การปิดบริษัทหรือเลิกกิจการไม่ได้หมายถึงแค่หยุดทำธุรกิจแล้วทิ้งไว้ เพราะตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนจำกัดต้องผ่านกระบวนการ จดทะเบียนเลิก และ ชำระบัญชี

อย่างถูกต้อง มิเช่นนั้นนิติบุคคลยังคงมีสถานะทางกฎหมายอยู่

และกรรมการยังมีหน้าที่ยื่นภาษีและส่งงบการเงินต่อไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะสะสมเป็นค่าปรับจำนวนมากได้

สารบัญบทความ
  1. เหตุผลที่ SME ตัดสินใจปิดบริษัท
  2. ขั้นตอนการปิดบริษัทจำกัดโดยสมัครใจ (Voluntary Dissolution)
  3. เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับปิดบริษัท
  4. ค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการปิดบริษัท
  5. ระยะเวลาในการปิดบริษัทโดยทั่วไป
  6. ผลกระทบจากการไม่ปิดบริษัทอย่างถูกกฎหมาย
  7. ทำไมถึงควรให้ที่ปรึกษาช่วยดำเนินการปิดบริษัท
  8. อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง
  9. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  10. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

เหตุผลที่ SME ตัดสินใจปิดบริษัท

ก่อนจะดูขั้นตอน มาดูเหตุผลหลัก ๆ ที่ผู้ประกอบการตัดสินใจปิดกิจการ:

  • ธุรกิจขาดทุนต่อเนื่อง: ไม่มีรายได้เพียงพอ หรือตลาดเปลี่ยนแปลงจนสินค้า/บริการหมดความต้องการ
  • ผู้ถือหุ้นต้องการแยกทาง: ไม่สามารถตกลงทิศทางธุรกิจร่วมกันได้
  • ปรับโครงสร้างธุรกิจ: ย้ายจากบริษัทจำกัดไปใช้รูปแบบอื่น หรือรวมกิจการกับนิติบุคคลใหม่
  • เจ้าของเกษียณหรือเปลี่ยนอาชีพ: ไม่มีผู้สืบทอดกิจการ
  • จดบริษัทไว้แต่ไม่เคยทำธุรกิจจริง: ทิ้งไว้นานยิ่งมีค่าปรับสะสม

ระวัง! ปล่อยบริษัทร้างไม่ใช่วิธีปิดกิจการ

การหยุดทำธุรกิจโดยไม่จดทะเบียนเลิกจะทำให้กรรมการยังมีหน้าที่ยื่นงบการเงินประจำปี ยื่น ภ.ง.ด.50/51 และยื่นภาษีรายเดือนตามปกติ ค่าปรับจาก DBD

และสรรพากรจะสะสมทุกปีจนกว่าจะจดเลิกอย่างเป็นทางการ อาจมียอดค่าปรับรวมหลายหมื่นถึงแสนบาท

ขั้นตอนการปิดบริษัทจำกัดโดยสมัครใจ (Voluntary Dissolution)

ขั้นตอนที่ 1: มติที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นให้เลิกบริษัท

ผู้ถือหุ้นต้องประชุมและลงมติพิเศษด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงทั้งหมดของผู้ถือหุ้นที่มาประชุมและมีสิทธิออกเสียง โดยต้องส่งหนังสือเชิญประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า

14 วัน และลงประกาศหนังสือพิมพ์ 1 ครั้งก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า

14 วัน

ขั้นตอนที่ 2: จดทะเบียนเลิกบริษัทต่อ DBD

หลังจากที่ประชุมมีมติเลิก ต้องดำเนินการจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยยื่นแบบ ลช.1 และเอกสารประกอบภายใน 14 วันนับจากวันที่มีมติเลิก พร้อมแต่งตั้ง

ผู้ชำระบัญชี (โดยปกติคือกรรมการผู้มีอำนาจ)

ขั้นตอนที่ 3: ลงประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้

ผู้ชำระบัญชีต้อง ลงประกาศในหนังสือพิมพ์ อย่างน้อย 3 ครั้ง แจ้งว่าบริษัทเลิกกิจการแล้ว พร้อมส่งจดหมายลงทะเบียนไปยังเจ้าหนี้ทุกรายที่ทราบชื่อ

