เงินประกันผลงานหรือ Retention เป็นกลไกสำคัญในสัญญาก่อสร้างที่เจ้าของโครงการหักไว้เพื่อคุ้มครองความบกพร่องของงาน แต่การบันทึกบัญชีและผลกระทบด้านภาษีมักสร้างความสับสนให้ผู้ประกอบการ
เงินประกันผลงาน (Retention) คืออะไร
เงินประกันผลงาน (Retention Money) คือเงินส่วนหนึ่งของค่าก่อสร้างที่เจ้าของโครงการ (หรือผู้รับเหมาหลัก) หักไว้จากแต่ละงวดการเรียกเก็บ โดยทั่วไปอยู่ที่ร้อยละ 5-10 ของมูลค่างวด เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้รับเหมาจะแก้ไขข้อบกพร่องของงานภายในระยะเวลาประกัน (Defect Liability Period) ซึ่งมักกำหนดไว้ 1-2 ปีหลังส่งมอบงาน
ในสัญญาก่อสร้างทั่วไปจะระบุเปอร์เซ็นต์ Retention และเงื่อนไขการคืนเงิน เช่น คืน 50% เมื่อส่งมอบงานและตรวจรับ และคืนส่วนที่เหลือเมื่อหมดระยะประกัน
การบันทึกบัญชีฝั่งผู้รับเหมา
ผู้รับเหมาต้องบันทึกรายได้ตามวิธี POC หรือตามงวดส่งมอบ แต่สำหรับ Retention ที่ยังไม่ได้รับเงิน ต้องบันทึกเป็นลูกหนี้ Retention แยกออกมาจากลูกหนี้การค้าทั่วไป
| รายการ | Dr. | Cr. |
|---|---|---|
| ออกใบแจ้งหนี้งวด 1,000,000 บาท หัก Retention 5% | ลูกหนี้การค้า 950,000 + ลูกหนี้ Retention 50,000 | รายได้ค่าก่อสร้าง 1,000,000 |
| รับเงินงวด 950,000 บาท | เงินสด 950,000 | ลูกหนี้การค้า 950,000 |
| รับคืน Retention เมื่อสิ้นสุดระยะประกัน | เงินสด 50,000 | ลูกหนี้ Retention 50,000 |
ลูกหนี้ Retention ที่จะได้รับภายใน 12 เดือนแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน ส่วนที่นานกว่านั้นแสดงเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
การบันทึกบัญชีฝั่งเจ้าของโครงการ
เจ้าของโครงการที่หัก Retention ไว้ต้องบันทึกเป็นหนี้สินที่ต้องจ่ายคืนในอนาคต
- เมื่อหัก Retention: Dr. ต้นทุนก่อสร้าง (ราคาเต็ม) Cr. เจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง + เจ้าหนี้ Retention
- เมื่อจ่ายคืน Retention: Dr. เจ้าหนี้ Retention Cr. เงินสด
- ถ้าหักค่าซ่อมแซมออกจาก Retention: Dr. เจ้าหนี้ Retention Cr. รายได้อื่น หรือ ลดต้นทุนก่อสร้าง
VAT กับ Retention Money
นี่คือประเด็นที่ทำให้เกิดความสับสนมากที่สุด กรมสรรพากรกำหนดว่าความรับผิดในการเสียภาษี VAT เกิดขึ้นเมื่อออกใบกำกับภาษี ดังนั้น
- ผู้รับเหมาต้องออกใบกำกับภาษีสำหรับมูลค่างานเต็มจำนวน (รวม Retention) เมื่อถึงงวดเรียกเก็บ
- VAT 7% คำนวณบนราคาเต็มก่อนหัก Retention
- เจ้าของโครงการสามารถนำ VAT ซื้อเต็มจำนวนไปหักออกจาก VAT ขายได้ทันที แม้จะยังไม่ได้จ่ายเงิน Retention
- ผู้รับเหมาต้องนำส่ง VAT ขายเต็มจำนวนด้วย ไม่มีการเว้น VAT สำหรับส่วน Retention
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: ผู้รับเหมาออกใบกำกับภาษีเฉพาะส่วนที่รับเงินจริง (หลัง Retention) ทำให้ VAT ขาด และกรมสรรพากรอาจเรียกภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT) กับ Retention
เจ้าของโครงการต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% (กรณีบริษัทรับเหมา) เมื่อจ่ายเงิน ซึ่งหมายถึง
- งวดปกติ: หัก WHT 3% จากค่าจ้างสุทธิ (ก่อนหัก Retention) เมื่อจ่ายจริง
- Retention: หัก WHT 3% เมื่อจ่ายคืน Retention ไม่ใช่ตอนออกใบแจ้งหนี้
- ผู้รับเหมาได้รับใบรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) แยกสองครั้ง: ครั้งแรกเมื่อรับเงินงวด และครั้งที่สองเมื่อรับคืน Retention
Retention กับผู้รับเหมาช่วง (Subcontractor)
ในโครงการขนาดใหญ่ ผู้รับเหมาหลักมักหัก Retention จากผู้รับเหมาช่วงด้วย การบันทึกบัญชีจึงซับซ้อนขึ้น เพราะผู้รับเหมาหลักจะมีทั้ง
- ลูกหนี้ Retention จากเจ้าของโครงการ (สินทรัพย์)
- เจ้าหนี้ Retention ที่ต้องจ่ายให้ผู้รับเหมาช่วง (หนี้สิน)
ต้องระวังไม่ให้นำสองรายการนี้มาหักกลบกัน เว้นแต่จะมีข้อตกลงชัดเจนและสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีเรื่องการหักกลบรายการ
การเปิดเผยข้อมูล Retention ในงบการเงิน
กิจการต้องเปิดเผยข้อมูลใน Notes to Financial Statements เกี่ยวกับ
- ยอดลูกหนี้ Retention แยกตามกำหนดรับชำระ
- เงื่อนไขและระยะเวลาการรับคืนเงิน Retention
- ความเสี่ยงด้านเครดิตของลูกหนี้ Retention โดยเฉพาะถ้าเจ้าของโครงการเป็นเอกชน
การเปิดเผยที่ครบถ้วนจะช่วยให้ผู้ใช้งบการเงิน ทั้งธนาคารและนักลงทุน เข้าใจสภาพคล่องที่แท้จริงของกิจการ ซึ่งสำคัญมากสำหรับธุรกิจก่อสร้างที่มักมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนสูง
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง เงินประกันผลงาน (Retention) ในธุรกิจก่อสร้าง: บัญชีและภาษีที่ต้องระวัง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ต้องออกใบกำกับภาษีส่วน Retention เมื่อไหร่
ต้องออกใบกำกับภาษีมูลค่าเต็มของงวดนั้นรวม Retention ทันทีที่ถึงงวดเรียกเก็บ ไม่ใช่รอจนกว่าจะรับคืนเงิน Retention เพราะความรับผิดด้าน VAT เกิดเมื่อออกใบกำกับภาษี ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 78
Retention ที่เก็บไว้นานแสดงในงบดุลได้ไหม
ได้ แต่ต้องแยกประเภทให้ถูก Retention ที่จะรับคืนภายใน 12 เดือนหลังวันที่งบดุลแสดงเป็นสินทรัพย์หมุนเวียน ส่วนที่นานกว่าแสดงเป็นสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน และต้องพิจารณาว่ามีความสงสัยในการได้รับคืนหรือไม่
WHT หัก Retention ตอนไหน
หัก WHT 3% เมื่อจ่ายเงินจริงเท่านั้น ดังนั้นงวดปกติหักตอนจ่ายงวด และ Retention หักตอนจ่ายคืนเงินประกันผลงาน ผู้รับเหมาจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) สองครั้งแยกกัน
ถ้าเจ้าของโครงการไม่คืน Retention จะบันทึกอย่างไร
ถ้าไม่คาดว่าจะได้รับคืน ต้องตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญหรือตัดเป็นหนี้สูญตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร ซึ่งต้องพิสูจน์ว่าได้ดำเนินการทางกฎหมายครบถ้วนแล้วจึงจะนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้
Retention Bond แทนเงินสดใช้ได้ไหมในบัญชีไทย
ได้ ในบางโครงการผู้รับเหมาอาจขอใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคาร (Bank Guarantee) แทนการหักเงิน Retention กรณีนี้ผู้รับเหมาไม่มีลูกหนี้ Retention ในบัญชี แต่ต้องเปิดเผย Contingent Liability จาก Bank Guarantee ใน Notes แทน
ผู้รับเหมาช่วงต้องทำบัญชี Retention อย่างไร
ผู้รับเหมาช่วงบันทึกเหมือนผู้รับเหมาหลัก คือมีลูกหนี้ Retention ที่ค้างจากผู้รับเหมาหลัก และต้องออกใบกำกับภาษีเต็มจำนวนรวม Retention ด้วย ไม่สามารถออกใบกำกับภาษีเฉพาะส่วนที่รับเงินจริงได้
Retention กับ Defect Liability Deposit ต่างกันไหม
ในทางปฏิบัติมักใช้แทนกัน แต่บางสัญญาแยก Retention ที่หักจากงวดงาน กับ Defect Deposit ที่ผู้รับเหมาวางเพิ่มเติมหลังส่งมอบ การบันทึกบัญชีคล้ายกัน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องกำหนดคืนเงินและเงื่อนไขที่แตกต่างกัน