บริษัทออกแบบวิศวกรรมที่เก็บเงินค่าออกแบบเป็นงวดตามความคืบหน้างาน (Progress Payment) ต้องรู้ว่าความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้นทันทีเมื่อได้รับชำระเงินในแต่ละงวด ไม่ใช่รอให้งานเสร็จทั้งโครงการ
ธุรกิจออกแบบวิศวกรรมคืองานบริการ ไม่ใช่งานขายสินค้า
บริษัทออกแบบวิศวกรรม เช่น งานออกแบบโครงสร้าง งานออกแบบระบบไฟฟ้า-เครื่องกล หรืองานที่ปรึกษาวิศวกรรม จัดเป็น การให้บริการ ตามประมวลรัษฎากร ซึ่งมีหลักการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ที่ต่างจากการขายสินค้าอย่างชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อสัญญาจ้างออกแบบมีการแบ่งจ่ายเงินเป็นงวดตามความคืบหน้าของงาน (Progress Payment) เช่น งวดที่ 1 เมื่อส่งแบบร่างเบื้องต้น งวดที่ 2 เมื่อส่งแบบขั้นรายละเอียด และงวดสุดท้ายเมื่อส่งมอบแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์
ประเด็นที่เจ้าของธุรกิจ SME สายออกแบบมักสับสนคือ ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ตอนไหน ระหว่างตอนที่ตกลงราคากับลูกค้า ตอนที่ส่งมอบงานแต่ละงวด หรือตอนที่ได้รับเงินจริง
หลักการ "ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม" ของงานบริการ
ตามมาตรา 78/1 แห่งประมวลรัษฎากร ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการเกิดขึ้น เมื่อถึงกำหนดเวลาใดเวลาหนึ่งก่อน ในบรรดาเหตุการณ์ต่อไปนี้
- ได้รับชำระค่าบริการ ไม่ว่าจะเป็นเงินมัดจำ เงินล่วงหน้า หรือเงินงวดใดก็ตาม
- ได้ใช้บริการนั้นไม่ว่าโดยตนเองหรือบุคคลอื่น (กรณีที่ยังไม่ได้รับชำระเงินแต่มีการใช้บริการเกิดขึ้นแล้ว)
- ได้ออกใบกำกับภาษี
สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับบริษัทออกแบบวิศวกรรมคือ เหตุการณ์ "ได้รับชำระเงิน" มักเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์อื่นเสมอ เพราะสัญญาจ้างออกแบบส่วนใหญ่กำหนดให้ลูกค้าจ่ายเงินแต่ละงวดหลังจากตรวจรับงานในงวดนั้น ดังนั้นทันทีที่บริษัทได้รับเงินจากลูกค้าในงวดใด ไม่ว่าจะเป็นเงินมัดจำเริ่มงานหรือเงินงวดระหว่างทาง ความรับผิดในการเสีย VAT จะเกิดขึ้นทันที ณ วันที่ได้รับเงิน ไม่ใช่รอให้โครงการเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด
ต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อไหร่
เมื่อความรับผิดทางภาษีเกิดขึ้นแล้ว บริษัทมีหน้าที่ ออกใบกำกับภาษีทันทีในวันที่ได้รับชำระเงิน โดยระบุมูลค่าบริการเฉพาะงวดนั้น ไม่ใช่มูลค่ารวมทั้งสัญญา ตัวอย่างเช่น หากสัญญาจ้างออกแบบมีมูลค่ารวม 3,000,000 บาท แบ่งจ่าย 3 งวด งวดละ 1,000,000 บาท เมื่อได้รับเงินงวดที่ 1 บริษัทต้องออกใบกำกับภาษีมูลค่า 1,000,000 บาท พร้อมคำนวณ VAT ของงวดนั้นทันที (อัตรา VAT ปัจจุบัน 7% ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริงกับกรมสรรพากรก่อนออกเอกสาร เนื่องจากอัตรานี้อาจมีการขยายเวลาหรือเปลี่ยนแปลงตามพระราชกฤษฎีกาในแต่ละปี)
หากบริษัทได้รับ เงินมัดจำ ก่อนเริ่มงาน เช่น เรียกเก็บ 10% ของมูลค่าสัญญาเป็นเงินมัดจำในวันเซ็นสัญญา เงินมัดจำนี้ก็ถือเป็นการรับชำระค่าบริการเช่นกัน ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ในเดือนที่ได้รับเงินมัดจำนั้นทันที ไม่สามารถเลื่อนไปรวมกับงวดสุดท้ายได้
