คำตอบสั้น ๆ คือ หากสัญญาซื้อขายสินค้าหรือบริการของบริษัทกำหนดราคาหรือเงื่อนไขการจ่ายเงินให้อ้างอิงกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่สกุลเงินหลักของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย

อาจถือว่ามี "อนุพันธ์แฝง" (Embedded Derivative)

ซ่อนอยู่ในสัญญาหลัก ซึ่งตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินอาจต้องแยกอนุพันธ์แฝงนั้นออกมาบันทึกบัญชีต่างหากด้วยมูลค่ายุติธรรม บทความนี้อธิบายหลักการตรวจสอบและวิธีบันทึกบัญชีสำหรับ

SME ที่ทำสัญญากับคู่ค้าต่างประเทศ

สารบัญบทความ
  1. อนุพันธ์แฝงคืออะไร ทำไม SME ที่ค้าขายกับต่างประเทศต้องรู้
  2. เงื่อนไขที่ทำให้ต้องแยกอนุพันธ์แฝงออกมาบันทึกบัญชี
  3. ตัวอย่างสถานการณ์ที่มักพบอนุพันธ์แฝง
  4. วิธีบันทึกบัญชีเมื่อพบว่าต้องแยกอนุพันธ์แฝง
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

อนุพันธ์แฝงคืออะไร ทำไม SME ที่ค้าขายกับต่างประเทศต้องรู้

เมื่อธุรกิจ SME เริ่มทำการค้ากับคู่ค้าต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการนำเข้าวัตถุดิบหรือส่งออกสินค้า

สัญญาซื้อขายมักมีการกำหนดราคาหรือเงื่อนไขการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ในบางกรณี

สัญญาอาจกำหนดให้ราคาสินค้าผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินที่ไม่ใช่สกุลเงินหลักของทั้งสองฝ่ายในสัญญา ลักษณะเช่นนี้อาจทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า อนุพันธ์แฝง (Embedded

Derivative) ซ่อนอยู่ในสัญญาหลัก (Host Contract)

โดยที่ผู้ประกอบการอาจไม่รู้ตัว

ตามหลักการของมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือทางการเงิน อนุพันธ์แฝงที่เข้าเงื่อนไขบางประการ อาจต้องถูก "แยก"

ออกจากสัญญาหลักและบันทึกบัญชีต่างหากด้วยมูลค่ายุติธรรม (Fair Value)

โดยรับรู้การเปลี่ยนแปลงมูลค่าเข้าไปในกำไรขาดทุนของแต่ละงวดบัญชี ซึ่งแตกต่างจากการบันทึกรายได้-รายจ่ายตามสัญญาซื้อขายทั่วไปที่ใช้ราคาตามใบแจ้งหนี้โดยตรง

เงื่อนไขที่ทำให้ต้องแยกอนุพันธ์แฝงออกมาบันทึกบัญชี

โดยทั่วไป การพิจารณาว่าต้องแยกอนุพันธ์แฝงออกจากสัญญาหลักหรือไม่ จะพิจารณาจากหลักเกณฑ์สำคัญสามข้อประกอบกัน ดังนี้

  • ลักษณะเศรษฐกิจและความเสี่ยงของอนุพันธ์แฝงไม่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสัญญาหลัก: เช่น สัญญาซื้อขายสินค้าที่กำหนดราคาอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนของสกุลเงินที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจปกติของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย
  • ตราสารที่แยกออกมาจะเข้าเงื่อนไขเป็นอนุพันธ์หากพิจารณาเป็นเอกเทศ: คือมีมูลค่าที่เปลี่ยนแปลงตามตัวแปรอ้างอิง (เช่น อัตราแลกเปลี่ยน) โดยไม่ต้องมีการลงทุนเริ่มต้นสุทธิหรือมีการลงทุนเริ่มต้นสุทธิที่น้อยกว่าสัญญาประเภทอื่นที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดในลักษณะเดียวกัน
  • สัญญาหลักไม่ได้ถูกวัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุนอยู่แล้ว: หากสัญญาทั้งฉบับถูกวัดมูลค่ายุติธรรมอยู่แล้วตั้งแต่ต้น ก็ไม่จำเป็นต้องแยกอนุพันธ์แฝงออกมาต่างหาก

สกุลเงินที่มักไม่ต้องแยกอนุพันธ์แฝง ได้แก่ สกุลเงินของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือสกุลเงินที่ใช้กันเป็นปกติในธุรกรรมทางการค้าระหว่างประเทศสำหรับสินค้าหรือบริการประเภทนั้น เช่น

การอ้างอิงดอลลาร์สหรัฐในการซื้อขายน้ำมันดิบหรือสินค้าโภคภัณฑ์บางประเภทที่ตลาดโลกใช้เป็นมาตรฐาน

แต่หากเป็นสกุลเงินที่ไม่เกี่ยวข้องกับคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายและไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติของอุตสาหกรรม ความเสี่ยงที่จะต้องแยกอนุพันธ์แฝงจะสูงขึ้น

ตัวอย่างสถานการณ์ที่มักพบอนุพันธ์แฝง

ลักษณะสัญญาสกุลเงินที่ใช้ความเสี่ยงมีอนุพันธ์แฝง
บริษัทไทยซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์เวียดนาม กำหนดราคาเป็นดอลลาร์สหรัฐUSD (ไม่ใช่สกุลเงินของทั้งสองฝ่าย)ปานกลาง-สูง ต้องพิจารณาว่าเป็นธรรมเนียมอุตสาหกรรมหรือไม่
บริษัทไทยขายสินค้าให้ลูกค้าญี่ปุ่น กำหนดราคาเป็นเยนJPY (สกุลเงินของคู่สัญญาฝ่ายหนึ่ง)ต่ำ เพราะเป็นสกุลเงินของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
สัญญาซื้อขายน้ำมันปาล์มระหว่างบริษัทไทยกับผู้ซื้อยุโรป อ้างอิงราคาดอลลาร์สหรัฐUSD (มาตรฐานอุตสาหกรรมสินค้าโภคภัณฑ์)ต่ำ เพราะเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของอุตสาหกรรม
สัญญาเช่าเครื่องจักรระยะยาวที่กำหนดค่าเช่าอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินที่สามสกุลเงินที่สามซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับคู่สัญญาสูง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินโดยละเอียด

วิธีบันทึกบัญชีเมื่อพบว่าต้องแยกอนุพันธ์แฝง

เมื่อประเมินแล้วว่าสัญญาเข้าเงื่อนไขต้องแยกอนุพันธ์แฝงออกมา แนวทางบันทึกบัญชีโดยหลักการทั่วไปมีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: แยกมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝง ณ วันเริ่มต้นสัญญา

ต้องประเมินมูลค่ายุติธรรมเริ่มต้นของส่วนที่เป็นอนุพันธ์แฝง โดยมูลค่าของสัญญาหลักจะเท่ากับราคาตามสัญญาทั้งหมดหักด้วยมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝงที่แยกออกมา

ขั้นตอนที่ 2: วัดมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝงใหม่ทุกรอบบัญชี

ในแต่ละรอบบัญชี (เช่น รายไตรมาสหรือรายปี) ต้องประเมินมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝงใหม่ และรับรู้ผลต่างที่เปลี่ยนแปลงเข้าไปในกำไรขาดทุนของงวดนั้น ๆ

ขั้นตอนที่ 3: บันทึกสัญญาหลักตามเกณฑ์ปกติ

ส่วนที่เหลือของสัญญา (สัญญาหลัก) ยังคงบันทึกรายได้หรือรายจ่ายตามเกณฑ์การรับรู้รายการปกติของธุรกิจ เช่น รับรู้รายได้เมื่อส่งมอบสินค้า

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ตรวจสอบสัญญาตั้งแต่ขั้นตอนร่างสัญญา: หลายบริษัทลงนามสัญญาไปแล้วจึงมาพบภายหลังว่ามีเงื่อนไขอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจต้องแยกอนุพันธ์แฝง ทำให้ต้องปรับปรุงบัญชีย้อนหลังซึ่งยุ่งยากกว่าการตรวจสอบล่วงหน้า
  • เข้าใจผิดว่าทุกสัญญาที่ใช้สกุลเงินต่างประเทศต้องแยกอนุพันธ์แฝงเสมอ: ในความเป็นจริงมีข้อยกเว้นสำหรับสกุลเงินของคู่สัญญาและสกุลเงินที่เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรม ต้องวิเคราะห์เป็นรายสัญญา
  • ไม่มีระบบติดตามมูลค่ายุติธรรมอย่างต่อเนื่อง: เมื่อแยกอนุพันธ์แฝงออกมาแล้ว ต้องประเมินมูลค่าใหม่ทุกรอบบัญชี หากไม่มีระบบติดตามอาจทำให้งบการเงินไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง
  • ปล่อยให้ฝ่ายจัดซื้อหรือฝ่ายขายตัดสินใจเงื่อนไขสัญญาโดยไม่ปรึกษาฝ่ายบัญชี: ทำให้ฝ่ายบัญชีทราบเรื่องช้าเกินไปและเสียเวลาปรับปรุงรายการภายหลัง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ไทยแห่งหนึ่งทำสัญญาซื้อวัตถุดิบระยะยาว 3 ปีกับซัพพลายเออร์ในเกาหลีใต้ โดยสัญญากำหนดราคาซื้อขายเป็นสกุลเงินยูโร

ทั้งที่ทั้งสองฝ่ายไม่ได้ใช้เงินยูโรเป็นสกุลเงินหลักในการดำเนินธุรกิจตามปกติ

เมื่อผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินประจำปี พบว่าลักษณะสัญญาดังกล่าวเข้าเงื่อนไขต้องพิจารณาแยกอนุพันธ์แฝงออกจากสัญญาหลัก

เนื่องจากสกุลเงินยูโรไม่ใช่สกุลเงินของคู่สัญญาทั้งสองฝ่ายและไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติทั่วไปของอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

บริษัทจึงต้องว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมาประเมินมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝงและปรับปรุงงบการเงินให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ซึ่งหากบริษัทตรวจสอบเรื่องนี้ตั้งแต่ขั้นตอนร่างสัญญา

จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงย้อนหลังได้มาก

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการ SME ที่มีสัญญาซื้อขายกับคู่ค้าต่างประเทศ ควรให้ฝ่ายบัญชีหรือผู้สอบบัญชีมีส่วนร่วมตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาตั้งแต่ขั้นตอนร่างสัญญา

โดยเฉพาะสัญญาที่มีมูลค่าสูงหรือระยะเวลายาวและมีเงื่อนไขอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนหรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์

เนื่องจากเรื่องอนุพันธ์แฝงมีความซับซ้อนทางเทคนิคบัญชีค่อนข้างสูงและต้องอาศัยดุลยพินิจในการวิเคราะห์เป็นรายสัญญา

จึงควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาทางการเงินที่มีความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือทางการเงินก่อนตัดสินใจว่าจำเป็นต้องแยกอนุพันธ์แฝงออกมาบันทึกบัญชีหรือไม่

เพื่อให้งบการเงินสะท้อนความเสี่ยงและผลประกอบการที่แท้จริงของกิจการ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

อนุพันธ์แฝงคืออะไร แตกต่างจากอนุพันธ์ทั่วไปอย่างไร

อนุพันธ์แฝงคือส่วนประกอบหนึ่งของสัญญาหลัก (Host Contract) ที่มีลักษณะคล้ายอนุพันธ์ เช่น มูลค่าผันแปรตามอัตราแลกเปลี่ยนหรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยไม่ได้แยกเป็นสัญญาต่างหาก

ต่างจากอนุพันธ์ทั่วไปอย่างสัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้า (Forward)

ที่เป็นสัญญาอิสระในตัวเอง การพิจารณาว่าจะต้องแยกอนุพันธ์แฝงออกมาบันทึกบัญชีต่างหากหรือไม่ ต้องอาศัยการวิเคราะห์ตามเกณฑ์ของมาตรฐานบัญชี

ควรให้ผู้สอบบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญร่วมประเมินสัญญาแต่ละฉบับ

สัญญาที่กำหนดราคาเป็นสกุลเงินต่างประเทศทุกฉบับต้องแยกอนุพันธ์แฝงหรือไม่

ไม่จำเป็นเสมอไป มาตรฐานบัญชีมีข้อยกเว้นสำหรับสกุลเงินที่ใช้กันทั่วไปในธุรกรรมทางการค้าระหว่างประเทศสำหรับสินค้าหรือบริการประเภทนั้น (เช่น

การซื้อขายน้ำมันเป็นดอลลาร์สหรัฐเป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรม)

หรือหากสกุลเงินที่ใช้เป็นสกุลเงินของคู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็อาจไม่เข้าเงื่อนไขต้องแยกอนุพันธ์แฝง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญบัญชีตรวจสอบสัญญาแต่ละฉบับเป็นกรณีไป

SME ขนาดเล็กที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ต้องปฏิบัติตามเรื่องนี้หรือไม่

ข้อกำหนดเรื่องอนุพันธ์แฝงมีรายละเอียดแตกต่างกันระหว่างมาตรฐานเต็มรูปแบบ (TFRS ฉบับเต็ม) กับมาตรฐานสำหรับ NPAEs ธุรกิจ SME

จึงควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีว่ากิจการของตนอยู่ภายใต้มาตรฐานใด

และมีข้อกำหนดเฉพาะเรื่องอนุพันธ์แฝงอย่างไรก่อนตัดสินใจปฏิบัติ

หากไม่แยกอนุพันธ์แฝงออกมาบันทึกบัญชีทั้งที่ควรจะแยก จะมีผลกระทบอย่างไร

อาจทำให้งบการเงินไม่สะท้อนความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แท้จริง และกำไรขาดทุนที่รายงานอาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง หากผู้สอบบัญชีตรวจพบในภายหลัง

อาจต้องปรับปรุงงบการเงินย้อนหลัง ซึ่งกระทบความน่าเชื่อถือของงบการเงินต่อธนาคารหรือนักลงทุน

จึงควรประเมินตั้งแต่ตอนร่างสัญญา

การประเมินมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝงทำอย่างไร ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญภายนอกหรือไม่

การประเมินมูลค่ายุติธรรมของอนุพันธ์แฝงมักต้องใช้แบบจำลองทางการเงินและข้อมูลตลาด เช่น อัตราแลกเปลี่ยนล่วงหน้าและอัตราดอกเบี้ย ซึ่งซับซ้อนกว่าการบัญชีทั่วไป สำหรับ SME

ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง

แนะนำให้ปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาทางการเงินที่มีประสบการณ์ด้านเครื่องมือทางการเงินโดยตรง

บริษัทที่มีสัญญาซื้อขายกับคู่ค้าต่างประเทศจำนวนมาก ควรวางระบบตรวจสอบอนุพันธ์แฝงอย่างไร

ควรจัดทำแบบตรวจสอบ (Checklist) มาตรฐานให้ฝ่ายจัดซื้อและฝ่ายขายใช้ทบทวนทุกครั้งที่ร่างสัญญาใหม่ที่มีเงื่อนไขอ้างอิงอัตราแลกเปลี่ยนหรือราคาสินค้าโภคภัณฑ์

แล้วส่งให้ฝ่ายบัญชีหรือผู้สอบบัญชีประเมินก่อนลงนาม

เพื่อลดความเสี่ยงที่จะพบปัญหาตอนปิดงบการเงินประจำปี

อนุพันธ์แฝงเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงด้านภาษีของบริษัทหรือไม่

การบันทึกบัญชีอนุพันธ์แฝงอาจส่งผลต่อกำไรทางบัญชีซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี หากมีรายการปรับปรุงมูลค่ายุติธรรม

อาจต้องพิจารณาว่าเป็นรายจ่ายหรือรายได้ที่ยอมรับได้ทางภาษีหรือไม่

ซึ่งมีความซับซ้อนและควรให้ผู้เชี่ยวชาญภาษีตรวจสอบร่วมกับผู้ทำบัญชีเสมอ

การมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบภาระภาษีและวางระบบบัญชีให้เหมาะกับธุรกิจของคุณโดยเฉพาะ จะช่วยให้วางแผนงานได้แม่นยำขึ้น สามารถดูรายละเอียดบริการบัญชีและภาษีทั้งหมดของ A Plus Me

เพิ่มเติมได้