ส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไทย ต้องรู้ภาษีและมาตรฐาน อย. อะไรบ้าง คำตอบสั้นๆ คือนอกจากสิทธิภาษีมูลค่าเพิ่มอัตราศูนย์ตามเงื่อนไขการส่งออกสินค้าแล้ว

ผู้ประกอบการยังต้องมีใบอนุญาตผลิตหรือแปรรูปจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

และเอกสารรับรองความปลอดภัยอาหารตามที่ประเทศปลายทางกำหนด บทความนี้อธิบายโครงสร้างภาษีและขั้นตอนมาตรฐานที่ผู้ส่งออกเครื่องเทศสมุนไพรไทยควรรู้

สารบัญบทความ
  1. ธุรกิจส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไทยมีลักษณะอย่างไร
  2. ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออก
  3. ใบอนุญาต อย. ที่ผู้ผลิตต้องมีก่อนส่งออก
  4. มาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่ประเทศปลายทางมักขอเพิ่มเติม
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  6. ตารางสรุปเอกสารสำคัญที่ผู้ส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรต้องเตรียม
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. การวางแผนบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้าให้ตรงตามข้อกำหนดปลายทาง
  9. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  10. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ธุรกิจส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไทยมีลักษณะอย่างไร

ไทยเป็นแหล่งผลิตเครื่องเทศและสมุนไพรที่มีชื่อเสียง เช่น พริกแห้ง ขมิ้นชัน ตะไคร้แห้ง กระชายดำ และใบมะกรูดแห้ง ซึ่งมีตลาดต่างประเทศทั้งกลุ่มร้านอาหารไทยในต่างแดน

ผู้ผลิตเครื่องปรุงรส

และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ใช้สมุนไพรไทยเป็นวัตถุดิบ ธุรกิจนี้มีทั้งผู้ประกอบการรายเล็กที่แปรรูปเองในชุมชน และโรงงานขนาดกลางที่ผลิตเพื่อส่งออกโดยเฉพาะ

เนื่องจากสินค้าเกี่ยวข้องกับการบริโภค

จึงมีข้อกำหนดด้านมาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่เข้มงวดกว่าสินค้าเกษตรทั่วไป

ภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการส่งออก

ตามหลักการทั่วไป การส่งออกสินค้าออกนอกราชอาณาจักรได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละศูนย์ (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากร)

โดยผู้ส่งออกต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและมีเอกสารยืนยันการส่งออก เช่น

ใบขนสินค้าขาออกและหลักฐานรับชำระเงินจากต่างประเทศ ผู้ประกอบการที่รายได้เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด (ปัจจุบันคือเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี) มีหน้าที่จดทะเบียน VAT หากยังไม่ได้จดทะเบียน

ควรพิจารณาความคุ้มค่าของการจดทะเบียนโดยสมัครใจ

เพราะจะช่วยให้ขอคืนภาษีซื้อจากวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่งได้เต็มสิทธิ

ใบอนุญาต อย. ที่ผู้ผลิตต้องมีก่อนส่งออก

สินค้าประเภทเครื่องเทศและสมุนไพรแห้งที่นำมาแปรรูปเพื่อจำหน่าย โดยทั่วไปเข้าข่ายเป็นผลิตภัณฑ์อาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร

จึงต้องมีการขึ้นทะเบียนสถานที่ผลิตและได้รับใบอนุญาตหรือเลขสารบบอาหาร (เลข อย.) จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

ก่อนวางจำหน่ายหรือส่งออก ผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าสินค้าของตนต้องขอใบอนุญาตประเภทใด เพราะเกณฑ์อาจแตกต่างกันตามลักษณะการแปรรูป เช่น

เครื่องเทศแห้งบดผงอาจมีเกณฑ์ต่างจากสมุนไพรสดแช่แข็ง หากไม่มีเลข อย. ที่ถูกต้อง

สินค้าอาจถูกปฏิเสธการนำเข้าที่ประเทศปลายทางที่มีข้อกำหนดตรวจสอบแหล่งผลิต

มาตรฐานความปลอดภัยอาหารที่ประเทศปลายทางมักขอเพิ่มเติม

นอกจากเลข อย. ในประเทศ ผู้ซื้อต่างประเทศโดยเฉพาะในกลุ่มสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น มักกำหนดให้ผู้ส่งออกแสดงเอกสารตรวจสอบสารตกค้าง เช่น สารกำจัดศัตรูพืชหรือโลหะหนัก

รวมถึงใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate)

และบางกรณีต้องมีใบรับรองมาตรฐานการผลิตอาหารปลอดภัย เช่น GMP หรือ HACCP ตามที่ผู้นำเข้าหรือกฎหมายประเทศปลายทางกำหนด

ผู้ส่งออกควรสอบถามเงื่อนไขเฉพาะจากผู้ซื้อและหน่วยงานตรวจสอบก่อนเริ่มผลิตล็อตส่งออก

เพราะการขอใบรับรองเหล่านี้มักใช้เวลาดำเนินการล่วงหน้าหลายสัปดาห์

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติผู้ประกอบการไทยแปรรูปขมิ้นชันอบแห้งบดผงเพื่อส่งออกไปยังผู้นำเข้าในยุโรปมูลค่า 300,000 บาทต่อรอบส่งออก หากผู้ประกอบการมีเลข อย. ถูกต้อง จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม

และมีใบขนสินค้าขาออกครบถ้วน รายได้ส่วนนี้จะเสีย VAT อัตราร้อยละศูนย์

และสามารถขอคืนภาษีซื้อจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ได้ตามหลักเกณฑ์ ส่วนเงื่อนไขสารตกค้างและใบรับรองสุขอนามัยที่ผู้นำเข้ายุโรปกำหนด

ผู้ประกอบการควรตรวจสอบกับหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพที่ได้รับการรับรองและปรึกษาผู้ซื้อโดยตรง

เนื่องจากเกณฑ์อาจแตกต่างกันตามชนิดสินค้าและประเทศปลายทาง

ตารางสรุปเอกสารสำคัญที่ผู้ส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรต้องเตรียม

เอกสารวัตถุประสงค์หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เลขสารบบอาหาร (อย.)รับรองสถานที่ผลิตและผลิตภัณฑ์ในประเทศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ใบขนสินค้าขาออกยืนยันการส่งออกเพื่อใช้สิทธิ VAT ร้อยละศูนย์กรมศุลกากร
Health Certificateรับรองความปลอดภัยตามที่ปลายทางกำหนดหน่วยงานตรวจสอบที่ได้รับการรับรอง
ใบรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าใช้ประกอบสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรหากมีกรมการค้าต่างประเทศ/หอการค้า

*ข้อกำหนดเอกสารและมาตรฐานอาจต่างกันตามประเทศปลายทางและชนิดสินค้า ควรตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนส่งออกทุกครั้ง*

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ส่งออกโดยไม่มีเลข อย. ที่ถูกต้อง: ทำให้สินค้าถูกปฏิเสธการนำเข้าที่ประเทศปลายทางที่ตรวจสอบแหล่งผลิต
  • ไม่ตรวจสอบสารตกค้างก่อนส่งออก: ทำให้สินค้าถูกกักหรือส่งกลับหากตรวจพบเกินเกณฑ์ที่ปลายทางกำหนด
  • ขอใบรับรองสุขอนามัยล่าช้า: ทำให้ไม่ทันกำหนดส่งมอบตามสัญญาซื้อขาย
  • ไม่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งที่รายได้เกินเกณฑ์: ทำให้เสียสิทธิ VAT อัตราศูนย์และขอคืนภาษีซื้อไม่ได้
  • ไม่แยกบันทึกต้นทุนวัตถุดิบตามล็อตการผลิต: ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังเรื่องคุณภาพและต้นทุนได้ยากเมื่อมีปัญหา

การวางแผนบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้าให้ตรงตามข้อกำหนดปลายทาง

นอกจากเรื่องภาษีและใบอนุญาต ผู้ส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไทยยังต้องให้ความสำคัญกับบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้า เนื่องจากหลายประเทศกำหนดให้ฉลากต้องระบุข้อมูลส่วนประกอบ วันผลิต

วันหมดอายุ และข้อมูลผู้ผลิตเป็นภาษาของประเทศปลายทางหรือภาษาอังกฤษ

รวมถึงบรรจุภัณฑ์ต้องป้องกันความชื้นและการปนเปื้อนระหว่างขนส่งทางเรือที่ใช้เวลานาน

ผู้ประกอบการที่ไม่ได้ตรวจสอบข้อกำหนดฉลากล่วงหน้าอาจถูกด่านศุลกากรปลายทางกักสินค้าเพื่อขอเอกสารเพิ่มเติม

ทำให้เสียเวลาและอาจกระทบคุณภาพสินค้าหากต้องเก็บไว้ในโกดังด่านนานเกินไป จึงควรปรึกษาตัวแทนขนส่งหรือผู้นำเข้าปลายทางเรื่องข้อกำหนดฉลากเฉพาะประเทศตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบบรรจุภัณฑ์

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการที่ต้องการส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไทยควรเริ่มจากขอเลข อย. ให้ถูกต้องตามประเภทผลิตภัณฑ์ จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มหากรายได้เข้าเกณฑ์

ตรวจสอบเงื่อนไขสารตกค้างและใบรับรองสุขอนามัยที่ประเทศปลายทางต้องการล่วงหน้า

ออกแบบฉลากและบรรจุภัณฑ์ให้ตรงตามข้อกำหนดปลายทาง และวางระบบบัญชีแยกต้นทุนตามล็อตการผลิตเพื่อรองรับการตรวจสอบทั้งด้านคุณภาพและภาษี หากไม่มั่นใจเรื่องขั้นตอนหรือเอกสาร

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและการค้าระหว่างประเทศก่อนเริ่มส่งออกล็อตแรก

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ส่งออกเครื่องเทศและสมุนไพรไทยต้องมีเลข อย. ก่อนหรือไม่

โดยทั่วไปต้องมี เพราะสินค้าเข้าข่ายผลิตภัณฑ์อาหารตามพระราชบัญญัติอาหาร ผู้ผลิตต้องขึ้นทะเบียนสถานที่ผลิตและได้รับเลขสารบบอาหารก่อนวางจำหน่ายหรือส่งออก

การส่งออกเครื่องเทศได้รับสิทธิ VAT อัตราศูนย์หรือไม่

การส่งออกสินค้าโดยทั่วไปได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละศูนย์ หากผู้ส่งออกจดทะเบียน VAT และมีเอกสารยืนยันการส่งออกครบถ้วน เช่น ใบขนสินค้าขาออก

ต้องตรวจสารตกค้างก่อนส่งออกทุกครั้งหรือไม่

ควรตรวจสอบตามเงื่อนไขที่ประเทศปลายทางกำหนด โดยเฉพาะตลาดที่มีมาตรฐานเข้มงวด เช่น สหภาพยุโรปหรือญี่ปุ่น เพื่อป้องกันสินค้าถูกกักหรือส่งกลับ

ใบรับรองสุขอนามัย (Health Certificate) ขอที่ไหน

โดยทั่วไปขอจากหน่วยงานตรวจสอบคุณภาพอาหารที่ได้รับการรับรอง ควรสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือผู้ซื้อปลายทางว่าต้องใช้ใบรับรองรูปแบบใดก่อนเริ่มผลิตล็อตส่งออก

ผู้ประกอบการรายเล็กที่รายได้ยังไม่ถึงเกณฑ์ต้องจด VAT ไหม

ไม่บังคับหากรายได้ยังไม่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด แต่การจดทะเบียนโดยสมัครใจอาจช่วยให้ขอคืนภาษีซื้อจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ได้

สมุนไพรแช่แข็งกับสมุนไพรแห้งมีเกณฑ์ อย. ต่างกันไหม

อาจแตกต่างกันตามลักษณะการแปรรูปและการเก็บรักษา ควรตรวจสอบประเภทใบอนุญาตที่เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์ของตนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาโดยตรง

ควรเริ่มเตรียมเอกสารส่งออกล่วงหน้านานแค่ไหน

ควรเริ่มเตรียมอย่างน้อยหลายสัปดาห์ก่อนถึงกำหนดส่งมอบ โดยเฉพาะใบรับรองสุขอนามัยและผลตรวจสารตกค้างที่มักใช้เวลาดำเนินการนานกว่าที่คาดไว้

สำหรับธุรกิจที่กำลังขยายตัวหรือมีธุรกรรมซับซ้อนขึ้น การศึกษารายละเอียดบริการวางแผนภาษี ไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและความสับสนเรื่องภาษีได้