การเปิดธุรกิจการศึกษาในรูปแบบแฟรนไชส์มีข้อดีหลายอย่าง แต่ก็มีภาระภาษีที่ซับซ้อน โดยเฉพาะค่า Royalty Fee ที่จ่ายให้เจ้าของแฟรนไชส์ และ VAT ที่เกี่ยวข้องกับรายได้จากการศึกษา เจ้าของกิจการจำเป็นต้องเข้าใจให้ถ่องแท้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหากับกรมสรรพากร

ธุรกิจการศึกษาแฟรนไชส์ในประเทศไทย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ธุรกิจการศึกษาในรูปแบบแฟรนไชส์เติบโตอย่างรวดเร็วในไทย ทั้งสถาบันกวดวิชา โรงเรียนสอนภาษา โรงเรียนดนตรี โรงเรียนสอนทำอาหาร และโรงเรียนเด็กเล็กที่ใช้หลักสูตรต่างประเทศ เจ้าของแฟรนไชส์ (Franchisee) ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมหลายประเภทให้กับเจ้าของแบรนด์ (Franchisor) ทำให้มีภาระภาษีที่ต้องจัดการอย่างถูกต้อง

ประเภทค่าธรรมเนียมในธุรกิจแฟรนไชส์การศึกษา

ก่อนพูดถึงภาษี ต้องเข้าใจประเภทค่าธรรมเนียมที่เจ้าของแฟรนไชส์ต้องจ่ายก่อน

  • Initial Franchise Fee: ค่าธรรมเนียมแรกเข้าที่จ่ายครั้งเดียวเมื่อเริ่มต้น เพื่อซื้อสิทธิ์ในการใช้แบรนด์และระบบการสอน
  • Royalty Fee: ค่าธรรมเนียมรายเดือนหรือรายปีที่คิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากรายได้หรือยอดขาย โดยทั่วไปอยู่ที่ 5–15% ของรายได้
  • Marketing Fee: ค่าธรรมเนียมส่วนกลางเพื่อการโฆษณาและการตลาดของแบรนด์
  • Training Fee: ค่าอบรมพนักงานและผู้บริหารตามที่ Franchisor กำหนด

VAT กับรายได้จากการศึกษา: ยกเว้นหรือไม่?

นี่คือจุดที่สร้างความสับสนมากที่สุด กรมสรรพากรกำหนดว่า การให้บริการการศึกษาของสถานศึกษาที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานราชการ ได้รับยกเว้น VAT ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ฉ)

อย่างไรก็ตาม การยกเว้นนี้มีเงื่อนไขสำคัญ ดังนี้

  • สถาบันต้องได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • บริการที่ยกเว้นต้องเป็น "การสอน" โดยตรง ไม่ใช่บริการเสริมอื่น เช่น ค่าอาหาร ค่าชุดนักเรียน หรือค่าหนังสือ ซึ่งอาจต้องเสีย VAT
  • หากสถาบันไม่ได้รับใบอนุญาต (เช่น คอร์สสอนทักษะทั่วไปที่ไม่ผ่าน สช.) รายได้จะต้องเสีย VAT ตามปกติ

ค่า Royalty Fee และภาระภาษีที่ต้องรู้

แม้ว่ารายได้จากการสอนอาจได้รับยกเว้น VAT แต่ค่า Royalty ที่ Franchisee จ่ายให้ Franchisor มีภาระภาษีที่แตกต่างออกไป

กรณี Franchisor อยู่ในประเทศไทย

เมื่อ Franchisee จ่ายค่า Royalty ให้กับ Franchisor ที่เป็นนิติบุคคลในไทย

  • Franchisor ต้องออกใบกำกับภาษี VAT สำหรับค่า Royalty เพราะค่า Royalty ถือเป็นบริการสิทธิ์ใช้ทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ได้รับยกเว้น VAT
  • Franchisee ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) 3% จากค่า Royalty ก่อนจ่ายเงิน และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ Franchisor

กรณี Franchisor อยู่ต่างประเทศ

หาก Franchisor เป็นบริษัทต่างชาติ เช่น แฟรนไชส์ภาษาอังกฤษจากต่างประเทศ

  • Franchisee มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทน (Reverse Charge) ในอัตราปัจจุบันจากค่า Royalty ที่จ่ายไป โดยยื่นแบบ ภ.พ.36
  • ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่อนุสัญญาภาษีซ้อน (Tax Treaty) กำหนด หากมีสนธิสัญญากับประเทศนั้น หรือในอัตราที่ประมวลรัษฎากรกำหนด (โดยทั่วไป 15% สำหรับ Royalty ที่จ่ายให้นิติบุคคลต่างประเทศ)
  • ยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ภายใน 7 วันนับจากวันจ่ายเงิน

การบันทึกบัญชีค่า Royalty

การบันทึกบัญชีค่า Royalty ต้องทำอย่างถูกต้องทั้งในมุมของ Franchisee และ Franchisor

สำหรับ Franchisee (ผู้จ่าย)

ค่า Royalty ที่จ่ายให้ Franchisor ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expense) สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ต้องมีหลักฐานครบถ้วน ได้แก่ สัญญาแฟรนไชส์ ใบกำกับภาษีหรือใบเรียกเก็บเงิน และหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

Initial Fee กับการตัดจ่าย (Amortization)

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Initial Franchise Fee) ที่จ่ายครั้งเดียวถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) ต้องตัดจ่ายตามอายุของสัญญาแฟรนไชส์ ไม่สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทั้งหมดในปีที่จ่าย

ประเด็นที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

  • รายได้จากการขายหนังสือและอุปกรณ์: แม้รายได้จากการสอนอาจยกเว้น VAT แต่รายได้จากการขายหนังสือ อุปกรณ์การเรียน หรือเครื่องแบบนักเรียน ต้องเสีย VAT ตามปกติ ต้องแยกบันทึกให้ชัดเจน
  • รายได้จากการจัดค่ายและกิจกรรมพิเศษ: กิจกรรมที่ไม่ใช่การสอนโดยตรงอาจไม่ได้รับยกเว้น VAT ควรปรึกษานักบัญชีก่อนกำหนดราคา
  • การแยกรายรับที่ยกเว้นและไม่ยกเว้น VAT: หากธุรกิจมีทั้งรายได้ที่ยกเว้นและไม่ยกเว้น VAT ต้องคำนวณสัดส่วน VAT ซื้อที่นำมาขอคืนได้ (Apportionment) อย่างถูกต้อง

การวางแผนภาษีสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์การศึกษา

ผู้ประกอบการที่วางแผนอย่างรอบคอบสามารถบริหารภาระภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย เช่น การจัดโครงสร้างสัญญาให้ชัดเจนระหว่างค่าสิทธิ์และค่าบริการ การใช้ระบบบัญชีที่แยกประเภทรายได้ได้อย่างแม่นยำ และการปรึกษาสรรพากรพื้นที่ล่วงหน้าหากไม่แน่ใจในการตีความกฎหมาย

สำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจการศึกษาจะช่วยจัดระบบบัญชีให้รองรับทั้งรายได้ที่ยกเว้นและไม่ยกเว้น VAT พร้อมดูแลการยื่นภาษีรายเดือนได้อย่างครบถ้วน

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ธุรกิจการศึกษาแฟรนไชส์: ค่า Royalty และ VAT ที่ต้องจ่ายถูกต้อง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รายได้จากการสอนของสถาบันกวดวิชาต้องเสีย VAT หรือไม่?

ขึ้นอยู่กับสถานะใบอนุญาต หากสถาบันได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) หรือหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รายได้จากการสอนโดยตรงได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ฉ) ของประมวลรัษฎากร แต่หากไม่มีใบอนุญาต หรือรายได้จากบริการเสริมอื่นๆ ต้องเสีย VAT ตามปกติ

ค่า Royalty ที่จ่ายให้ Franchisor ต้องหัก ณ ที่จ่ายหรือไม่?

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่า Royalty ที่จ่ายให้ Franchisor ในประเทศ และออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ให้ทุกครั้ง หากจ่ายให้ Franchisor ต่างประเทศ อัตราอาจแตกต่างกันตามอนุสัญญาภาษีซ้อน และต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 ภายใน 7 วัน

ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Initial Franchise Fee) บันทึกบัญชีอย่างไร?

Initial Franchise Fee ถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) ต้องบันทึกในงบดุลและตัดจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายตามอายุสัญญาแฟรนไชส์ ไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายทั้งหมดในปีที่จ่ายได้ ต้องตัดจ่าย (Amortize) ตลอดอายุสัญญา เช่น สัญญา 10 ปี ก็ตัดจ่ายปีละ 1 ใน 10 ของค่าธรรมเนียม

หากธุรกิจมีทั้งรายได้ที่ยกเว้น VAT และไม่ยกเว้น VAT จะคำนวณ VAT ซื้ออย่างไร?

ต้องคำนวณสัดส่วน (Apportionment) ของ VAT ซื้อที่เกี่ยวข้องกับรายได้ที่ไม่ยกเว้น VAT เท่านั้นที่นำมาใช้เป็นภาษีซื้อได้ ส่วน VAT ซื้อที่เกี่ยวข้องกับรายได้ที่ยกเว้น VAT ไม่สามารถนำมาหักได้ หากค่าใช้จ่ายใดเกี่ยวข้องกับทั้งสองส่วน ต้องแบ่งสัดส่วนตามสูตรที่กรมสรรพากรกำหนด

การขายหนังสือและอุปกรณ์การเรียนของสถาบันต้องเสีย VAT หรือไม่?

ใช่ รายได้จากการขายหนังสือ อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และสินค้าอื่นๆ ไม่ได้รับยกเว้น VAT แม้ว่าจะขายในสถาบันการศึกษาก็ตาม เจ้าของกิจการต้องแยกบันทึกรายได้ประเภทนี้และออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้อง

จ่ายค่า Royalty ให้บริษัทแม่ต่างประเทศ ต้องยื่นแบบภาษีอะไรบ้าง?

ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.54 เพื่อนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายภายใน 7 วันนับจากวันจ่ายเงิน และยื่นแบบ ภ.พ.36 เพื่อนำส่ง VAT แทนบริษัทต่างประเทศ (Reverse Charge) ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป ต้องมีสัญญาแฟรนไชส์และเอกสารการชำระเงินครบถ้วนเป็นหลักฐาน

สถาบันการศึกษาแฟรนไชส์ต้องจดทะเบียน VAT หรือไม่?

หากรายได้รวมจากทุกบริการ รวมถึงส่วนที่ไม่ได้รับยกเว้น VAT เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT แม้ว่ารายได้หลักจากการสอนจะยกเว้น VAT ก็ตาม เพราะการพิจารณาเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทดูจากรายได้ที่ต้องเสีย VAT เท่านั้น ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อประเมินกรณีของตนเอง