บริษัทออกแบบวิศวกรรมที่เก็บเงินค่าออกแบบเป็นงวดตามความคืบหน้างาน (Progress Payment) ต้องรู้ว่าความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้นทันทีเมื่อได้รับชำระเงินในแต่ละงวด

ไม่ใช่รอให้งานเสร็จทั้งโครงการ

สารบัญบทความ
  1. ธุรกิจออกแบบวิศวกรรมคืองานบริการ ไม่ใช่งานขายสินค้า
  2. หลักการ "ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม" ของงานบริการ
  3. ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อไหร่
  4. ตัวอย่างการคำนวณจริง
  5. กรณีลูกค้าจ่ายเงินล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในธุรกิจออกแบบวิศวกรรม
  7. แนวทางบริหารจัดการที่แนะนำ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ธุรกิจออกแบบวิศวกรรมคืองานบริการ ไม่ใช่งานขายสินค้า

บริษัทออกแบบวิศวกรรม เช่น งานออกแบบโครงสร้าง งานออกแบบระบบไฟฟ้า-เครื่องกล หรืองานที่ปรึกษาวิศวกรรม จัดเป็น การให้บริการ ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งมีหลักการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ที่ต่างจากการขายสินค้าอย่างชัดเจน

โดยเฉพาะเมื่อสัญญาจ้างออกแบบมีการแบ่งจ่ายเงินเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน (Progress Payment) เช่น งวดที่ 1 เมื่อส่งแบบร่างเบื้องต้น งวดที่ 2 เมื่อส่งแบบขั้นรายละเอียด

และงวดสุดท้ายเมื่อส่งมอบแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์

ประเด็นที่เจ้าของธุรกิจ SME สายออกแบบมักสับสนคือ ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ตอนไหน ระหว่างตอนที่ตกลงราคากับลูกค้า ตอนที่ส่งมอบงานแต่ละงวด หรือตอนที่ได้รับเงินจริง

หลักการ "ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม" ของงานบริการ

ตามมาตรา 78/1 แห่งประมวลรัษฎากร ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการเกิดขึ้น เมื่อถึงกำหนดเวลาใดเวลาหนึ่งก่อน ในบรรดาเหตุการณ์ต่อไปนี้

  • ได้รับชำระค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นเงินมัดจำ เงินล่วงหน้า หรือเงินงวดใดก็ตาม
  • ได้ใช้บริการนั้นไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น (กรณีที่ยังไม่ได้รับชำระเงินแต่มีการใช้บริการเกิดขึ้นแล้ว)
  • ได้ออกใบกำกับภาษี

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับบริษัทออกแบบวิศวกรรมคือ เหตุการณ์ "ได้รับชำระเงิน" มักเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์อื่นเสมอ

เพราะสัญญาจ้างออกแบบส่วนใหญ่กำหนดให้ลูกค้าจ่ายเงินแต่ละงวดหลังจากตรวจรับงานในงวดนั้น

ดังนั้นทันทีที่บริษัทได้รับเงินจากลูกค้าในงวดใด ไม่ว่าจะเป็นเงินมัดจำเริ่มงานหรือเงินงวดระหว่างทาง ความรับผิดในการเสีย VAT จะเกิดขึ้นทันที ณ วันที่ได้รับเงิน

ไม่ใช่รอให้โครงการเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด

ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อไหร่

เมื่อความรับผิดทางภาษีเกิดขึ้นแล้ว บริษัทมีหน้าที่ ออกใบกำกับภาษีทันทีในวันที่ได้รับชำระเงิน โดยระบุมูลค่าบริการเฉพาะงวดนั้น ไม่ใช่มูลค่ารวมทั้งสัญญา ตัวอย่างเช่น

หากสัญญาจ้างออกแบบมีมูลค่ารวม 3,000,000 บาท แบ่งจ่าย 3 งวด งวดละ 1,000,000

บาท เมื่อได้รับเงินงวดที่ 1 บริษัทต้องออกใบกำกับภาษีมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมคำนวณ VAT ของงวดนั้นทันที (อัตรา VAT ปัจจุบัน 7%

ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริงกับกรมสรรพากรก่อนออกเอกสาร

เนื่องจากอัตรานี้อาจมีการขยายเวลาหรือเปลี่ยนแปลงตามพระราชกฤษฎีกาในแต่ละปี)

หากบริษัทได้รับ เงินมัดจำ ก่อนเริ่มงาน เช่น เรียกเก็บ 10% ของมูลค่าสัญญาเป็นเงินมัดจำในวันเซ็นสัญญา เงินมัดจำนี้ก็ถือเป็นการรับชำระค่าบริการเช่นกัน ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง

VAT ในเดือนที่ได้รับเงินมัดจำนั้นทันที

ไม่สามารถเลื่อนไปรวมกับงวดสุดท้ายได้

ตัวอย่างการคำนวณจริง

สมมติบริษัทออกแบบวิศวกรรม A รับงานออกแบบระบบโครงสร้างอาคารมูลค่าสัญญา 2,400,000 บาท (ไม่รวม VAT) แบ่งจ่าย 4 งวดตามความคืบหน้า ดังนี้

งวดเงื่อนไขจ่ายเงินมูลค่างวด (บาท)วันที่ต้องออกใบกำกับภาษี
งวด 1มัดจำเมื่อเซ็นสัญญา240,000วันที่ได้รับเงินมัดจำ
งวด 2ส่งแบบร่างเบื้องต้น (Schematic Design)720,000วันที่ได้รับชำระงวดนี้
งวด 3ส่งแบบพัฒนา (Design Development)720,000วันที่ได้รับชำระงวดนี้
งวด 4ส่งมอบแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์720,000วันที่ได้รับชำระงวดสุดท้าย

บริษัท A ต้องออกใบกำกับภาษี 4 ฉบับ ตามวันที่ได้รับเงินจริงในแต่ละงวด และนำ VAT ของแต่ละงวดไปรวมยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนภาษีที่ได้รับเงินนั้นๆ

ไม่ใช่รอสะสมไว้ยื่นครั้งเดียวตอนจบโครงการ

กรณีลูกค้าจ่ายเงินล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา

ประเด็นที่ทำให้ผู้ประกอบการสับสนบ่อยคือ หากสัญญากำหนดให้จ่ายเงินงวดที่ 2 เมื่อส่งแบบ แต่ลูกค้าตรวจรับงานแล้วยังไม่โอนเงินจริง

ความรับผิดทางภาษียังไม่เกิดขึ้นจากการส่งมอบงานเพียงอย่างเดียว

ตราบใดที่ยังไม่ได้รับเงินและยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี อย่างไรก็ตาม หากบริษัทเลือกออกใบแจ้งหนี้หรือใบกำกับภาษีไปก่อนล่วงหน้าเพื่อเร่งให้ลูกค้าชำระเงิน

การออกใบกำกับภาษีนั้นเองจะกลายเป็นจุดที่ทำให้เกิดความรับผิดทางภาษีทันที

แม้จะยังไม่ได้รับเงินจริงก็ตาม จึงต้องระมัดระวังเรื่องจังหวะการออกเอกสารให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดจริงของธุรกิจ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในธุรกิจออกแบบวิศวกรรม

  • รอให้โครงการเสร็จก่อนออกใบกำกับภาษีทั้งหมด: เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด ทำให้ยื่น VAT ล่าช้ากว่ากำหนดในเดือนที่ได้รับเงินจริง ซึ่งมีความเสี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
  • ไม่ออกใบกำกับภาษีสำหรับเงินมัดจำ: เข้าใจผิดว่าเงินมัดจำไม่ใช่รายได้ ทั้งที่ทางภาษีถือเป็นการรับชำระค่าบริการที่ต้องเสีย VAT ทันที
  • บันทึกรายได้ตามมูลค่าสัญญาทั้งก้อนตั้งแต่วันเซ็นสัญญา: ทำให้งบการเงินและ VAT ไม่สอดคล้องกัน ควรบันทึกรายได้ตามงวดที่ส่งมอบงานหรือได้รับเงินตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
  • ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อเป็นฝ่ายผู้รับเหมาช่วง: หากบริษัทออกแบบใช้บริการวิศวกรที่ปรึกษาภายนอกเป็นผู้รับเหมาช่วง ต้องตรวจสอบภาระหัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการนั้นให้ถูกต้อง ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากอัตราหัก ณ ที่จ่ายค่าบริการวิชาชีพมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามประเภทผู้รับเงิน
  • ไม่แยกงวดเงินที่เป็นค่าปรับหรือค่าชดเชยออกจากรายได้ค่าบริการ: หากมีการปรับลดค่าจ้างเนื่องจากงานล่าช้า ต้องบันทึกแยกให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้กระทบฐานภาษีที่คำนวณผิดพลาด

แนวทางบริหารจัดการที่แนะนำ

เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลาการนำส่ง VAT บริษัทออกแบบวิศวกรรมควรวางระบบดังนี้

  • จัดทำตารางงวดเงินตามสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ระบุเงื่อนไขและวันที่คาดว่าจะได้รับเงินแต่ละงวด
  • ตั้งระบบแจ้งเตือนเมื่อได้รับเงินโอนจากลูกค้า เพื่อออกใบกำกับภาษีให้ทันภายในเดือนภาษีเดียวกัน
  • กระทบยอดรายรับตามบัญชีธนาคารกับใบกำกับภาษีที่ออกทุกเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีงวดเงินใดตกหล่น
  • หากสัญญามีมูลค่าสูงและซับซ้อนหลายงวด ควรให้ผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีช่วยตรวจสอบจุดความรับผิดทางภาษีของแต่ละงวดก่อนยื่นแบบทุกเดือน

การบริหารจัดการ VAT ของงานบริการแบบแบ่งงวดให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม

และทำให้กระแสเงินสดของธุรกิจสอดคล้องกับภาระภาษีที่แท้จริงในแต่ละเดือน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริษัทออกแบบวิศวกรรมต้องออกใบกำกับภาษีตอนไหนเมื่อเก็บเงินเป็นงวด?

ต้องออกใบกำกับภาษีทันทีในวันที่ได้รับชำระเงินแต่ละงวด ไม่ว่าจะเป็นเงินมัดจำหรือเงินงวดระหว่างทาง เพราะความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระเงิน ตามมาตรา 78/1

แห่งประมวลรัษฎากร

เงินมัดจำที่ได้รับตอนเซ็นสัญญาต้องเสีย VAT ไหม?

ต้องเสีย เงินมัดจำถือเป็นการรับชำระค่าบริการส่วนหนึ่ง ทำให้เกิดความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มทันทีในเดือนที่ได้รับเงิน ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ของงวดนั้นตามปกติ

ถ้าลูกค้าตรวจรับงานแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงิน ต้องเสีย VAT หรือยัง?

ยังไม่ต้อง ตราบใดที่บริษัทยังไม่ได้รับเงินและยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี แต่หากออกใบกำกับภาษีไปก่อนล่วงหน้า

การออกใบกำกับภาษีนั้นจะทำให้เกิดความรับผิดทางภาษีทันทีแม้ยังไม่ได้รับเงินจริง

หากรอออกใบกำกับภาษีจนโครงการเสร็จทั้งหมด มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?

มีความเสี่ยงถูกประเมินว่ายื่น VAT ล่าช้ากว่ากำหนดในเดือนที่ได้รับเงินจริงแต่ละงวด ซึ่งอาจนำไปสู่เบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย

จึงควรออกใบกำกับภาษีให้ตรงกับเดือนที่ได้รับเงินจริงทุกงวด

อัตรา VAT ที่ใช้กับงานออกแบบวิศวกรรมคือเท่าไหร่?

ปัจจุบันอัตราทั่วไปอยู่ที่ 7% แต่ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริงกับกรมสรรพากรก่อนออกเอกสารทุกครั้ง เนื่องจากอัตรานี้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งอาจมีการขยายเวลาในแต่ละปี

ต้องบันทึกรายได้ทางบัญชีตอนไหน แตกต่างจากตอนเสีย VAT หรือไม่?

การรับรู้รายได้ทางบัญชีอาจพิจารณาตามความคืบหน้าของงานหรือการส่งมอบงานแต่ละงวดตามมาตรฐานการบัญชี ซึ่งอาจไม่ตรงเวลาเดียวกับจุดความรับผิดทาง VAT เสมอไป

จึงควรให้ผู้ทำบัญชีช่วยกระทบยอดทั้งสองส่วนให้สอดคล้องกัน

ถ้าใช้ผู้รับเหมาช่วงเป็นวิศวกรที่ปรึกษาภายนอก ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม?

โดยทั่วไปค่าบริการวิชาชีพที่จ่ายให้ผู้รับเหมาช่วงมักมีภาระหัก ณ ที่จ่าย แต่อัตราที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับประเภทผู้รับเงินและลักษณะบริการ

ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง

เจ้าของธุรกิจที่ต้องการมีที่ปรึกษาช่วยดูภาพรวมภาษีทั้งปีแทนการแก้ปัญหาเป็นครั้งคราว สามารถให้ทีมที่ปรึกษาภาษี A Plus Me ช่วยวางแผนให้เป็นระบบและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน