ผู้ประกอบการที่วางแผนระดมทุนด้วยการออก Token หรือทำ ICO (Initial Coin Offering) ในไทย ต้องเข้าใจทั้งข้อกำหนดทางกฎหมายด้านหลักทรัพย์ดิจิทัลและภาระบัญชีภาษีที่ตามมา

บทความนี้สรุปประเด็นสำคัญที่ต้องตรวจสอบก่อนเริ่มระดมทุน

สารบัญบทความ
  1. Token Sale และ ICO คืออะไร
  2. ขั้นตอนทางกฎหมายก่อนระดมทุน
  3. การบันทึกบัญชีเงินที่ระดมทุนได้
  4. ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล
  5. VAT และผลตอบแทนที่จ่ายให้ผู้ถือโทเคน
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. ตัวอย่างสถานการณ์เชิงแนวคิด
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

Token Sale และ ICO คืออะไร

Token Sale หรือ ICO (Initial Coin Offering) คือการระดมทุนโดยออกโทเคนดิจิทัลขายให้นักลงทุน แลกกับเงินตราหรือสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น โดยโทเคนที่ออกอาจมีลักษณะต่างกัน เช่น

โทเคนเพื่อการลงทุน (Investment Token)

ที่ให้สิทธิในส่วนแบ่งกำไรหรือผลตอบแทนคล้ายหุ้น หรือ โทเคนเพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token) ที่ให้สิทธิใช้บริการหรือผลิตภัณฑ์ของโครงการ ความแตกต่างนี้สำคัญมาก

เพราะกฎหมายไทยกำหนดให้การออกและเสนอขายโทเคนดิจิทัลต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

ขั้นตอนทางกฎหมายก่อนระดมทุน

ก่อนเริ่มทำ Token Sale ในไทย ผู้ประกอบการต้องขออนุญาตและยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (Filing) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. รวมถึงต้องเสนอขายผ่านผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO

Portal) ที่ได้รับความเห็นชอบเท่านั้น

ขั้นตอนนี้มีรายละเอียดทางกฎหมายที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศ จึงจำเป็นต้องปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายด้านสินทรัพย์ดิจิทัลควบคู่กับที่ปรึกษาบัญชีภาษีตั้งแต่ขั้นวางแผน

เพราะการดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีความผิดทางกฎหมายที่รุนแรง

การบันทึกบัญชีเงินที่ระดมทุนได้

เมื่อบริษัทได้รับเงินจากการขายโทเคน การบันทึกบัญชีขึ้นอยู่กับลักษณะของโทเคนที่ออก หากเป็นโทเคนเพื่อการลงทุนที่ให้สิทธิส่วนแบ่งผลตอบแทนคล้ายตราสารหนี้หรือทุน

อาจต้องพิจารณาบันทึกเป็นหนี้สินหรือส่วนของเจ้าของตามเงื่อนไขของโทเคนนั้น

ส่วนโทเคนเพื่อการใช้ประโยชน์ที่ให้สิทธิรับบริการในอนาคต มักมีลักษณะใกล้เคียงกับรายได้รับล่วงหน้า (Deferred Revenue)

ที่ต้องทยอยรับรู้เป็นรายได้เมื่อให้บริการจริงตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ประเด็นนี้มีความซับซ้อนทางบัญชีสูง

จึงควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญมาตรฐานบัญชีก่อนเลือกวิธีบันทึกที่เหมาะสมกับลักษณะโทเคนของโครงการ

ประเภทโทเคนลักษณะทางบัญชีที่อาจพิจารณาข้อควรระวัง
Investment Token (สิทธิส่วนแบ่งผลตอบแทน)อาจบันทึกเป็นหนี้สินหรือส่วนของเจ้าของต้องพิจารณาเงื่อนไขสิทธิของผู้ถือโทเคนโดยละเอียด
Utility Token (สิทธิใช้บริการ)อาจบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้า ทยอยรับรู้รายได้ต้องมีหลักฐานการส่งมอบบริการรองรับการรับรู้รายได้

ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล

เมื่อบริษัทระดมทุนสำเร็จและนำเงินไปใช้ดำเนินธุรกิจ ผลกำไรที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานยังคงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ หากเข้าเงื่อนไข SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน

5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี

จะได้รับยกเว้นภาษีสำหรับกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก และเสียอัตรา 15% สำหรับส่วนที่เกิน 300,000 บาทแต่ไม่เกิน 3,000,000 บาท ส่วนที่เกินจากนั้นเสียอัตราปกติ 20% อย่างไรก็ตาม

บริษัทที่ระดมทุนได้จำนวนมากมักมีทุนหรือรายได้เกินเกณฑ์ SME

อย่างรวดเร็ว จึงควรวางแผนภาษีล่วงหน้า

VAT และผลตอบแทนที่จ่ายให้ผู้ถือโทเคน

หากโครงการมีการจ่ายผลตอบแทนหรือส่วนแบ่งกำไรให้ผู้ถือโทเคนเพื่อการลงทุน ลักษณะคล้ายกับเงินปันผลหรือดอกเบี้ย ซึ่งอาจมีภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต้องพิจารณาแยกเป็นกรณีไป

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ถือโทเคนเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

อยู่ในไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งมีผลต่ออัตราภาษีและการยื่นแบบที่แตกต่างกันมาก จึงต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีเฉพาะทางด้านสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนกำหนดโครงสร้างผลตอบแทน ส่วน VAT

นั้นหากโครงการมีรายได้จากการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์มหรือระบบที่พัฒนาขึ้น อาจต้องพิจารณาภาระ VAT ตามหลักเกณฑ์การให้บริการทั่วไปควบคู่กันไป

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ระดมทุนโดยไม่ขออนุญาตจาก ก.ล.ต. ก่อน: มีความเสี่ยงทางกฎหมายสูง ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายด้านสินทรัพย์ดิจิทัลตั้งแต่ขั้นวางแผนโครงการ
  • บันทึกเงินที่ระดมทุนได้เป็นรายได้ทั้งก้อนทันที: ไม่สอดคล้องกับลักษณะสิทธิของโทเคนที่ออก อาจทำให้งบการเงินและภาษีผิดพลาด
  • ไม่แยกประเภทโทเคนให้ชัดเจนตั้งแต่ออกแบบโครงการ: ทำให้ทั้งการบันทึกบัญชีและภาระภาษีสับสนภายหลัง
  • ไม่วางแผนภาษีล่วงหน้าเมื่อทุนหรือรายได้เกินเกณฑ์ SME: ทำให้เสียโอกาสวางแผนภาษีที่เหมาะสมตั้งแต่ต้น
  • ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางสินทรัพย์ดิจิทัล: เพราะกฎเกณฑ์ด้านนี้เปลี่ยนแปลงและซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไปมาก

ตัวอย่างสถานการณ์เชิงแนวคิด

บริษัทเทคโนโลยีแห่งหนึ่งวางแผนออก Utility Token เพื่อให้สิทธิผู้ถือใช้บริการแพลตฟอร์มที่กำลังพัฒนาในอนาคต

ก่อนเริ่มระดมทุนบริษัทได้ปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเพื่อยื่นขออนุญาตต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และเลือกใช้ ICO Portal ที่ได้รับความเห็นชอบ

เมื่อระดมทุนได้เงินจากนักลงทุน บริษัทบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้าตามคำแนะนำของผู้สอบบัญชี แล้วทยอยรับรู้รายได้เมื่อแพลตฟอร์มเปิดให้บริการจริงและผู้ถือโทเคนเริ่มใช้สิทธิ

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าการวางแผนบัญชีและกฎหมายควบคู่กันตั้งแต่ต้นช่วยลดความเสี่ยงทั้งทางกฎหมายและภาษีได้มาก

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการที่วางแผนระดมทุนด้วย Token Sale หรือ ICO ในไทยควรเริ่มจากการปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายด้านสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อตรวจสอบว่าโทเคนที่จะออกต้องขออนุญาตจาก ก.ล.ต. หรือไม่

ออกแบบลักษณะสิทธิของโทเคนให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นเพื่อให้บันทึกบัญชีได้ถูกต้อง ปรึกษาผู้สอบบัญชีเรื่องการรับรู้รายได้และมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

