การขายคาร์บอนเครดิตกำลังกลายเป็นแหล่งรายได้ใหม่สำหรับ SME ไทยที่มีโครงการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่หลายบริษัทยังไม่แน่ใจว่าต้องบันทึกรายได้ในบัญชีอย่างไร และมีภาระภาษีใดที่เกี่ยวข้องบ้าง

คาร์บอนเครดิตคืออะไร และ SME ได้มาอย่างไร

คาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) คือสิทธิ์ในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกปริมาณ 1 ตัน CO2e ที่ถูกสร้างขึ้นจากโครงการที่ลดหรือดูดซับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในประเทศไทย องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นหน่วยงานหลักที่รับรองโครงการและออกคาร์บอนเครดิตภายใต้โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER)

SME สามารถได้รับคาร์บอนเครดิตจากโครงการประเภทต่าง ๆ เช่น

  • การติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์หรือพลังงานหมุนเวียน
  • การปรับปรุงประสิทธิภาพพลังงานในโรงงานหรืออาคาร
  • การจัดการขยะและก๊าซชีวภาพ
  • การปลูกป่าหรือฟื้นฟูระบบนิเวศ

เมื่อ อบก. รับรองโครงการและออกคาร์บอนเครดิต SME สามารถนำคาร์บอนเครดิตเหล่านั้นไปขายในตลาดคาร์บอนภาคสมัครใจ ซึ่งในปัจจุบันมีทั้งการซื้อขายโดยตรง (OTC) และผ่านแพลตฟอร์มที่ได้รับการรับรอง

การบันทึกบัญชีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต

ปัจจุบันยังไม่มีมาตรฐานการบัญชีไทย (TFRS) ที่กำหนดเฉพาะเจาะจงสำหรับคาร์บอนเครดิต ดังนั้นบริษัทจึงต้องอ้างอิงหลักการทั่วไปภายใต้กรอบมาตรฐาน TFRS ที่ใกล้เคียงที่สุด โดยคาร์บอนเครดิตมีลักษณะเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) ที่เกิดขึ้นจากโครงการลดการปล่อยก๊าซ

แนวทางการบันทึกบัญชีเบื้องต้น

ขั้นตอนรายการบัญชีด้าน Dr / Cr
ได้รับการรับรองคาร์บอนเครดิตสินทรัพย์ไม่มีตัวตน - คาร์บอนเครดิตDr สินทรัพย์ไม่มีตัวตน / Cr รายได้หรือต้นทุนโครงการ (ขึ้นอยู่กับนโยบาย)
ขายคาร์บอนเครดิตบันทึกรายได้จากการขายDr เงินสด/ลูกหนี้ / Cr รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต
ตัดสินทรัพย์ตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนDr ต้นทุนขาย / Cr สินทรัพย์ไม่มีตัวตน - คาร์บอนเครดิต

หากบริษัทไม่ได้บันทึกคาร์บอนเครดิตเป็นสินทรัพย์ไว้ก่อน (เช่น ในกรณีที่ต้นทุนการได้มาเป็นศูนย์หรือไม่มีนัยสำคัญ) รายได้จากการขายจะบันทึกเป็นรายได้ทั้งจำนวนเมื่อมีการโอนสิทธิ์และได้รับชำระเงินหรือมีสิทธิได้รับเงิน

ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) จากรายได้คาร์บอนเครดิต

รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตถือเป็นรายได้ทางธุรกิจที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ โดยอัตราภาษีสำหรับ SME ในปัจจุบัน (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากร) มีโครงสร้างดังนี้

  • กำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท — อัตราภาษี 0%
  • กำไรสุทธิ 300,001 - 3,000,000 บาท — อัตราภาษี 15%
  • กำไรสุทธิเกิน 3,000,000 บาท — อัตราภาษี 20%

ทั้งนี้ เงื่อนไขสำหรับ SME ที่ได้รับสิทธิ์อัตราภาษีลดหย่อนดังกล่าว ได้แก่ มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลล่าสุดได้จากเว็บไซต์กรมสรรพากร (rd.go.th)

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการคาร์บอนเครดิต เช่น ค่าที่ปรึกษา ค่าตรวจสอบ ค่าขึ้นทะเบียน สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ หากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงและเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้

ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) กับการขายคาร์บอนเครดิต

ประเด็นด้าน VAT สำหรับคาร์บอนเครดิตเป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง เนื่องจากปัจจุบันยังไม่มีการวินิจฉัยที่ชัดเจนจากกรมสรรพากรสำหรับคาร์บอนเครดิตทุกประเภท แนวทางที่นักบัญชีและนักกฎหมายภาษีส่วนใหญ่พิจารณา มีดังนี้

  • หากคาร์บอนเครดิตถือเป็นสิทธิหรือทรัพย์สินไม่มีตัวตน — การขายสิทธิ์ดังกล่าวในประเทศไทยอาจอยู่ในข่ายต้องเสีย VAT 7% (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบัน)
  • หากผู้ซื้ออยู่ต่างประเทศ — อาจเข้าข่ายการให้บริการที่ใช้ในต่างประเทศซึ่งได้รับยกเว้นหรืออยู่ในอัตรา 0% ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร

เนื่องจากความไม่ชัดเจนนี้ SME ที่มีรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตควรขอหารือกับสำนักงานสรรพากรพื้นที่หรือขอคำวินิจฉัยจากกรมสรรพากรโดยตรง เพื่อให้มั่นใจว่าปฏิบัติถูกต้อง

หน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง: ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ในกรณีที่ผู้ซื้อคาร์บอนเครดิตเป็นบริษัทหรือนิติบุคคลในไทย ผู้ซื้ออาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราที่กำหนด ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะของรายได้ว่าจัดเป็นค่าสินค้าหรือค่าบริการ SME ที่ขายคาร์บอนเครดิตควรตกลงกับผู้ซื้อให้ชัดเจนเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่าย และออกใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จรับเงินให้ถูกต้องเพื่อประโยชน์ในการยื่นภาษีประจำปี

แนวปฏิบัติที่ดีสำหรับ SME ที่ขายคาร์บอนเครดิต

  1. จัดทำเอกสารการได้มาและการโอนครดิตให้ครบถ้วน — เก็บใบรับรองจาก อบก. หลักฐานการโอนคาร์บอนเครดิตในระบบทะเบียน และสัญญาซื้อขาย
  2. กำหนดนโยบายบัญชีที่ชัดเจน — ระบุในนโยบายบัญชีของบริษัทว่าบันทึกคาร์บอนเครดิตเป็นสินทรัพย์หรือรับรู้รายได้เมื่อใด
  3. ปรึกษานักบัญชีและที่ปรึกษาภาษี — เพื่อให้มั่นใจว่าการบันทึกบัญชีและการยื่นภาษีถูกต้องตามหลักการที่กรมสรรพากรยอมรับ
  4. ติดตามข้อกำหนดใหม่ — กรมสรรพากรอาจออกคำวินิจฉัยหรือแนวทางเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเก็บภาษีจากคาร์บอนเครดิตในอนาคต

สรุปภาพรวมภาษีจากการขายคาร์บอนเครดิต

ประเภทภาษีแนวทางหมายเหตุ
ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT)รายได้รวมในกำไรสุทธิ เสียภาษีตามอัตราปกติSME ได้รับสิทธิ์อัตราลดหย่อนตามเงื่อนไข
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)ยังไม่ชัดเจน ควรขอคำวินิจฉัยอาจ 7% หรือ 0% ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อและลักษณะธุรกรรม
ภาษีหัก ณ ที่จ่ายผู้ซื้อนิติบุคคลอาจหัก ณ ที่จ่ายขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยลักษณะรายได้

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง SME ขายคาร์บอนเครดิต: บันทึกรายได้และภาษีอย่างไรให้ถูกต้อง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตต้องนำไปรวมในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่

ใช่ รายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตถือเป็นรายได้จากการประกอบกิจการที่ต้องนำมารวมคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ SME สามารถหักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการคาร์บอนเครดิตได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร

SME ที่ขายคาร์บอนเครดิตต้องจดทะเบียน VAT หรือไม่

ถ้ารายได้รวมทุกประเภทของธุรกิจเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT ตามกฎหมาย โดยรายได้จากคาร์บอนเครดิตอาจนับรวมในเกณฑ์นี้ด้วย ทั้งนี้ควรปรึกษาสรรพากรพื้นที่เพื่อวินิจฉัยลักษณะของรายได้ดังกล่าวให้ชัดเจน

คาร์บอนเครดิตที่ขายให้ต่างประเทศ (ผู้ซื้อในต่างประเทศ) ได้รับสิทธิ์ VAT 0% หรือไม่

มีความเป็นไปได้ที่จะเข้าข่าย VAT 0% ตามมาตรา 80/1 แห่งประมวลรัษฎากร หากถือว่าเป็นการให้บริการที่ใช้ในต่างประเทศ แต่ต้องขอคำวินิจฉัยจากกรมสรรพากรให้ชัดเจนก่อน เนื่องจากยังไม่มีแนวทางที่ประกาศอย่างเป็นทางการสำหรับคาร์บอนเครดิตโดยเฉพาะ

คาร์บอนเครดิตที่ยังไม่ได้ขายควรบันทึกในงบการเงินอย่างไร

สามารถบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) หรือสินค้าคงเหลือ (Inventory) ขึ้นอยู่กับนโยบายบัญชีของบริษัทและลักษณะของธุรกิจ สำหรับ SME ที่มีรายการไม่ซับซ้อน อาจบันทึกเป็นสินทรัพย์อื่นและรับรู้รายได้เมื่อมีการโอนสิทธิ์จริง

ค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนโครงการ T-VER กับ อบก. สามารถนำมาหักภาษีได้หรือไม่

ได้ ค่าธรรมเนียมการขึ้นทะเบียน ค่าตรวจสอบและรับรองโครงการ ค่าที่ปรึกษา รวมถึงค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ตามหลักเกณฑ์ปกติ

กรมสรรพากรมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการสำหรับการเก็บภาษีคาร์บอนเครดิตแล้วหรือยัง

ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ กลางปี 2569) กรมสรรพากรยังไม่ได้ประกาศแนวทางเฉพาะสำหรับคาร์บอนเครดิตอย่างครอบคลุม SME ที่มีธุรกรรมดังกล่าวควรยื่นขอคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการ หรือติดตามข้อมูลล่าสุดจาก rd.go.th เพื่อให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง