ผู้พัฒนาคลังสินค้าและ Logistics Park ให้เช่าสามารถขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ในหมวดกิจการโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ได้

ซึ่งช่วยลดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลและได้รับสิทธิประโยชน์อื่นที่ไม่ใช่ภาษี

สารบัญบทความ
  1. ทำไมธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าให้เช่าถึงสนใจ BOI
  2. ประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องภายใต้ BOI
  3. สิทธิประโยชน์ที่อาจได้รับจาก BOI
  4. ขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริม
  5. ประเด็นภาษีที่ต้องพิจารณาควบคู่กับสิทธิ BOI
  6. ตัวอย่างสถานการณ์ธุรกิจ
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  10. ตารางนำบทความไปใช้

ทำไมธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าให้เช่าถึงสนใจ BOI

ธุรกิจพัฒนา คลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้า (Logistics Park) เพื่อให้เช่าเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูงในการก่อสร้างอาคาร ระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขนส่ง

เจ้าของธุรกิจจึงมองหาแนวทางลดต้นทุนทางภาษีเพื่อให้ผลตอบแทนโครงการคุ้มค่ามากขึ้น หนึ่งในแนวทางที่ได้รับความสนใจคือการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

BOI มีนโยบายส่งเสริมกิจการที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์มาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาคโลจิสติกส์ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ

ธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าให้เช่าจึงมีโอกาสเข้าข่ายได้รับสิทธิประโยชน์ หากดำเนินกิจการตามประเภทและเงื่อนไขที่ BOI กำหนด

ประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องภายใต้ BOI

BOI จัดหมวดหมู่กิจการส่งเสริมการลงทุนตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ซึ่งมีหมวดที่เกี่ยวข้องกับโลจิสติกส์และคลังสินค้าโดยตรง เช่น กิจการ

ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศด้วยระบบที่ทันสมัย (International Distribution Center หรือ IDC)

และกิจการ คลังสินค้าเพื่อบริการหรือให้เช่า ที่มีระบบบริหารจัดการทันสมัยตามเกณฑ์ที่กำหนด

เนื่องจากประเภทกิจการ เงื่อนไขคุณสมบัติ และสิทธิประโยชน์ที่ BOI ให้ในแต่ละหมวดมีการปรับปรุงเป็นระยะตามประกาศฉบับล่าสุด

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนฉบับปัจจุบันโดยตรงจากเว็บไซต์ boi.go.th

หรือปรึกษาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ยื่นขอ BOI ก่อนวางแผนโครงการ เนื่องจากรายละเอียดเงื่อนไข เช่น มูลค่าการลงทุนขั้นต่ำ พื้นที่ใช้สอย และมาตรฐานระบบบริหารจัดการคลังสินค้าที่กำหนด

อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

สิทธิประโยชน์ที่อาจได้รับจาก BOI

โดยทั่วไปสิทธิประโยชน์ที่ BOI มอบให้กิจการที่ได้รับการส่งเสริมแบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก

สิทธิประโยชน์ด้านภาษี

  • ยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล สำหรับกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมเป็นระยะเวลาหนึ่ง ตามเงื่อนไขที่บัตรส่งเสริมกำหนด
  • ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร ที่นำเข้ามาใช้ในกิจการที่ได้รับการส่งเสริม เช่น ระบบจัดเก็บสินค้าอัตโนมัติ (Automated Storage and Retrieval System) หรือเครื่องมือขนถ่ายสินค้าเฉพาะทาง
  • ยกเว้นอากรขาเข้าวัตถุดิบ สำหรับกิจการที่ผลิตเพื่อส่งออก (กรณีนี้อาจไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้พัฒนาคลังสินค้าให้เช่า แต่เกี่ยวข้องกับลูกค้าผู้เช่าคลังที่เป็นผู้ผลิต)

สิทธิประโยชน์ที่ไม่ใช่ภาษี

  • สิทธิในการถือกรรมสิทธิ์ที่ดินเพื่อประกอบกิจการที่ได้รับการส่งเสริม (สำหรับกรณีนักลงทุนต่างชาติ)
  • สิทธิในการนำช่างฝีมือหรือผู้ชำนาญการต่างชาติเข้ามาทำงานในกิจการที่ได้รับการส่งเสริม
  • สิทธิในการส่งเงินตราต่างประเทศออกนอกราชอาณาจักร (สำหรับผู้ลงทุนต่างชาติ)

สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจริงในแต่ละโครงการขึ้นอยู่กับประเภทกิจการ ที่ตั้งโครงการ (เขตส่งเสริมการลงทุนพิเศษหรือไม่) และเงื่อนไขเฉพาะที่ระบุในบัตรส่งเสริมของแต่ละราย

ไม่ควรสรุปตัวเลขระยะเวลายกเว้นภาษีหรืออัตราลดหย่อนที่แน่นอนโดยไม่ตรวจสอบกับ

BOI โดยตรง เนื่องจากมีความแตกต่างกันในแต่ละประกาศและแต่ละพื้นที่

ขั้นตอนการยื่นขอรับการส่งเสริม

กระบวนการขอรับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับผู้พัฒนาคลังสินค้าให้เช่า โดยทั่วไปมีขั้นตอนหลักดังนี้

  • ศึกษาประเภทกิจการและเงื่อนไข: ตรวจสอบว่าโครงการของตนเข้าเกณฑ์ประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริมหรือไม่ รวมถึงมูลค่าการลงทุนขั้นต่ำที่กำหนด
  • จัดเตรียมแผนธุรกิจและงบลงทุนโครงการ: รวมถึงแบบแปลนอาคาร ระบบบริหารจัดการคลังสินค้า และแผนการดำเนินงาน
  • ยื่นคำขอรับการส่งเสริมผ่านระบบ e-Investment ของ BOI: พร้อมเอกสารประกอบครบถ้วน
  • รอการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน: ระยะเวลาพิจารณาขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของโครงการ
  • รับบัตรส่งเสริมและปฏิบัติตามเงื่อนไข: เริ่มดำเนินโครงการตามแผนที่เสนอ และรายงานความคืบหน้าตามที่ BOI กำหนด

ประเด็นภาษีที่ต้องพิจารณาควบคู่กับสิทธิ BOI

แม้กิจการจะได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก BOI แต่ยังมีภาระภาษีอื่นที่ต้องบริหารจัดการควบคู่กัน

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): รายได้ค่าเช่าคลังสินค้าโดยทั่วไปเป็นรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้รับยกเว้น VAT แต่หากมีบริการเสริม เช่น บริการบริหารจัดการคลังสินค้า (Warehouse Management) บริการขนถ่ายสินค้า หรือบริการอื่นที่แยกจากค่าเช่าล้วนๆ ส่วนนี้อาจต้องเสีย VAT ตามอัตราปัจจุบัน (ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริงกับกรมสรรพากร)
  • การแยกบัญชีกิจการที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริม: หากบริษัทมีทั้งธุรกิจที่ได้รับ BOI และธุรกิจอื่นที่ไม่ได้รับการส่งเสริม ต้องแยกบัญชีรายได้-รายจ่ายของแต่ละส่วนให้ชัดเจน เพื่อคำนวณกำไรที่ได้รับยกเว้นภาษีอย่างถูกต้อง
  • ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: รายจ่ายต่างๆ ของโครงการ เช่น ค่าก่อสร้าง ค่าที่ปรึกษา ยังคงมีภาระหัก ณ ที่จ่ายตามปกติ ไม่ได้รับยกเว้นเพียงเพราะมีบัตรส่งเสริม BOI ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญสำหรับแต่ละประเภทรายจ่าย

ตัวอย่างสถานการณ์ธุรกิจ

บริษัท C วางแผนพัฒนา Logistics Park บนที่ดินขนาด 50 ไร่ มูลค่าลงทุนรวม 800,000,000 บาท ประกอบด้วยคลังสินค้าให้เช่าพร้อมระบบจัดเก็บอัตโนมัติ หากโครงการเข้าเกณฑ์ประเภทกิจการที่

BOI ส่งเสริม

บริษัทอาจได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลบางส่วนของกำไรจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริมเป็นระยะเวลาหนึ่ง และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรระบบจัดเก็บสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ

ซึ่งช่วยลดต้นทุนการลงทุนเริ่มต้นได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม บริษัทต้องยื่นขอและได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมก่อนเริ่มนำเข้าเครื่องจักรหรือเริ่มดำเนินกิจการ จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไข

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เริ่มลงทุนหรือนำเข้าเครื่องจักรก่อนได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริม: ทำให้เสียสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องจักรที่นำเข้ามาก่อนวันที่ได้รับอนุมัติ
  • ไม่แยกบัญชีกิจการที่ได้รับ BOI ออกจากกิจการอื่น: ทำให้คำนวณกำไรที่ได้รับยกเว้นภาษีผิดพลาด และอาจถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์บางส่วน
  • เข้าใจผิดว่า BOI ยกเว้นภาษีทุกประเภท: ความจริงแล้วภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT ในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสิทธิที่ได้รับยังคงต้องปฏิบัติตามปกติ
  • ไม่ติดตามเงื่อนไขการรายงานผลการดำเนินงานตามที่ BOI กำหนด: อาจถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริม
  • ใช้ข้อมูลสิทธิประโยชน์เก่าที่ไม่ได้อัปเดต: ประกาศ BOI มีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดก่อนยื่นขอทุกครั้ง

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้พัฒนาคลังสินค้าและ Logistics Park ที่สนใจขอรับสิทธิประโยชน์ BOI ควรดำเนินการดังนี้

  • ตรวจสอบประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนฉบับล่าสุดที่ boi.go.th เพื่อยืนยันว่าโครงการเข้าเกณฑ์ประเภทกิจการที่ส่งเสริม
  • วางแผนระยะเวลายื่นขอให้สอดคล้องกับแผนการลงทุน โดยยื่นและรอการอนุมัติก่อนเริ่มนำเข้าเครื่องจักรหรือเริ่มก่อสร้าง
  • จัดทำระบบบัญชีแยกส่วนกิจการที่ได้รับ BOI ตั้งแต่วันแรกของการดำเนินงาน
  • ปรึกษาที่ปรึกษาด้าน BOI และภาษีร่วมกัน เพื่อออกแบบโครงสร้างการลงทุนและบัญชีที่สอดคล้องกับเงื่อนไขสิทธิประโยชน์อย่างถูกต้อง

การใช้สิทธิประโยชน์ BOI อย่างถูกต้องสามารถช่วยลดต้นทุนการลงทุนของโครงการ Logistics Park ได้อย่างมีนัยสำคัญ แต่ต้องอาศัยการวางแผนที่รอบคอบตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบโครงการ

เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์หรือละเมิดเงื่อนไขที่กำหนดโดยไม่ได้ตั้งใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ทำไมธุรกิจพัฒนาคลังสินค้าให้เช่าถึงสนใจ BOIตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องภายใต้ BOIตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
สิทธิประโยชน์ที่อาจได้รับจาก BOIตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ผู้พัฒนาคลังสินค้าให้เช่าขอรับการส่งเสริม BOI ได้หรือไม่?

ได้ หากโครงการเข้าเกณฑ์ประเภทกิจการที่ BOI ให้การส่งเสริม เช่น ศูนย์กระจายสินค้าระหว่างประเทศหรือคลังสินค้าเพื่อบริการที่มีระบบบริหารจัดการทันสมัยตามเงื่อนไข

ควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดที่ boi.go.th ก่อนยื่นขอ

BOI ให้สิทธิประโยชน์อะไรบ้างสำหรับกิจการ Logistics Park?

โดยทั่วไปอาจได้รับยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลของกำไรจากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม และยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักรที่นำเข้ามาใช้ในโครงการ

แต่รายละเอียดที่แน่นอนขึ้นอยู่กับประเภทกิจการและเงื่อนไขในบัตรส่งเสริมแต่ละราย

ต้องยื่นขอ BOI ก่อนเริ่มก่อสร้างหรือไม่?

ควรยื่นและได้รับอนุมัติบัตรส่งเสริมก่อนเริ่มนำเข้าเครื่องจักรหรือเริ่มดำเนินกิจการ

เพราะการเริ่มลงทุนหรือนำเข้าเครื่องจักรก่อนได้รับอนุมัติอาจทำให้เสียสิทธิยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับส่วนที่นำเข้ามาก่อนวันอนุมัติ

รายได้ค่าเช่าคลังสินค้าต้องเสีย VAT หรือไม่?

โดยทั่วไปรายได้ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ได้รับยกเว้น VAT แต่หากมีบริการเสริม เช่น บริหารจัดการคลังสินค้าหรือขนถ่ายสินค้าที่แยกจากค่าเช่า ส่วนนี้อาจต้องเสีย VAT

ตามอัตราที่บังคับใช้ ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร

กิจการที่ได้รับ BOI ยังต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติหรือไม่?

ต้องปฏิบัติตามปกติ สิทธิประโยชน์ BOI ไม่ได้ยกเว้นภาระหัก ณ ที่จ่ายสำหรับรายจ่ายต่างๆ ของโครงการ เช่น ค่าก่อสร้างหรือค่าที่ปรึกษา

ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญสำหรับแต่ละประเภทรายจ่าย

หากบริษัทมีทั้งธุรกิจที่ได้รับ BOI และไม่ได้รับ ต้องทำอย่างไรทางบัญชี?

ต้องแยกบัญชีรายได้และรายจ่ายของกิจการที่ได้รับ BOI ออกจากกิจการอื่นอย่างชัดเจน เพื่อคำนวณกำไรที่ได้รับยกเว้นภาษีอย่างถูกต้องและป้องกันการถูกเพิกถอนสิทธิประโยชน์บางส่วน

เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ BOI เปลี่ยนแปลงบ่อยไหม?

มีการปรับปรุงเป็นระยะตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ผู้ประกอบการจึงควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดที่ boi.go.th หรือปรึกษาที่ปรึกษาที่มีประสบการณ์ก่อนวางแผนโครงการทุกครั้ง

ขั้นตอนถัดไปที่ช่วยให้ธุรกิจดำเนินงานได้อย่างราบรื่นมากขึ้นคือการมีคนช่วยดูแลบัญชีและภาษีอย่างสม่ำเสมอ A Plus Me มีบริการดูแลบัญชีและภาษีอย่างต่อเนื่องไว้รองรับความต้องการนี้