และวางแผนภาษีเงินได้นิติบุคคลรวมถึงภาษีหัก ณ

ที่จ่ายสำหรับผลตอบแทนที่จ่ายให้ผู้ถือโทเคนล่วงหน้า เนื่องจากเรื่องนี้เป็นประเด็นใหม่ที่มีความซับซ้อนสูง

การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางตั้งแต่เริ่มต้นจะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาที่แก้ไขยากในภายหลัง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระดมทุนด้วย Token Sale ในไทยต้องขออนุญาตจากหน่วยงานใด

ต้องขออนุญาตและยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และต้องเสนอขายผ่าน ICO Portal

ที่ได้รับความเห็นชอบเท่านั้น

เงินที่ระดมทุนได้จาก Token Sale บันทึกบัญชีเป็นรายได้ทันทีหรือไม่

ขึ้นอยู่กับลักษณะของโทเคน หากเป็น Utility Token ที่ให้สิทธิใช้บริการในอนาคต มักบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้าแล้วทยอยรับรู้ตามการให้บริการจริง

ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีเพื่อพิจารณาตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เหมาะสม

Investment Token กับ Utility Token ต่างกันอย่างไรในทางบัญชีและภาษี

Investment Token ให้สิทธิส่วนแบ่งผลตอบแทนคล้ายหุ้นหรือตราสารหนี้ อาจบันทึกเป็นหนี้สินหรือส่วนของเจ้าของ ส่วน Utility Token ให้สิทธิใช้บริการ มักบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้า

ทั้งสองแบบมีภาระภาษีต่างกันจึงควรแยกลักษณะให้ชัดเจนตั้งแต่ออกแบบโครงการ

บริษัทที่ระดมทุนจาก ICO ยังต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติหรือไม่

ต้องเสีย ผลกำไรจากการดำเนินธุรกิจยังคงเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเกณฑ์ปกติ หากเข้าเงื่อนไข SME จะได้รับยกเว้นกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรกและเสีย 15% สำหรับส่วนที่เกินถึง 3 ล้านบาท

แต่บริษัทที่ระดมทุนได้มากอาจเกินเกณฑ์ SME เร็ว

จ่ายผลตอบแทนให้ผู้ถือโทเคนต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

อาจต้องหัก ขึ้นอยู่กับลักษณะผลตอบแทนว่าคล้ายเงินปันผลหรือดอกเบี้ย และสถานะผู้รับเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล อยู่ในไทยหรือต่างประเทศ ซึ่งมีอัตราต่างกันมาก

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญภาษีเฉพาะทางสินทรัพย์ดิจิทัลก่อนกำหนดโครงสร้าง

ทำ ICO โดยไม่ขออนุญาต ก.ล.ต. มีความเสี่ยงอย่างไร

มีความเสี่ยงทางกฎหมายที่รุนแรง เนื่องจากการเสนอขายโทเคนดิจิทัลที่เข้าข่ายต้องขออนุญาตแต่ไม่ได้ดำเนินการอาจมีความผิดตามพระราชกำหนดสินทรัพย์ดิจิทัล

จึงควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายเฉพาะทางก่อนเริ่มโครงการทุกครั้ง

ธุรกิจ Web3 ที่มีรายได้จากแพลตฟอร์มควบคู่กับการระดมทุน Token ต้องคิด VAT อย่างไร

รายได้จากการให้บริการแพลตฟอร์มยังคงต้องพิจารณาภาระ VAT ตามหลักเกณฑ์การให้บริการทั่วไป แยกจากเงินที่ได้จากการระดมทุน Token ซึ่งมีลักษณะทางบัญชีต่างกัน

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อแยกภาระภาษีทั้งสองส่วนให้ถูกต้อง

เมื่อกิจการเริ่มมีรายการบัญชีและภาษีที่ซับซ้อนขึ้นตามลักษณะธุรกิจ การวางระบบให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะช่วยลดปัญหาในระยะยาว A Plus Me มีบริการดูแลบัญชี ภาษี และระบบการเงินครบวงจร

ที่ช่วยรองรับความต้องการนี้ได้