บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับกรรมการและผู้ถือหุ้นบริษัทจำกัดที่กำลังพิจารณาจ่ายเงินปันผลประจำปี โดยเฉพาะกิจการที่เคยขาดทุนในปีก่อนแล้วปีนี้เริ่มพลิกกลับมามีกำไร
คุณจะได้เข้าใจว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201 ห้ามอะไรไว้บ้าง
เหตุใดขาดทุนสะสมจึงเป็นอุปสรรคต่อการจ่ายปันผลแม้ปีปัจจุบันจะมีกำไร กรรมการที่อนุมัติมติจ่ายปันผลผิดกฎหมายต้องรับผิดชอบต่อบริษัท ผู้ถือหุ้น และเจ้าหนี้อย่างไร
รวมถึงจุดตรวจสอบที่ควรทำก่อนเข้าประชุมอนุมัติปันผลทุกครั้ง
เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจตามมาภายหลัง
สารบัญบทความ
- เหตุใดขาดทุนสะสมจึงทำให้จ่ายปันผลไม่ได้ — หลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 1201
- กรรมการรับผิดอะไรบ้างเมื่ออนุมัติจ่ายปันผลทั้งที่ขาดทุนสะสมยังไม่หมด
- ผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลไปแล้วมีความเสี่ยงอย่างไร
- เช็กลิสต์ก่อนอนุมัติจ่ายปันผลทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยง
- ตัวอย่างจำลอง และแนวทางแก้ไขหากพบว่าจ่ายปันผลผิดไปแล้ว
- ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
เหตุใดขาดทุนสะสมจึงทำให้จ่ายปันผลไม่ได้ — หลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 1201
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201 วางหลักไว้ชัดเจนว่า ห้ามจ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไร และหากบริษัทมีผลขาดทุนอยู่
ห้ามจ่ายเงินปันผลจนกว่าจะได้แก้ไขให้หายขาดทุนเสียก่อน พูดง่าย ๆ คือ ต้องดูตัวเลข "กำไรสะสม (ขาดทุนสะสม)"
สุทธิในงบดุล ไม่ใช่ดูแค่กำไรสุทธิของปีปัจจุบันปีเดียว
ตัวอย่างที่เจ้าของธุรกิจเข้าใจผิดบ่อย: บริษัทขาดทุนสะสมยกมา 500,000 บาท ปีนี้พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 300,000 บาท กรรมการหลายรายเข้าใจว่า "ปีนี้มีกำไรแล้ว จ่ายปันผลได้"
แต่ความจริงคือกำไร 300,000 บาทต้องนำไปล้างขาดทุนสะสมก่อน
เหลือขาดทุนสะสมอีก 200,000 บาท บริษัทจึง ยังจ่ายปันผลไม่ได้แม้แต่บาทเดียว จนกว่าปีถัดไปจะมีกำไรมากพอล้างส่วนที่เหลือให้หมด และมีกำไรสุทธิสะสมเป็นบวกจริง ๆ
เงินสดในบัญชีธนาคารไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าจ่ายปันผลได้หรือไม่ บริษัทอาจมีเงินสดเหลือมากแต่ยังมีขาดทุนสะสมในทางบัญชี ซึ่งกรณีนี้กฎหมายยังถือว่าจ่ายปันผลไม่ได้
ต้องยึดตัวเลขในงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบเป็นหลัก
กรรมการรับผิดอะไรบ้างเมื่ออนุมัติจ่ายปันผลทั้งที่ขาดทุนสะสมยังไม่หมด
เมื่อคณะกรรมการเสนอวาระและที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติจ่ายเงินปันผลทั้งที่ยังมีขาดทุนสะสมอยู่ ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1201 โดยตรง ผลทางกฎหมายที่ตามมาไม่ใช่แค่การแก้ไขบัญชีย้อนหลัง
แต่กระทบตัวกรรมการเป็นการส่วนตัวด้วย
ตามหลักในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1169 ซึ่งวางกรอบความรับผิดของกรรมการที่ทำให้บริษัทเสียหายไว้ว่า บริษัทมีสิทธิฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากกรรมการได้ หากบริษัทไม่ฟ้อง
ผู้ถือหุ้นคนใดคนหนึ่งสามารถฟ้องแทนบริษัทได้
และเจ้าหนี้ของบริษัทก็มีสิทธิใช้สิทธิของบริษัทฟ้องร้องกรรมการได้เช่นกัน เท่าที่เจ้าหนี้ยังมีสิทธิเรียกร้องต่อบริษัทอยู่
- ต่อบริษัท: กรรมการที่ร่วมลงมติอนุมัติต้อง ร่วมกันรับผิดคืนเงินปันผลที่จ่ายไปโดยไม่ชอบให้แก่บริษัท เสมือนเป็นความเสียหายที่กรรมการก่อขึ้นจากการฝ่าฝืนกฎหมาย
- ต่อผู้ถือหุ้น: หากบริษัทไม่ยอมฟ้องกรรมการเอง ผู้ถือหุ้นมีสิทธิยื่นฟ้องแทนบริษัทเพื่อเรียกเงินคืนได้ (derivative action)
- ต่อเจ้าหนี้: เจ้าหนี้ของบริษัท เช่น ธนาคารหรือคู่ค้าที่ยังไม่ได้รับชำระหนี้ มีสิทธิใช้สิทธิของบริษัทไล่เบี้ยเรียกเงินคืนจากกรรมการได้เช่นกัน โดยเฉพาะกรณีบริษัทมีปัญหาสภาพคล่องหรือใกล้ล้มละลาย เพราะการจ่ายปันผลผิดกฎหมายเท่ากับดึงเงินที่ควรใช้ชำระหนี้เจ้าหนี้ออกจากบริษัทไปก่อน นอกจากนี้ ป.พ.พ. มาตรา 1203 ยังให้สิทธิเจ้าหนี้เรียกเงินปันผลที่จ่ายผิดกฎหมายคืนเข้าบริษัทได้โดยตรงอีกช่องทางหนึ่งด้วย (ดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป)
ข้อสำคัญคือ "ร่วมกันรับผิด" หมายถึงกรรมการทุกคนที่ร่วมประชุมและออกเสียงเห็นชอบ ไม่ใช่เฉพาะกรรมการที่เป็นผู้เสนอวาระเท่านั้น
กรรมการที่คัดค้านหรือไม่เห็นด้วยและมีการบันทึกความเห็นแย้งไว้ในรายงานการประชุมอย่างชัดเจน
มีแนวโน้มลดความเสี่ยงส่วนตัวได้มากกว่าการนิ่งเฉยหรือไม่เข้าประชุม
ผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลไปแล้วมีความเสี่ยงอย่างไร
นอกจากมาตรา 1169 ที่ว่าด้วยความรับผิดของกรรมการแล้ว ป.พ.พ. มาตรา 1203 บัญญัติเรื่องนี้ไว้โดยเฉพาะว่า หากบริษัทจ่ายเงินปันผลโดยฝ่าฝืนมาตรา 1201 หรือมาตรา 1202
เจ้าหนี้ของบริษัทมีสิทธิเรียกให้คืนเงินจำนวนที่จ่ายไปนั้นกลับเข้าบริษัทได้โดยตรง
แต่กฎหมายก็ให้ความคุ้มครองผู้ถือหุ้นที่สุจริตไว้ชัดเจนในมาตราเดียวกันนี้ด้วย กล่าวคือ ถ้าผู้ถือหุ้นคนใดได้รับเงินปันผลไปโดยสุจริต
(ไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าบริษัทยังมีขาดทุนสะสมหรือจ่ายปันผลโดยฝ่าฝืนกฎหมาย)
กฎหมายห้ามบังคับให้ผู้ถือหุ้นรายนั้นคืนเงิน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความเสี่ยงที่ผู้ถือหุ้นจะต้องคืนเงินปันผลขึ้นอยู่กับ "ความสุจริต" ของผู้ถือหุ้นแต่ละราย ซึ่งต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี เช่น
ผู้ถือหุ้นรายนั้นเป็นกรรมการหรือมีส่วนรู้เห็นตัวเลขงบการเงินของบริษัทหรือไม่
ได้รับแจ้งหรือมีเหตุอันควรทราบสถานะขาดทุนสะสมก่อนรับเงินปันผลหรือไม่ ผู้ถือหุ้นรายย่อยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารและไม่ทราบตัวเลขงบการเงินมักมีโอกาสเข้าเงื่อนไข "สุจริต"
ตามมาตรา 1203 มากกว่า
แต่ในทางปฏิบัติควรให้ที่ปรึกษากฎหมายประเมินข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี ไม่ควรสรุปเหมารวมว่าผู้ถือหุ้นทุกรายต้องคืนเงินหรือไม่ต้องคืนเงินเสมอไป
ในทางปฏิบัติ ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือป้องกันไม่ให้เกิดการจ่ายปันผลผิดกฎหมายตั้งแต่ต้น ดีกว่าต้องมาแก้ไขปัญหาการเรียกคืนเงินภายหลัง
ซึ่งมักกระทบความสัมพันธ์ระหว่างผู้ถือหุ้นและสร้างต้นทุนทางกฎหมายที่ไม่จำเป็น
เช็กลิสต์ก่อนอนุมัติจ่ายปันผลทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสี่ยง
ก่อนนำวาระจ่ายเงินปันผลเข้าที่ประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้นทุกครั้ง ควรตรวจสอบตามลำดับนี้
- ให้สำนักงานบัญชีปิดงบการเงินและระบุยอด "กำไรสะสม (ขาดทุนสะสม)" ที่แท้จริงในงบดุล ณ วันสิ้นรอบบัญชีล่าสุด
- คำนวณว่ากำไรสุทธิของปีปัจจุบันเพียงพอล้างขาดทุนสะสมยกมาให้หมดหรือยัง หากยังไม่หมด ห้ามอนุมัติจ่ายปันผลเด็ดขาด
- หากล้างขาดทุนสะสมหมดแล้วและมีกำไรสะสมเป็นบวก ให้จัดสรรทุนสำรองตามกฎหมายอย่างน้อย 5% ของกำไรสุทธิก่อน จนกว่าสำรองจะครบ 10% ของทุนจดทะเบียน ตามมาตรา 1202 จึงคำนวณยอดที่จ่ายปันผลได้จริง
- บันทึกในรายงานการประชุมกรรมการและรายงานการประชุมผู้ถือหุ้นให้ชัดเจนว่า ฐานตัวเลขที่ใช้อนุมัติคือกำไรสุทธิหลังหักล้างขาดทุนสะสมและจัดสรรสำรองแล้วเท่าใด
- ให้ผู้สอบบัญชีหรือสำนักงานบัญชียืนยันตัวเลขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเข้าที่ประชุม ไม่ใช่ประเมินจากความรู้สึกว่าปีนี้ "ธุรกิจดีขึ้น"
| ผู้เกี่ยวข้อง | ความเสี่ยงเมื่อจ่ายปันผลฝ่าฝืนมาตรา 1201 |
|---|---|
| กรรมการที่ร่วมอนุมัติ | ร่วมกันรับผิดคืนเงินปันผลที่จ่ายไปให้แก่บริษัท ตามมาตรา 1169 |
| บริษัท | มีสิทธิฟ้องเรียกเงินคืนจากกรรมการที่ร่วมอนุมัติ |
| ผู้ถือหุ้น | ฟ้องแทนบริษัทได้หากบริษัทไม่ฟ้อง (มาตรา 1169) และหากรับเงินปันผลที่จ่ายผิดกฎหมายไปโดยไม่สุจริต อาจถูกเจ้าหนี้เรียกคืนตามมาตรา 1203 แต่หากรับไปโดยสุจริตกฎหมายห้ามบังคับให้คืน |
| เจ้าหนี้บริษัท | มีสิทธิเรียกเงินปันผลที่จ่ายผิดกฎหมายคืนเข้าบริษัทได้โดยตรงตามมาตรา 1203 (เว้นแต่ผู้ถือหุ้นรับไปโดยสุจริต) และใช้สิทธิของบริษัทไล่เบี้ยกรรมการตามมาตรา 1169 ได้ หากบริษัทไม่ดำเนินการเอง |
ตัวอย่างจำลอง และแนวทางแก้ไขหากพบว่าจ่ายปันผลผิดไปแล้ว
สมมติบริษัท ซี จำกัด ทุนจดทะเบียน 2,000,000 บาท ปีก่อนขาดทุนสะสมยกมา 500,000 บาท ปีนี้มีกำไรสุทธิ 300,000 บาท หากกรรมการอนุมัติจ่ายปันผล 100,000
บาทไปแล้วโดยไม่ได้ตรวจยอดขาดทุนสะสม ถือว่าฝ่าฝืนมาตรา 1201 ทันที เพราะขาดทุนสะสมยังเหลืออยู่
200,000 บาท ยังไม่ถึงจุดที่จ่ายปันผลได้เลย
หากตรวจพบความผิดพลาดลักษณะนี้ แนวทางแก้ไขที่ควรทำทันทีมีดังนี้
- แจ้งผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษากฎหมายให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและประเมินผลกระทบทางบัญชีและกฎหมายอย่างครบถ้วน
- กรรมการที่ร่วมมติอนุมัตินำเงินคืนเข้าบริษัทตามสัดส่วนความรับผิด และปรับปรุงรายการบัญชีให้สะท้อนความเป็นจริง
- ทบทวนขั้นตอนอนุมัติปันผลใหม่ทั้งหมด กำหนดให้ต้องมีการยืนยันตัวเลขกำไรสะสมจากสำนักงานบัญชีเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้งก่อนเข้าวาระ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
การป้องกันตั้งแต่ต้นด้วยการตรวจงบการเงินอย่างละเอียดก่อนทุกครั้งที่จะจ่ายปันผล ย่อมมีต้นทุนต่ำกว่าการแก้ไขปัญหาความรับผิดของกรรมการภายหลังมาก
และช่วยรักษาความน่าเชื่อถือของบริษัทต่อผู้ถือหุ้นและเจ้าหนี้ในระยะยาว
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง จ่ายปันผลผิดกฎหมายทั้งที่ขาดทุนสะสม กรรมการรับผิดอะไรบ้าง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์
เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทมีขาดทุนสะสมอยู่ แต่ปีนี้มีกำไรสุทธิ จ่ายปันผลได้เลยหรือไม่
ยังจ่ายไม่ได้ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1201 ต้องนำกำไรสุทธิของปีนี้ไปล้างขาดทุนสะสมยกมาให้หมดก่อน หากล้างแล้วยังมีขาดทุนสะสมเหลืออยู่ แม้เพียงบาทเดียว บริษัทก็ยังจ่ายปันผลไม่ได้
ต้องรอให้กำไรปีถัดไปมาล้างส่วนที่เหลือจนกำไรสะสมสุทธิเป็นบวกจริง
ถ้ากรรมการอนุมัติจ่ายปันผลทั้งที่บริษัทยังมีขาดทุนสะสม ต้องรับผิดชอบอย่างไร
ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 1201 กรรมการที่ร่วมลงมติอนุมัติต้องร่วมกันรับผิดคืนเงินที่จ่ายไปให้แก่บริษัทตามหลักในมาตรา 1169 หากบริษัทไม่ฟ้องเรียกคืนเอง
ผู้ถือหุ้นมีสิทธิฟ้องแทนบริษัทได้
และเจ้าหนี้ของบริษัทก็มีสิทธิใช้สิทธิของบริษัทไล่เบี้ยกรรมการได้เช่นกัน
ผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินปันผลไปแล้วต้องคืนเงินหรือไม่
ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1203 หากบริษัทจ่ายเงินปันผลโดยฝ่าฝืนมาตรา 1201 หรือ 1202 เจ้าหนี้ของบริษัทมีสิทธิเรียกให้คืนเงินนั้นเข้าบริษัทได้
แต่กฎหมายคุ้มครองผู้ถือหุ้นที่รับเงินปันผลไปโดยสุจริต
คือไม่รู้และไม่มีเหตุอันควรรู้ว่าบริษัทยังมีขาดทุนสะสม จะบังคับให้ผู้ถือหุ้นกลุ่มนี้คืนเงินไม่ได้ ส่วนผู้ถือหุ้นที่รู้อยู่แล้วหรือควรจะรู้ เช่น
เป็นกรรมการเองหรือรู้เห็นตัวเลขงบการเงิน มีความเสี่ยงต้องคืนเงินมากกว่า
ทั้งนี้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเป็นรายกรณีโดยที่ปรึกษากฎหมาย
จะตรวจสอบก่อนอนุมัติปันผลอย่างไรไม่ให้พลาดเรื่องขาดทุนสะสม
ให้สำนักงานบัญชีปิดงบและระบุยอดกำไรสะสม (ขาดทุนสะสม) ที่แท้จริงในงบดุลก่อนทุกครั้ง คำนวณว่ากำไรสุทธิปีปัจจุบันล้างขาดทุนสะสมหมดหรือยัง จัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย 5% ตามมาตรา 1202
ก่อนคำนวณยอดจ่ายจริง
และให้ผู้สอบบัญชียืนยันตัวเลขเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเข้าที่ประชุมทุกครั้ง
หากกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ทีมงานมีบริการจดทะเบียนบริษัทและจดบริษัทที่ช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมเอกสารไปจนถึงการวางระบบบัญชีและภาษีหลังจดทะเบียน