กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure Fund) เป็นทางเลือกลงทุนที่ให้ผลตอบแทนหลักเป็นเงินปันผลจากรายได้ของโครงการโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางด่วน รถไฟฟ้า หรือโรงไฟฟ้า
นักลงทุนและเจ้าของกิจการที่ถือหน่วยลงทุนควรเข้าใจว่าเงินปันผลที่ได้รับต้องเสียภาษีอย่างไร และมีทางเลือกวางแผนภาษีแบบใดบ้าง
สารบัญบทความ
- กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานคืออะไร
- เงินปันผลจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เสียภาษีอย่างไร
- ความแตกต่างระหว่างกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกับกองทุนรวมทั่วไป
- นิติบุคคลที่ลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน บันทึกบัญชีอย่างไร
- ตัวอย่างสถานการณ์จริง
- ปัจจัยความเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนลงทุน
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
- ตารางนำบทความไปใช้
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานคืออะไร
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน หรือที่เรียกกันว่า Infrastructure Fund เป็นกองทุนรวมที่ระดมเงินจากนักลงทุนไปลงทุนในสิทธิที่จะได้รับรายได้จากทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางพิเศษ
รถไฟฟ้า ท่าเรือ สนามบิน โรงไฟฟ้า หรือระบบสาธารณูปโภคอื่น
โดยกองทุนจะนำรายได้ที่ได้รับจากการดำเนินงานหรือให้เช่าทรัพย์สินเหล่านั้นมาจ่ายเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนอย่างสม่ำเสมอ
จุดเด่นของกองทุนประเภทนี้คือกระแสรายได้ที่ค่อนข้างแน่นอนและมั่นคง
เพราะทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานมักมีสัญญาระยะยาวหรือมีลักษณะเป็นสาธารณูปโภคที่มีความต้องการใช้งานต่อเนื่อง
ทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอมากกว่าการเก็งกำไรจากราคาหน่วยลงทุน
เงินปันผลจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เสียภาษีอย่างไร
เงินปันผลที่ผู้ถือหน่วยลงทุนซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาได้รับจากกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน โดยทั่วไปจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายให้ผู้ถือหน่วย
ซึ่งผู้ถือหน่วยสามารถเลือกได้ว่าจะให้ภาษีที่หัก ณ ที่จ่ายนั้นเป็นภาษีสุดท้าย (final tax)
โดยไม่ต้องนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีอีก หรือจะเลือกนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีพร้อมขอเครดิตภาษีคืนก็ได้
ขึ้นอยู่กับว่าวิธีใดทำให้ผู้ถือหน่วยเสียภาษีน้อยกว่ากัน อัตราภาษีหัก ณ
ที่จ่ายที่แน่นอนและเงื่อนไขสิทธิประโยชน์ทางภาษีเฉพาะของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน
จึงควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือหนังสือชี้ชวนของกองทุนแต่ละกองก่อนตัดสินใจลงทุนและวางแผนยื่นภาษี
ทางเลือกในการยื่นภาษีเงินปันผล
เลือกที่ 1 ให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้าย เหมาะกับผู้มีเงินได้สุทธิอยู่ในฐานภาษีสูง เลือกที่ 2 นำเงินปันผลไปรวมยื่นภาษีประจำปีพร้อมขอเครดิตภาษี
เหมาะกับผู้มีเงินได้สุทธิอยู่ในฐานภาษีต่ำกว่าอัตราที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้
ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีช่วยคำนวณเปรียบเทียบทั้งสองแนวทางก่อนยื่นแบบ
ความแตกต่างระหว่างกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกับกองทุนรวมทั่วไป
กองทุนรวมทั่วไปที่ลงทุนในหุ้นหรือตราสารหนี้ มักมีรายได้หลักจากส่วนต่างราคา (capital gain) และดอกเบี้ยหรือเงินปันผลจากบริษัทที่ลงทุน
ขณะที่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานมีรายได้หลักจากกระแสเงินสดของทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง เช่น
ค่าผ่านทาง ค่าเช่าใช้ระบบราง หรือรายได้จากการขายไฟฟ้า
ลักษณะรายได้ที่มั่นคงนี้ทำให้กองทุนโครงสร้างพื้นฐานมักจ่ายเงินปันผลในอัตราที่ค่อนข้างสม่ำเสมอเมื่อเทียบกับส่วนต่างราคาหน่วยลงทุนที่อาจผันผวนน้อยกว่ากองทุนหุ้น
อย่างไรก็ตามราคาหน่วยลงทุนของกองทุนโครงสร้างพื้นฐานยังคงมีความเสี่ยงจากปัจจัยอื่น เช่น อัตราดอกเบี้ยในตลาด นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
และอายุสัมปทานหรือสัญญาของทรัพย์สินที่กองทุนถือสิทธิอยู่
นิติบุคคลที่ลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน บันทึกบัญชีอย่างไร
เมื่อบริษัทหรือนิติบุคคลลงทุนซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน
ต้องบันทึกเงินลงทุนดังกล่าวเป็นสินทรัพย์ประเภทเงินลงทุนในหลักทรัพย์ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง โดยพิจารณาว่าจะจัดประเภทเป็นเงินลงทุนเพื่อค้า เผื่อขาย
หรือถือจนครบกำหนด ขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของกิจการ เมื่อได้รับเงินปันผลจากกองทุน ต้องบันทึกเป็นรายได้เงินปันผลรับในงบกำไรขาดทุน และหากมีภาษีหัก ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลนั้น
นิติบุคคลสามารถนำภาษีที่ถูกหักไว้มาใช้เป็นเครดิตภาษีหักออกจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระได้ ทั้งนี้เงื่อนไขการยกเว้นภาษีเงินปันผลบางกรณีสำหรับนิติบุคคล (เช่น
การถือหน่วยลงทุนครบระยะเวลาที่กำหนด)
มีรายละเอียดเฉพาะที่ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนวางแผนบัญชี
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
สมมติบริษัทแห่งหนึ่งลงทุนซื้อหน่วยลงทุนกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 5,000,000 บาท และได้รับเงินปันผลปีละประมาณ 300,000 บาท บริษัทต้องบันทึกเงินลงทุน 5,000,000
บาทเป็นสินทรัพย์เงินลงทุนในหลักทรัพย์ และบันทึกเงินปันผลรับ 300,000
บาทเป็นรายได้ในงบกำไรขาดทุนของปีนั้น หากกองทุนหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลไว้ส่วนหนึ่งก่อนจ่ายให้บริษัท
บริษัทสามารถนำภาษีที่ถูกหักไว้มาเป็นเครดิตหักออกจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระในปีนั้นได้
อย่างไรก็ตามหากบริษัทขายหน่วยลงทุนออกไปในราคาที่สูงหรือต่ำกว่าราคาต้นทุน ส่วนต่างนั้นจะรับรู้เป็นกำไรหรือขาดทุนจากการขายเงินลงทุนแยกต่างหากจากรายได้เงินปันผล
ซึ่งมีหลักเกณฑ์ภาษีที่แตกต่างกันและควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจซื้อขาย
ปัจจัยความเสี่ยงที่นักลงทุนควรพิจารณาก่อนลงทุน
แม้กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานจะให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ แต่นักลงทุนควรพิจารณาปัจจัยเสี่ยงสำคัญ เช่น อายุสัมปทานหรือสัญญาที่ทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานถืออยู่
เพราะเมื่อสัญญาใกล้หมดอายุ มูลค่าและรายได้ของกองทุนอาจลดลง
นโยบายภาครัฐที่อาจเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบเกี่ยวกับค่าผ่านทางหรือค่าบริการที่กองทุนเรียกเก็บได้ และความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่หากปรับตัวสูงขึ้น
อาจทำให้กองทุนประเภทนี้ดูน่าสนใจน้อยลงเมื่อเทียบกับพันธบัตรหรือเงินฝากที่ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกันแต่มีความเสี่ยงต่ำกว่า
นักลงทุนควรอ่านหนังสือชี้ชวนอย่างละเอียดและปรึกษาที่ปรึกษาการลงทุนก่อนตัดสินใจ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- เข้าใจผิดว่าเงินปันผลจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมดเหมือนกองทุนรวมบางประเภท ทั้งที่จริงต้องตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละกองทุน
- ไม่เปรียบเทียบว่าควรเลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายหรือนำไปรวมยื่นภาษีประจำปี ทำให้เสียภาษีมากกว่าที่ควรจะเป็น
- นิติบุคคลไม่นำภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลมาใช้เป็นเครดิตภาษี ทำให้เสียภาษีซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น
- ไม่แยกบันทึกรายได้เงินปันผลกับกำไรขาดทุนจากการขายหน่วยลงทุน ทำให้คำนวณภาษีผิดประเภท
- ไม่พิจารณาความเสี่ยงเรื่องอายุสัมปทานของทรัพย์สินที่กองทุนถือ ทำให้ประเมินผลตอบแทนระยะยาวผิดพลาด
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
ผู้ที่สนใจลงทุนในกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานควรอ่านหนังสือชี้ชวนของกองทุนแต่ละกองอย่างละเอียดเพื่อทำความเข้าใจเงื่อนไขภาษีเงินปันผลเฉพาะของกองทุนนั้น
เปรียบเทียบว่าควรเลือกให้ภาษีหัก ณ
ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายหรือนำไปรวมยื่นภาษีประจำปีแบบใดเสียภาษีน้อยกว่า และหากลงทุนในนามนิติบุคคล
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีเพื่อบันทึกเงินลงทุนและใช้เครดิตภาษีจากเงินปันผลให้ถูกต้องครบถ้วน
เพื่อให้การลงทุนสร้างผลตอบแทนสุทธิหลังภาษีที่คุ้มค่าที่สุด
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
ตารางนำบทความไปใช้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานคืออะไร | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| เงินปันผลจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เสียภาษีอย่างไร | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| ความแตกต่างระหว่างกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกับกองทุนรวมทั่วไป | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานคืออะไร
เป็นกองทุนรวมที่ระดมเงินไปลงทุนในสิทธิรับรายได้จากทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ทางด่วน รถไฟฟ้า หรือโรงไฟฟ้า แล้วนำรายได้มาจ่ายเป็นเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุน
เงินปันผลจากกองทุนโครงสร้างพื้นฐานต้องเสียภาษีอย่างไร
โดยทั่วไปจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อน ผู้ถือหน่วยที่เป็นบุคคลธรรมดาสามารถเลือกให้เป็นภาษีสุดท้ายหรือนำไปรวมยื่นภาษีประจำปีพร้อมขอเครดิตคืนได้ ขึ้นอยู่กับว่าแบบใดเสียภาษีน้อยกว่า
ควรเลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายหรือรวมยื่นประจำปี
ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละบุคคล ผู้มีเงินได้สุทธิอยู่ในฐานภาษีสูงมักเลือกให้เป็นภาษีสุดท้าย ส่วนผู้มีฐานภาษีต่ำกว่าอัตราที่ถูกหักไว้อาจได้ประโยชน์จากการรวมยื่นภาษีประจำปี
นิติบุคคลที่ลงทุนในกองทุนนี้บันทึกบัญชีอย่างไร
บันทึกเงินลงทุนเป็นสินทรัพย์เงินลงทุนในหลักทรัพย์ และบันทึกเงินปันผลที่ได้รับเป็นรายได้ในงบกำไรขาดทุน พร้อมนำภาษีหัก ณ ที่จ่ายมาใช้เป็นเครดิตภาษีนิติบุคคลได้
กองทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างจากกองทุนรวมทั่วไปอย่างไร
มีรายได้หลักจากกระแสเงินสดของทรัพย์สินโครงสร้างพื้นฐานโดยตรง เช่น ค่าผ่านทางหรือค่าเช่าใช้ระบบ ทำให้ผลตอบแทนมักสม่ำเสมอกว่ากองทุนที่เน้นเก็งกำไรราคาหุ้น
ลงทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมีความเสี่ยงอะไรบ้าง
มีความเสี่ยงจากอายุสัมปทานที่ใกล้หมด นโยบายภาครัฐที่อาจเปลี่ยนแปลง และความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่กระทบความน่าสนใจของกองทุน
ขายหน่วยลงทุนกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมีกำไร ต้องเสียภาษีอย่างไร
กำไรจากการขายหน่วยลงทุนถือเป็นรายการแยกต่างหากจากเงินปันผล มีหลักเกณฑ์ภาษีที่แตกต่างกัน ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนตัดสินใจซื้อขาย
เมื่อกิจการเริ่มมีรายการบัญชีและภาษีที่ซับซ้อนขึ้นตามลักษณะธุรกิจ การวางระบบให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาในระยะยาว A Plus Me มีบริการดูแลบัญชี ภาษี และระบบการเงินครบวงจร
ที่ช่วยรองรับความต้องการนี้ได้