เมื่อบริษัททำธุรกิจจนมีกำไรสะสม (Retained Earnings) คณะกรรมการและผู้ถือหุ้นอาจมีมติประกาศจ่ายเงินปันผล แต่ในหลายสถานการณ์

สภาพคล่องหรือเงินสดของบริษัทอาจยังไม่เอื้ออำนวยให้จ่ายเงินสดออกมาทันที การลงมติประกาศจ่ายส่งผลให้เกิด

"เงินปันผลค้างจ่าย (Unpaid Dividends)" ทางบัญชี ซึ่งมีขั้นตอนการบันทึกและเงื่อนไขเดดไลน์การชำระภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ที่เข้มงวด

สารบัญบทความ
  1. 1. ขั้นตอนทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในการประกาศปันผล
  2. 2. เกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ของเงินปันผลค้างจ่าย
  3. 3. วิธีการบันทึกบัญชีเงินปันผลค้างจ่าย
  4. สรุป
  5. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  6. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  7. ตารางนำบทความไปใช้

1. ขั้นตอนทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในการประกาศปันผล

มติการปันผลต้องผ่านที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี หรือการปันผลระหว่างกาลโดยมติคณะกรรมการบริษัท:

  • การแจ้งข้อมูลผู้ถือหุ้น: ต้องส่งหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมล่วงหน้า 7 วัน และลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นอย่างน้อย 1 ครั้ง
  • การชำระเงิน: ตามกฎหมายแพ่งแพ่งและพาณิชย์กำหนดให้บริษัทต้องจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ที่ประชุมมีมติประกาศปันผล

2. เกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ของเงินปันผลค้างจ่าย

กรมสรรพากรกำหนดเกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับเงินปันผลไว้ดังนี้:

จุดเกิดภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Tax Point):
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 10% ต้องจ่ายโดยอิงตาม "วันประกาศจ่ายเงินปันผล" (วันที่มีมติอนุมัติ) ไม่ใช่ตามวันป้อนจ่ายเงินจริง ดังนั้น

แม้จะค้างจ่ายเงินสดไว้กับผู้ถือหุ้นและบันทึกบัญชีเป็น

"เงินปันผลค้างจ่าย" บริษัทก็มีหน้าที่ต้องยื่นและจ่ายเงินภาษี 10% (ยื่นผ่านแบบ ภ.ง.ด.2) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไปนับจากเดือนที่มีมติ

3. วิธีการบันทึกบัญชีเงินปันผลค้างจ่าย

ในวันที่ที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นมีมติประกาศปันผล (เช่น วันที่ 20 พฤษภาคม):

  1. Debit: กำไรสะสม (Retained Earnings)
  2. Credit: เงินปันผลค้างจ่าย (Dividends Payable)
  3. Credit: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย (Withholding Tax Payable - 10% ของยอดปันผล)

และเมื่อบริษัททำการชำระเงินจริงในอนาคต:

  1. Debit: เงินปันผลค้างจ่าย (Dividends Payable)
  2. Credit: เงินสด / เงินฝากธนาคาร (Cash / Bank)

สรุป

ผู้ประกอบการควรระวังการมีมติประกาศจ่ายเงินปันผลแต่ยังไม่ชำระเงินสดแก่ผู้ถือหุ้น เพราะหน้าที่การชำระเงินภาษี 10% ให้แก่สรรพากรผ่านแบบ ภ.ง.ด.2 เกิดขึ้นทันที

การขาดข้อมูลและค้างชำระภาษีนี้จะนำไปสู่เบี้ยปรับและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5

ต่อเดือนของยอดภาษีค้างส่ง

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง การลงบัญชีและภาษีเงินปันผลค้างจ่าย: ขั้นตอนประกาศจ่ายและเดดไลน์หัก ณ ที่จ่ายของ SME ควรอ่านคู่กับประเภทเงินได้ ผู้รับเงิน และสัญญาที่ใช้จริง เพราะอัตราภาษีหัก ณ

ที่จ่ายไม่ได้ขึ้นกับชื่อเอกสารอย่างเดียว

แต่ขึ้นกับลักษณะการจ่ายเงิน

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • แยกประเภทการจ่ายเงินว่าเป็นค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าขนส่ง เงินเดือน หรือค่าสิทธิ
  • ตรวจสถานะผู้รับเงินว่าเป็นบุคคลธรรมดา นิติบุคคล หรือผู้รับเงินต่างประเทศ
  • ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งแบบ ภ.ง.ด. ที่ถูกต้องให้ตรงรอบการจ่ายเงินจริง

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • ใช้อัตราหัก ณ ที่จ่ายตามความเคยชินโดยไม่ดูประเภทเงินได้และสัญญา
  • ออกหนังสือรับรองยอดไม่ตรงกับยอดจ่ายจริงหรือยอดที่บันทึกบัญชี
  • ลืมนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินผ่านกรรมการหรือพนักงานสำรองจ่าย

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
1. ขั้นตอนทางกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในการประกาศปันผลตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
2. เกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ของเงินปันผลค้างจ่ายตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
3. วิธีการบันทึกบัญชีเงินปันผลค้างจ่ายตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

กรณีใดบ้างที่ธุรกิจนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อมีการจ่ายเงิน?

นิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเมื่อจ่ายเงินค่าบริการ ค่าจ้างทำของ ค่าเช่า ค่าขนส่ง หรือเงินเดือน ตามอัตราที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

โดยยอดเงินที่จ่ายในแต่ละครั้งหรือตามสัญญารวมกันต้องมีมูลค่าตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป

เอกสารหลักฐานที่ต้องจัดทำและส่งมอบให้แก่คู่สัญญาเมื่อหักภาษี ณ ที่จ่ายคืออะไร?

ต้องจัดทำและออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จำนวน 2 ฉบับ (สำหรับผู้ถูกหักเก็บไว้เป็นหลักฐาน และสำหรับนำไปยื่นแสดงรายการภาษี) โดยข้อมูลชื่อ ที่อยู่

และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่ายต้องถูกต้องครบถ้วน

หากคำนวณหรือหักภาษี ณ ที่จ่ายผิดพลาด หรือนำส่งภาษีไม่ตรงรอบเดือน ต้องแก้ไขอย่างไร?

ให้ทำการตรวจสอบและออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายฉบับที่ถูกต้องส่งให้คู่สัญญา และให้ผู้ทำบัญชีจัดทำแบบยื่นภาษีเพิ่มเติม (เช่น ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 เพิ่มเติม)

นำส่งกรมสรรพากรพร้อมชำระเงินภาษีที่ขาดและเงินเพิ่มในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง การลงบัญชีและภาษีเงินปันผลค้างจ่าย: ขั้นตอนประกาศจ่ายและเดดไลน์หัก ณ ที่จ่ายของ SME

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ การลงบัญชีและภาษีเงินปันผลค้างจ่าย: ขั้นตอนประกาศจ่ายและเดดไลน์หัก ณ ที่จ่ายของ SME

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

ก่อนตัดสินใจเรื่องภาษีที่อาจส่งผลต่อธุรกิจในระยะยาว ควรศึกษาแนวทางวางแผนภาษีของ A Plus Me เพื่อประเมินความเสี่ยงและทางเลือกอย่างรอบด้าน