ธุรกรรมในชีวิตจริงไม่ได้สมบูรณ์เสมอไป — สินค้าถูกส่งคืนเพราะชำรุด ราคาถูกคำนวณผิด หรือปริมาณที่ส่งจริงต่างจากที่ตกลงกันไว้
เมื่อเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากออกใบกำกับภาษีไปแล้ว ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT ต้องออก ใบเพิ่มหนี้ (Debit
Note) หรือ ใบลดหนี้ (Credit Note) ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 86/9 และ 86/10 ตามลำดับ เอกสารทั้งสองประเภทนี้ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นข้อบังคับทางกฎหมายที่มีผลต่อยอด VAT
ที่ต้องนำส่งในแบบ ภ.พ.30 ด้วย (ข้อมูล ณ ปี 2569)
สารบัญบทความ
- ใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้คืออะไร และต่างกันอย่างไร
- เงื่อนไขการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 86/9
- เงื่อนไขการออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10
- รายการที่ต้องปรากฏในใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้
- ผลกระทบต่อแบบ ภ.พ.30 ของทั้งสองฝ่าย
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน
- การจัดเก็บเอกสารและระบบที่ควรมี
- ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
- แหล่งอ้างอิงและเอกสารกฎหมายที่ใช้ทบทวน
- ตารางนำบทความไปใช้
ใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้คืออะไร และต่างกันอย่างไร
ผู้ประกอบการ SME มักสับสนระหว่างเอกสารสองประเภทนี้ สาระสำคัญมีดังนี้
- ใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) ออกโดยผู้ขายให้แก่ผู้ซื้อ เมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการ เพิ่มขึ้น จากใบกำกับภาษีเดิม เช่น ส่งสินค้าเกินจำนวน คำนวณราคาต่ำกว่าความเป็นจริง หรือมีการปรับราคาขึ้นตามสัญญา ผลคือ VAT ขายของผู้ขาย เพิ่มขึ้น และ VAT ซื้อของผู้ซื้อ เพิ่มขึ้น ตามไปด้วย
- ใบลดหนี้ (Credit Note) ออกโดยผู้ขายให้แก่ผู้ซื้อ เมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการ ลดลง จากใบกำกับภาษีเดิม เช่น สินค้าไม่ตรงสเปก ส่งสินค้าขาดจำนวน คำนวณราคาสูงกว่าความเป็นจริง หรือผู้ซื้อคืนสินค้า ผลคือ VAT ขายของผู้ขาย ลดลง และ VAT ซื้อที่ผู้ซื้อเคยนำไปหักก็ ต้องปรับลด ด้วย
ข้อสังเกตสำคัญ: ทั้งสองเอกสารต้องอ้างอิงถึงใบกำกับภาษีฉบับเดิมเสมอ และออกได้เฉพาะผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มแล้วเท่านั้น ปัจจุบัน VAT อยู่ที่อัตรา 7%
(ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 มีผลถึง 30 กันยายน 2569)
ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากรด้วย
เงื่อนไขการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 86/9
กฎหมายกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนออกใบเพิ่มหนี้ได้ในกรณีที่มูลค่าสินค้าหรือบริการเพิ่มขึ้นหลังจากออกใบกำกับภาษีแล้ว ตัวอย่างสถานการณ์ที่ใช้ได้ ได้แก่
- ปริมาณสินค้าที่ส่งจริงมากกว่าที่ระบุในใบกำกับภาษีเดิม
- ราคาสินค้าหรือบริการถูกคำนวณต่ำกว่าความเป็นจริงเนื่องจากความผิดพลาด
- มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นตามเงื่อนไขที่ตกลงกันในสัญญา
กฎหมายกำหนดว่าใบเพิ่มหนี้ต้องออก ในเดือนภาษีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถออกได้ทัน อนุญาตให้ออกในเดือนภาษีถัดไปได้ แต่ไม่สามารถชะลอออกไปนานกว่านั้น
เงื่อนไขการออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10
ใบลดหนี้ออกได้เมื่อมูลค่าสินค้าหรือบริการลดลงหลังจากที่ได้ออกใบกำกับภาษีและนำส่งภาษีขายไปแล้ว สถานการณ์ที่กฎหมายรับรองให้ออกใบลดหนี้ได้มีหลายกรณี ดังนี้
- สินค้าที่ส่งมอบไม่ตรงตามข้อกำหนดหรือชำรุดบกพร่อง
- ส่งสินค้าน้อยกว่าที่ระบุในใบกำกับภาษีเดิม
- คำนวณราคาสินค้าหรือบริการสูงกว่าความเป็นจริง
- ผู้ซื้อคืนสินค้าตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน
- มีการลดราคาภายหลังตามข้อกำหนดในสัญญา
- บอกเลิกสัญญาบริการเนื่องจากการให้บริการไม่เป็นไปตามที่ตกลง
- มีการคืนเงินมัดจำหรือเงินล่วงหน้าบางส่วน
เช่นเดียวกับใบเพิ่มหนี้ ใบลดหนี้ต้องออกในเดือนภาษีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น หรืออย่างช้าในเดือนถัดไปหากมีเหตุจำเป็น
ข้อระวังสำหรับผู้ซื้อ: เมื่อได้รับใบลดหนี้แล้ว ผู้ซื้อต้องปรับลด VAT ซื้อที่เคยนำไปใช้หักออกในแบบ ภ.พ.30 ของตน ในเดือนเดียวกับที่ได้รับใบลดหนี้ หากละเลยไม่ปรับ
ถือเป็นการแสดงภาษีซื้อเกินจริง ซึ่งมีโทษตามกฎหมาย
รายการที่ต้องปรากฏในใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้
กฎหมายกำหนดรายการบังคับที่ต้องมีในเอกสาร ซึ่งหากขาดรายการใดรายการหนึ่ง เอกสารนั้นถือว่าไม่สมบูรณ์และไม่สามารถนำมาใช้ปรับ VAT ได้ รายการที่ต้องมีประกอบด้วย
- คำว่า "ใบเพิ่มหนี้" หรือ "ใบลดหนี้" ในที่ที่เห็นได้ชัดเจน
- ชื่อ ที่อยู่ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (Tax ID) ของ ผู้ออกเอกสาร
- ชื่อและที่อยู่ของ ผู้รับเอกสาร
- วันที่ออกเอกสาร
- หมายเลขและเล่มที่ของ ใบกำกับภาษีเดิม ที่อ้างอิง
- ราคาสินค้า/บริการตามใบกำกับภาษีเดิม และราคาที่ถูกต้อง พร้อมผลต่างของราคา
- จำนวน VAT ที่ปรับเพิ่มหรือปรับลด
- สาเหตุที่ออกเอกสารอย่างย่อ
ผลกระทบต่อแบบ ภ.พ.30 ของทั้งสองฝ่าย
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้มีผลเฉพาะฝ่ายผู้ขายเท่านั้น แท้จริงแล้วทั้งสองฝ่ายต้องบันทึกในเดือนที่ออกหรือได้รับเอกสาร
ผลต่อภาษีขาย (ฝั่งผู้ขาย)
- ใบเพิ่มหนี้ทำให้ภาษีขายเพิ่มขึ้น บันทึกในช่อง "ภาษีขาย" ของแบบ ภ.พ.30
- ใบลดหนี้ทำให้ภาษีขายลดลง บันทึกในช่อง "ใบลดหนี้" ของแบบ ภ.พ.30
- ใช้ยอดในเดือนภาษีที่ออกเอกสาร ไม่ใช่เดือนที่เกิดธุรกรรมเดิม
ผลต่อภาษีซื้อ (ฝั่งผู้ซื้อ)
- ใบเพิ่มหนี้ที่ได้รับจากผู้ขาย ทำให้ภาษีซื้อเพิ่มขึ้น นำไปหักในแบบ ภ.พ.30 เดือนที่ได้รับ
- ใบลดหนี้ที่ได้รับจากผู้ขาย ทำให้ ต้องปรับลดภาษีซื้อ ในแบบ ภ.พ.30 เดือนที่ได้รับ
- ไม่สามารถเลือกบันทึกล่าช้าได้ — ต้องบันทึกในเดือนที่ได้รับจริง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีป้องกัน
จากประสบการณ์การทำงานกับ SME ในหลายอุตสาหกรรม ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นซ้ำในเรื่องนี้มักเป็นดังนี้
- ออกใบลดหนี้ล่าช้า: ผู้ขายทราบว่าลูกค้าคืนสินค้าแล้ว แต่ชะลอการออกใบลดหนี้ไปหลายเดือน ส่งผลให้ยอด VAT ขายในช่วงที่ผ่านมาแสดงไว้สูงเกินจริง หากถูกตรวจสอบต้องชำระเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
- ผู้ซื้อไม่ปรับลด VAT ซื้อ: รับใบลดหนี้แล้วแต่ไม่ได้บันทึกปรับลดภาษีซื้อในแบบ ภ.พ.30 ทำให้แสดงภาษีซื้อสูงเกิน ซึ่งอาจถูกประเมินย้อนหลัง
- ระบุสาเหตุไม่ชัดเจน: เขียนเพียงว่า "ปรับราคา" โดยไม่ระบุสาเหตุที่แท้จริง อาจทำให้สรรพากรตั้งข้อสังเกตในการตรวจสอบ
- ไม่อ้างอิงใบกำกับภาษีเดิม: ออกใบลดหนี้หรือใบเพิ่มหนี้โดยไม่ระบุเลขที่ใบกำกับภาษีต้นฉบับ ถือว่าเอกสารไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
- ออกเอกสารข้ามปีภาษีโดยไม่ระมัดระวัง: หากเหตุการณ์เกิดในเดือนธันวาคม แต่ออกเอกสารในเดือนมกราคมปีถัดไป อาจกระทบต่อรายได้ที่รับรู้ในแต่ละรอบบัญชีและต้องวางแผนให้รัดกุม
การจัดเก็บเอกสารและระบบที่ควรมี
ผู้ประกอบการที่มีการออกใบเพิ่มหนี้หรือใบลดหนี้บ่อยครั้งควรมีระบบควบคุมภายในที่ชัดเจน เพื่อลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดที่กล่าวถึงข้างต้น แนวทางปฏิบัติที่ดี ได้แก่
- กำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนในการออกเอกสาร และมีขั้นตอนอนุมัติก่อนออกทุกครั้ง
- จัดเก็บใบเพิ่มหนี้ / ใบลดหนี้ คู่กับใบกำกับภาษีต้นฉบับที่อ้างอิงถึงเสมอ
- ทำทะเบียนคุมใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้แยกต่างหาก เพื่อให้ตรวจสอบได้ง่าย
- กระทบยอดใบลดหนี้ที่ออกกับยอดที่บันทึกใน ภ.พ.30 ทุกเดือน ก่อนยื่นแบบ
- หากใช้ระบบ e-Tax Invoice หรือ e-Tax Invoice by Email เอกสารจะถูกบันทึกและส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดในการบันทึก
หากธุรกิจของคุณมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และยังไม่ได้จดทะเบียน VAT ควรวางแผนให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
เนื่องจากการไม่จดทะเบียนทั้งที่เข้าเกณฑ์มีโทษตามกฎหมาย ทั้งนี้ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า
ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
บทความเรื่อง การออกใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ in ระบบ VAT ควรนำมาเปรียบเทียบและปรับปรุงกับระบบเอกสารและการดำเนินการจริงภายในองค์กรของคุณอย่างสม่ำเสมอ
โดยใช้จุดเช็กลิสต์และแนวทางหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดดังนี้:
เช็กลิสต์ตรวจสอบระบบงานในบริษัท
- กระทบยอดรายได้ในแบบ ภ.พ.30 ให้ตรงกับสมุดรายวันรับรายเดือน
- ตรวจสอบวันที่เกิดจุดรับรู้ภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point) ของธุรกรรม
ข้อผิดพลาดสำคัญที่ควรระวัง
- ยื่นแบบ ภ.พ.30 ล่าช้ากว่าเดดไลน์นำส่งโดยไม่มีเหตุผลอันควร
- ใช้ใบกำกับภาษีซื้อที่เป็นสำเนาโดยไม่มีการแจ้งความสูญหายอ้างอิง
แหล่งอ้างอิงและเอกสารกฎหมายที่ใช้ทบทวน
- กรมสรรพากร: การสืบค้นข้อมูลภาษีและเกณฑ์สรรพากรที่เกี่ยวข้องกับ การออกใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ in ระบบ VAT
- สภาวิชาชีพบัญชี: มาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพทางบัญชีของนิติบุคคล
ตารางนำบทความไปใช้
| ประเด็น | สิ่งที่ต้องตรวจ | ผลที่ต้องบันทึก |
|---|---|---|
| ใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้คืออะไร และต่างกันอย่างไร | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| เงื่อนไขการออกใบเพิ่มหนี้ตามมาตรา 86/9 | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
| เงื่อนไขการออกใบลดหนี้ตามมาตรา 86/10 | ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง | สถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน |
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ในระบบ VAT
ใบเพิ่มหนี้และใบลดหนี้ต้องออกภายในเมื่อไหร่?
กฎหมายกำหนดให้ออกในเดือนภาษีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น หากมีเหตุจำเป็นที่ไม่สามารถออกได้ทัน อนุญาตให้ออกในเดือนภาษีถัดไปได้ แต่ไม่สามารถชะลอออกไปนานกว่านั้น ตามมาตรา 86/9 และ 86/10
แห่งประมวลรัษฎากร
เมื่อผู้ซื้อได้รับใบลดหนี้ ต้องทำอย่างไรกับแบบ ภ.พ.30?
ผู้ซื้อที่ได้รับใบลดหนี้ต้องปรับลดภาษีซื้อที่เคยนำไปใช้หักในแบบ ภ.พ.30 ของตน โดยบันทึกในเดือนเดียวกับที่ได้รับใบลดหนี้ ไม่สามารถเลือกบันทึกล่าช้าได้
หากละเลยไม่ปรับถือว่าแสดงภาษีซื้อเกินจริงและอาจถูกประเมินย้อนหลัง
สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง การออกใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) และใบลดหนี้ (Credit Note) ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ การออกใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) และใบลดหนี้ (Credit Note) ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล
สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง การออกใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) และใบลดหนี้ (Credit Note) ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ การออกใบเพิ่มหนี้ (Debit Note) และใบลดหนี้ (Credit Note) ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม
พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล