ไลฟ์ขายของร่วมกับแขกรับเชิญหรือดารา มักตกลงกันเป็นค่าตัวคงที่ ค่าคอมมิชชั่นตามยอดขาย หรือทั้งสองแบบผสมกัน แต่ละรูปแบบมีผลต่อการบันทึกรายได้ ค่าใช้จ่าย และภาษีหัก ณ ที่จ่ายต่างกัน

บทความนี้สรุปวิธีแบ่งยอดขายและออกเอกสารให้ถูกต้องสำหรับเจ้าของร้านที่จัดไลฟ์ร่วมกับแขกรับเชิญ

สารบัญบทความ
  1. รูปแบบค่าตอบแทนแขกรับเชิญที่พบบ่อย
  2. ยอดขายทั้งหมดต้องบันทึกเป็นรายได้ของร้านก่อน
  3. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าตัวและค่าคอมมิชชั่น
  4. เอกสารที่ควรเก็บสำหรับแต่ละไลฟ์
  5. ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. กรณีแขกรับเชิญเป็นนิติบุคคลหรือมีบริษัทตัวแทน
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

รูปแบบค่าตอบแทนแขกรับเชิญที่พบบ่อย

ร้านค้าที่เชิญแขกรับเชิญ อินฟลูเอนเซอร์ หรือดารามาร่วมไลฟ์ขายของ มักตกลงค่าตอบแทนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งหรือผสมกัน ได้แก่ (1) ค่าตัวคงที่ (Fixed Fee)

จ่ายตามจำนวนชั่วโมงหรือครั้งที่ออกไลฟ์ ไม่ผูกกับยอดขาย (2)

ค่าคอมมิชชั่นตามสัดส่วนยอดขายที่ปิดได้ระหว่างไลฟ์ และ (3) ค่าตัวขั้นต่ำบวกค่าคอมมิชชั่นส่วนเกิน ซึ่งเป็นที่นิยมมากขึ้นในธุรกิจ Live Commerce

เพราะช่วยกระตุ้นให้แขกรับเชิญตั้งใจปิดยอดขายให้มากที่สุด ไม่ว่าจะเลือกรูปแบบใด

ร้านค้าควรทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระบุอัตราและวิธีคำนวณให้ชัดเจนก่อนออกไลฟ์ทุกครั้ง เพื่อป้องกันข้อพิพาทภายหลังและใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี

ยอดขายทั้งหมดต้องบันทึกเป็นรายได้ของร้านก่อน

ประเด็นสำคัญที่เจ้าของร้านมักเข้าใจผิดคือ เมื่อต้องแบ่งยอดขายให้แขกรับเชิญ บางรายเข้าใจว่าสามารถบันทึกเฉพาะส่วนที่เหลือหลังหักค่าคอมมิชชั่นเป็นรายได้ของร้าน ซึ่งไม่ถูกต้อง

ยอดขายสินค้าทั้งหมดที่เกิดขึ้นจริงระหว่างไลฟ์

ไม่ว่าจะเป็นยอดที่แขกรับเชิญช่วยปิดหรือยอดที่ทีมร้านปิดเอง ต้องบันทึกเป็นรายได้ของร้านเต็มจำนวนตามใบสั่งซื้อและใบเสร็จที่ออกให้ลูกค้าปลายทาง

ส่วนค่าตัวหรือค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้แขกรับเชิญให้บันทึกแยกเป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดหรือค่าใช้จ่ายในการขาย ไม่ใช่การหักยอดขายสุทธิก่อนบันทึกรายได้

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าตัวและค่าคอมมิชชั่น

เมื่อร้านค้าซึ่งเป็นนิติบุคคลจ่ายค่าตัวหรือค่าคอมมิชชั่นให้แขกรับเชิญที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยทั่วไปเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง

ไม่ว่าจะจ่ายเป็นค่าตัวคงที่หรือค่าคอมมิชชั่นตามยอดขาย

เพราะถือเป็นเงินได้จากการรับจ้างทำงานหรือบริการ ส่วนอัตราที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์และประเภทเงินได้ตามกฎหมาย ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอัตราหัก ณ

ที่จ่ายที่แน่นอนกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนจ่ายเงิน

และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แขกรับเชิญทุกครั้งเพื่อให้นำไปใช้เป็นเครดิตภาษีตอนยื่นแบบประจำปี

รูปแบบค่าตอบแทนลักษณะภาษีข้อควรระวัง
ค่าตัวคงที่ต่อรอบไลฟ์เงินได้บริการ + หัก ณ ที่จ่ายต้องมีสัญญา/ใบแจ้งหนี้รองรับ
ค่าคอมมิชชั่นตามยอดขายเงินได้บริการ + หัก ณ ที่จ่ายต้องมีรายงานยอดขายอ้างอิงชัดเจน
ยอดขายสินค้าระหว่างไลฟ์รายได้เต็มจำนวนของร้านห้ามหักคอมมิชชั่นก่อนบันทึกรายได้

เอกสารที่ควรเก็บสำหรับแต่ละไลฟ์

เพื่อให้การคำนวณค่าคอมมิชชั่นและภาษีถูกต้อง ผู้ประกอบการควรเก็บเอกสารประกอบต่อไปนี้ทุกรอบไลฟ์ ได้แก่ รายงานยอดขายจากระบบหลังบ้านของแพลตฟอร์ม (เช่น

ยอดออเดอร์ที่เกิดขึ้นระหว่างช่วงเวลาไลฟ์) ใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จค่าตัวจากแขกรับเชิญ

หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายที่ออกให้แขกรับเชิญ และสัญญาหรือข้อตกลงที่ระบุอัตราค่าคอมมิชชั่น

การมีเอกสารครบถ้วนช่วยให้สามารถอธิบายที่มาของตัวเลขค่าใช้จ่ายด้านการตลาดได้หากถูกสรรพากรตรวจสอบ

และช่วยป้องกันข้อพิพาทเรื่องยอดคอมมิชชั่นกับแขกรับเชิญในอนาคต

ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น

สมมติร้านค้าออนไลน์จัดไลฟ์ร่วมกับแขกรับเชิญ 1 คน ตกลงค่าตัวขั้นต่ำ 5,000 บาท บวกค่าคอมมิชชั่น 5% ของยอดขายที่ปิดได้ระหว่างไลฟ์ หากไลฟ์ครั้งนั้นมียอดขายรวม 200,000 บาท

ร้านต้องบันทึกรายได้จากการขายสินค้าเต็มจำนวน 200,000 บาทก่อน

ส่วนค่าตอบแทนแขกรับเชิญคำนวณได้ 10,000 บาท (5% ของ 200,000 บาท) ซึ่งมากกว่าค่าตัวขั้นต่ำ ร้านจึงจ่าย 10,000 บาทให้แขกรับเชิญ พร้อมหักภาษี ณ

ที่จ่ายตามอัตราที่ตรวจสอบแล้วก่อนโอนเงิน และบันทึกยอด 10,000 บาทเป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาดของร้าน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • บันทึกเฉพาะยอดขายสุทธิหลังหักค่าคอมมิชชั่นแขกรับเชิญเป็นรายได้ ทำให้รายได้ที่บันทึกต่ำกว่าความเป็นจริง
  • ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าตัวหรือค่าคอมมิชชั่นแขกรับเชิญ เพราะเข้าใจว่าเป็นการจ่ายแบบไม่เป็นทางการ
  • ไม่มีสัญญาหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรระบุอัตราค่าคอมมิชชั่นก่อนออกไลฟ์ ทำให้เกิดข้อพิพาทภายหลัง
  • ไม่เก็บรายงานยอดขายช่วงเวลาไลฟ์แยกจากยอดขายปกติ ทำให้คำนวณค่าคอมมิชชั่นผิดพลาด
  • ไม่ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายให้แขกรับเชิญ ทำให้แขกรับเชิญขาดเอกสารเครดิตภาษี

กรณีแขกรับเชิญเป็นนิติบุคคลหรือมีบริษัทตัวแทน

แขกรับเชิญบางรายโดยเฉพาะดาราหรืออินฟลูเอนเซอร์ระดับใหญ่ อาจรับงานผ่านบริษัทตัวแทน (Agency) หรือมีนิติบุคคลของตนเองเป็นผู้ออกใบแจ้งหนี้แทนตัวบุคคล

กรณีนี้ร้านค้าควรตรวจสอบว่าคู่สัญญาที่แท้จริงคือใคร และหักภาษี ณ

ที่จ่ายให้ตรงกับผู้รับเงินตามชื่อในใบแจ้งหนี้ พร้อมขอเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลของคู่สัญญาเก็บไว้ประกอบการจ่ายเงิน เพื่อให้การหักภาษี ณ

ที่จ่ายและการบันทึกค่าใช้จ่ายสอดคล้องกับตัวตนที่แท้จริงของผู้รับเงิน

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการควรทำสัญญาหรือข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรกับแขกรับเชิญทุกครั้งก่อนออกไลฟ์ ระบุอัตราค่าตัวและค่าคอมมิชชั่นให้ชัดเจน บันทึกยอดขายเต็มจำนวนเป็นรายได้ของร้านก่อนเสมอ

แล้วจึงบันทึกค่าตอบแทนแขกรับเชิญเป็นค่าใช้จ่ายแยกต่างหาก

หากไม่แน่ใจอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกต้องสำหรับรูปแบบค่าตอบแทนที่ซับซ้อน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนวางระบบจ่ายเงินระยะยาว

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ยอดขายที่แขกรับเชิญช่วยปิดระหว่างไลฟ์ ต้องบันทึกเป็นรายได้ของร้านทั้งหมดหรือไม่

ต้องบันทึกเป็นรายได้ของร้านเต็มจำนวนตามใบเสร็จที่ออกให้ลูกค้า ส่วนค่าตัวหรือค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้แขกรับเชิญให้บันทึกแยกเป็นค่าใช้จ่ายทางการตลาด ไม่ใช่หักยอดขายก่อนบันทึกรายได้

ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้แขกรับเชิญตามยอดขาย ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม

โดยทั่วไปเข้าข่ายต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเพราะถือเป็นเงินได้จากการรับจ้างหรือบริการ อัตราที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนจ่ายเงิน

ควรทำสัญญากับแขกรับเชิญก่อนออกไลฟ์หรือไม่

ควรทำเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ระบุอัตราค่าตัวและวิธีคำนวณค่าคอมมิชชั่นให้ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อพิพาทและใช้เป็นหลักฐานประกอบการบันทึกบัญชี

แขกรับเชิญที่ออกใบแจ้งหนี้ในนามบริษัทตัวแทน ต้องหักภาษีอย่างไร

ควรหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ตรงกับผู้รับเงินตามชื่อในใบแจ้งหนี้จริง และขอเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคลของคู่สัญญาเก็บไว้ประกอบการจ่ายเงินทุกครั้ง

ต้องเก็บเอกสารอะไรบ้างเพื่อรองรับการคำนวณค่าคอมมิชชั่น

ควรเก็บรายงานยอดขายช่วงเวลาไลฟ์ ใบแจ้งหนี้หรือใบเสร็จค่าตัวจากแขกรับเชิญ หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย และสัญญาที่ระบุอัตราค่าคอมมิชชั่นให้ครบถ้วน

ถ้าไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าตัวแขกรับเชิญ จะมีความเสี่ยงอย่างไร

ร้านอาจถูกสรรพากรประเมินให้รับผิดชอบภาษีที่ควรหักไว้เอง พร้อมเงินเพิ่มและเบี้ยปรับ จึงควรตรวจสอบและหักภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ถ้าค่าคอมมิชชั่นต่ำกว่าค่าตัวขั้นต่ำที่ตกลงกัน ต้องจ่ายเท่าไร

ต้องจ่ายตามค่าตัวขั้นต่ำที่ตกลงกันไว้ในสัญญา แม้ยอดคอมมิชชั่นที่คำนวณได้จะต่ำกว่าก็ตาม จึงควรระบุเงื่อนไขนี้ในสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น

เมื่อกิจการเริ่มมีรายการบัญชีและภาษีที่ซับซ้อนขึ้นตามลักษณะธุรกิจ การวางระบบให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาในระยะยาว A Plus Me มีบริการดูแลบัญชี ภาษี และระบบการเงินครบวงจร

ที่ช่วยรองรับความต้องการนี้ได้