ให้ยื่นคำทวงหนี้ภายในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือนนับจากวันประกาศ

ขั้นตอนที่ 4: ชำระบัญชีและเคลียร์ภาระทางภาษี

ขั้นตอนนี้เป็นส่วนที่ซับซ้อนและใช้เวลามากที่สุด ประกอบด้วย:

  • ปิดบัญชีและจัดทำงบการเงิน ณ วันเลิก
  • เรียกเก็บลูกหนี้คงค้างและชำระหนี้เจ้าหนี้
  • ยื่น ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีสุดท้าย
  • ยื่นคำขอ ยกเลิกทะเบียน VAT (ภ.พ.09) ภายใน 15 วันหลังจดเลิก
  • ยื่นเอกสารยกเลิกทะเบียนนายจ้างกับ สำนักงานประกันสังคม
  • ปิดบัญชีธนาคารของบริษัท

ขั้นตอนที่ 5: จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

เมื่อชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำ รายงานการชำระบัญชี แสดงต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น จากนั้นจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชีต่อ DBD ภายใน 14 วัน พร้อมยื่นงบการเงิน ณ

วันเสร็จการชำระบัญชี ให้ผู้สอบบัญชีรับรองด้วย

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับปิดบริษัท

  • หนังสือรับรองบริษัท (ไม่เกิน 6 เดือน)
  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการทุกท่าน
  • รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นมีมติเลิกบริษัท
  • แบบ ลช.1 (คำขอจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี)
  • แบบ ลช.2 (รายการจดทะเบียนเลิกบริษัท)
  • แบบ ลช.6 (รายงานการชำระบัญชี)
  • งบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ (รับรองโดย CPA)
  • แบบ ภ.พ.09 (แจ้งเลิก VAT)
  • แบบ สปส. 6-15 (แจ้งเลิกกิจการต่อประกันสังคม)

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณในการปิดบริษัท

รายการ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (บาท)
ค่าธรรมเนียม DBD จดทะเบียนเลิก 400
ค่าธรรมเนียม DBD จดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี 400
ค่าลงประกาศหนังสือพิมพ์ (3 ครั้ง) 1,500 – 3,000
ค่าผู้สอบบัญชีตรวจงบเลิกกิจการ 5,000 – 15,000
ค่าบริการสำนักงานบัญชีดำเนินการเลิก 10,000 – 30,000+
รวมค่าใช้จ่ายโดยประมาณ 17,300 – 48,800+

*ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างตามความซับซ้อนของบัญชี จำนวนปีที่ค้างงบ และภาระภาษีคงค้าง

ระยะเวลาในการปิดบริษัทโดยทั่วไป

กระบวนการปิดบริษัททั้งหมดใช้เวลาโดยเฉลี่ยประมาณ 3 – 6 เดือน ขึ้นอยู่กับ:

  • ความซับซ้อนของบัญชีและภาษีคงค้าง
  • จำนวนลูกหนี้และเจ้าหนี้ที่ต้องชำระ
  • การตรวจสอบจากสรรพากร (บางกรณีอาจมีการเรียกตรวจ)
  • ความพร้อมของเอกสาร

ผลกระทบจากการไม่ปิดบริษัทอย่างถูกกฎหมาย

  • ค่าปรับ DBD สะสมทุกปี สูงสุดรวม 12,000+ บาทต่อปี
  • ค่าปรับสรรพากร 2,000 บาทต่อแบบ + เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
  • กรรมการอาจถูกหมายเรียกจากตำรวจเศรษฐกิจ
  • เสียประวัติผู้ประกอบการ กระทบการจดบริษัทใหม่ในอนาคต
  • ไม่สามารถปิดบัญชีธนาคารได้จนกว่าจะจดเลิกเสร็จ

ทำไมถึงควรให้ที่ปรึกษาช่วยดำเนินการปิดบริษัท

ที่ A Plus Me เรามีประสบการณ์ในการช่วยเจ้าของกิจการปิดบริษัทอย่างถูกต้องและรวดเร็ว:

  • ประเมินสถานะบริษัทให้ฟรี: ตรวจสอบว่ามีงบค้างส่ง ภาษีค้างยื่น หรือค่าปรับสะสมเท่าไหร่
  • สะสางบัญชีย้อนหลัง: จัดทำบัญชีและงบการเงินที่ค้างค่อย ๆ ปิดให้ครบก่อนเลิก
  • ดำเนินการครบวงจร: ตั้งแต่มติเลิก ลงประกาศ ชำระบัญชี ยื่นภาษี จนถึงจดเสร็จชำระบัญชีที่ DBD
  • ประสานงานกับสรรพากรและประกันสังคม: ช่วยยกเลิก VAT และทะเบียนนายจ้าง

อ่านต่อที่เกี่ยวข้อง

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ปิดบริษัท เลิกกิจการ ต้องทำอย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้ ควรใช้เป็นแนวทางจัดระบบเอกสารและตัวเลขจริง ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์เท่านั้น

เพราะคุณภาพบัญชีวัดจากการกระทบยอดได้และเจ้าของกิจการนำตัวเลขไปตัดสินใจได้

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • รวบรวมเอกสารขาย ซื้อ ค่าใช้จ่าย ธนาคาร และรายการเจ้าของสำรองจ่ายให้ครบตามรอบเดือน
  • กระทบยอดรายงานบัญชีกับรายการเดินบัญชีธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ สต๊อก และสินทรัพย์
  • ตรวจว่ารายงานที่ได้รับช่วยตอบคำถามธุรกิจได้ เช่น กำไร กระแสเงินสด ภาษีค้างจ่าย และเอกสารที่ยังขาด

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • ส่งเอกสารให้บัญชีเฉพาะตอนใกล้ยื่นภาษีหรือปิดงบ ทำให้แก้รายการผิดยาก
  • บันทึกค่าใช้จ่ายโดยไม่มีใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือหลักฐานผู้รับเงินชัดเจน
  • ดูเฉพาะกำไรขาดทุน แต่ไม่ตรวจเงินสด ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และภาษีที่ต้องจ่ายจริง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การจัดระบบเอกสารและส่งข้อมูลให้สำนักงานบัญชีตรวจสม่ำเสมอมีข้อดีอย่างไร?

ช่วยให้กิจการมีงบการเงินและตัวเลขที่อัปเดตสำหรับใช้วิเคราะห์ผลกำไรขาดทุนและสภาพคล่องเพื่อตัดสินใจทางธุรกิจได้ทันท่วงที

อีกทั้งยังช่วยให้สามารถตรวจพบข้อผิดพลาดหรือเอกสารสูญหายได้เร็ว และปิดงบการเงินประจำปีได้เสร็จทันตามที่กฎหมายกำหนด

เอกสารขั้นพื้นฐานที่ผู้ประกอบการนิติบุคคลต้องรวบรวมเพื่อส่งทำบัญชีรายเดือนประกอบด้วยอะไรบ้าง?

เอกสารรายได้ (ใบกำกับภาษีขาย, ใบเสร็จรับเงิน), เอกสารรายจ่าย (ใบกำกับภาษีซื้อ, ใบแจ้งหนี้, ใบเสร็จรับเงินค่าใช้จ่าย), หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ),

ใบแสดงรายการเดินบัญชีธนาคาร (Bank Statement),

และเอกสารเกี่ยวกับการจ้างงานและประกันสังคม

หากข้อมูลในงบทดลองหรือบัญชีแยกประเภททั่วไปไม่ตรงกับหลักฐานภายนอก ควรมีขั้นตอนตรวจสอบอย่างไร?

ให้เริ่มทำรายการกระทบยอด (Reconciliation) ระหว่างบัญชีคุมในแยกประเภทกับเอกสารภายนอก เช่น ยอดเงินฝากธนาคารกับ Bank Statement, ยอดลูกหนี้/เจ้าหนี้การค้ากับใบเสร็จค้างรับ/ค้างจ่าย

เพื่อหาจุดคลาดเคลื่อนของตัวเลขและทำการบันทึกปรับปรุงบัญชีให้ถูกต้อง

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ปิดบริษัท เลิกกิจการ ต้องทำอย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ปิดบริษัท เลิกกิจการ ต้องทำอย่างไร? ขั้นตอน เอกสาร และค่าใช้จ่ายที่ต้องรู้

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล