ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (Deferred Tax) คือผลต่างชั่วคราวระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี ที่ทำให้เกิดสินทรัพย์หรือหนี้สินภาษีรอตัดบัญชีในงบการเงิน ซึ่ง SME

ที่ต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินควรเข้าใจหลักการนี้เพื่อบันทึกบัญชีให้ถูกต้องและไม่ถูกผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกต

สารบัญบทความ
  1. ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีคืออะไร
  2. ผลต่างชั่วคราวที่พบบ่อยในธุรกิจ SME
  3. วิธีคำนวณภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเบื้องต้น
  4. ตารางตัวอย่างผลต่างชั่วคราวและผลกระทบ
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. ผลกระทบต่อการวิเคราะห์งบการเงินและการตัดสินใจของเจ้าของกิจการ
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีคืออะไร

ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (Deferred Tax) เกิดจากการที่กำไรทางบัญชี (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน) กับกำไรทางภาษี (ตามประมวลรัษฎากร) ไม่เท่ากันในแต่ละปี

เนื่องจากกฎเกณฑ์การรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายบางรายการแตกต่างกัน ผลต่างที่เกิดจากช่วงเวลา

(Timing Difference) นี้ในที่สุดจะบรรจบกันในอนาคต จึงต้องมีการบันทึก "สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี" หรือ "หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี" ไว้ในงบแสดงฐานะการเงิน

เพื่อสะท้อนภาระภาษีที่แท้จริงที่กิจการจะต้องจ่ายหรือประหยัดได้ในอนาคต

ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดคือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ทางบัญชีกิจการอาจตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทันทีที่ประเมินว่าลูกหนี้มีความเสี่ยงจะเก็บเงินไม่ได้ แต่ทางภาษี

กรมสรรพากรจะไม่ยอมให้ถือเป็นรายจ่ายจนกว่าจะมีการตัดหนี้สูญจริงตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

ทำให้เกิดผลต่างชั่วคราวและต้องบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีสำหรับจำนวนภาษีที่จะประหยัดได้ในอนาคตเมื่อตัดหนี้สูญจริง

ผลต่างชั่วคราวที่พบบ่อยในธุรกิจ SME

SME ควรทำความเข้าใจรายการที่มักก่อให้เกิดผลต่างชั่วคราวดังต่อไปนี้

  • ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ: บันทึกทางบัญชีก่อน แต่หักภาษีได้เมื่อตัดหนี้สูญตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
  • ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์: หากอัตราค่าเสื่อมทางบัญชีต่างจากอัตราที่ใช้สิทธิทางภาษี (เช่น สิทธิค่าเสื่อมราคาเร่งของ SME) จะเกิดผลต่างชั่วคราวจนกว่าสินทรัพย์จะหักค่าเสื่อมครบทั้งสองฝั่ง
  • ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน (เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน): ทางบัญชีต้องตั้งสำรองตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย แต่ทางภาษีจะรับรู้เป็นรายจ่ายได้ก็ต่อเมื่อมีการจ่ายจริง
  • รายได้รับล่วงหน้า: บางกรณีภาษีต้องรับรู้รายได้ก่อนที่บัญชีจะรับรู้ตามเกณฑ์การส่งมอบสินค้าหรือบริการ
  • ขาดทุนสะสมทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้: หากกิจการมีผลขาดทุนทางภาษีที่สามารถนำไปหักกลบกำไรในปีถัดไปได้ อาจพิจารณาบันทึกเป็นสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี หากมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าจะมีกำไรทางภาษีในอนาคตเพียงพอที่จะใช้ประโยชน์ได้

วิธีคำนวณภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเบื้องต้น

หลักการคำนวณคือนำผลต่างชั่วคราวมาคูณกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คาดว่าจะใช้ในอนาคต ตัวอย่างสมมติ กิจการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทางบัญชีไว้ 200,000 บาท

แต่ทางภาษียังไม่ยอมให้หักเป็นรายจ่าย (เพราะยังไม่ตัดหนี้สูญตามเกณฑ์)

หากใช้อัตราภาษีนิติบุคคล 20% จะบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 40,000 บาท (200,000 x 20%)

ซึ่งหมายความว่าในอนาคตเมื่อกิจการตัดหนี้สูญได้จริงและนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษี กิจการจะประหยัดภาษีได้ 40,000 บาทนั้น

ตารางตัวอย่างผลต่างชั่วคราวและผลกระทบ

รายการลักษณะผลต่างผลกระทบต่องบการเงิน
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญบัญชีบันทึกก่อนภาษีสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
ค่าเสื่อมราคาอัตราเร่งทางภาษีภาษีหักได้เร็วกว่าบัญชีหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
สำรองผลประโยชน์พนักงานบัญชีตั้งสำรองก่อนจ่ายจริงสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
ขาดทุนสะสมทางภาษียังไม่ได้ใช้ประโยชน์ทางภาษีสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (หากมีความเป็นไปได้ว่าจะมีกำไรในอนาคต)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่บันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเลย: ทำให้งบการเงินไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินและถูกผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตหรือแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไข
  • บันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจากขาดทุนสะสมโดยไม่พิจารณาความสามารถทำกำไรในอนาคต: อาจทำให้สินทรัพย์ที่บันทึกไว้สูงเกินจริงและต้องปรับปรุงลดมูลค่าภายหลัง
  • สับสนระหว่างผลต่างถาวรกับผลต่างชั่วคราว: ผลต่างถาวร เช่น ค่าปรับทางภาษีที่ห้ามหักเป็นรายจ่ายตลอดไป ไม่ก่อให้เกิดภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ต่างจากผลต่างชั่วคราวที่จะกลับรายการในอนาคต
  • ลืมปรับปรุงยอดเมื่ออัตราภาษีนิติบุคคลเปลี่ยนแปลง: ต้องคำนวณใหม่ด้วยอัตราภาษีที่คาดว่าจะบังคับใช้จริงในงวดที่ผลต่างจะกลับรายการ

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

บริษัท SME แห่งหนึ่งมีลูกหนี้การค้าที่ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทางบัญชีไว้ 500,000 บาท ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ดำเนินการตัดหนี้สูญตามหลักเกณฑ์ทางภาษี

จึงไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของปีนั้น

ผู้สอบบัญชีแนะนำให้บันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีในอัตราภาษีนิติบุคคลที่ใช้อยู่

ทำให้งบการเงินแสดงสินทรัพย์ส่วนนี้และสะท้อนว่าบริษัทจะประหยัดภาษีได้ในอนาคตเมื่อสามารถตัดหนี้สูญได้จริงตามเงื่อนไขทางกฎหมาย

ผลกระทบต่อการวิเคราะห์งบการเงินและการตัดสินใจของเจ้าของกิจการ

เจ้าของ SME หลายคนมักมองข้ามรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพราะคิดว่าเป็นเรื่องทางเทคนิคของนักบัญชี แต่ในความเป็นจริงรายการนี้มีผลต่อการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน และกำไรสุทธิที่แท้จริงของกิจการ

หากมีหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวนมากสะสมอยู่ อาจหมายความว่ากิจการได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น ค่าเสื่อมราคาเร่งไปมากแล้ว

และในอนาคตจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นเมื่อสิทธิประโยชน์นั้นทยอยหมดลง

เจ้าของกิจการจึงควรขอให้นักบัญชีอธิบายรายการนี้ในภาษาที่เข้าใจง่ายทุกครั้งที่ปิดงบการเงินประจำปี

เพื่อประเมินภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและวางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้

ธนาคารและสถาบันการเงินที่พิจารณาสินเชื่อมักดูรายการนี้ประกอบการวิเคราะห์ฐานะการเงินของกิจการด้วยเช่นกัน

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

SME ที่ต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานควรทำงานร่วมกับผู้สอบบัญชีและนักบัญชีเพื่อระบุรายการที่ก่อให้เกิดผลต่างชั่วคราวทุกสิ้นปี

จัดทำตารางกระทบยอดระหว่างกำไรทางบัญชีและกำไรทางภาษีอย่างสม่ำเสมอ

ขอให้นักบัญชีอธิบายผลกระทบของภาษีเงินได้รอตัดบัญชีต่อฐานะการเงินในภาษาที่เข้าใจง่าย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีเมื่อมีรายการที่ซับซ้อน เช่น

ขาดทุนสะสมทางภาษีหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีเฉพาะกิจการ

เพื่อให้การบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีถูกต้องตามมาตรฐานและสะท้อนฐานะการเงินที่แท้จริง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีต่างจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จ่ายจริงอย่างไร?

ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จ่ายจริงคำนวณจากกำไรทางภาษีตามประมวลรัษฎากร ส่วนภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเป็นรายการทางบัญชีที่สะท้อนผลต่างชั่วคราวระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี

ซึ่งจะกลับรายการในอนาคตเมื่อเงื่อนไขทางภาษีตรงกับบัญชี

SME ทุกรายต้องบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีหรือไม่?

กิจการที่ต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและมีผลต่างชั่วคราวระหว่างบัญชีกับภาษี ควรบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีให้ถูกต้อง

ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือนักบัญชีเพื่อพิจารณาตามขนาดและมาตรฐานที่กิจการใช้

ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญก่อให้เกิดสินทรัพย์หรือหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี?

ก่อให้เกิดสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี เพราะทางบัญชีรับรู้ค่าใช้จ่ายก่อน แต่ทางภาษียังไม่ยอมให้หักจนกว่าจะตัดหนี้สูญจริงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

ทำให้กิจการจะประหยัดภาษีได้ในอนาคต

ผลต่างถาวรกับผลต่างชั่วคราวต่างกันอย่างไร?

ผลต่างถาวร เช่น ค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี จะไม่มีวันกลับรายการและไม่ก่อให้เกิดภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

ส่วนผลต่างชั่วคราวจะกลับรายการในอนาคตเมื่อเงื่อนไขทางบัญชีและภาษีตรงกัน จึงต้องบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชี

ขาดทุนสะสมทางภาษีสามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีได้หรือไม่?

ได้ หากมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่ากิจการจะมีกำไรทางภาษีในอนาคตเพียงพอที่จะนำขาดทุนสะสมมาหักกลบได้

ควรประเมินอย่างระมัดระวังร่วมกับผู้สอบบัญชีเพื่อไม่ให้บันทึกสินทรัพย์สูงเกินจริง

ถ้าอัตราภาษีนิติบุคคลเปลี่ยนแปลง ต้องปรับปรุงภาษีเงินได้รอตัดบัญชีหรือไม่?

ต้องปรับปรุง เพราะการคำนวณภาษีเงินได้รอตัดบัญชีต้องใช้อัตราภาษีที่คาดว่าจะบังคับใช้จริงในงวดที่ผลต่างชั่วคราวจะกลับรายการ

หากอัตราเปลี่ยนแปลงต้องคำนวณยอดสินทรัพย์หรือหนี้สินใหม่ให้สอดคล้อง

ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีผู้สอบบัญชีต้องบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีหรือไม่?

ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการบัญชีที่กิจการเลือกใช้ หากเป็นกิจการขนาดเล็กที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ อาจมีข้อกำหนดที่ผ่อนปรนกว่า

ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อพิจารณาตามมาตรฐานที่ใช้จริง

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเห็นตัวเลขรายเดือนชัดเจนขึ้น สามารถให้ทีมรับทำบัญชีของ A Plus Me เข้ามาช่วยดูแลเอกสาร บันทึกรายการ และสรุปภาษีในแต่ละเดือน