ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (Deferred Tax) คือผลต่างชั่วคราวระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี ที่ทำให้เกิดสินทรัพย์หรือหนี้สินภาษีรอตัดบัญชีในงบการเงิน ซึ่ง SME
ที่ต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินควรเข้าใจหลักการนี้เพื่อบันทึกบัญชีให้ถูกต้องและไม่ถูกผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกต
สารบัญบทความ
ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีคืออะไร
ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (Deferred Tax) เกิดจากการที่กำไรทางบัญชี (ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน) กับกำไรทางภาษี (ตามประมวลรัษฎากร) ไม่เท่ากันในแต่ละปี
เนื่องจากกฎเกณฑ์การรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายบางรายการแตกต่างกัน ผลต่างที่เกิดจากช่วงเวลา
(Timing Difference) นี้ในที่สุดจะบรรจบกันในอนาคต จึงต้องมีการบันทึก "สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี" หรือ "หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี" ไว้ในงบแสดงฐานะการเงิน
เพื่อสะท้อนภาระภาษีที่แท้จริงที่กิจการจะต้องจ่ายหรือประหยัดได้ในอนาคต
ตัวอย่างที่พบบ่อยที่สุดคือค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ทางบัญชีกิจการอาจตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทันทีที่ประเมินว่าลูกหนี้มีความเสี่ยงจะเก็บเงินไม่ได้ แต่ทางภาษี
กรมสรรพากรจะไม่ยอมให้ถือเป็นรายจ่ายจนกว่าจะมีการตัดหนี้สูญจริงตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ทำให้เกิดผลต่างชั่วคราวและต้องบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีสำหรับจำนวนภาษีที่จะประหยัดได้ในอนาคตเมื่อตัดหนี้สูญจริง
ผลต่างชั่วคราวที่พบบ่อยในธุรกิจ SME
SME ควรทำความเข้าใจรายการที่มักก่อให้เกิดผลต่างชั่วคราวดังต่อไปนี้
- ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ: บันทึกทางบัญชีก่อน แต่หักภาษีได้เมื่อตัดหนี้สูญตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น
- ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์: หากอัตราค่าเสื่อมทางบัญชีต่างจากอัตราที่ใช้สิทธิทางภาษี (เช่น สิทธิค่าเสื่อมราคาเร่งของ SME) จะเกิดผลต่างชั่วคราวจนกว่าสินทรัพย์จะหักค่าเสื่อมครบทั้งสองฝั่ง
- ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน (เงินชดเชยตามกฎหมายแรงงาน): ทางบัญชีต้องตั้งสำรองตามหลักคณิตศาสตร์ประกันภัย แต่ทางภาษีจะรับรู้เป็นรายจ่ายได้ก็ต่อเมื่อมีการจ่ายจริง
- รายได้รับล่วงหน้า: บางกรณีภาษีต้องรับรู้รายได้ก่อนที่บัญชีจะรับรู้ตามเกณฑ์การส่งมอบสินค้าหรือบริการ
- ขาดทุนสะสมทางภาษีที่ยังไม่ได้ใช้: หากกิจการมีผลขาดทุนทางภาษีที่สามารถนำไปหักกลบกำไรในปีถัดไปได้ อาจพิจารณาบันทึกเป็นสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี หากมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่าจะมีกำไรทางภาษีในอนาคตเพียงพอที่จะใช้ประโยชน์ได้
วิธีคำนวณภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเบื้องต้น
หลักการคำนวณคือนำผลต่างชั่วคราวมาคูณกับอัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลที่คาดว่าจะใช้ในอนาคต ตัวอย่างสมมติ กิจการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทางบัญชีไว้ 200,000 บาท
แต่ทางภาษียังไม่ยอมให้หักเป็นรายจ่าย (เพราะยังไม่ตัดหนี้สูญตามเกณฑ์)
หากใช้อัตราภาษีนิติบุคคล 20% จะบันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวน 40,000 บาท (200,000 x 20%)
ซึ่งหมายความว่าในอนาคตเมื่อกิจการตัดหนี้สูญได้จริงและนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษี กิจการจะประหยัดภาษีได้ 40,000 บาทนั้น
ตารางตัวอย่างผลต่างชั่วคราวและผลกระทบ
| รายการ | ลักษณะผลต่าง | ผลกระทบต่องบการเงิน |
|---|---|---|
| ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ | บัญชีบันทึกก่อนภาษี | สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี |
| ค่าเสื่อมราคาอัตราเร่งทางภาษี | ภาษีหักได้เร็วกว่าบัญชี | หนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี |
| สำรองผลประโยชน์พนักงาน | บัญชีตั้งสำรองก่อนจ่ายจริง | สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี |
| ขาดทุนสะสมทางภาษี | ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ทางภาษี | สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี (หากมีความเป็นไปได้ว่าจะมีกำไรในอนาคต) |
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ไม่บันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเลย: ทำให้งบการเงินไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการรายงานทางการเงินและถูกผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกตหรือแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไข
- บันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจากขาดทุนสะสมโดยไม่พิจารณาความสามารถทำกำไรในอนาคต: อาจทำให้สินทรัพย์ที่บันทึกไว้สูงเกินจริงและต้องปรับปรุงลดมูลค่าภายหลัง
- สับสนระหว่างผลต่างถาวรกับผลต่างชั่วคราว: ผลต่างถาวร เช่น ค่าปรับทางภาษีที่ห้ามหักเป็นรายจ่ายตลอดไป ไม่ก่อให้เกิดภาษีเงินได้รอตัดบัญชี ต่างจากผลต่างชั่วคราวที่จะกลับรายการในอนาคต
- ลืมปรับปรุงยอดเมื่ออัตราภาษีนิติบุคคลเปลี่ยนแปลง: ต้องคำนวณใหม่ด้วยอัตราภาษีที่คาดว่าจะบังคับใช้จริงในงวดที่ผลต่างจะกลับรายการ
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
บริษัท SME แห่งหนึ่งมีลูกหนี้การค้าที่ตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญทางบัญชีไว้ 500,000 บาท ในรอบปีบัญชีที่ผ่านมา แต่ยังไม่ได้ดำเนินการตัดหนี้สูญตามหลักเกณฑ์ทางภาษี
จึงไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของปีนั้น
ผู้สอบบัญชีแนะนำให้บันทึกสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีในอัตราภาษีนิติบุคคลที่ใช้อยู่
ทำให้งบการเงินแสดงสินทรัพย์ส่วนนี้และสะท้อนว่าบริษัทจะประหยัดภาษีได้ในอนาคตเมื่อสามารถตัดหนี้สูญได้จริงตามเงื่อนไขทางกฎหมาย
ผลกระทบต่อการวิเคราะห์งบการเงินและการตัดสินใจของเจ้าของกิจการ
เจ้าของ SME หลายคนมักมองข้ามรายการภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเพราะคิดว่าเป็นเรื่องทางเทคนิคของนักบัญชี แต่ในความเป็นจริงรายการนี้มีผลต่อการวิเคราะห์อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน และกำไรสุทธิที่แท้จริงของกิจการ
หากมีหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชีจำนวนมากสะสมอยู่ อาจหมายความว่ากิจการได้ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น ค่าเสื่อมราคาเร่งไปมากแล้ว
และในอนาคตจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นเมื่อสิทธิประโยชน์นั้นทยอยหมดลง
เจ้าของกิจการจึงควรขอให้นักบัญชีอธิบายรายการนี้ในภาษาที่เข้าใจง่ายทุกครั้งที่ปิดงบการเงินประจำปี
เพื่อประเมินภาระภาษีที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตและวางแผนกระแสเงินสดล่วงหน้าได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้
ธนาคารและสถาบันการเงินที่พิจารณาสินเชื่อมักดูรายการนี้ประกอบการวิเคราะห์ฐานะการเงินของกิจการด้วยเช่นกัน
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
SME ที่ต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานควรทำงานร่วมกับผู้สอบบัญชีและนักบัญชีเพื่อระบุรายการที่ก่อให้เกิดผลต่างชั่วคราวทุกสิ้นปี
จัดทำตารางกระทบยอดระหว่างกำไรทางบัญชีและกำไรทางภาษีอย่างสม่ำเสมอ
ขอให้นักบัญชีอธิบายผลกระทบของภาษีเงินได้รอตัดบัญชีต่อฐานะการเงินในภาษาที่เข้าใจง่าย และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีภาษีเมื่อมีรายการที่ซับซ้อน เช่น
ขาดทุนสะสมทางภาษีหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีเฉพาะกิจการ
เพื่อให้การบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีถูกต้องตามมาตรฐานและสะท้อนฐานะการเงินที่แท้จริง
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีต่างจากภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จ่ายจริงอย่างไร?
ภาษีเงินได้นิติบุคคลที่จ่ายจริงคำนวณจากกำไรทางภาษีตามประมวลรัษฎากร ส่วนภาษีเงินได้รอตัดบัญชีเป็นรายการทางบัญชีที่สะท้อนผลต่างชั่วคราวระหว่างกำไรทางบัญชีกับกำไรทางภาษี
ซึ่งจะกลับรายการในอนาคตเมื่อเงื่อนไขทางภาษีตรงกับบัญชี
SME ทุกรายต้องบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีหรือไม่?
กิจการที่ต้องจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและมีผลต่างชั่วคราวระหว่างบัญชีกับภาษี ควรบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีให้ถูกต้อง
ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือนักบัญชีเพื่อพิจารณาตามขนาดและมาตรฐานที่กิจการใช้
ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญก่อให้เกิดสินทรัพย์หรือหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี?
ก่อให้เกิดสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชี เพราะทางบัญชีรับรู้ค่าใช้จ่ายก่อน แต่ทางภาษียังไม่ยอมให้หักจนกว่าจะตัดหนี้สูญจริงตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด
ทำให้กิจการจะประหยัดภาษีได้ในอนาคต
ผลต่างถาวรกับผลต่างชั่วคราวต่างกันอย่างไร?
ผลต่างถาวร เช่น ค่าปรับหรือค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี จะไม่มีวันกลับรายการและไม่ก่อให้เกิดภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
ส่วนผลต่างชั่วคราวจะกลับรายการในอนาคตเมื่อเงื่อนไขทางบัญชีและภาษีตรงกัน จึงต้องบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชี
ขาดทุนสะสมทางภาษีสามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอตัดบัญชีได้หรือไม่?
ได้ หากมีความเป็นไปได้ค่อนข้างแน่ว่ากิจการจะมีกำไรทางภาษีในอนาคตเพียงพอที่จะนำขาดทุนสะสมมาหักกลบได้
ควรประเมินอย่างระมัดระวังร่วมกับผู้สอบบัญชีเพื่อไม่ให้บันทึกสินทรัพย์สูงเกินจริง
ถ้าอัตราภาษีนิติบุคคลเปลี่ยนแปลง ต้องปรับปรุงภาษีเงินได้รอตัดบัญชีหรือไม่?
ต้องปรับปรุง เพราะการคำนวณภาษีเงินได้รอตัดบัญชีต้องใช้อัตราภาษีที่คาดว่าจะบังคับใช้จริงในงวดที่ผลต่างชั่วคราวจะกลับรายการ
หากอัตราเปลี่ยนแปลงต้องคำนวณยอดสินทรัพย์หรือหนี้สินใหม่ให้สอดคล้อง
ธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีผู้สอบบัญชีต้องบันทึกภาษีเงินได้รอตัดบัญชีหรือไม่?
ขึ้นอยู่กับมาตรฐานการบัญชีที่กิจการเลือกใช้ หากเป็นกิจการขนาดเล็กที่ใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ อาจมีข้อกำหนดที่ผ่อนปรนกว่า
ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อพิจารณาตามมาตรฐานที่ใช้จริง
สำหรับธุรกิจที่ต้องการเห็นตัวเลขรายเดือนชัดเจนขึ้น สามารถให้ทีมรับทำบัญชีของ A Plus Me เข้ามาช่วยดูแลเอกสาร บันทึกรายการ และสรุปภาษีในแต่ละเดือน