เมื่อกิจการมีภาษีค้างชำระก้อนใหญ่จนไม่สามารถจ่ายเต็มจำนวนได้ในคราวเดียว กรมสรรพากรมีช่องทางให้ยื่นขอผ่อนชำระภาษีเป็นงวดได้

ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดและยังคงมีเงินเพิ่มตามกฎหมายเกิดขึ้นระหว่างผ่อน

ผู้ประกอบการควรเข้าใจขั้นตอนและผลกระทบก่อนตัดสินใจยื่นคำร้อง

สารบัญบทความ
  1. ทำไมธุรกิจถึงมีภาษีค้างชำระ
  2. ขั้นตอนการยื่นขอผ่อนชำระภาษี
  3. เงินเพิ่มและเบี้ยปรับระหว่างผ่อนชำระ
  4. ผลที่เกิดขึ้นหากผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่ง
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  9. ตารางนำบทความไปใช้

ทำไมธุรกิจถึงมีภาษีค้างชำระ

ภาษีค้างชำระเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น กิจการยื่นแบบภาษีแล้วแต่ไม่มีเงินสดเพียงพอจ่ายเต็มจำนวน ถูกกรมสรรพากรประเมินภาษีเพิ่มเติมย้อนหลังจากการตรวจสอบ

หรือยื่นแบบภาษีล่าช้าจนเกิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่มสะสม ไม่ว่าจะเป็นกรณีใด

เมื่อยอดหนี้ภาษีมีมูลค่าสูงจนกระทบสภาพคล่องของกิจการอย่างรุนแรง กรมสรรพากรเปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษียื่นคำร้องขอผ่อนชำระเป็นงวดได้

แทนที่จะต้องจ่ายเต็มจำนวนทันทีซึ่งอาจทำให้กิจการขาดสภาพคล่องจนต้องหยุดดำเนินงาน

สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจตั้งแต่ต้นคือ การขอผ่อนชำระไม่ได้หมายความว่าหนี้ภาษีจะหยุดเพิ่ม เพราะกฎหมายยังคงคิด "เงินเพิ่ม" ตามอัตราที่กำหนดต่อเนื่องไปจนกว่าจะชำระครบถ้วน

การผ่อนชำระจึงเป็นเครื่องมือบริหารกระแสเงินสดระยะสั้น

ไม่ใช่การลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายจริง

ขั้นตอนการยื่นขอผ่อนชำระภาษี

โดยทั่วไปกระบวนการยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีค้างมีขั้นตอนหลักดังนี้

  • ยื่นคำร้องที่สรรพากรพื้นที่ที่กิจการมีภูมิลำเนาทางภาษี: ต้องระบุยอดหนี้ภาษีที่ค้างชำระ เหตุผลที่ไม่สามารถจ่ายเต็มจำนวน และแผนการผ่อนชำระที่เสนอ
  • แนบเอกสารแสดงสถานะการเงินของกิจการ: เช่น งบการเงิน รายการเดินบัญชีธนาคาร เพื่อพิสูจน์ว่ากิจการมีปัญหาสภาพคล่องจริงและมีความสามารถผ่อนชำระตามแผนที่เสนอ
  • รอการพิจารณาอนุมัติจากเจ้าหน้าที่สรรพากร: เจ้าหน้าที่จะพิจารณาจำนวนงวดและระยะเวลาผ่อนชำระตามความเหมาะสมของแต่ละกรณี ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามยอดหนี้และประวัติการเสียภาษีของกิจการ
  • อาจต้องวางหลักประกันหรือหนังสือค้ำประกัน: ในบางกรณีที่ยอดหนี้ภาษีมีมูลค่าสูง กรมสรรพากรอาจกำหนดให้วางหลักทรัพย์หรือให้บุคคล/นิติบุคคลค้ำประกันการผ่อนชำระ

เงื่อนไขรายละเอียด เช่น จำนวนงวดสูงสุดที่อนุมัติได้ อัตราเงินเพิ่มระหว่างผ่อนชำระ และหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติ อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศกรมสรรพากรในแต่ละช่วงเวลา

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบหลักเกณฑ์ล่าสุดกับสรรพากรพื้นที่หรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนยื่นคำร้องทุกครั้ง

เงินเพิ่มและเบี้ยปรับระหว่างผ่อนชำระ

ประเด็นที่ผู้ประกอบการมักเข้าใจผิดคือคิดว่าเมื่อได้รับอนุมัติผ่อนชำระแล้ว เงินเพิ่มจะหยุดคิดทันที แต่ในความเป็นจริง เงินเพิ่มตามกฎหมาย (ในอัตราที่กำหนดต่อเดือนของยอดภาษีค้าง)

ยังคงเดินต่อไปจนกว่าจะชำระภาษีครบถ้วนทุกงวด

แม้จะได้รับอนุมัติให้ผ่อนชำระแล้วก็ตาม ดังนั้นยิ่งผ่อนชำระนานเท่าไหร่ ยอดเงินเพิ่มสะสมก็จะยิ่งสูงขึ้นตามระยะเวลา

ผู้ประกอบการจึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างการกู้ยืมเงินมาชำระให้ครบในคราวเดียว กับการผ่อนชำระที่มีเงินเพิ่มสะสมต่อเนื่อง

เพื่อเลือกทางเลือกที่ประหยัดต้นทุนรวมที่สุด อัตราเงินเพิ่มที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญหรือกรมสรรพากรโดยตรงเพราะอาจมีการปรับเปลี่ยนตามกฎหมาย

ผลที่เกิดขึ้นหากผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่ง

หากกิจการได้รับอนุมัติให้ผ่อนชำระแล้วแต่ผิดนัดไม่ชำระงวดใดงวดหนึ่งตามกำหนด กรมสรรพากรมีสิทธิ์ยกเลิกสิทธิ์การผ่อนชำระทั้งหมด และเรียกให้ชำระยอดคงเหลือทั้งจำนวนทันที

พร้อมทั้งอาจดำเนินมาตรการบังคับชำระหนี้ภาษี เช่น

การอายัดทรัพย์สินหรือบัญชีธนาคาร ตามอำนาจที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นก่อนยื่นขอผ่อนชำระ กิจการควรประเมินกระแสเงินสดล่วงหน้าอย่างระมัดระวังว่าจะสามารถชำระได้ตรงตามแผนทุกงวดจริง

ไม่ควรเสนอแผนที่เกินความสามารถจริงเพียงเพื่อให้ได้รับอนุมัติง่ายขึ้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • รอจนถูกกรมสรรพากรเริ่มมาตรการบังคับก่อนจึงค่อยยื่นขอผ่อนชำระ: ควรยื่นคำร้องทันทีที่ทราบว่ามีปัญหาสภาพคล่อง ไม่ควรรอจนใกล้ถูกดำเนินคดีหรืออายัดทรัพย์สิน
  • เสนอแผนผ่อนชำระที่เกินความสามารถทางการเงินจริงของกิจการ: ทำให้ผิดนัดชำระในภายหลังและถูกยกเลิกสิทธิ์ผ่อนชำระทั้งหมด
  • ไม่เตรียมเอกสารทางการเงินให้ครบถ้วนตั้งแต่ครั้งแรก: ทำให้กระบวนการพิจารณาล่าช้าและอาจถูกขอเอกสารเพิ่มหลายรอบ
  • คิดว่าเงินเพิ่มจะหยุดคิดทันทีที่ได้รับอนุมัติผ่อนชำระ: ทำให้ประเมินภาระหนี้รวมผิดพลาดและวางแผนการเงินคลาดเคลื่อน

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติกิจการแห่งหนึ่งถูกประเมินภาษีเงินได้นิติบุคคลย้อนหลังจำนวน 900,000 บาท

และไม่มีเงินสดเพียงพอจ่ายเต็มจำนวนในคราวเดียวเนื่องจากกระแสเงินสดติดขัดจากลูกหนี้การค้าที่ยังไม่ได้รับชำระ

กิจการจึงยื่นคำร้องขอผ่อนชำระโดยเสนอแผนแบ่งจ่ายเป็นงวดรายเดือน พร้อมแนบงบการเงินและรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือนเพื่อพิสูจน์สถานะการเงิน หลังได้รับอนุมัติ

กิจการยังคงต้องชำระเงินเพิ่มที่เกิดขึ้นระหว่างผ่อนชำระควบคู่ไปด้วย

ซึ่งอัตราและวิธีคำนวณที่แน่นอนควรสอบถามจากเจ้าหน้าที่สรรพากรผู้พิจารณาคำร้องโดยตรง

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

หากกิจการพบว่ามีภาษีค้างชำระที่ไม่สามารถจ่ายเต็มจำนวนได้ ควรรีบติดต่อสรรพากรพื้นที่และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีทันที

เพื่อประเมินว่าควรยื่นขอผ่อนชำระหรือหาแหล่งเงินทุนอื่นมาชำระให้ครบเพื่อลดเงินเพิ่มสะสม

การเตรียมเอกสารทางการเงินให้ครบถ้วนและเสนอแผนผ่อนชำระที่สมเหตุสมผลตามความสามารถจริง จะช่วยเพิ่มโอกาสได้รับอนุมัติและลดความเสี่ยงจากการถูกดำเนินมาตรการบังคับทางภาษีในอนาคต

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ทำไมธุรกิจถึงมีภาษีค้างชำระตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ขั้นตอนการยื่นขอผ่อนชำระภาษีตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
เงินเพิ่มและเบี้ยปรับระหว่างผ่อนชำระตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจมีภาษีค้างชำระ ขอผ่อนชำระกับสรรพากรได้ไหม?

ได้ กรมสรรพากรเปิดให้ยื่นคำร้องขอผ่อนชำระภาษีค้างเป็นงวดในกรณีที่กิจการมีปัญหาสภาพคล่องจริง โดยต้องยื่นคำร้องพร้อมเอกสารแสดงสถานะการเงินที่สรรพากรพื้นที่

และรอการพิจารณาอนุมัติเป็นรายกรณี

ผ่อนชำระภาษีแล้วเงินเพิ่มจะหยุดคิดไหม?

ไม่หยุด เงินเพิ่มตามกฎหมายยังคงคิดต่อเนื่องจนกว่าจะชำระภาษีครบถ้วนทุกงวด แม้ได้รับอนุมัติให้ผ่อนชำระแล้วก็ตาม ยิ่งผ่อนนานยอดเงินเพิ่มสะสมก็จะยิ่งสูงขึ้น

ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้างในการยื่นขอผ่อนชำระภาษี?

โดยทั่วไปต้องเตรียมงบการเงิน รายการเดินบัญชีธนาคาร และเอกสารแสดงสถานะการเงินของกิจการ เพื่อพิสูจน์ว่ามีปัญหาสภาพคล่องจริงและมีความสามารถผ่อนชำระตามแผนที่เสนอ

ถ้าผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้น?

กรมสรรพากรมีสิทธิ์ยกเลิกสิทธิ์การผ่อนชำระทั้งหมดและเรียกให้ชำระยอดคงเหลือทั้งจำนวนทันที พร้อมอาจดำเนินมาตรการบังคับ เช่น อายัดทรัพย์สินหรือบัญชีธนาคารตามอำนาจกฎหมาย

ต้องวางหลักประกันเพื่อขอผ่อนชำระภาษีเสมอไปหรือไม่?

ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับมูลค่าหนี้ภาษีและดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ในบางกรณีที่ยอดหนี้สูงอาจกำหนดให้วางหลักทรัพย์หรือให้ผู้ค้ำประกัน ควรสอบถามรายละเอียดกับสรรพากรพื้นที่โดยตรง

ควรยื่นขอผ่อนชำระตอนไหนถึงจะดีที่สุด?

ควรยื่นทันทีที่ทราบว่ากิจการมีปัญหาสภาพคล่องและไม่สามารถจ่ายเต็มจำนวนได้ ไม่ควรรอจนใกล้ถูกดำเนินมาตรการบังคับ เพราะการยื่นล่วงหน้าช่วยเพิ่มโอกาสเจรจาเงื่อนไขที่เหมาะสมกว่า

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนยื่นคำร้องหรือไม่?

ควรปรึกษา เพราะผู้เชี่ยวชาญจะช่วยประเมินว่าควรผ่อนชำระหรือหาแหล่งเงินทุนอื่นมาชำระครบในคราวเดียวจะประหยัดกว่า และช่วยจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนเพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติ

หากต้องการดูแลบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น ลองศึกษาบริการบัญชี ภาษี และวางระบบการเงินสำหรับ SME ของ A Plus Me เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนงาน