ผู้ประกอบการขนส่งทางเรือ (Freight Forwarder) มักสงสัยว่าทำไมค่าระวางเรือบางรายการเสีย VAT 0% แต่บางรายการต้องเสีย VAT 7% เต็มอัตรา คำตอบสั้นๆ คือ ต้องแยกพิจารณาว่าเป็น "ค่าขนส่งระหว่างประเทศ" หรือ "ค่าบริการที่เกิดขึ้นในประเทศ" เพราะสองอย่างนี้กฎหมาย VAT ปฏิบัติต่างกันโดยสิ้นเชิง

ทำไมค่าระวางเรือระหว่างประเทศจึงเสีย VAT 0%

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 80/1 กำหนดให้การให้บริการขนส่งระหว่างประเทศโดยเรือเดินทะเล อากาศยาน หรือพาหนะอื่นตามที่กฎหมายกำหนด ได้รับสิทธิเสีย VAT ในอัตราร้อยละ 0 หลักการเบื้องหลังคือ ต้องการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศ ไม่ให้ต้นทุนภาษีไปเพิ่มภาระแก่สินค้าที่นำเข้า-ส่งออก และเพื่อให้ผู้ประกอบการขนส่งไทยแข่งขันกับผู้ให้บริการต่างชาติได้ ทั้งนี้ผู้ประกอบการที่ให้บริการ VAT 0% ยังคงมีสิทธินำภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องมาขอคืนได้ตามปกติ ต่างจากกิจการที่ได้รับยกเว้น VAT ซึ่งขอคืนภาษีซื้อไม่ได้เลย

สำหรับธุรกิจฟอร์เวิร์ดเดอร์ (Freight Forwarder) หรือชิปปิ้งที่รับจัดการขนส่งสินค้าทางเรือให้ลูกค้า รายได้หลักที่เข้าข่าย VAT 0% คือ "ค่าระวางเรือ" (Ocean Freight) ที่เรียกเก็บจากลูกค้าเพื่อขนส่งสินค้าจากท่าเรือต้นทางไปยังท่าเรือปลายทางในต่างประเทศ หรือในทางกลับกัน

รายการที่เข้าข่าย VAT 0% และรายการที่ไม่เข้าข่าย

จุดที่ผู้ประกอบการชิปปิ้งสับสนบ่อยที่สุดคือ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งทางเรือมีหลายรายการ แต่ไม่ใช่ทุกรายการจะได้ VAT 0% เหมือนกัน ต้องแยกพิจารณาเป็นรายการดังนี้

รายการVAT ที่เกี่ยวข้องเหตุผล
ค่าระวางเรือระหว่างประเทศ (Ocean Freight)0%เป็นค่าขนส่งระหว่างประเทศโดยตรง
ค่า Bunker/Surcharge ที่ผูกกับค่าระวาง0%ถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าขนส่งระหว่างประเทศ
ค่าคอมมิชชั่นตัวแทนเรือ (Agency Commission)7%เป็นค่าบริการที่เกิดขึ้นในประเทศ ไม่ใช่ค่าขนส่งเอง
ค่าเอกสาร ค่าออกใบตราส่งสินค้า (B/L Fee)7%เป็นบริการเอกสารในประเทศ
ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร (Customs Clearance Fee)7%บริการที่เกิดขึ้นและใช้ประโยชน์ในประเทศ
ค่า Terminal Handling Charge (THC) ในไทย7%เป็นบริการที่ท่าเรือในประเทศ

จะเห็นว่าเฉพาะ "ค่าระวางเรือ" ที่เป็นค่าขนส่งจริงระหว่างประเทศเท่านั้นที่ได้ VAT 0% ส่วนค่าคอมมิชชั่น ค่าบริการเอกสาร และค่าบริการอื่นๆ ที่ฟอร์เวิร์ดเดอร์เรียกเก็บเพิ่มเติมนั้น ถือเป็นบริการที่ใช้ประโยชน์ในประเทศไทย จึงต้องเสีย VAT ในอัตราปกติ (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันจาก rd.go.th)

ตัวอย่างการออกใบกำกับภาษี

สมมติบริษัท ABC ชิปปิ้ง จำกัด รับจัดการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากท่าเรือแหลมฉบังไปยังท่าเรือสิงคโปร์ให้ลูกค้า โดยมีรายการเรียกเก็บดังนี้

  • ค่าระวางเรือ (Ocean Freight): 45,000 บาท — VAT 0%
  • ค่าคอมมิชชั่นบริการจัดการ (Handling Fee): 5,000 บาท — VAT 7% = 350 บาท
  • ค่าออกเอกสาร B/L: 1,500 บาท — VAT 7% = 105 บาท
  • รวมยอดเรียกเก็บลูกค้า: 45,000 + 5,000 + 350 + 1,500 + 105 = 51,955 บาท

ในใบกำกับภาษี ผู้ประกอบการต้องแยกแสดงรายการค่าระวางเรือ (VAT 0%) ออกจากค่าบริการอื่น (VAT 7%) อย่างชัดเจน หากรวมยอดโดยไม่แยก อาจถูกกรมสรรพากรตั้งประเด็นว่าคำนวณ VAT ไม่ถูกต้องเมื่อมีการตรวจสอบ

เอกสารหลักฐานที่ต้องเก็บไว้เพื่อรองรับ VAT 0%

เนื่องจากสิทธิ VAT 0% เป็นสิทธิพิเศษ กรมสรรพากรจึงกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องมีหลักฐานยืนยันว่าเป็นการขนส่งระหว่างประเทศจริง โดยควรเก็บเอกสารดังนี้

  • ใบตราส่งสินค้าทางเรือ (Bill of Lading) ที่ระบุต้นทาง-ปลายทางชัดเจน
  • ใบขนสินค้าขาออก/ขาเข้า (Export/Import Declaration)
  • สัญญาหรือใบเสนอราคาที่ระบุเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ
  • หลักฐานการชำระค่าระวางเรือให้แก่สายการเดินเรือ (Shipping Line)

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของธุรกิจฟอร์เวิร์ดเดอร์

  • รวมค่าระวางกับค่าบริการอื่นเป็นก้อนเดียว — ทำให้แยกไม่ได้ว่าส่วนไหน VAT 0% ส่วนไหน VAT 7% เสี่ยงถูกประเมินย้อนหลัง
  • เข้าใจผิดว่าค่าคอมมิชชั่นตัวแทนเรือได้ VAT 0% ด้วย — ความจริงค่าคอมมิชชั่นถือเป็นค่าบริการในประเทศ ต้องเสีย VAT ปกติ
  • ไม่เก็บ Bill of Lading หรือเอกสารขนส่งไว้เป็นหลักฐาน — เมื่อถูกตรวจสอบจะไม่มีหลักฐานพิสูจน์ว่าเป็นการขนส่งระหว่างประเทศจริง
  • ใช้ VAT 0% กับค่าขนส่งภายในประเทศ เช่น ค่าขนตู้จากท่าเรือไปโกดังลูกค้าในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นขนส่งในประเทศ ต้องเสีย VAT ปกติ ไม่ใช่ 0%
  • ไม่แยกภาษีซื้อตามประเภทรายได้ เมื่อมีทั้งรายได้ VAT 0% และรายได้ VAT ปกติ ควรจัดทำรายงานภาษีซื้อ-ขายแยกให้ชัดเจนเพื่อความสะดวกในการยื่นแบบ

คำแนะนำเชิงปฏิบัติสำหรับธุรกิจชิปปิ้งและฟอร์เวิร์ดเดอร์

เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภาษีย้อนหลัง ผู้ประกอบการควรวางระบบดังนี้

  • ตั้งรหัสบัญชีแยกรายได้ "ค่าระวางเรือ VAT 0%" ออกจาก "ค่าบริการในประเทศ VAT 7%" ตั้งแต่ต้น
  • ออกใบกำกับภาษีแบบแยกรายการให้ชัดเจน ระบุอัตรา VAT ของแต่ละรายการ
  • เก็บเอกสารสนับสนุนการขนส่งระหว่างประเทศ (B/L, ใบขน) ให้ครบทุกรายการที่ใช้สิทธิ 0%
  • ทบทวนสัญญาบริการกับลูกค้าให้ระบุแยกรายการค่าระวางกับค่าบริการอื่นอย่างชัดเจน
  • หากไม่แน่ใจว่ารายการใดเข้าข่าย VAT 0% ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือสอบถามกรมสรรพากรโดยตรงก่อนออกใบกำกับภาษี

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ค่าระวางเรือและค่าคอมมิชชั่นขนส่งทางเรือ เสีย VAT 0% ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าระวางเรือระหว่างประเทศเสีย VAT เท่าไหร่?

ค่าระวางเรือ (Ocean Freight) สำหรับการขนส่งระหว่างประเทศได้รับสิทธิเสีย VAT ในอัตราร้อยละ 0 ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 80/1 โดยผู้ประกอบการยังมีสิทธินำภาษีซื้อที่เกี่ยวข้องมาขอคืนได้ตามปกติ

ค่าคอมมิชชั่นตัวแทนเรือได้ VAT 0% ด้วยหรือไม่?

ไม่ได้ ค่าคอมมิชชั่นหรือค่าบริการจัดการที่ฟอร์เวิร์ดเดอร์เรียกเก็บเพิ่มเติมถือเป็นบริการที่เกิดขึ้นและใช้ประโยชน์ในประเทศไทย จึงต้องเสีย VAT ในอัตราปกติ ไม่ใช่ VAT 0% เหมือนค่าระวางเรือ

ต้องเก็บเอกสารอะไรบ้างเพื่อรองรับสิทธิ VAT 0%?

ควรเก็บใบตราส่งสินค้าทางเรือ (Bill of Lading) ใบขนสินค้าขาออก-ขาเข้า สัญญาหรือใบเสนอราคาที่ระบุเส้นทางระหว่างประเทศ และหลักฐานการชำระค่าระวางให้สายการเดินเรือ เพื่อพิสูจน์ว่าเป็นการขนส่งระหว่างประเทศจริง

ขนส่งตู้คอนเทนเนอร์จากท่าเรือไปโกดังในประเทศได้ VAT 0% หรือไม่?

ไม่ได้ ค่าขนส่งภายในประเทศ เช่น จากท่าเรือแหลมฉบังไปโกดังลูกค้าในกรุงเทพฯ ถือเป็นการขนส่งในประเทศ ต้องเสีย VAT ในอัตราปกติ สิทธิ VAT 0% ใช้ได้เฉพาะการขนส่งระหว่างประเทศเท่านั้น

ใบกำกับภาษีของฟอร์เวิร์ดเดอร์ต้องแยกรายการอย่างไร?

ควรแยกแสดงรายการค่าระวางเรือที่ใช้สิทธิ VAT 0% ออกจากค่าบริการอื่นที่เสีย VAT ปกติอย่างชัดเจนในใบกำกับภาษีฉบับเดียวกัน เพื่อให้ตรวจสอบได้ง่ายและลดความเสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

ค่า Terminal Handling Charge (THC) เสีย VAT เท่าไหร่?

ค่า THC ที่เก็บค่าบริการยกขนตู้สินค้าที่ท่าเรือในประเทศไทย ถือเป็นบริการที่เกิดขึ้นในประเทศ จึงต้องเสีย VAT ในอัตราปกติ ไม่ได้รับสิทธิ VAT 0% แม้จะเกี่ยวข้องกับการขนส่งระหว่างประเทศก็ตาม

หากแยกรายการ VAT ผิดจะมีผลอย่างไร?

หากใช้สิทธิ VAT 0% ผิดประเภทหรือรวมรายการโดยไม่แยกให้ชัดเจน กรมสรรพากรอาจประเมินภาษีเพิ่มเติมพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มเมื่อมีการตรวจสอบย้อนหลัง จึงควรวางระบบบัญชีแยกประเภทรายได้ตั้งแต่ต้น