สถาบันสอนภาษาที่จ้างครูต่างชาติต้องขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) และวีซ่าที่ถูกต้องให้ครูก่อนเริ่มสอน พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนครูต่างชาติตามหลักเกณฑ์ผู้มีเงินได้ในไทย

สารบัญบทความ
  1. ใบอนุญาตทำงานและวีซ่าที่ครูต่างชาติต้องมี
  2. ภาษีเงินได้ของครูต่างชาติที่ทำงานในไทย
  3. สถานะการจ้างงาน: พนักงานประจำหรือฟรีแลนซ์
  4. VAT และรายได้ค่าเรียนของสถาบันสอนภาษา
  5. ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนจ้างครูต่างชาติ
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  9. ตารางนำบทความไปใช้

ใบอนุญาตทำงานและวีซ่าที่ครูต่างชาติต้องมี

สถาบันสอนภาษาที่ต้องการจ้างครูชาวต่างชาติมาสอนในประเทศไทย ต้องดำเนินการขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ให้ครูจากกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน

ควบคู่กับการขอวีซ่าทำงานประเภทที่เหมาะสม (Non-Immigrant Visa ประเภท B) จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

โดยทั่วไปสถาบันสอนภาษาที่จะรับสมัครขอใบอนุญาตทำงานให้ครูต่างชาติได้ต้องเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนถูกต้อง มีทุนจดทะเบียนและสัดส่วนการจ้างพนักงานไทยตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

และในกรณีของครูสอนภาษาอาจต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือหนังสือรับรองสิทธิการเป็นครูจากคุรุสภา ขึ้นอยู่กับประเภทของสถาบันและหลักสูตรที่สอน

เนื่องจากเงื่อนไขและเอกสารประกอบมีรายละเอียดค่อนข้างมากและปรับปรุงเป็นระยะ

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบข้อกำหนดล่าสุดกับกรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อนดำเนินการจ้างครูแต่ละราย

ภาษีเงินได้ของครูต่างชาติที่ทำงานในไทย

ครูต่างชาติที่เข้ามาทำงานและมีเงินได้จากการสอนในประเทศไทย ถือเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินตามกฎหมายไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในไทยหรือไม่ก็ตาม

สถาบันสอนภาษาในฐานะนายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ

ที่จ่ายจากเงินเดือนหรือค่าตอบแทนที่จ่ายให้ครูต่างชาติตามอัตราก้าวหน้าเช่นเดียวกับพนักงานไทย และนำส่งกรมสรรพากรตามกำหนดเวลา หากครูต่างชาติมีถิ่นที่อยู่ในไทยเกิน 180 วันในปีภาษี

จะต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วยตนเองเช่นเดียวกับผู้มีเงินได้ทั่วไป เนื่องจากรายละเอียดการคำนวณภาษีของชาวต่างชาติอาจมีความซับซ้อนกว่าคนไทย

โดยเฉพาะกรณีมีสนธิสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement)

ระหว่างไทยกับประเทศต้นทาง ผู้ประกอบการควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อคำนวณและหักภาษี ณ ที่จ่ายให้ถูกต้องตามสถานะของครูแต่ละราย

สถานะการจ้างงาน: พนักงานประจำหรือฟรีแลนซ์

สถาบันสอนภาษาบางแห่งจ้างครูต่างชาติเป็นพนักงานประจำที่มีสัญญาจ้างและรับเงินเดือน ขณะที่บางแห่งอาจว่าจ้างครูในลักษณะรับจ้างสอนเป็นรายชั่วโมงหรือรายคอร์ส ซึ่งมีผลต่อการหักภาษี ณ

ที่จ่ายและการนำส่งประกันสังคมที่แตกต่างกัน

หากจ้างเป็นพนักงานประจำ สถาบันต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างกับสำนักงานประกันสังคม และนำส่งเงินสมทบตามอัตราที่กฎหมายกำหนด แต่หากว่าจ้างในลักษณะรับจ้างทำของหรือฟรีแนนซ์

อาจเข้าข่ายเงินได้ประเภทอื่นที่มีอัตราการหักภาษี ณ

ที่จ่ายต่างจากเงินเดือนพนักงาน ผู้ประกอบการจึงควรพิจารณาสถานะการจ้างงานของครูแต่ละรายให้ชัดเจนตั้งแต่ทำสัญญา

และตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านแรงงานและภาษีว่าใบอนุญาตทำงานที่ขอไว้สอดคล้องกับลักษณะการจ้างงานจริงหรือไม่

VAT และรายได้ค่าเรียนของสถาบันสอนภาษา

รายได้ค่าเรียนของสถาบันสอนภาษาถือเป็นการให้บริการ โดยทั่วไปสถาบันสอนภาษาที่จัดตั้งในรูปแบบโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายการศึกษาอาจได้รับสิทธิยกเว้นภาษีบางประการ

แต่หากดำเนินธุรกิจในรูปแบบศูนย์สอนภาษาทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นโรงเรียนตามกฎหมายการศึกษา รายได้ค่าเรียนอาจต้องเสีย VAT ตามอัตราปกติเมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี

เนื่องจากสถานะทางภาษีขึ้นอยู่กับรูปแบบการจดทะเบียนและใบอนุญาตที่สถาบันถือครอง ผู้ประกอบการควรตรวจสอบสถานะ VAT ของธุรกิจตนเองกับกรมสรรพากรให้ชัดเจน

เพื่อวางแผนราคาคอร์สเรียนและการออกใบเสร็จให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มดำเนินกิจการ

ตัวอย่างการคำนวณต้นทุนจ้างครูต่างชาติ

สมมติสถาบันสอนภาษาแห่งหนึ่งจ้างครูต่างชาติเป็นพนักงานประจำ เงินเดือน 45,000 บาทต่อเดือน สถาบันต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราก้าวหน้าของบุคคลธรรมดาจากเงินเดือนดังกล่าว

พร้อมนำส่งเงินสมทบประกันสังคมทั้งในส่วนนายจ้างและลูกจ้างตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และต้องต่ออายุใบอนุญาตทำงานและวีซ่าให้ครูตรงตามรอบปีเพื่อไม่ให้ขาดช่วง

หากสถาบันคำนวณต้นทุนจ้างครูต่างชาติเพียงจากเงินเดือนที่ตกลงกัน

โดยไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านเอกสารใบอนุญาตทำงาน วีซ่า และเงินสมทบประกันสังคม อาจประเมินต้นทุนต่อครูต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งส่งผลต่อการกำหนดราคาคอร์สเรียนที่ไม่คุ้มทุนในระยะยาว

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ให้ครูต่างชาติเริ่มสอนก่อนได้รับใบอนุญาตทำงานที่ถูกต้อง — เสี่ยงถูกปรับทั้งนายจ้างและลูกจ้างตามกฎหมายแรงงานต่างด้าว
  • ไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนครูต่างชาติให้ถูกต้องตามอัตราก้าวหน้า — เสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ
  • สับสนสถานะการจ้างงานระหว่างพนักงานประจำกับฟรีแลนซ์ — ทำให้หักภาษีและนำส่งประกันสังคมผิดหลักเกณฑ์
  • ไม่ต่ออายุใบอนุญาตทำงานและวีซ่าให้ทันตามกำหนด — ทำให้ครูต้องหยุดสอนกะทันหันและกระทบตารางเรียนของนักเรียน
  • ไม่ตรวจสอบสถานะ VAT ของสถาบันตามรูปแบบการจดทะเบียน — ทำให้คำนวณราคาคอร์สเรียนผิดพลาดเมื่อรายได้เกินเกณฑ์จด VAT

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการที่จะเปิดสถาบันสอนภาษาและจ้างครูต่างชาติ ควรตรวจสอบขั้นตอนขอใบอนุญาตทำงานและวีซ่าให้ครบถ้วนก่อนให้ครูเริ่มสอนจริง

กำหนดสถานะการจ้างงานของครูแต่ละรายให้ชัดเจนตั้งแต่ทำสัญญา วางระบบหักภาษี ณ

ที่จ่ายและนำส่งประกันสังคมให้ถูกต้องตามสถานะ และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและแรงงานเพื่อตรวจสอบสถานะ VAT

ของสถาบันก่อนกำหนดราคาคอร์สเรียนและวางแผนต้นทุนการจ้างครูต่างชาติในระยะยาว

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ใบอนุญาตทำงานและวีซ่าที่ครูต่างชาติต้องมีตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ภาษีเงินได้ของครูต่างชาติที่ทำงานในไทยตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
สถานะการจ้างงาน: พนักงานประจำหรือฟรีแลนซ์ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สถาบันสอนภาษาต้องขอเอกสารอะไรก่อนให้ครูต่างชาติเริ่มสอน

ต้องขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) จากกรมการจัดหางาน และวีซ่าทำงานประเภท Non-Immigrant B จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ครบถ้วนก่อนให้ครูเริ่มปฏิบัติงานจริง

ครูต่างชาติต้องเสียภาษีเงินได้ในไทยหรือไม่

ต้องเสีย เพราะถือเป็นผู้มีเงินได้พึงประเมินจากการทำงานในไทย นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินเดือน และหากอยู่เกิน 180 วันต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีด้วย

จ้างครูต่างชาติเป็นฟรีแลนซ์ต่างจากพนักงานประจำอย่างไรทางภาษี

มีผลต่ออัตราการหักภาษี ณ ที่จ่ายและการนำส่งประกันสังคมที่แตกต่างกัน ควรตรวจสอบสถานะการจ้างงานให้ชัดเจนตั้งแต่ทำสัญญาเพื่อหักภาษีให้ถูกหลักเกณฑ์

รายได้ค่าเรียนของสถาบันสอนภาษาต้องเสีย VAT หรือไม่

ขึ้นอยู่กับรูปแบบการจดทะเบียน หากเป็นโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายการศึกษาอาจได้รับยกเว้นบางประการ แต่ศูนย์สอนภาษาทั่วไปที่รายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีอาจต้องเสีย VAT ตามปกติ

ไม่ต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้ครูต่างชาติทันเวลามีความเสี่ยงอย่างไร

ครูอาจต้องหยุดสอนกะทันหันจนกระทบตารางเรียน และสถาบันอาจถูกปรับตามกฎหมายแรงงานต่างด้าวหากปล่อยให้ครูทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตที่ถูกต้อง

ต้นทุนจ้างครูต่างชาติควรรวมค่าใช้จ่ายอะไรบ้างนอกจากเงินเดือน

ควรรวมค่าธรรมเนียมใบอนุญาตทำงาน วีซ่า เงินสมทบประกันสังคมฝั่งนายจ้าง และค่าใช้จ่ายต่ออายุเอกสารรายปี เพื่อประเมินต้นทุนที่แท้จริงต่อครูหนึ่งคน

หากไม่แน่ใจอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายของครูต่างชาติ ควรทำอย่างไร

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรโดยตรง โดยเฉพาะกรณีมีสนธิสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศต้นทางของครู ซึ่งอาจมีผลต่ออัตราภาษีที่ต้องหัก

หากธุรกิจของคุณมีงานค้างที่ยังไม่ได้จัดการ ลองดูบริการเสริมด้านบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อวางแผนแก้ไขทีละขั้นตอน