เมื่อธุรกิจ SME ต้องการสินเชื่อ สิ่งแรกที่ธนาคารหยิบขึ้นมาดูในงบการเงินคือ D/E Ratio หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน ตัวเลขนี้บอกว่ากิจการพึ่งพาเงินกู้มากแค่ไหนเมื่อเทียบกับทุนของเจ้าของ
D/E Ratio คืออะไร?
D/E Ratio (Debt-to-Equity Ratio) หรืออัตราส่วนหนี้สินต่อทุน เป็นตัวชี้วัดโครงสร้างเงินทุนของกิจการ บอกว่ากิจการมีหนี้สินกี่บาทต่อทุน 1 บาท
สูตร: หนี้สินรวม ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น
โดยหนี้สินรวมประกอบด้วยหนี้สินทั้งระยะสั้นและระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นคือทุนจดทะเบียนชำระแล้วบวกกำไรสะสม
ตัวอย่าง: บริษัท C มีหนี้สินรวม 6,000,000 บาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 3,000,000 บาท
D/E Ratio = 6,000,000 ÷ 3,000,000 = 2.0 เท่า
หมายความว่าทุก 1 บาทของทุน มีหนี้ 2 บาท ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับธุรกิจทั่วไป
ธนาคารใช้ D/E Ratio อย่างไรในการพิจารณาสินเชื่อ SME?
เมื่อ SME ยื่นขอสินเชื่อ ธนาคารพาณิชย์ในไทยจะวิเคราะห์งบการเงินโดยใช้หลัก “5C” ได้แก่ Character, Capacity, Capital, Collateral และ Conditions โดย D/E Ratio อยู่ในหมวด Capital ซึ่งวัดความมั่นคงของฐานทุน
- D/E Ratio ต่ำกว่า 1.0: ถือว่าดีมาก กิจการพึ่งพาทุนตัวเองมากกว่าหนี้ โอกาสอนุมัติสูง
- D/E Ratio 1.0–2.0: อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ ธนาคารอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
- D/E Ratio เกิน 2.0–3.0: ธนาคารจะพิจารณาอย่างระมัดระวัง อาจต้องการหลักประกันเพิ่มหรืออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้น
- D/E Ratio เกิน 3.0: โอกาสอนุมัติสินเชื่อไม่มีหลักประกันต่ำมาก
D/E Ratio ที่เหมาะสมแตกต่างกันตามอุตสาหกรรม
| ประเภทธุรกิจ | D/E Ratio ที่ยอมรับได้ |
|---|---|
| อสังหาริมทรัพย์ / ก่อสร้าง | 2.0–4.0 (ใช้ leverage สูง) |
| ค้าปลีก / ค้าส่ง | 1.0–2.0 |
| ร้านอาหาร / บริการ | 0.5–1.5 |
| ซอฟต์แวร์ / ที่ปรึกษา | 0.3–1.0 (ทุนมนุษย์สูง) |
| โรงงานผลิต | 1.0–2.5 |
D/E Ratio กับ Financial Leverage
D/E Ratio สูงหมายถึง Financial Leverage สูง ซึ่งเป็นดาบสองคม กล่าวคือ
- ด้านบวก: ใช้เงินกู้มาขยายกิจการ หากผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) สูงกว่าดอกเบี้ย จะเพิ่มผลตอบแทนต่อทุน (ROE) ได้
- ด้านลบ: หากรายได้ลดลง ภาระดอกเบี้ยยังคงอยู่ อาจทำให้กิจการขาดทุนและไม่สามารถชำระหนี้ได้
ธุรกิจ SME ควรรักษา D/E Ratio ให้อยู่ในระดับที่กิจการยังสามารถชำระหนี้ได้แม้รายได้ลดลง 20–30%
วิธีคำนวณ D/E Ratio จากงบดุล
ขั้นตอนการคำนวณ D/E Ratio จากงบดุลของกิจการ
- ขั้นที่ 1: ดูหนี้สินหมุนเวียนรวม (เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะสั้น ภาษีค้างจ่าย ฯลฯ)
- ขั้นที่ 2: ดูหนี้สินไม่หมุนเวียนรวม (เงินกู้ระยะยาว หุ้นกู้ ฯลฯ)
- ขั้นที่ 3: รวมหนี้สินทั้งสอง = หนี้สินรวม
- ขั้นที่ 4: ดูส่วนของผู้ถือหุ้น (ทุนเรือนหุ้น + กำไรสะสม)
- ขั้นที่ 5: คำนวณ D/E = หนี้สินรวม ÷ ส่วนของผู้ถือหุ้น
แนวทางปรับปรุง D/E Ratio ก่อนยื่นขอสินเชื่อ
หาก D/E Ratio สูงเกินไปและต้องการขอสินเชื่อใหม่ มีแนวทางปรับปรุง ดังนี้
- เพิ่มทุน: ให้ผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนหรือดึงนักลงทุนใหม่เข้ามา จะเพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้นและลด D/E ได้ทันที
- คืนหนี้บางส่วน: ใช้กำไรสะสมหรือกระแสเงินสดดีชำระหนี้ระยะสั้นบางส่วนก่อนยื่นขอกู้
- แปลงหนี้เป็นทุน: ในบางกรณีสามารถเจรจาให้เจ้าหนี้แปลงหนี้เป็นหุ้นส่วนได้
- สะสมกำไร: ไม่จ่ายเงินปันผลและสะสมกำไรไว้ในกิจการ จะค่อย ๆ เพิ่มส่วนของผู้ถือหุ้น
ข้อควรระวังในการตีความ D/E Ratio
D/E Ratio ที่ต่ำไม่ได้หมายความว่าดีเสมอไป บางครั้งกิจการที่มี D/E ต่ำมากอาจ “ขี้กลัวเกินไป” ไม่กล้าใช้ leverage เพื่อขยายกิจการทั้งที่มีโอกาสทางธุรกิจดี ในทางกลับกัน D/E สูงในช่วงเศรษฐกิจดีก็อาจเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง ขอให้พิจารณาบริบทของธุรกิจและวงจรเศรษฐกิจประกอบด้วยเสมอ
แนะนำให้ปรึกษาสำนักงานบัญชีในการวิเคราะห์โครงสร้างเงินทุนที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจของคุณ ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อหรือเพิ่มทุน
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง D/E Ratio คืออะไร? ธนาคารดูอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนก่อนอนุมัติสินเชื่อ SME อย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
D/E Ratio เท่าไหร่ที่ธนาคารไทยถือว่าผ่านเกณฑ์?
โดยทั่วไปธนาคารพาณิชย์ไทยต้องการ D/E Ratio ไม่เกิน 2.0–3.0 เท่าสำหรับ SME ทั่วไป แต่ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและความแข็งแกร่งของหลักประกันและกระแสเงินสดประกอบด้วย
D/E Ratio คำนวณจากหนี้สินอะไรบ้าง?
คำนวณจากหนี้สินรวมทั้งหมดในงบดุล ทั้งหนี้สินหมุนเวียน (เจ้าหนี้การค้า เงินกู้ระยะสั้น) และหนี้สินไม่หมุนเวียน (เงินกู้ระยะยาว หุ้นกู้) หารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมด
กิจการมีกำไรแต่ D/E Ratio สูง จะกู้เงินได้ไหม?
มีโอกาส แต่ธนาคารจะพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ เช่น กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (Operating Cash Flow) ประวัติการชำระหนี้ มูลค่าหลักประกัน และแนวโน้มรายได้ในอนาคต
วิธีเร็วที่สุดในการลด D/E Ratio คืออะไร?
วิธีเร็วที่สุดคือการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นหรือนักลงทุนใหม่ เพราะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นทันที ส่วนการสะสมกำไรต้องใช้เวลานานกว่า
D/E Ratio กับ Debt Ratio ต่างกันอย่างไร?
D/E Ratio คือหนี้สินรวมหารส่วนของผู้ถือหุ้น ส่วน Debt Ratio คือหนี้สินรวมหารสินทรัพย์รวม ทั้งสองวัดความเสี่ยงทางการเงิน แต่ฐานในการหารต่างกัน
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มี D/E สูงเป็นเรื่องปกติหรือไม่?
เป็นเรื่องปกติในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เพราะต้องใช้เงินทุนสูงมากในการซื้อที่ดินและพัฒนาโครงการ D/E สูงถึง 3–4 เท่าในธุรกิจประเภทนี้จึงไม่ผิดปกติ