ตัวอย่างการคำนวณจริง
สมมติบริษัทออกแบบวิศวกรรม A รับงานออกแบบระบบโครงสร้างอาคารมูลค่าสัญญา 2,400,000 บาท (ไม่รวม VAT) แบ่งจ่าย 4 งวดตามความคืบหน้า ดังนี้
| งวด | เงื่อนไขจ่ายเงิน | มูลค่างวด (บาท) | วันที่ต้องออกใบกำกับภาษี |
|---|---|---|---|
| งวด 1 | มัดจำเมื่อเซ็นสัญญา | 240,000 | วันที่ได้รับเงินมัดจำ |
| งวด 2 | ส่งแบบร่างเบื้องต้น (Schematic Design) | 720,000 | วันที่ได้รับชำระงวดนี้ |
| งวด 3 | ส่งแบบพัฒนา (Design Development) | 720,000 | วันที่ได้รับชำระงวดนี้ |
| งวด 4 | ส่งมอบแบบก่อสร้างฉบับสมบูรณ์ | 720,000 | วันที่ได้รับชำระงวดสุดท้าย |
บริษัท A ต้องออกใบกำกับภาษี 4 ฉบับ ตามวันที่ได้รับเงินจริงในแต่ละงวด และนำ VAT ของแต่ละงวดไปรวมยื่นแบบ ภ.พ.30 ของเดือนภาษีที่ได้รับเงินนั้นๆ ไม่ใช่รอสะสมไว้ยื่นครั้งเดียวตอนจบโครงการ
กรณีลูกค้าจ่ายเงินล่าช้ากว่ากำหนดในสัญญา
ประเด็นที่ทำให้ผู้ประกอบการสับสนบ่อยคือ หากสัญญากำหนดให้จ่ายเงินงวดที่ 2 เมื่อส่งแบบ แต่ลูกค้าตรวจรับงานแล้วยังไม่โอนเงินจริง ความรับผิดทางภาษียังไม่เกิดขึ้นจากการส่งมอบงานเพียงอย่างเดียว ตราบใดที่ยังไม่ได้รับเงินและยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี อย่างไรก็ตาม หากบริษัทเลือกออกใบแจ้งหนี้หรือใบกำกับภาษีไปก่อนล่วงหน้าเพื่อเร่งให้ลูกค้าชำระเงิน การออกใบกำกับภาษีนั้นเองจะกลายเป็นจุดที่ทำให้เกิดความรับผิดทางภาษีทันที แม้จะยังไม่ได้รับเงินจริงก็ตาม จึงต้องระมัดระวังเรื่องจังหวะการออกเอกสารให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดจริงของธุรกิจ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในธุรกิจออกแบบวิศวกรรม
- รอให้โครงการเสร็จก่อนออกใบกำกับภาษีทั้งหมด: เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุด ทำให้ยื่น VAT ล่าช้ากว่ากำหนดในเดือนที่ได้รับเงินจริง ซึ่งมีความเสี่ยงเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
- ไม่ออกใบกำกับภาษีสำหรับเงินมัดจำ: เข้าใจผิดว่าเงินมัดจำไม่ใช่รายได้ ทั้งที่ทางภาษีถือเป็นการรับชำระค่าบริการที่ต้องเสีย VAT ทันที
- บันทึกรายได้ตามมูลค่าสัญญาทั้งก้อนตั้งแต่วันเซ็นสัญญา: ทำให้งบการเงินและ VAT ไม่สอดคล้องกัน ควรบันทึกรายได้ตามงวดที่ส่งมอบงานหรือได้รับเงินตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
- ลืมหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อเป็นฝ่ายผู้รับเหมาช่วง: หากบริษัทออกแบบใช้บริการวิศวกรที่ปรึกษาภายนอกเป็นผู้รับเหมาช่วง ต้องตรวจสอบภาระหัก ณ ที่จ่ายของค่าบริการนั้นให้ถูกต้อง ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากอัตราหัก ณ ที่จ่ายค่าบริการวิชาชีพมีเงื่อนไขแตกต่างกันตามประเภทผู้รับเงิน
- ไม่แยกงวดเงินที่เป็นค่าปรับหรือค่าชดเชยออกจากรายได้ค่าบริการ: หากมีการปรับลดค่าจ้างเนื่องจากงานล่าช้า ต้องบันทึกแยกให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้กระทบฐานภาษีที่คำนวณผิดพลาด
แนวทางบริหารจัดการที่แนะนำ
เพื่อไม่ให้พลาดกำหนดเวลาการนำส่ง VAT บริษัทออกแบบวิศวกรรมควรวางระบบดังนี้
- จัดทำตารางงวดเงินตามสัญญาให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น ระบุเงื่อนไขและวันที่คาดว่าจะได้รับเงินแต่ละงวด
- ตั้งระบบแจ้งเตือนเมื่อได้รับเงินโอนจากลูกค้า เพื่อออกใบกำกับภาษีให้ทันภายในเดือนภาษีเดียวกัน
- กระทบยอดรายรับตามบัญชีธนาคารกับใบกำกับภาษีที่ออกทุกเดือน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีงวดเงินใดตกหล่น
- หากสัญญามีมูลค่าสูงและซับซ้อนหลายงวด ควรให้ผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีช่วยตรวจสอบจุดความรับผิดทางภาษีของแต่ละงวดก่อนยื่นแบบทุกเดือน
การบริหารจัดการ VAT ของงานบริการแบบแบ่งงวดให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกประเมินภาษีย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม และทำให้กระแสเงินสดของธุรกิจสอดคล้องกับภาระภาษีที่แท้จริงในแต่ละเดือน
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง บริษัทออกแบบวิศวกรรม เก็บเงินค่าแบบเป็นงวด VAT ตอนไหน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทออกแบบวิศวกรรมต้องออกใบกำกับภาษีตอนไหนเมื่อเก็บเงินเป็นงวด?
ต้องออกใบกำกับภาษีทันทีในวันที่ได้รับชำระเงินแต่ละงวด ไม่ว่าจะเป็นเงินมัดจำหรือเงินงวดระหว่างทาง เพราะความรับผิดในการเสีย VAT เกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระเงิน ตามมาตรา 78/1 แห่งประมวลรัษฎากร
เงินมัดจำที่ได้รับตอนเซ็นสัญญาต้องเสีย VAT ไหม?
ต้องเสีย เงินมัดจำถือเป็นการรับชำระค่าบริการส่วนหนึ่ง ทำให้เกิดความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มทันทีในเดือนที่ได้รับเงิน ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ของงวดนั้นตามปกติ
ถ้าลูกค้าตรวจรับงานแล้วแต่ยังไม่จ่ายเงิน ต้องเสีย VAT หรือยัง?
ยังไม่ต้อง ตราบใดที่บริษัทยังไม่ได้รับเงินและยังไม่ได้ออกใบกำกับภาษี แต่หากออกใบกำกับภาษีไปก่อนล่วงหน้า การออกใบกำกับภาษีนั้นจะทำให้เกิดความรับผิดทางภาษีทันทีแม้ยังไม่ได้รับเงินจริง
หากรอออกใบกำกับภาษีจนโครงการเสร็จทั้งหมด มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?
มีความเสี่ยงถูกประเมินว่ายื่น VAT ล่าช้ากว่ากำหนดในเดือนที่ได้รับเงินจริงแต่ละงวด ซึ่งอาจนำไปสู่เบี้ยปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย จึงควรออกใบกำกับภาษีให้ตรงกับเดือนที่ได้รับเงินจริงทุกงวด
อัตรา VAT ที่ใช้กับงานออกแบบวิศวกรรมคือเท่าไหร่?
ปัจจุบันอัตราทั่วไปอยู่ที่ 7% แต่ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริงกับกรมสรรพากรก่อนออกเอกสารทุกครั้ง เนื่องจากอัตรานี้กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาซึ่งอาจมีการขยายเวลาในแต่ละปี
ต้องบันทึกรายได้ทางบัญชีตอนไหน แตกต่างจากตอนเสีย VAT หรือไม่?
การรับรู้รายได้ทางบัญชีอาจพิจารณาตามความคืบหน้าของงานหรือการส่งมอบงานแต่ละงวดตามมาตรฐานการบัญชี ซึ่งอาจไม่ตรงเวลาเดียวกับจุดความรับผิดทาง VAT เสมอไป จึงควรให้ผู้ทำบัญชีช่วยกระทบยอดทั้งสองส่วนให้สอดคล้องกัน
ถ้าใช้ผู้รับเหมาช่วงเป็นวิศวกรที่ปรึกษาภายนอก ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม?
โดยทั่วไปค่าบริการวิชาชีพที่จ่ายให้ผู้รับเหมาช่วงมักมีภาระหัก ณ ที่จ่าย แต่อัตราที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับประเภทผู้รับเงินและลักษณะบริการ ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง