เจ้าของกิจการที่เพิ่งได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแล้วพบว่ายอดภาษีสูงเกินคาด อาจไม่รู้ว่ากฎหมายเปิดช่องให้ผ่อนชำระได้โดยไม่มีดอกเบี้ยเพิ่ม

หากยอดภาษีถึงเกณฑ์ที่กำหนด บทความนี้อธิบายเงื่อนไขการใช้สิทธิผ่อนชำระ 3 งวด

ขั้นตอนยื่นคำร้องต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำหนดเวลาชำระแต่ละงวด พร้อมผลที่จะเกิดขึ้นหากผิดนัด เพื่อให้ SME วางแผนกระแสเงินสดและชำระภาษีได้ถูกต้องตรงเวลาในทุกงวด

สารบัญบทความ
  1. ใครมีสิทธิผ่อนชำระภาษีที่ดิน และเงื่อนไขตามกฎหมาย
  2. ขั้นตอนยื่นคำร้องขอผ่อนชำระต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
  3. ตารางกำหนดชำระ 3 งวด พร้อมตัวอย่างการคำนวณ
  4. ผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่ง เกิดผลอย่างไร
  5. ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับ SME ที่เลือกผ่อนชำระ
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ใครมีสิทธิผ่อนชำระภาษีที่ดิน และเงื่อนไขตามกฎหมาย

พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 มาตรา 52 กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ผู้เสียภาษีต้องชำระในปีภาษีนั้น มีจำนวนตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป

ผู้เสียภาษีมีสิทธิยื่นคำร้องขอผ่อนชำระเป็น 3 งวดเท่า ๆ กัน ได้

โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหรือเงินเพิ่มใด ๆ เพิ่มเติม ตราบใดที่ชำระแต่ละงวดตรงตามกำหนดเวลา หลักเกณฑ์และวิธีการผ่อนชำระเป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติฉบับนี้

สิทธิ์นี้ใช้ได้กับผู้เสียภาษีทุกประเภท ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ว่าทรัพย์สินจะเป็นที่อยู่อาศัย ที่ดินเกษตรกรรม หรือทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ที่ SME ใช้เป็นสถานประกอบการ เช่น

อาคารสำนักงาน โกดังสินค้า หรือหน้าร้าน

ขอเพียงยอดภาษีที่ประเมินในหนังสือแจ้งการประเมินถึงเกณฑ์ 3,000 บาท ก็ใช้สิทธิผ่อนชำระได้ทันที โดยไม่ต้องมีเหตุผลพิเศษหรือหลักฐานแสดงความจำเป็นทางการเงินแต่อย่างใด

เพราะเป็นสิทธิที่กฎหมายให้ไว้กับผู้เสียภาษีโดยตรง

ขั้นตอนยื่นคำร้องขอผ่อนชำระต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

เนื่องจากภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไม่ได้จัดเก็บโดยกรมสรรพากร แต่จัดเก็บโดย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล

สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร หรือเมืองพัทยา

การขอผ่อนชำระจึงต้องยื่นเรื่องกับหน่วยงานเดียวกับที่ออกหนังสือแจ้งการประเมินภาษี ไม่ใช่ยื่นผ่านกรมสรรพากรหรือหน่วยงานส่วนกลางอื่นใด

  • ยื่นที่ไหน: สำนักงานเทศบาล/อบต./สำนักงานเขต ที่ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างตั้งอยู่ (กรณีมีทรัพย์สินหลายแปลงในหลายพื้นที่ ต้องยื่นแยกกันตามเขตรับผิดชอบของแต่ละ อปท.)
  • ยื่นเมื่อไหร่: ต้องแจ้งความประสงค์และชำระงวดแรกภายในกำหนดเวลาชำระภาษีตามปกติที่ระบุในหนังสือแจ้งการประเมิน โดยพระราชบัญญัติกำหนดกรอบเวลาให้งวดแรกอยู่ภายในเดือนเมษายนของทุกปี แต่ในทางปฏิบัติ กระทรวงมหาดไทยมักออกประกาศขยายกำหนดเวลาชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประจำเกือบทุกปี (เช่น ปีภาษี 2569 มีประกาศขยายงวดที่ 1-3 ออกไปเป็นเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม) จึงควรตรวจสอบวันครบกำหนดที่แท้จริงจากหนังสือแจ้งการประเมินหรือประกาศของ อปท. ในพื้นที่ทุกปี หากปล่อยเลยกำหนดโดยไม่ยื่นคำร้อง จะถือว่าพ้นสิทธิผ่อนชำระและต้องชำระเต็มจำนวนทันที
  • เอกสารที่ต้องเตรียม: หนังสือแจ้งการประเมินภาษีฉบับที่ อปท. ส่งมา บัตรประชาชนเจ้าของทรัพย์สิน (กรณีนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองบริษัทและบัตรประชาชนผู้มีอำนาจลงนาม) และแบบคำร้องขอผ่อนชำระตามแบบฟอร์มที่ อปท. แต่ละแห่งกำหนด
  • ผู้ยื่นคำร้อง: เจ้าของกรรมสิทธิ์ตามทะเบียนหรือผู้รับมอบอำนาจ (กรณีนิติบุคคล ควรมอบอำนาจเป็นลายลักษณ์อักษรให้ฝ่ายบัญชีหรือตัวแทนไปยื่นแทนกรรมการได้)

ข้อดีของการติดต่อ อปท. ล่วงหน้าคือสามารถสอบถามแบบฟอร์มและช่องทางที่แต่ละพื้นที่ใช้ได้โดยตรง เพราะรายละเอียดปลีกย่อย เช่น รูปแบบเอกสารหรือช่องทางออนไลน์

อาจแตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น

ตารางกำหนดชำระ 3 งวด พร้อมตัวอย่างการคำนวณ

ตามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 กำหนดเวลาชำระแต่ละงวดตามกรอบปกติของกฎหมาย (กรณีไม่มีประกาศขยายเวลาในปีนั้น) มีดังนี้

งวดที่กำหนดชำระจำนวนที่ต้องชำระ
งวดที่ 1ภายในเดือนเมษายน (เดือนครบกำหนดชำระภาษีตามปกติ)1 ใน 3 ของภาษีทั้งจำนวน
งวดที่ 2ภายในเดือนพฤษภาคม1 ใน 3 ของภาษีทั้งจำนวน
งวดที่ 3ภายในเดือนมิถุนายน1 ใน 3 ของภาษีทั้งจำนวน (ส่วนที่เหลือ)

หมายเหตุ: กำหนดเวลาข้างต้นเป็นกรอบตามกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติแทบทุกปีกระทรวงมหาดไทยจะออกประกาศขยายเวลาการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั่วประเทศ

ทำให้กำหนดชำระแต่ละงวดของปีภาษีนั้นเลื่อนออกไปจากตารางข้างต้น (เช่น ปีภาษี 2569

มีประกาศขยายงวดที่ 1-3 เป็นเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม-สิงหาคม) SME จึงควรยึดวันที่ระบุในหนังสือแจ้งการประเมินหรือประกาศของ อปท. ในพื้นที่ของตนเป็นหลักในแต่ละปีภาษี

ไม่ใช่ยึดตามเดือนเมษายน-พฤษภาคม-มิถุนายนเสมอไป

ตัวอย่าง: ร้านค้าปลีกแห่งหนึ่งได้รับหนังสือแจ้งการประเมินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างสำหรับอาคารพาณิชย์ที่ใช้เป็นหน้าร้าน จำนวน 9,600 บาท เนื่องจากยอดภาษีถึงเกณฑ์ 3,000 บาทขึ้นไป

เจ้าของร้านจึงยื่นคำร้องขอผ่อนชำระกับเทศบาลในพื้นที่ภายในกำหนดเวลาชำระภาษีของปีนั้น และแบ่งชำระงวดละ 3,200 บาท รวม 3 งวด ตามกำหนดเวลาที่ อปท. แจ้ง (ตามกรอบปกติคือเมษายน พฤษภาคม

มิถุนายน เว้นแต่ปีนั้นมีประกาศขยายเวลา)

โดยไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากยอดภาษีเดิม หากปีถัดไปยอดภาษีของทรัพย์สินเดียวกันต่ำกว่า 3,000 บาท ก็จะไม่เข้าเงื่อนไขผ่อนชำระ ต้องชำระเต็มจำนวนครั้งเดียวตามปกติ

ผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่ง เกิดผลอย่างไร

สิทธิผ่อนชำระ 3 งวดมีเงื่อนไขผูกพันคือ ผู้เสียภาษีต้องชำระแต่ละงวดให้ตรงตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด หากผิดนัดไม่ชำระงวดใดงวดหนึ่งภายในเวลาที่กำหนด

จะถือว่าหมดสิทธิผ่อนชำระต่อในงวดที่เหลือ และต้องชำระภาษีส่วนที่ค้างอยู่ทั้งจำนวนทันที

พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 68 แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562)

ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับกรณีค้างชำระภาษีโดยไม่เคยยื่นขอผ่อนชำระเลยตั้งแต่แรก ดังนี้

  • เบี้ยปรับ คิดจากภาษีค้างชำระ แบ่งตามช่วงเวลาที่ชำระ: ชำระก่อนได้รับหนังสือแจ้งเตือนให้ชำระภาษีค้าง เบี้ยปรับ 10% ของภาษีค้างชำระ / ชำระภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งเตือน เบี้ยปรับ 20% ของภาษีค้างชำระ / ชำระเกินกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งเตือนแล้ว เบี้ยปรับ 40% ของภาษีค้างชำระ
  • เงินเพิ่ม อีกร้อยละ 1 ต่อเดือนของภาษีค้างชำระ นับแต่วันพ้นกำหนดชำระจนถึงวันที่ชำระเสร็จสิ้น ซึ่งเป็นคนละส่วนกับเบี้ยปรับข้างต้นและคิดเพิ่มเข้าไปด้วยกัน

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจขอผ่อนชำระ SME ควรประเมินกระแสเงินสดล่วงหน้าให้แน่ใจว่าจะมีเงินพร้อมชำระครบทั้ง 3 งวดตามกำหนด เพราะการผิดนัดเพียงงวดเดียวอาจทำให้ต้นทุนภาษีที่ควรจะผ่อนเบาลง

กลับกลายเป็นภาระหนักกว่าการชำระเต็มจำนวนตั้งแต่ต้นจากเบี้ยปรับและเงินเพิ่มที่เกิดขึ้น

ข้อควรรู้เพิ่มเติมสำหรับ SME ที่เลือกผ่อนชำระ

นอกจากกำหนดเวลาและเงื่อนไขข้างต้น ผู้ประกอบการควรพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ประกอบการตัดสินใจและบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง

  • การคัดค้าน/อุทธรณ์การประเมินไม่ตัดสิทธิผ่อนชำระ: หากไม่เห็นด้วยกับยอดประเมิน สามารถยื่นหนังสือคัดค้านการประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่น (เช่น นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการเขต หรือนายกเมืองพัทยา) ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน และควรขอผ่อนชำระตามยอดที่ประเมินไว้ควบคู่กันไปก่อน เพื่อป้องกันเบี้ยปรับและเงินเพิ่มระหว่างรอผลพิจารณา หากผู้บริหารท้องถิ่นไม่เห็นชอบกับคำคัดค้าน ผู้เสียภาษียังมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์การประเมินภาษีต่อไปได้ภายใน 30 วันนับแต่ได้รับแจ้งผลการพิจารณา และหากผลการพิจารณาหรืออุทธรณ์เป็นคุณในภายหลัง อปท. จะคืนภาษีส่วนที่ชำระเกินให้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
  • การบันทึกบัญชี: แม้จะผ่อนชำระเป็น 3 งวด นิติบุคคลควรบันทึกภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนตามรอบบัญชีที่เกิดภาระภาษี (ปีที่ได้รับการประเมิน) ตามเกณฑ์คงค้าง ไม่ใช่ทยอยบันทึกตามงวดที่จ่ายจริง และเก็บใบเสร็จรับเงินจาก อปท. ทุกงวดไว้เป็นหลักฐานประกอบการหักเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคล
  • ทรัพย์สินหลายแปลง: หากบริษัทมีที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างหลายแห่งในเขต อปท. เดียวกัน โดยทั่วไปยอดภาษีจะถูกประเมินและแจ้งเป็นรายแปลงหรือรายรายการทรัพย์สินตามหนังสือแจ้งการประเมินแต่ละฉบับ จึงควรตรวจสอบกับ อปท. ว่าทรัพย์สินแต่ละรายการที่มียอดถึง 3,000 บาทขึ้นไป ต้องยื่นคำร้องผ่อนชำระแยกกันหรือไม่ ตามแนวปฏิบัติของ อปท. นั้น ๆ
  • วางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้า: เนื่องจากช่วงที่ต้องผ่อนชำระภาษีที่ดินมักตรงหรือใกล้เคียงกับช่วงที่ SME มีภาระค่าใช้จ่ายอื่นพร้อมกัน เช่น ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) จึงควรกันงบประมาณสำหรับภาษีที่ดินแต่ละงวดไว้ล่วงหน้า เพื่อไม่ให้กระทบสภาพคล่องช่วงกลางปี

การผ่อนชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นสิทธิที่ช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินได้จริงโดยไม่มีต้นทุนดอกเบี้ยเพิ่ม

ตราบใดที่ผู้ประกอบการยื่นคำร้องให้ทันกำหนดและวางแผนชำระแต่ละงวดให้ตรงเวลา

ก็จะได้ประโยชน์เต็มที่จากมาตรการนี้โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องเบี้ยปรับหรือเงินเพิ่มตามมา อย่างไรก็ตาม

เนื่องจากกำหนดเวลาที่แน่นอนในแต่ละปีอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามประกาศของกระทรวงมหาดไทยหรือ อปท. ในพื้นที่

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบวันครบกำหนดจริงจากหนังสือแจ้งการประเมินทุกปี หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหากมีข้อสงสัยเฉพาะกรณีของกิจการ

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ผ่อนภาษีที่ดิน 3,000 บาทขึ้นไป แบ่งชำระ 3 งวดอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาษีที่ดินต้องมียอดตั้งแต่เท่าไหร่ขึ้นไปถึงจะขอผ่อนชำระได้ และผ่อนได้กี่งวด

ต้องมียอดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ต้องชำระตั้งแต่ 3,000 บาทขึ้นไป จึงจะมีสิทธิยื่นคำร้องขอผ่อนชำระได้ 3 งวดเท่า ๆ กัน ตามมาตรา 52

แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 หากยอดต่ำกว่า 3,000 บาทต้องชำระเต็มจำนวนครั้งเดียว

ต้องยื่นคำร้องขอผ่อนชำระที่ไหน และภายในเมื่อไหร่

ยื่นต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล อบต. สำนักงานเขต หรือเมืองพัทยา) ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวกับที่ออกหนังสือแจ้งการประเมิน

โดยต้องแจ้งความประสงค์และชำระงวดแรกภายในกำหนดเวลาชำระภาษีตามปกติที่ระบุในหนังสือแจ้งประเมิน

กฎหมายกำหนดกรอบให้งวดแรกอยู่ในเดือนเมษายนของทุกปี แต่แทบทุกปีกระทรวงมหาดไทยมักออกประกาศขยายเวลาชำระภาษีที่ดินออกไป จึงควรยึดวันที่ระบุในหนังสือแจ้งประเมินหรือประกาศของ อปท.

ในพื้นที่เป็นหลัก

ผ่อนชำระภาษีที่ดิน 3 งวด มีดอกเบี้ยหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มหรือไม่

ไม่มี หากชำระแต่ละงวดตรงตามกำหนดเวลาที่ อปท. แจ้งไว้ (ตามกรอบกฎหมายปกติคือ งวดที่ 1 เมษายน งวดที่ 2 พฤษภาคม งวดที่ 3 มิถุนายน แต่บางปีอาจมีประกาศขยายเวลาออกไป)

แต่หากผิดนัดงวดใดงวดหนึ่ง จะหมดสิทธิผ่อนชำระต่อ

และต้องชำระภาษีส่วนที่เหลือทั้งจำนวนทันที พร้อมเบี้ยปรับ 10-40% ของภาษีค้างชำระ (ตามช่วงเวลาที่ชำระ) และเงินเพิ่มอีกร้อยละ 1 ต่อเดือนของภาษีค้างชำระ ตามมาตรา 68

แห่งพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562

ระหว่างคัดค้านหรืออุทธรณ์การประเมิน ยังขอผ่อนชำระภาษีที่ดินได้หรือไม่

ได้ การยื่นคัดค้านหรืออุทธรณ์การประเมินไม่ได้ทำให้หน้าที่ชำระภาษีตามยอดที่ประเมินไว้หมดไป ผู้เสียภาษีจึงควรยื่นคำร้องคัดค้านการประเมินต่อผู้บริหารท้องถิ่นภายใน 30

วันนับแต่ได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน

และขอผ่อนชำระตามยอดที่ประเมินไว้ควบคู่กันไปก่อน เพื่อไม่ให้เกิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มระหว่างรอผลพิจารณา หากภายหลังผลการพิจารณาเป็นคุณ อปท.

จะคืนภาษีส่วนที่ชำระเกินให้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกรรมและรายจ่ายของธุรกิจสอดคล้องกับกฎหมายภาษีมากน้อยเพียงใด ลองให้บริการวางแผนภาษีของ A Plus Me ช่วยตรวจสอบและวางแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