โรงงานที่มีการระบายน้ำเสียจากกระบวนการผลิตออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะหรือระบบบำบัดของนิคมอุตสาหกรรม

ต้องปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมมลพิษทางน้ำและอาจต้องขอใบอนุญาตหรือรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งตามที่กฎหมายกำหนด

เจ้าของโรงงานขนาดเล็กที่เพิ่งเริ่มมีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตควรทำความเข้าใจเกณฑ์และขั้นตอนตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อไม่ให้ผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ

สารบัญบทความ
  1. โรงงานแบบใดที่ต้องขออนุญาตหรือควบคุมการระบายน้ำเสีย
  2. ขั้นตอนทั่วไปในการขอใบอนุญาตหรือแจ้งการระบายน้ำเสีย
  3. เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่ต้องควบคุม
  4. โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดต่างจากโรงงานทั่วไปอย่างไร
  5. ผลกระทบทางบัญชีและภาษีของค่าใช้จ่ายระบบบำบัดน้ำเสีย
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

โรงงานแบบใดที่ต้องขออนุญาตหรือควบคุมการระบายน้ำเสีย

กฎหมายโรงงานและกฎหมายสิ่งแวดล้อมกำหนดให้โรงงานที่มีกระบวนการผลิตก่อให้เกิดน้ำเสีย ไม่ว่าจะระบายออกสู่แหล่งน้ำสาธารณะโดยตรง

หรือส่งเข้าระบบบำบัดส่วนกลางของนิคมอุตสาหกรรม/เขตประกอบการอุตสาหกรรม

ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียของตนเองที่เหมาะสมกับประเภทและปริมาณน้ำเสียที่เกิดขึ้น และต้องควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่กฎหมายกำหนดก่อนระบายออกทุกครั้ง

โรงงานบางประเภทที่มีความเสี่ยงด้านมลพิษสูง เช่น โรงงานฟอกย้อม โรงงานชุบโลหะ

หรือโรงงานแปรรูปอาหารที่มีน้ำเสียปริมาณมาก อาจต้องขอใบอนุญาตหรือรายงานเพิ่มเติมเป็นการเฉพาะ

ซึ่งเกณฑ์รายละเอียดควรตรวจสอบกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องโดยตรง เนื่องจากมีความแตกต่างกันตามประเภทและขนาดโรงงาน

ขั้นตอนทั่วไปในการขอใบอนุญาตหรือแจ้งการระบายน้ำเสีย

ขั้นตอนโดยทั่วไปที่โรงงานควรดำเนินการเริ่มจากการออกแบบและติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสมกับลักษณะน้ำเสียของกระบวนการผลิต

จากนั้นยื่นแบบแปลนระบบบำบัดน้ำเสียพร้อมรายละเอียดทางเทคนิคต่อกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่กำกับดูแล

เพื่อขอความเห็นชอบก่อนเริ่มใช้งานจริง หลังจากระบบบำบัดเริ่มดำเนินการแล้ว โรงงานต้องสุ่มตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเป็นระยะตามที่กฎหมายกำหนด

และจัดทำรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามรอบเวลาที่กำหนดไว้

ขั้นตอนรายละเอียดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ออกแบบระบบบำบัดน้ำเสียเลือกระบบให้เหมาะกับลักษณะน้ำเสียจากกระบวนการผลิตวิศวกรสิ่งแวดล้อม/ผู้เชี่ยวชาญ
ยื่นแบบแปลนระบบบำบัดขอความเห็นชอบก่อนเริ่มใช้งานระบบกรมโรงงานอุตสาหกรรม/หน่วยงานท้องถิ่น
ตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเป็นระยะสุ่มตรวจตามรอบเวลาที่กำหนดห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง
รายงานผลตรวจคุณภาพน้ำส่งรายงานตามแบบฟอร์มที่กำหนดตามรอบเวลากรมโรงงานอุตสาหกรรม/หน่วยงานท้องถิ่น

เกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่ต้องควบคุม

มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งจากโรงงานอุตสาหกรรมโดยทั่วไปจะควบคุมค่าพารามิเตอร์ต่างๆ เช่น ค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ค่าปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ต้องการใช้ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ (BOD)

ค่าปริมาณสารแขวนลอย (SS)

และปริมาณโลหะหนักหรือสารเคมีเฉพาะตามประเภทอุตสาหกรรม ซึ่งค่ามาตรฐานที่แน่นอนอาจแตกต่างกันตามประเภทโรงงานและมีการปรับปรุงประกาศเป็นระยะ

เจ้าของโรงงานจึงควรตรวจสอบประกาศมาตรฐานล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับประเภทกิจการของตนกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง

แทนการอ้างอิงตัวเลขเก่าที่อาจไม่เป็นปัจจุบัน

โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดต่างจากโรงงานทั่วไปอย่างไร

โรงงานที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมหรือเขตประกอบการอุตสาหกรรมมักมีระบบบำบัดน้ำเสียส่วนกลางที่นิคมจัดเตรียมไว้ให้

โดยโรงงานแต่ละแห่งต้องบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นให้ได้ตามเกณฑ์ที่นิคมกำหนดก่อนปล่อยเข้าสู่ระบบบำบัดส่วนกลาง

ซึ่งมักมีเกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป เนื่องจากต้องไม่ก่อผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบบำบัดส่วนกลางที่ใช้ร่วมกันหลายโรงงาน

เจ้าของกิจการที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมจึงควรตรวจสอบระเบียบเฉพาะของนิคมนั้นๆ เพิ่มเติมจากกฎหมายทั่วไป

ผลกระทบทางบัญชีและภาษีของค่าใช้จ่ายระบบบำบัดน้ำเสีย

ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสีย ค่าตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำ และค่าบำรุงรักษาระบบ ถือเป็นต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ

โดยค่าติดตั้งระบบบำบัดที่มีมูลค่าสูงและใช้งานได้เกินหนึ่งรอบบัญชีมักต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรและคิดค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานที่เหมาะสม

แทนที่จะตัดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในปีเดียว

ส่วนค่าตรวจวิเคราะห์และค่าบำรุงรักษารายเดือนสามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายประจำงวดได้ตามปกติ

ทั้งนี้ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อจัดประเภทรายจ่ายและอัตราค่าเสื่อมราคาที่เหมาะสมกับลักษณะสินทรัพย์แต่ละประเภท

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

โรงงานแปรรูปอาหารขนาดเล็กแห่งหนึ่งเริ่มขยายกำลังการผลิตทำให้มีน้ำเสียจากกระบวนการล้างวัตถุดิบเพิ่มขึ้นมาก

แต่เจ้าของกิจการยังใช้บ่อพักน้ำแบบเดิมที่ไม่เพียงพอต่อปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น ทำให้น้ำทิ้งที่ระบายออกมีค่า BOD สูงเกินมาตรฐาน

เมื่อหน่วยงานราชการเข้าตรวจสอบและพบว่าคุณภาพน้ำทิ้งไม่ผ่านเกณฑ์ โรงงานต้องเร่งปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียโดยด่วนและอาจต้องหยุดหรือลดกำลังการผลิตชั่วคราวระหว่างปรับปรุงระบบ

ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้มากกว่าการลงทุนวางระบบบำบัดที่เหมาะสมตั้งแต่ตอนขยายกำลังการผลิต

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ขยายกำลังการผลิตแต่ไม่ปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียให้รองรับปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น
  • ไม่สุ่มตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเป็นระยะตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนด
  • ไม่ทราบว่าโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีเกณฑ์บำบัดน้ำเสียเบื้องต้นที่เข้มงวดกว่าเกณฑ์ทั่วไป
  • บันทึกค่าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนแทนที่จะบันทึกเป็นสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมราคา
  • ไม่เก็บรายงานผลตรวจคุณภาพน้ำย้อนหลังไว้เป็นหลักฐาน

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

เจ้าของโรงงานควรประเมินปริมาณและลักษณะน้ำเสียจากกระบวนการผลิตของตนตั้งแต่เนิ่นๆ ออกแบบระบบบำบัดให้เหมาะสมและเผื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในอนาคต

ตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งที่เป็นปัจจุบันกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง

พร้อมวางระบบบัญชีบันทึกค่าใช้จ่ายด้านสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มลงทุนระบบบำบัด

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โรงงานทุกแห่งต้องขอใบอนุญาตระบายน้ำเสียหรือไม่

โรงงานที่มีน้ำเสียจากกระบวนการผลิตต้องมีระบบบำบัดและควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งตามมาตรฐาน บางประเภทที่มีความเสี่ยงสูงอาจต้องขอใบอนุญาตเพิ่มเติม ควรตรวจสอบกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม

ต้องตรวจคุณภาพน้ำทิ้งบ่อยแค่ไหน

ตามรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดซึ่งอาจแตกต่างตามประเภทและขนาดโรงงาน ควรตรวจสอบรายละเอียดกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือหน่วยงานท้องถิ่นที่กำกับดูแล

โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมมีข้อกำหนดต่างจากโรงงานทั่วไปอย่างไร

ต้องบำบัดน้ำเสียเบื้องต้นให้ได้ตามเกณฑ์ที่นิคมกำหนดก่อนปล่อยเข้าระบบบำบัดส่วนกลาง ซึ่งมักเข้มงวดกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั่วไป ควรตรวจสอบระเบียบเฉพาะของนิคมนั้น

ค่าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียบันทึกบัญชีอย่างไร

หากมีมูลค่าสูงและใช้งานได้เกินหนึ่งรอบบัญชี ควรบันทึกเป็นสินทรัพย์ถาวรและคิดค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งาน ไม่ใช่ตัดเป็นค่าใช้จ่ายทั้งจำนวนในปีเดียว

ขยายกำลังการผลิตต้องปรับปรุงระบบบำบัดน้ำเสียหรือไม่

ควรประเมินว่าระบบเดิมรองรับปริมาณน้ำเสียที่เพิ่มขึ้นได้หรือไม่ หากไม่เพียงพอต้องปรับปรุงก่อน มิฉะนั้นอาจทำให้น้ำทิ้งไม่ผ่านมาตรฐานและถูกสั่งหยุดดำเนินการ

มาตรฐานคุณภาพน้ำทิ้งควบคุมค่าอะไรบ้าง

โดยทั่วไปควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่าง ค่า BOD ปริมาณสารแขวนลอย และโลหะหนักหรือสารเคมีเฉพาะตามประเภทอุตสาหกรรม ควรตรวจสอบประกาศมาตรฐานล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับกิจการของตน

ควรเริ่มวางแผนระบบบำบัดน้ำเสียเมื่อไร

ควรวางแผนตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบโรงงานหรือก่อนขยายกำลังการผลิต เพื่อให้ระบบบำบัดรองรับปริมาณน้ำเสียได้เพียงพอและไม่ต้องหยุดผลิตเพื่อปรับปรุงภายหลัง

หากธุรกิจของคุณมีงานค้างที่ยังไม่ได้จัดการ ลองดูบริการเสริมด้านบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อวางแผนแก้ไขทีละขั้นตอน