โรงงานที่มีการระบายน้ำเสียจากกระบวนการผลิตออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือระบบบำบัดของนิคมอุตสาหกรรม
ต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมมลพิษทางน้ำและอาจต้องขอใบอนุญาตหรือรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งตามที่กฎหมายกำหนด
เจ้าของโรงงานขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มมีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตควรทำความเข้าใจเกณฑ์และขั้นตอนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ
สารบัญบทความ
- โรงงานแบบใดที่ต้องขออนุญาตหรือควบคุมการระบายน้ำเสีย
- ขั้นตอนทั่วไปในการขอใบอนุญาตหรือแจ้งการระบายน้ำเสีย
- เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่ต้องควบคุม
- โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดต่างจากโรงงานทั่วไปอย่างไร
- ผลกระทบทางบัญชีและภาษีของค่าใช้จ่ายระบบบำบัดน้ำเสีย
- ตัวอย่างสถานการณ์จริง
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
- แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
โรงงานแบบใดที่ต้องขออนุญาตหรือควบคุมการระบายน้ำเสีย
กฎหมายโรงงานและกฎหมายสิ่งแวดล้อมกำหนดให้โรงงานที่มีกระบวนการผลิตก่อให้เกิดน้ำเสีย ไม่ว่าจะระบายออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะโดยตรง
หรือส่งเข้าระบบบำบัดส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรม/เขตประกอบการอุตสาหกรรม
ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียของตนเองที่เหมาะสมกับประเภทและปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น และต้องควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนดก่อนระบายออกทุกครั้ง
โรงงานบางประเภทที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษสูง เช่น โรงงานฟอกย้อม โรงงานชุบโลหะ
หรือโรงงานแปรรูปอาหารที่มีน้ำเสียปริมาณมาก อาจต้องขอใบอนุญาตหรือรายงานเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ
ซึ่งเกณฑ์รายละเอียดควรตรวจสอบกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากมีความแตกต่างกันตามประเภทและขนาดโรงงาน
ขั้นตอนทั่วไปในการขอใบอนุญาตหรือแจ้งการระบายน้ำเสีย
ขั้นตอนโดยทั่วไปที่โรงงานควรดำเนินการเริ่มจากการออกแบบและติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมกับลักษณะน้ำเสียของกระบวนการผลิต
จากนั้นยื่นแบบแปลนระบบบำบัดน้ำเสียพร้อมรายละเอียดทางเทคนิคต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่กำกับดูแล
เพื่อขอความเห็นชอบก่อนเริ่มใช้งานจริง หลังจากระบบบำบัดเริ่มดำเนินการแล้ว โรงงานต้องสุ่มตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเป็นระยะตามที่กฎหมายกำหนด
และจัดทำรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามรอบเวลาที่กำหนดไว้
| ขั้นตอน | รายละเอียด | หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
|---|---|---|
| ออกแบบระบบบำบัดน้ำเสีย | เลือกระบบให้เหมาะกับลักษณะน้ำเสียจากกระบวนการผลิต | วิศวกรสิ่งแวดล้อม/ผู้เชี่ยวชาญ |
| ยื่นแบบแปลนระบบบำบัด | ขอความเห็นชอบก่อนเริ่มใช้งานระบบ | กรมโรงงานอุตสาหกรรม/หน่วยงานท้องถิ่น |
| ตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเป็นระยะ | สุ่มตรวจตามรอบเวลาที่กำหนด | ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง |
| รายงานผลตรวจคุณภาพน้ำ | ส่งรายงานตามแบบฟอร์มที่กำหนดตามรอบเวลา | กรมโรงงานอุตสาหกรรม/หน่วยงานท้องถิ่น |
เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่ต้องควบคุม
มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไปจะควบคุมค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ค่าปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ต้องการใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ (BOD)
ค่าปริมาณสารแขวนลอย (SS)
และปริมาณโลหะหนักหรือสารเคมีเฉพาะตามประเภทอุตสาหกรรม ซึ่งค่ามาตรฐานที่แน่นอนอาจแตกต่างกันตามประเภทโรงงานและมีการปรับปรุงประกาศเป็นระยะ
เจ้าของโรงงานจึงควรตรวจสอบประกาศมาตรฐานล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจการของตนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง
แทนการอ้างอิงตัวเลขเก่าที่อาจไม่เป็นปัจจุบัน
โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดต่างจากโรงงานทั่วไปอย่างไร
โรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตประกอบการอุตสาหกรรมมักมีระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางที่นิคมจัดเตรียมไว้ให้
โดยโรงงานแต่ละแห่งต้องบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นให้ได้ตามเกณฑ์ที่นิคมกำหนดก่อนปล่อยเข้าสู่ระบบบำบัดส่วนกลาง
ซึ่งมักมีเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป เนื่องจากต้องไม่ก่อผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันหลายโรงงาน
เจ้าของกิจการที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมจึงควรตรวจสอบระเบียบเฉพาะของนิคมนั้นๆ เพิ่มเติมจากกฎหมายทั่วไป
ผลกระทบทางบัญชีและภาษีของค่าใช้จ่ายระบบบำบัดน้ำเสีย
ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ค่าตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และค่าบำรุงรักษาระบบ ถือเป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ
โดยค่าติดตั้งระบบบำบัดที่มีมูลค่าสูงและใช้งานได้เกินหนึ่งรอบบัญชีมักต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรและคิดค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานที่เหมาะสม
แทนที่จะตัดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในปีเดียว
ส่วนค่าตรวจวิเคราะห์และค่าบำรุงรักษารายเดือนสามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดได้ตามปกติ
ทั้งนี้ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อจัดประเภทรายจ่ายและอัตราค่าเสื่อมราคาที่เหมาะสมกับลักษณะสินทรัพย์แต่ละประเภท
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
โรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็กแห่งหนึ่งเริ่มขยายกำลังการผลิตทำให้มีน้ำเสียจากกระบวนการล้างวัตถุดิบเพิ่มขึ้นมาก
แต่เจ้าของกิจการยังใช้บ่อพักน้ำแบบเดิมที่ไม่เพียงพอต่อปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำทิ้งที่ระบายออกมีค่า BOD สูงเกินมาตรฐาน
เมื่อหน่วยงานราชการเข้าตรวจสอบและพบว่าคุณภาพน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์ โรงงานต้องเร่งปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียโดยด่วนและอาจต้องหยุดหรือลดกำลังการผลิตชั่วคราวระหว่างปรับปรุงระบบ
ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้มากกว่าการลงทุนวางระบบบำบัดที่เหมาะสมตั้งแต่ตอนขยายกำลังการผลิต
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ขยายกำลังการผลิตแต่ไม่ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้รองรับปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น
- ไม่สุ่มตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเป็นระยะตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
- ไม่ทราบว่าโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีเกณฑ์บำบัดน้ำเสียเบื้องต้นที่เข้มงวดกว่าเกณฑ์ทั่วไป
- บันทึกค่าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนแทนที่จะบันทึกเป็นสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมราคา
- ไม่เก็บรายงานผลตรวจคุณภาพน้ำย้อนหลังไว้เป็นหลักฐาน
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
เจ้าของโรงงานควรประเมินปริมาณและลักษณะน้ำเสียจากกระบวนการผลิตของตนตั้งแต่เนิ่นๆ ออกแบบระบบบำบัดให้เหมาะสมและเผื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต
ตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่เป็นปัจจุบันกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง
พร้อมวางระบบบัญชีบันทึกค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มลงทุนระบบบำบัด
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
โรงงานทุกแห่งต้องขอใบอนุญาตระบายน้ำเสียหรือไม่
โรงงานที่มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตต้องมีระบบบำบัดและควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งตามมาตรฐาน บางประเภทที่มีความเสี่ยงสูงอาจต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม ควรตรวจสอบกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ต้องตรวจคุณภาพน้ำทิ้งบ่อยแค่ไหน
ตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดซึ่งอาจแตกต่างตามประเภทและขนาดโรงงาน ควรตรวจสอบรายละเอียดกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่กำกับดูแล
โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดต่างจากโรงงานทั่วไปอย่างไร
ต้องบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นให้ได้ตามเกณฑ์ที่นิคมกำหนดก่อนปล่อยเข้าระบบบำบัดส่วนกลาง ซึ่งมักเข้มงวดกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป ควรตรวจสอบระเบียบเฉพาะของนิคมนั้น
ค่าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียบันทึกบัญชีอย่างไร
หากมีมูลค่าสูงและใช้งานได้เกินหนึ่งรอบบัญชี ควรบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรและคิดค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งาน ไม่ใช่ตัดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในปีเดียว
ขยายกำลังการผลิตต้องปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียหรือไม่
ควรประเมินว่าระบบเดิมรองรับปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ หากไม่เพียงพอต้องปรับปรุงก่อน มิฉะนั้นอาจทำให้น้ำทิ้งไม่ผ่านมาตรฐานและถูกสั่งหยุดดำเนินการ
มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งควบคุมค่าอะไรบ้าง
โดยทั่วไปควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่า BOD ปริมาณสารแขวนลอย และโลหะหนักหรือสารเคมีเฉพาะตามประเภทอุตสาหกรรม ควรตรวจสอบประกาศมาตรฐานล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตน
ควรเริ่มวางแผนระบบบำบัดน้ำเสียเมื่อไร
ควรวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบโรงงานหรือก่อนขยายกำลังการผลิต เพื่อให้ระบบบำบัดรองรับปริมาณน้ำเสียได้เพียงพอและไม่ต้องหยุดผลิตเพื่อปรับปรุงภายหลัง
หากธุรกิจของคุณมีงานค้างที่ยังไม่ได้จัดการ ลองดูบริการเสริมด้านบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อวางแผนแก้ไขทีละขั้นตอน