ยื่น ภ.พ.30 แล้วพบว่าภาษีซื้อบางก้อนใช้หักไม่ได้ นั่นคือ "ภาษีซื้อต้องห้าม" ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าขอคืนหรือนำมาเครดิตไม่ได้ไม่ว่าจะมีใบกำกับภาษีถูกต้องแค่ไหนก็ตาม

สารบัญบทความ
  1. ภาษีซื้อต้องห้ามคืออะไร ทำไมถึงขอคืนไม่ได้
  2. ประเภทภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5
  3. ตารางสรุปเปรียบเทียบ: ภาษีซื้อใช้ได้ vs ต้องห้าม
  4. วิธีบันทึกบัญชีภาษีซื้อต้องห้ามอย่างถูกต้อง
  5. จุดที่ SME มักพลาดและโดนประเมินย้อนหลัง
  6. เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หากใช้ภาษีซื้อต้องห้ามผิดพลาด
  7. เช็กลิสต์ คัดกรองภาษีซื้อก่อนยื่น ภ.พ.30
  8. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นแบบ ดีกว่าแก้ทีหลัง
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ภาษีซื้อต้องห้ามคืออะไร ทำไมถึงขอคืนไม่ได้

ในระบบ VAT ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT มีสิทธิ์นำ ภาษีซื้อ (Input Tax) ที่จ่ายไปเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการมาหักออกจากภาษีขาย (Output Tax) เพื่อชำระส่วนต่างให้กรมสรรพากร

หรือถ้าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายก็ขอคืนได้

แต่กฎหมายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 กำหนดว่า ภาษีซื้อบางประเภท ห้ามนำมาใช้เครดิตหรือขอคืนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าใบกำกับภาษีจะถูกต้องสมบูรณ์แค่ไหน เราเรียกภาษีซื้อกลุ่มนี้ว่า

"ภาษีซื้อต้องห้าม" (Non-deductible Input Tax)

ผลคือภาษีซื้อต้องห้ามจะกลายเป็น ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายของกิจการ แทน ไม่ใช่ตัวเลขที่ช่วยลดภาษีที่ต้องนำส่ง เจ้าของ SME จึงต้องรู้ว่ามีอะไรบ้าง

เพราะถ้าเอาภาษีซื้อต้องห้ามไปยื่นเครดิตผิดพลาด

สรรพากรจะเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

ประเภทภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5

สรรพากรแบ่งประเภทภาษีซื้อต้องห้ามไว้ 6 กลุ่มหลัก ดังนี้

1. ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง

ใบกำกับภาษีที่ข้อความไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย ไม่มีชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อที่ถูกต้อง ไม่ระบุรายการสินค้า/บริการ หรือมูลค่าภาษีไม่ชัดเจน

ถือว่าใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อไม่ได้

ตัวอย่าง: ร้านอาหารออกใบเสร็จรับเงินธรรมดาให้แทนใบกำกับภาษีเต็มรูป ภาษีซื้อก้อนนี้ใช้เครดิตไม่ได้เลย

2. ภาษีซื้อจากรายจ่ายส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับกิจการ

รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโดยตรง ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม แม้จะออกในนามบริษัทก็ตาม เช่น ค่าอาหารส่วนตัว ค่าท่องเที่ยวส่วนตัว

หรือค่าสินค้าที่ซื้อเพื่อใช้ส่วนตัวของกรรมการหรือพนักงาน

3. ภาษีซื้อจากการซื้อรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน

นี่คือจุดที่เจ้าของธุรกิจเข้าใจผิดบ่อยที่สุด รถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถปิกอัพที่ต่อกระบะแล้วมีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แม้ซื้อในนามบริษัทและใช้งานจริง

ภาษีซื้อจากการซื้อรถและค่าซ่อมบำรุงก็ยังเป็นภาษีซื้อต้องห้าม

ตัวอย่าง: บริษัทซื้อรถเก๋งราคา 1,000,000 บาท VAT 7% = 70,000 บาท ก้อนนี้นำมาหักภาษีขายไม่ได้ ต้องตั้งเป็นต้นทุนรถยนต์แทน อย่างไรก็ตาม

รถบรรทุกหรือรถที่ใช้เพื่อกิจการเชิงพาณิชย์ล้วนๆ อาจมีเงื่อนไขต่างกัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

4. ภาษีซื้อจากค่ารับรองและค่าบันเทิง

ค่าใช้จ่ายในการรับรองลูกค้า เช่น ค่าอาหาร ค่าสถานที่ ค่าของขวัญ ที่จ่ายเพื่อการรับรอง ภาษีซื้อส่วนนี้ถือเป็นต้องห้าม แม้ว่าตัวค่าใช้จ่ายนั้นอาจลงเป็นรายจ่ายทางบัญชีได้บางส่วน

(ไม่เกิน 0.3% ของรายรับหรือ 10 ล้านบาท แล้วแต่อย่างใดน้อยกว่า)

พูดง่ายๆ คือ แม้ค่ารับรองนั้นจะหักภาษีนิติบุคคลได้บางส่วน แต่ VAT ที่จ่ายในค่ารับรองนั้น ขอคืนไม่ได้เลย

5. ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้า/บริการสำหรับกิจกรรมที่ไม่ต้องเสีย VAT

ถ้ากิจการมีทั้งรายได้ที่อยู่ในระบบ VAT และรายได้ที่ได้รับยกเว้น VAT (เช่น ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กับขายสินค้า) ภาษีซื้อที่เกิดจากส่วนที่ยกเว้น VAT ถือเป็นต้องห้าม

ส่วนภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกันระหว่างสองกิจกรรมต้องมีการ "เฉลี่ยภาษีซื้อ"

(Pro-rata)

6. ภาษีซื้อจากใบกำกับภาษีปลอมหรือออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิ์

ใบกำกับภาษีที่ออกโดยบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT หรือออกโดยไม่มีการซื้อขายจริง (ใบกำกับปลอม) ภาษีซื้อจากเอกสารเหล่านี้ไม่สามารถใช้เครดิตได้ และยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

ตารางสรุปเปรียบเทียบ: ภาษีซื้อใช้ได้ vs ต้องห้าม

ประเภทรายจ่าย ภาษีซื้อ เหตุผล
ซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิต/ขาย (ใบกำกับภาษีครบ) ใช้ได้ เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
ค่าเช่าออฟฟิศ (ใบกำกับภาษีเต็มรูป) ใช้ได้ เกี่ยวกับกิจการโดยตรง
ซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง) ต้องห้าม ม. 82/5(3)
ค่าซ่อมรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ต้องห้าม ม. 82/5(3)
ค่าอาหารรับรองลูกค้า ต้องห้าม ม. 82/5(4)
ใบเสร็จแทนใบกำกับภาษีเต็มรูป ต้องห้าม เอกสารไม่ครบ ม. 82/5(1)
ซื้อของขวัญพนักงาน (ใบกำกับถูกต้อง) ขึ้นอยู่กับลักษณะ — ควรปรึกษาบัญชี ต้องพิจารณาว่าเป็นสวัสดิการหรือส่วนตัว

วิธีบันทึกบัญชีภาษีซื้อต้องห้ามอย่างถูกต้อง

ภาษีซื้อต้องห้ามไม่ได้หายไปจากบัญชี แต่ต้องบันทึกต่างออกไปจากภาษีซื้อทั่วไป

  • ห้ามนำไปไว้ในบัญชี "ภาษีซื้อ" (Input Tax) ที่จะนำไปหักกับภาษีขายใน ภ.พ.30
  • ให้บันทึกเป็น ค่าใช้จ่าย หรือรวมไปกับต้นทุนสินทรัพย์นั้น เช่น ภาษีซื้อของรถยนต์ให้รวมเป็นราคาทุนรถยนต์
  • ถ้ากิจการมีทั้งภาษีซื้อทั่วไปและภาษีซื้อต้องห้ามในบิลเดียวกัน ต้องแยกบันทึกให้ชัดเจน
  • ทีมบัญชีควรตรวจรายการภาษีซื้อทุกเดือนก่อนประมวลผล ภ.พ.30 — อย่าให้รายการต้องห้ามลอดผ่านไป

จุดที่ SME มักพลาดและโดนประเมินย้อนหลัง

จากประสบการณ์ทำงานกับผู้ประกอบการ SME หลายราย ข้อผิดพลาดเรื่องภาษีซื้อต้องห้ามที่พบบ่อยมีดังนี้

  • เอาภาษีซื้อรถยนต์มาเครดิต — เจ้าของบริษัทมักคิดว่า "ซื้อในนามบริษัท ก็ต้องได้คืน" แต่กฎหมายไม่ได้ดูเพียงว่าออกในนามใคร ดูที่ประเภทรถด้วย
  • ใบกำกับภาษีซื้อออกผิดชื่อ/ที่อยู่ — เช่น ออกชื่อส่วนตัวกรรมการ ไม่ใช่ชื่อบริษัท ภาษีซื้อก้อนนั้นใช้ไม่ได้
  • นำค่ารับรองมาทั้งก้อน — ทั้งที่ต้องแยกส่วนที่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามออกก่อน
  • ใช้ใบกำกับภาษีอย่างย่อแทนเต็มรูป — ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (เช่น จากปั้มน้ำมัน) มักไม่มีชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ ทำให้ใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ในบางกรณี ต้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแทน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่บทความ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป vs อย่างย่อ)
  • เก็บเอกสารไม่ครบ — ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษีรองรับ ถือเป็นต้องห้ามทันที หากสรรพากรขอตรวจและไม่มีเอกสาร ต้องคืนภาษีพร้อมเบี้ยปรับ

เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หากใช้ภาษีซื้อต้องห้ามผิดพลาด

ถ้ากรมสรรพากรตรวจพบว่าผู้ประกอบการนำภาษีซื้อต้องห้ามมาเครดิตหรือขอคืน โทษที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • เบี้ยปรับ เท่ากับ 2 เท่าของภาษีที่ขาด (กรณีสุจริตอาจลดได้ หากยื่นแก้ไขเอง)
  • เงินเพิ่ม อัตรา 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ขาด นับจากวันที่ครบกำหนดยื่นจนถึงวันชำระ
  • กรณีใบกำกับภาษีปลอมหรือตั้งใจหลีกเลี่ยง อาจมีโทษอาญาเพิ่มเติม

ดังนั้นการ ประเมินความเสี่ยงภาษี เป็นประจำและให้ทีมบัญชีคัดกรองภาษีซื้อทุกเดือนก่อนยื่นแบบ จึงสำคัญมาก

เช็กลิสต์ คัดกรองภาษีซื้อก่อนยื่น ภ.พ.30

  • ใบกำกับภาษีทุกใบมีชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทเราถูกต้องหรือไม่
  • รายการนั้นเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโดยตรงหรือเปล่า
  • มีรถยนต์นั่งหรือรถที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนอยู่ในรายการหรือไม่
  • มีค่ารับรองหรือค่าบันเทิงลูกค้าปนอยู่หรือไม่
  • ใบกำกับภาษีเป็นแบบเต็มรูป ไม่ใช่ใบเสร็จธรรมดาหรือใบกำกับภาษีอย่างย่อ
  • ผู้ขายจดทะเบียน VAT จริง (ตรวจสอบได้ที่ระบบ e-Tax Invoice ของกรมสรรพากร)
  • ถ้ามีรายได้ยกเว้น VAT ด้วย ได้แยกภาษีซื้อและเฉลี่ยตามสัดส่วนแล้วหรือยัง

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นแบบ ดีกว่าแก้ทีหลัง

ภาษีซื้อต้องห้ามเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้และความระมัดระวังในแต่ละรายการ เจ้าของธุรกิจที่ใช้บริการ รับทำบัญชีรายเดือน กับ A Plus Me จะมีทีมบัญชีช่วยคัดกรองภาษีซื้อทุกเดือน

แยกรายการต้องห้ามออกก่อนประมวลผล ภ.พ.30

และแจ้งให้เจ้าของรู้ล่วงหน้าหากพบรายการที่ต้องระวัง ถ้ากิจการมีทั้งส่วนที่จด VAT และส่วนยกเว้น VAT ทีมยังช่วย วางแผนภาษี เรื่องการเฉลี่ยภาษีซื้อให้ถูกต้องด้วย

ลดความเสี่ยงโดนสรรพากรประเมินย้อนหลังได้จริง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาษีซื้อต้องห้ามนำไปลงเป็นรายจ่ายบริษัทได้ไหม

ได้ แม้ใช้เครดิตภาษีไม่ได้ แต่ภาษีซื้อต้องห้ามสามารถบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ เช่น VAT จากรถยนต์ให้รวมเป็นราคาทุนรถยนต์

แล้วคิดค่าเสื่อมราคาตามปกติ

ซื้อรถปิกอัพในนามบริษัท ภาษีซื้อต้องห้ามไหม

ขึ้นอยู่กับการดัดแปลงและการใช้งาน หากรถปิกอัพนั้นมีการต่อกระบะหรือดัดแปลงเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์ล้วนๆ อาจไม่เข้าข่ายต้องห้าม แต่ถ้าใช้เป็นรถส่วนตัวหรือมีที่นั่งผู้โดยสารไม่เกิน

10 คนแบบทั่วไป ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนนำภาษีซื้อมาเครดิต

ถ้ายื่น ภ.พ.30 ผิดพลาดโดยใส่ภาษีซื้อต้องห้ามไป จะแก้ไขอย่างไร

ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติม (แก้ไข) เพื่อชำระภาษีที่ขาดไว้ พร้อมเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ขาด และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน การยื่นแก้ไขเองก่อนถูกตรวจพบจะช่วยลดเบี้ยปรับได้บางส่วน

ค่าน้ำมันรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ภาษีซื้อขอคืนได้ไหม

ไม่ได้ ค่าน้ำมันของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (ที่นั่งไม่เกิน 10 คน) เข้าข่ายภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(3) เช่นเดียวกับค่าซ่อมและค่าประกันรถยนต์นั่งประเภทนี้

กิจการที่มีรายได้จด VAT และรายได้ยกเว้น VAT ต้องจัดการภาษีซื้ออย่างไร

ต้องแยกภาษีซื้อออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ภาษีซื้อที่เกี่ยวกับกิจกรรม VAT โดยตรง (ใช้เครดิตได้เต็ม), ภาษีซื้อที่เกี่ยวกับกิจกรรมยกเว้น VAT (ต้องห้าม) และภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกัน

(ต้องเฉลี่ยตามสัดส่วนรายได้)

ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่าการเฉลี่ยภาษีซื้อ (Pro-rata Apportionment)

ใบกำกับภาษีอย่างย่อจากปั้มน้ำมันใช้เป็นภาษีซื้อได้ไหม

ใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ไม่มีชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ ใช้เป็นภาษีซื้อได้เฉพาะกรณีที่เข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

หากต้องการใช้ภาษีซื้อเต็มจำนวนควรขอให้ปั้มน้ำมันออกใบกำกับภาษีเต็มรูปที่ระบุชื่อและเลขทะเบียนบริษัทให้ครบถ้วน