เมื่อบริษัทไทยส่งพนักงานไปประจำหรือเปิดสำนักงานในต่างประเทศ อาจเกิด Permanent Establishment (PE) ซึ่งทำให้ต้องเสียภาษีในประเทศนั้นโดยไม่ตั้งใจ ความเข้าใจเรื่อง PE risk

จึงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนขยายธุรกิจออกนอกประเทศ

สารบัญบทความ
  1. Permanent Establishment (PE) คืออะไร
  2. ประเภทของ Permanent Establishment ที่พบบ่อย
  3. ความเสี่ยง PE ที่บริษัทไทยมักเผชิญ
  4. ผลกระทบทางภาษีเมื่อมี PE
  5. อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ช่วยอะไรได้บ้าง
  6. แนวทางลดความเสี่ยง PE สำหรับ SME
  7. กรณีศึกษา: บริษัทไทยรับงาน Software ในสิงคโปร์
  8. ตารางนำบทความไปใช้

Permanent Establishment (PE) คืออะไร

Permanent Establishment หรือ PE คือสถานประกอบการถาวร — แนวคิดทางภาษีระหว่างประเทศที่กำหนดว่า

บริษัทในประเทศหนึ่งมีสถานะในอีกประเทศหนึ่งเพียงพอที่จะต้องเสียภาษีเงินได้ในประเทศนั้นหรือไม่ เมื่อบริษัทไทยถูกตัดสินว่ามี PE ในต่างประเทศ

กำไรที่เกิดจาก PE นั้นต้องถูกเสียภาษีในประเทศที่ PE ตั้งอยู่ ตามอัตราภาษีและกฎหมายของประเทศนั้น

แนวคิด PE มีรากฐานมาจากอนุสัญญาภาษีซ้อน (Double Tax Agreement — DTA) ที่ไทยทำไว้กับประเทศต่าง ๆ กว่า 60 ประเทศ และยังอ้างอิงแนวทาง OECD Model Convention

ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย

ประเภทของ Permanent Establishment ที่พบบ่อย

1. Fixed Place PE (สถานประกอบการคงที่)

เกิดขึ้นเมื่อบริษัทมีสถานที่ทำธุรกิจที่คงที่และถาวรในต่างประเทศ ตัวอย่างที่ชัดเจน ได้แก่

  • สำนักงานสาขา (Branch Office)
  • โรงงานหรือสถานที่ผลิต
  • คลังสินค้าที่ใช้ประกอบธุรกิจเชิงพาณิชย์
  • สถานที่ก่อสร้างหรือโครงการติดตั้งที่ดำเนินการเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดในอนุสัญญา (โดยทั่วไป 6–12 เดือน)

สิ่งที่ไม่ถือเป็น Fixed Place PE ได้แก่ สถานที่ที่ใช้เพียงเพื่อการจัดเก็บหรือจัดแสดงสินค้า การดำเนินกิจกรรมเตรียมการหรือเสริม (Preparatory or Auxiliary Activities)

และสำนักงานตัวแทนที่ไม่มีอำนาจทำสัญญา

2. Agency PE (ตัวแทนถาวร)

เกิดขึ้นเมื่อบริษัทต่างประเทศมีตัวแทนในประเทศหนึ่งที่มีอำนาจและใช้อำนาจนั้นในการทำสัญญาในนามบริษัทเป็นประจำ (Dependent Agent) ตัวอย่างเช่น

  • พนักงานขายที่ประจำอยู่ในต่างประเทศและมีอำนาจลงนามสัญญา
  • บริษัทลูกที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนขายแต่ผูกพันตามคำสั่งบริษัทแม่อย่างเต็มที่

Independent Agent เช่น นายหน้าอิสระหรือตัวแทนค้าต่างที่ดำเนินธุรกิจในนามตนเอง โดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิด Agency PE

3. Service PE (สถานประกอบการด้านบริการ)

หลายอนุสัญญาภาษีซ้อนสมัยใหม่รวมถึงบทบัญญัติ Service PE ซึ่งระบุว่าหากบริษัทส่งพนักงานหรือบุคลากรไปให้บริการในต่างประเทศเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนด (เช่น 183 วันใน 12 เดือน)

จะถือว่ามี PE ในประเทศนั้น บริษัทไทยที่รับงาน IT Consulting,

Engineering, หรือ Professional Services ในต่างประเทศต้องระวังข้อนี้เป็นพิเศษ

ความเสี่ยง PE ที่บริษัทไทยมักเผชิญ

บริษัทไทยที่กำลังขยายธุรกิจออกสู่ตลาดต่างประเทศมักเผชิญกับความเสี่ยง PE ใน 3 รูปแบบหลัก

  • ส่งพนักงานประจำต่างประเทศ — พนักงานที่ทำงานในต่างประเทศเป็นเวลานานและมีอำนาจตัดสินใจสูงอาจก่อให้เกิด Agency PE
  • เช่าพื้นที่สำนักงานหรือโกดัง — แม้จะไม่ได้ตั้งใจเปิดสาขา การมีที่อยู่ทางธุรกิจถาวรในต่างประเทศก็อาจถือเป็น Fixed Place PE
  • รับงานโปรเจกต์ระยะยาว — งานก่อสร้าง ติดตั้ง หรือบริการที่ใช้เวลานานเกินเกณฑ์ที่อนุสัญญากำหนด

ผลกระทบทางภาษีเมื่อมี PE

เมื่อถูกตัดสินว่ามี PE ในต่างประเทศ บริษัทไทยต้องเผชิญกับภาระภาษีหลายชั้น ได้แก่

  • ต้องยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลในประเทศที่ PE ตั้งอยู่
  • ต้องจัดสรรกำไรให้กับ PE (Profit Attribution) ตามหลัก Arm's Length Principle
  • อาจต้องจ่ายเบี้ยปรับและดอกเบี้ยย้อนหลังหากไม่ได้ยื่นภาษีตรงเวลา
  • อาจเกิดปัญหาภาษีซ้อน (Double Taxation) หากไม่มีอนุสัญญาหรือการจัดการที่ถูกต้อง

อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ช่วยอะไรได้บ้าง

ไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศต่าง ๆ กว่า 60 ประเทศ ซึ่งกำหนดกฎเกณฑ์ PE ที่ชัดเจนและวิธีการบรรเทาภาษีซ้อน เช่น การให้เครดิตภาษีที่ชำระในต่างประเทศ (Foreign Tax Credit)

หรือการยกเว้นภาษีในประเทศต้นทาง

สามารถตรวจสอบรายชื่ออนุสัญญาได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร rd.go.th ภายใต้หัวข้อ อนุสัญญาภาษีซ้อน

แนวทางลดความเสี่ยง PE สำหรับ SME

เพื่อขยายธุรกิจต่างประเทศโดยไม่สร้างภาระภาษีที่ไม่ตั้งใจ SME ไทยควรพิจารณาแนวทางดังนี้

  • จำกัดอำนาจตัดสินใจของตัวแทนในต่างประเทศ — ให้ตัวแทนทำหน้าที่เพียงแนะนำและนำเสนอ ไม่ใช่ลงนามสัญญา
  • ใช้ Independent Distributor — แทนการส่งพนักงานประจำ ให้ใช้ตัวแทนค้าต่างที่เป็นอิสระในตลาดนั้น
  • ติดตามระยะเวลาที่พนักงานอยู่ในต่างประเทศ — เพื่อไม่ให้เกินเกณฑ์ Service PE ในแต่ละประเทศ
  • ปรึกษาที่ปรึกษาภาษีท้องถิ่น — กฎหมายภาษีในแต่ละประเทศมีความแตกต่างกัน ควรได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในประเทศนั้น ๆ
  • พิจารณาตั้งบริษัทสาขาหรือบริษัทลูก — หากธุรกิจในต่างประเทศมีขนาดใหญ่พอ การตั้งนิติบุคคลแยกต่างหากอาจบริหารภาษีได้ชัดเจนกว่าการมี PE โดยไม่ตั้งใจ

กรณีศึกษา: บริษัทไทยรับงาน Software ในสิงคโปร์

สมมุติว่าบริษัท A จำกัด ในไทยรับสัญญาพัฒนาซอฟต์แวร์ให้บริษัทในสิงคโปร์ และส่งทีม Developer 5 คนไปทำงาน On-site ที่สิงคโปร์เป็นเวลา 9 เดือน ภายใต้อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย-สิงคโปร์

หากการให้บริการในสิงคโปร์เกิน 183 วันใน 12 เดือน จะถือว่าเกิด

Service PE บริษัท A จะต้องยื่นภาษีในสิงคโปร์สำหรับกำไรที่เกิดจากโปรเจกต์นั้น นี่คือความเสี่ยงที่หลายบริษัทไทยไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
Permanent Establishment (PE) คืออะไรตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ประเภทของ Permanent Establishment ที่พบบ่อยตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ความเสี่ยง PE ที่บริษัทไทยมักเผชิญตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

PE คืออะไร และบริษัทไทยต้องกังวลเมื่อไหร่

PE หรือ Permanent Establishment คือสถานประกอบการถาวรในต่างประเทศที่ทำให้บริษัทไทยต้องเสียภาษีในประเทศนั้น ต้องกังวลทันทีที่มีแผนส่งพนักงานประจำต่างประเทศ เปิดสำนักงาน

หรือรับงานโปรเจกต์ระยะยาวในต่างประเทศ

ถ้าแค่ส่งพนักงานไปทำงานที่ต่างประเทศชั่วคราว มี PE ไหม

ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและลักษณะงาน หากพนักงานอยู่เกินเกณฑ์ที่อนุสัญญากำหนด (เช่น 183 วัน) และให้บริการในนามบริษัทไทย อาจเกิด Service PE ได้

ควรตรวจสอบอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างไทยกับประเทศปลายทางก่อนส่งพนักงานออกไป

อนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA) ช่วยลด PE risk ได้อย่างไร

อนุสัญญาภาษีซ้อนกำหนดนิยาม PE ที่ชัดเจนและเกณฑ์ระยะเวลา หากธุรกิจไม่เข้านิยาม PE ตามอนุสัญญา ก็ไม่ต้องเสียภาษีในประเทศนั้น อีกทั้งยังกำหนดวิธีบรรเทาภาษีซ้อน เช่น

การให้เครดิตภาษีต่างประเทศ ช่วยลดภาระภาษีรวมของบริษัท

บริษัทไทยที่ไม่มีสำนักงานในต่างประเทศ แต่มีตัวแทนขาย มี PE ไหม

ขึ้นอยู่กับว่าตัวแทนขายนั้นเป็น Dependent Agent หรือ Independent Agent หากตัวแทนมีอำนาจลงนามสัญญาในนามบริษัทไทยและใช้อำนาจนั้นเป็นประจำ จะถือเป็น Agency PE แต่ถ้าเป็น

Independent Distributor ที่ทำธุรกิจในนามตนเอง โดยทั่วไปจะไม่ถือเป็น PE

เมื่อมี PE ในต่างประเทศ จะเกิดภาษีซ้อนหรือไม่

อาจเกิดภาษีซ้อนได้หากไม่มีการจัดการที่ถูกต้อง แต่หากไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อนกับประเทศนั้น บริษัทสามารถขอเครดิตภาษีต่างประเทศ (Foreign Tax Credit)

มาหักออกจากภาษีที่ต้องชำระในไทยได้ เพื่อไม่ให้กำไรก้อนเดียวถูกเก็บภาษีสองครั้ง

ควรตั้งบริษัทในต่างประเทศหรือยอมให้มี PE

ขึ้นอยู่กับขนาดธุรกิจและแผนระยะยาว หากมีรายได้ต่างประเทศมากและต่อเนื่อง การตั้งบริษัทลูกในต่างประเทศช่วยให้โครงสร้างภาษีชัดเจน บริหารง่ายกว่า

และอาจได้ประโยชน์จากอัตราภาษีท้องถิ่นที่ต่ำกว่า แต่มีค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งและบริหารมากกว่า

กรมสรรพากรไทยจัดการ PE อย่างไร ถ้าบริษัทต่างประเทศมี PE ในไทย

บริษัทต่างชาติที่มี PE ในไทยต้องจดทะเบียนภาษีกับกรมสรรพากร ยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) สำหรับกำไรที่เกิดจาก PE ในไทย

ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรและอนุสัญญาภาษีซ้อนที่เกี่ยวข้อง

กรณีที่ต้องจัดการเรื่องใบอนุญาตหรือประกันสังคมควบคู่ไปด้วย อาจพิจารณาขอบเขตงานบริการเสริมที่เกี่ยวข้องของ A Plus Me เพื่อให้จัดลำดับงานได้ง่ายขึ้น