SME จำนวนมากเริ่มจากเจ้าของสำรองจ่ายแทนบริษัท ทั้งค่าอุปกรณ์ ค่าโฆษณา ค่าซอฟต์แวร์ และค่าบริการต่าง ๆ หากไม่มีระบบแยกและเคลียร์ เงินกรรมการจะกลายเป็นยอดค้างที่อธิบายยาก

สารบัญบทความ
  1. สรุปประเด็นที่ควรรู้
  2. แยกประเภทเงินที่เจ้าของจ่ายแทนบริษัท
  3. เอกสารต้องครบทั้งฝั่งจ่ายและฝั่งคืน
  4. ทำตารางเคลียร์เงินทุกเดือน
  5. ตารางเปรียบเทียบการบันทึก "เงินยืมกรรมการ" vs "เงินสำรองจ่าย" (Director Loan vs Employee Expense Advance)
  6. เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้
  7. ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

สรุปประเด็นที่ควรรู้

  • แยกเงินสำรองจ่ายกับเงินกู้กรรมการ
  • เก็บหลักฐานทุกใบในชื่อบริษัทเท่าที่ทำได้
  • ทำตารางเคลียร์เงินคืนรายเดือน

แยกประเภทเงินที่เจ้าของจ่ายแทนบริษัท

เงินที่เจ้าของจ่ายแทนบริษัทอาจเป็นเงินสำรองจ่ายที่รอคืน หรือเป็นเงินกู้ยืมกรรมการให้บริษัทใช้หมุนเวียน ต้องแยกตามข้อเท็จจริงและเอกสาร

การรวมทุกอย่างเป็นยอดเดียวทำให้ภายหลังไม่รู้ว่าบริษัทต้องคืนเงินเท่าไหร่ และรายการใดมีเอกสารค่าใช้จ่ายรองรับ

  • เงินสำรองจ่ายค่าใช้จ่าย
  • เงินกู้กรรมการ
  • เงินโอนผิดบัญชี
  • รายจ่ายส่วนตัวที่ไม่ควรเข้าบริษัท
  • เงินคืนกรรมการ

เอกสารต้องครบทั้งฝั่งจ่ายและฝั่งคืน

เมื่อเจ้าของจ่ายแทน ควรเก็บใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานการชำระเงิน พร้อมระบุว่ารายการนั้นเกี่ยวกับกิจการอย่างไร

เมื่อบริษัทคืนเงินให้เจ้าของ ควรอ้างอิงรายการที่เคลียร์ ไม่ใช่โอนเป็นก้อนโดยไม่มีรายละเอียด

  • ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษี
  • สลิปบัตรเครดิตหรือโอนเงิน
  • เหตุผลทางธุรกิจ
  • วันที่บริษัทคืนเงิน
  • เลขอ้างอิงรายการเคลียร์

ทำตารางเคลียร์เงินทุกเดือน

ตารางเคลียร์เงินสำรองจ่ายช่วยให้เจ้าของและบัญชีเห็นว่ายอดไหนคืนแล้ว ยอดไหนรอเอกสาร และยอดไหนไม่ควรบันทึกเป็นรายจ่ายบริษัท

หากปล่อยสะสมหลายเดือน ความทรงจำจะหายและเอกสารจะตามยากขึ้นมาก

  • วันที่จ่ายแทน
  • ผู้จ่าย
  • รายละเอียดรายการ
  • ยอดเงิน
  • สถานะเอกสาร
  • วันที่คืนเงิน

ตารางเปรียบเทียบการบันทึก "เงินยืมกรรมการ" vs "เงินสำรองจ่าย" (Director Loan vs Employee Expense Advance)

แยกความแตกต่างเพื่อป้องกันปัญหาการประเมินประเด็นดอกเบี้ยและภาษีย้อนหลังของกรรมการ:

เกณฑ์เปรียบเทียบ เงินสำรองจ่าย (Advance Expense) เงินกู้ยืมจากกรรมการ (Director Loan)
วัตถุประสงค์การใช้เงิน ชำระค่าใช้จ่ายชั่วคราวแทนกิจการ (จ่ายด่วน/ยอดเล็ก) ให้บริษัทกู้ยืมเงินก้อนไปเป็นทุนหมุนเวียนหรือซื้อสินทรัพย์ใหญ่
เอกสารประกอบ ใบเบิกเงินสำรองจ่าย (Advance Form) แนบบิลใบเสร็จ สัญญากู้ยืมเงินระหว่างบริษัทและกรรมการ
ดอกเบี้ยตามกฎหมายภาษี ไม่ต้องมีข้อตกลงเรื่องดอกเบี้ย ต้องคิดดอกเบี้ยตามอัตราตลาด (ยกเว้นมีเหตุผลอันสมควรตามประมวลรัษฎากร)
ความถี่และการตั้งยอด เคลียร์จบเป็นรายครั้งหรือสัปดาห์/เดือน มียอดคงค้างสะสมอยู่ในงบดุลฝั่งหนี้สินรอการจ่ายคืนเมื่อสภาพคล่องพอ

เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้

สิ่งที่ควรทำทันที

  • ใช้แบบฟอร์มเงินสำรองจ่าย
  • แนบเอกสารทันที
  • คืนเงินโดยอ้างอิงรายการ
  • เคลียร์ยอดทุกเดือน

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะ

ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

เจ้าของจ่ายด้วยบัตรเครดิตส่วนตัวได้ไหม

ทำได้ในบางกรณีแต่ควรมีเอกสารครบและเคลียร์เงินให้ชัด การใช้บัตรหรือบัญชีบริษัทจะตรวจง่ายกว่า

ไม่มีใบกำกับภาษีเต็มรูปบันทึกได้ไหม

ขึ้นกับลักษณะรายจ่ายและหลักฐานประกอบ อาจบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้แต่ใช้ภาษีซื้อไม่ได้ ต้องให้ผู้ทำบัญชีตรวจ

เงินกู้กรรมการต้องคิดดอกเบี้ยไหม

ต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ภาษีที่เกี่ยวข้อง ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษี

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง บัญชีรายเดือนสำหรับธุรกิจที่เจ้าของสำรองจ่ายบ่อย: แยกเงินยืม เงินคืน และรายจ่ายอย่างไร

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ บัญชีรายเดือนสำหรับธุรกิจที่เจ้าของสำรองจ่ายบ่อย: แยกเงินยืม เงินคืน และรายจ่ายอย่างไร

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล