ระบบแฟรนไชส์มักเก็บ marketing fund จากสาขาเพื่อทำโฆษณากลาง โปรโมชั่น หรือแคมเปญแบรนด์ หากเงินกองทุนนี้ปนกับรายได้ทั่วไป เจ้าของสาขาจะไม่เห็นความโปร่งใส และบัญชีอาจแยกภาระใช้เงินไม่ถูก
สรุปประเด็นที่ควรรู้
- อัตรา marketing fund
- สัญญาแฟรนไชส์
- ยอดเก็บกองทุน
กำหนดว่า marketing fund เป็นรายได้หรือเงินที่ต้องใช้แทนสาขา
สัญญาควรระบุอัตราเรียกเก็บ ฐานยอดขาย และสิทธิการใช้เงินกองทุน เพื่อให้บัญชีแยกเงินที่เป็นรายได้ของบริษัทกับเงินที่มีภาระใช้ตามวัตถุประสงค์
ข้อมูลที่ควรตั้งเป็น master data ก่อนเริ่มใช้งานคือ อัตรา marketing fund, ฐานยอดขาย, วัตถุประสงค์กองทุน, ผู้อนุมัติใช้เงิน, ยอดคงเหลือ เพราะธุรกิจหลายสาขาจะปิดบัญชีได้เร็วต่อเมื่อสำนักงานใหญ่และสาขาใช้รหัสเดียวกัน
- อัตรา marketing fund
- ฐานยอดขาย
- วัตถุประสงค์กองทุน
- ผู้อนุมัติใช้เงิน
- ยอดคงเหลือ
เก็บเอกสารค่าโฆษณากลางให้ตรวจได้
ค่าโฆษณา ค่า agency ค่า production หรือ media spend ที่ใช้เงินกองทุนควรมีใบกำกับภาษี ใบหัก ณ ที่จ่าย และรายงาน campaign ประกอบ
เอกสารที่ควรเก็บเป็นชุดเดียวกันคือ สัญญาแฟรนไชส์, ใบแจ้งหนี้กองทุน, ใบกำกับภาษีค่าโฆษณา, รายงาน campaign, หลักฐานจ่ายเงิน เพื่อให้ตรวจย้อนจากยอดขาย สต๊อก เงินสด VAT และค่าใช้จ่ายสาขาได้ครบ
- สัญญาแฟรนไชส์
- ใบแจ้งหนี้กองทุน
- ใบกำกับภาษีค่าโฆษณา
- รายงาน campaign
- หลักฐานจ่ายเงิน
รายงานให้สาขาเห็นยอดเก็บและยอดใช้
รายงานกองทุนควรแสดงยอดยกมา ยอดเรียกเก็บ ยอดใช้ และยอดคงเหลือ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่าง franchisor และ franchisee
รายงานที่เจ้าของกิจการควรดูทุกเดือนคือ ยอดเก็บกองทุน, ค่าโฆษณากลาง, ยอดคงเหลือ, งบ campaign, ผลลัพธ์แคมเปญ เพื่อรู้ว่าสาขาใดทำกำไรจริง สาขาใดมีเงินรั่ว และสาขาใดต้องปรับระบบก่อนขยายต่อ
- ยอดเก็บกองทุน
- ค่าโฆษณากลาง
- ยอดคงเหลือ
- งบ campaign
- ผลลัพธ์แคมเปญ
ตารางสรุปการบริหารและการรายงานบัญชีกองทุนการตลาดแฟรนไชส์ (Marketing Fund Control Matrix)
ระเบียบการแยกเงินสมทบการตลาดออกจากบัญชีดำเนินงานปกติ:
| ประเภทเงินกองทุนการตลาด | การบันทึกบัญชีของ Franchisor | สิทธิการตรวจสอบของ Franchisee | ข้อควรระวังทางภาษี (VAT & WHT) |
|---|---|---|---|
| เงินสมทบจากยอดขายสาขา (เช่น 1-2%) | ตั้งเป็นหนี้สินหมุนเวียน (Deferred Revenue / เงินรับฝากรอโฆษณา) | ขอดูรายงานแสดงยอดสะสมและประวัติการใช้เงินได้ทุกสิ้นไตรมาส | เงินสมทบเป็นรายได้บริการที่ต้องเสีย VAT 7% ฝั่งผู้โอนหัก 3% ได้ |
| ค่าใช้จ่ายซื้อสื่อโฆษณาระดับแบรนด์ | หักลบออกจากยอดหนี้สินกองทุนการตลาดสะสม (ห้ามลงเป็นรายจ่ายบริษัท) | ตรวจสอบใบเสร็จและตัวชี้วัดความเข้าถึงของแคมเปญการตลาด | ใบกำกับภาษีซื้อสื่อต้องออกในนาม Franchisor เพื่อใช้เครดิตภาษีซื้อได้ |
| เงินสนับสนุนร่วมพิเศษจากคู่ค้า/ซัพพลายเออร์ | บันทึกเป็นรายได้สนับสนุนเฉพาะกิจรอปันส่วนเข้ากองทุนตลาด | ร่วมรับทราบการทำข้อตกลงโปรโมชั่นและส่วนลดร่วมกับซัพพลายเออร์ | ต้องระบุในสัญญากองทุนการตลาดให้ครอบคลุมเพื่อสิทธิยกเว้น WHT บางรายการ |
เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้
สิ่งที่ควรทำทันที
- ระบุเงื่อนไขกองทุนในสัญญา
- ตั้งบัญชีแยก marketing fund
- เก็บเอกสารค่าโฆษณา
- ทำรายงานยอดคงเหลือ
- สรุปผล campaign ให้สาขา
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร
- ระบบยื่นแบบออนไลน์ e-Filing กรมสรรพากร
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ระบบ DBD e-Filing
- สำนักงานประกันสังคม
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะ ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Marketing fund ต้องแยกบัญชีธนาคารไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป แต่ควรแยกบัญชีบัญชีแยกประเภทและรายงานให้ตรวจได้ หากจำนวนเงินมากการแยกบัญชีธนาคารอาจช่วยคุมเงิน
เงินกองทุนการตลาดมี VAT ไหม
ต้องดูรูปแบบการเรียกเก็บและบริการที่ให้จริง ควรให้บัญชีตรวจเอกสารก่อนออกใบแจ้งหนี้
ควรส่งอะไรให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน
ควรส่งรายงานยอดขายรายสาขา รายงาน POS รายงานรับเงิน รายงานโอนสต๊อก ใบกำกับภาษีซื้อขาย ใบหัก ณ ที่จ่าย และ bank statement ของสำนักงานใหญ่กับสาขาที่เกี่ยวข้อง