทอยู่

  • ต่อบริษัท: กรรมการที่ร่วมลงมติอนุมัติต้อง ร่วมกันรับผิดคืนเงินปันผลที่จ่ายไปโดยไม่ชอบให้แก่บริษัท เสมือนเป็นความเสียหายที่กรรมการก่อขึ้นจากการฝ่าฝืนกฎหมาย
  • ต่อผู้ถือหุ้น: หากบริษัทไม่ยอมฟ้องกรรมการเอง ผู้ถือหุ้นมีสิทธิยื่นฟ้องแทนบริษัทเพื่อเรียกเงินคืนได้ (derivative action)
  • ต่อเจ้าหนี้: เจ้าหนี้ของบริษัท เช่น ธนาคารหรือคู่ค้าที่ยังไม่ได้รับชำระหนี้ มีสิทธิใช้สิทธิของบริษัทไล่เบี้ยเรียกเงินคืนจากกรรมการได้เช่นกัน โดยเฉพาะกรณีบริษัทมีปัญหาสภาพคล่องหรือใกล้ล้มละลาย เพราะการจ่ายปันผลผิดกฎหมายเท่ากับดึงเงินที่ควรใช้ชำระหนี้เจ้าหนี้ออกจากบริษัทไปก่อน นอกจากนี้ ป.พ.พ. มาตรา 1203 ยังให้สิทธิเจ้าหนี้เรียกเงินปันผลที่จ่ายผิดกฎหมายคืนเข้าบริษัทได้โดยตรงอีกช่องทางหนึ่งด้วย (ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป)

ข้อสำคัญคือ "ร่วมกันรับผิด" หมายถึงกรรมการทุกคนที่ร่วมประชุมและออกเสียงเห็นชอบ ไม่ใช่เฉพาะกรรมการที่เป็นผู้เสนอวาระเท่านั้น

กรรมการที่คัดค้านหรือไม่เห็นด้วยและมีการบันทึกความเห็นแย้งไว้ในรายงานการประชุมอย่างชัดเจน

มีแนวโน้มลดความเสี่ยงส่วนตัวได้มากกว่าการนิ่งเฉยหรือไม่เข้าประชุม

ผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลไปแล้วมีความเสี่ยงอย่างไร

นอกจากมาตรา 1169 ที่ว่าด้วยความรับผิดของกรรมการแล้ว ป.พ.พ. มาตรา 1203 บัญญัติเรื่องนี้ไว้โดยเฉพาะว่า หากบริษัทจ่ายเงินปันผลโดยฝ่าฝืนมาตรา 1201 หรือมาตรา 1202

เจ้าหนี้ของบริษัทมีสิทธิเรียกให้คืนเงินจำนวนที่จ่ายไปนั้นกลับเข้าบริษัทได้โดยตรง

แต่กฎหมายก็ให้ความคุ้มครองผู้ถือหุ้นที่สุจริตไว้ชัดเจนในมาตราเดียวกันนี้ด้วย กล่าวคือ ถ้าผู้ถือหุ้นคนใดได้รับเงินปันผลไปโดยสุจริต

(ไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าบริษัทยังมีขาดทุนสะสมหรือจ่ายปันผลโดยฝ่าฝืนกฎหมาย)

กฎหมายห้ามบังคับให้ผู้ถือหุ้นรายนั้นคืนเงิน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นจะต้องคืนเงินปันผลขึ้นอยู่กับ "ความสุจริต" ของผู้ถือหุ้นแต่ละราย ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เช่น

ผู้ถือหุ้นรายนั้นเป็นกรรมการหรือมีส่วนรู้เห็นตัวเลขงบการเงินของบริษัทหรือไม่

ได้รับแจ้งหรือมีเหตุอันควรทราบสถานะขาดทุนสะสมก่อนรับเงินปันผลหรือไม่ ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารและไม่ทราบตัวเลขงบการเงินมักมีโอกาสเข้าเงื่อนไข "สุจริต"

ตามมาตรา 1203 มากกว่า

แต่ในทางปฏิบัติควรให้ที่ปรึกษากฎหมายประเมินข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ไม่ควรสรุปเหมารวมว่าผู้ถือหุ้นทุกรายต้องคืนเงินหรือไม่ต้องคืนเงินเสมอไป

ในทางปฏิบัติ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือป้องกันไม่ให้เกิดการจ่ายปันผลผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น ดีกว่าต้องมาแก้ไขปัญหาการเรียกคืนเงินภายหลัง

ซึ่งมักกระทบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นและสร้างต้นทุนทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น

เช็กลิสต์ก่อนอนุมัติจ่ายปันผลทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ก่อนนำวาระจ่ายเงินปันผลเข้าที่ประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ควรตรวจสอบตามลำดับนี้

  • ให้สำนักงานบัญชีปิดงบการเงินและระบุยอด "กำไรสะสม (ขาดทุนสะสม)" ที่แท้จริงในงบดุล ณ วันสิ้นรอบบัญชีล่าสุด
  • คำนวณว่ากำไรสุทธิของปีปัจจุบันเพียงพอล้างขาดทุนสะสมยกมาให้หมดหรือยัง หากยังไม่หมด ห้ามอนุมัติจ่ายปันผลเด็ดขาด
  • หากล้างขาดทุนสะสมหมดแล้วและมีกำไรสะสมเป็นบวก ให้จัดสรรทุนสำรองตามกฎหมายอย่างน้อย 5% ของกำไรสุทธิก่อน จนกว่าสำรองจะครบ 10% ของทุนจดทะเบียน ตามมาตรา 1202 จึงคำนวณยอดที่จ่ายปันผลได้จริง
  • บันทึกในรายงานการประชุมกรรมการและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้ชัดเจนว่า ฐานตัวเลขที่ใช้อนุมัติคือกำไรสุทธิหลังหักล้างขาดทุนสะสมและจัดสรรสำรองแล้วเท่าใด
  • ให้ผู้สอบบัญชีหรือสำนักงานบัญชียืนยันตัวเลขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเข้าที่ประชุม ไม่ใช่ประเมินจากความรู้สึกว่าปีนี้ "ธุรกิจดีขึ้น"
ผู้เกี่ยวข้องความเสี่ยงเมื่อจ่ายปันผลฝ่าฝืนมาตรา 1201
กรรมการที่ร่วมอนุมัติร่วมกันรับผิดคืนเงินปันผลที่จ่ายไปให้แก่บริษัท ตามมาตรา 1169
บริษัทมีสิทธิฟ้องเรียกเงินคืนจากกรรมการที่ร่วมอนุมัติ
ผู้ถือหุ้นฟ้องแทนบริษัทได้หากบริษัทไม่ฟ้อง (มาตรา 1169) และหากรับเงินปันผลที่จ่ายผิดกฎหมายไปโดยไม่สุจริต อาจถูกเจ้าหนี้เรียกคืนตามมาตรา 1203 แต่หากรับไปโดยสุจริตกฎหมายห้ามบังคับให้คืน
เจ้าหนี้บริษัทมีสิทธิเรียกเงินปันผลที่จ่ายผิดกฎหมายคืนเข้าบริษัทได้โดยตรงตามมาตรา 1203 (เว้นแต่ผู้ถือหุ้นรับไปโดยสุจริต) และใช้สิทธิของบริษัทไล่เบี้ยกรรมการตามมาตรา 1169 ได้ หากบริษัทไม่ดำเนินการเอง

ตัวอย่างจำลอง และแนวทางแก้ไขหากพบว่าจ่ายปันผลผิดไปแล้ว

สมมติบริษัท ซี จำกัด ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท ปีก่อนขาดทุนสะสมยกมา 500,000 บาท ปีนี้มีกำไรสุทธิ 300,000 บาท หากกรรมการอนุมัติจ่ายปันผล 100,000

บาทไปแล้วโดยไม่ได้ตรวจยอดขาดทุนสะสม ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 1201 ทันที เพราะขาดทุนสะสมยังเหลืออยู่

200,000 บาท ยังไม่ถึงจุดที่จ่ายปันผลได้เลย

หากตรวจพบความผิดพลาดลักษณะนี้ แนวทางแก้ไขที่ควรทำทันทีมีดังนี้

  • แจ้งผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษากฎหมายให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินผลกระทบทางบัญชีและกฎหมายอย่างครบถ้วน
  • กรรมการที่ร่วมมติอนุมัตินำเงินคืนเข้าบริษัทตามสัดส่วนความรับผิด และปรับปรุงรายการบัญชีให้สะท้อนความเป็นจริง
  • ทบทวนขั้นตอนอนุมัติปันผลใหม่ทั้งหมด กำหนดให้ต้องมีการยืนยันตัวเลขกำไรสะสมจากสำนักงานบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งก่อนเข้าวาระ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ

การป้องกันตั้งแต่ต้นด้วยการตรวจงบการเงินอย่างละเอียดก่อนทุกครั้งที่จะจ่ายปันผล ย่อมมีต้นทุนต่ำกว่าการแก้ไขปัญหาความรับผิดของกรรมการภายหลังมาก

และช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ในระยะยาว

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง จ่ายปันผลผิดกฎหมายทั้งที่ขาดทุนสะสม กรรมการรับผิดอะไรบ้าง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริษัทมีขาดทุนสะสมอยู่ แต่ปีนี้มีกำไรสุทธิ จ่ายปันผลได้เลยหรือไม่

ยังจ่ายไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1201 ต้องนำกำไรสุทธิของปีนี้ไปล้างขาดทุนสะสมยกมาให้หมดก่อน หากล้างแล้วยังมีขาดทุนสะสมเหลืออยู่ แม้เพียงบาทเดียว บริษัทก็ยังจ่ายปันผลไม่ได้

ต้องรอให้กำไรปีถัดไปมาล้างส่วนที่เหลือจนกำไรสะสมสุทธิเป็นบวกจริง

ถ้ากรรมการอนุมัติจ่ายปันผลทั้งที่บริษัทยังมีขาดทุนสะสม ต้องรับผิดชอบอย่างไร

ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1201 กรรมการที่ร่วมลงมติอนุมัติต้องร่วมกันรับผิดคืนเงินที่จ่ายไปให้แก่บริษัทตามหลักในมาตรา 1169 หากบริษัทไม่ฟ้องเรียกคืนเอง

ผู้ถือหุ้นมีสิทธิฟ้องแทนบริษัทได้

และเจ้าหนี้ของบริษัทก็มีสิทธิใช้สิทธิของบริษัทไล่เบี้ยกรรมการได้เช่นกัน

ผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลไปแล้วต้องคืนเงินหรือไม่

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1203 หากบริษัทจ่ายเงินปันผลโดยฝ่าฝืนมาตรา 1201 หรือ 1202 เจ้าหนี้ของบริษัทมีสิทธิเรียกให้คืนเงินนั้นเข้าบริษัทได้

แต่กฎหมายคุ้มครองผู้ถือหุ้นที่รับเงินปันผลไปโดยสุจริต

คือไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าบริษัทยังมีขาดทุนสะสม จะบังคับให้ผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้คืนเงินไม่ได้ ส่วนผู้ถือหุ้นที่รู้อยู่แล้วหรือควรจะรู้ เช่น

เป็นกรรมการเองหรือรู้เห็นตัวเลขงบการเงิน มีความเสี่ยงต้องคืนเงินมากกว่า

ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีโดยที่ปรึกษากฎหมาย

จะตรวจสอบก่อนอนุมัติปันผลอย่างไรไม่ให้พลาดเรื่องขาดทุนสะสม

ให้สำนักงานบัญชีปิดงบและระบุยอดกำไรสะสม (ขาดทุนสะสม) ที่แท้จริงในงบดุลก่อนทุกครั้ง คำนวณว่ากำไรสุทธิปีปัจจุบันล้างขาดทุนสะสมหมดหรือยัง จัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย 5% ตามมาตรา 1202

ก่อนคำนวณยอดจ่ายจริง

และให้ผู้สอบบัญชียืนยันตัวเลขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเข้าที่ประชุมทุกครั้ง

หากกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ทีมงานมีบริการจดทะเบียนบริษัทและจดบริษัทที่ช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมเอกสารไปจนถึงการวางระบบบัญชีและภาษีหลังจดทะเบียน