เจ้าของ SME ที่ต้องซ่อมแซมอาคารโรงงาน เครื่องจักร หรือรถยนต์ของกิจการ มักสับสนว่ารายจ่ายที่จ่ายไปควรลงเป็นค่าใช้จ่ายหักภาษีได้ทันที

หรือต้องตั้งเป็นทรัพย์สินแล้วทยอยหักผ่านค่าเสื่อมราคา บทความนี้อธิบายหลักเกณฑ์ตามมาตรา 65 ตรี (5)

แห่งประมวลรัษฎากร วิธีแยกแยะค่าซ่อมแซมทั่วไปออกจากรายจ่ายฝ่ายทุน พร้อมตัวอย่างเปรียบเทียบกรณีเปลี่ยนหลังคาโรงงานทั้งหลังกับซ่อมรอยรั่วเล็กน้อย

รวมถึงข้อควรระวังเรื่องภาษีซื้อจากค่าซ่อมรถยนต์

เพื่อให้บันทึกบัญชีและวางแผนภาษีได้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

สารบัญบทความ
  1. หลักกฎหมาย: มาตรา 65 ตรี (5) แยกซ่อมแซมออกจากรายจ่ายฝ่ายทุน
  2. เกณฑ์แยกแยะที่ใช้พิจารณาจริง
  3. ตัวอย่างที่ SME เจอบ่อย: เปลี่ยนหลังคาทั้งหลัง VS ซ่อมรอยรั่ว
  4. ถ้าต้องตั้งเป็นทุน บันทึกบัญชีและหักค่าเสื่อมอย่างไร
  5. เอกสารที่ควรเก็บไว้ป้องกันความเสี่ยงเมื่อถูกตรวจสอบ
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

หลักกฎหมาย: มาตรา 65 ตรี (5) แยกซ่อมแซมออกจากรายจ่ายฝ่ายทุน

เมื่อจ่ายเงินซ่อมทรัพย์สินของกิจการ เช่น อาคารโรงงาน เครื่องจักร หรือรถยนต์ คำถามที่ตามมาเสมอคือจะลงเป็น "ค่าใช้จ่าย" หักออกจากกำไรได้ทันที หรือต้องลงเป็น "สินทรัพย์"

แล้วทยอยหักผ่านค่าเสื่อมราคา คำตอบอยู่ในมาตรา 65 ตรี (5)

แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้รายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี ได้แก่ "รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก

หรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม"

  • ซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม (Repair) — ทำให้ทรัพย์สินกลับมาใช้งานได้ตามปกติเหมือนก่อนชำรุด ไม่ทำให้ทรัพย์สินมีสภาพดีกว่าเดิม ณ วันที่ได้ทรัพย์สินนั้นมา ไม่เพิ่มอายุการใช้งาน ไม่เพิ่มมูลค่า ไม่เพิ่มกำลังการผลิตหรือประสิทธิภาพ หักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ทันทีในรอบบัญชีที่จ่าย
  • รายจ่ายฝ่ายทุน (Capital Expenditure) — เป็นการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก หรือทำให้ทรัพย์สินดีขึ้นกว่าสภาพเดิม ต้องตั้งเป็นราคาทุนของทรัพย์สินแล้วหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาตามมาตรา 65 ทวิ (2) ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาของทรัพย์สิน (ฉบับที่ 145) พ.ศ. 2527 จะนำมาหักเป็นรายจ่ายเต็มจำนวนในปีเดียวไม่ได้

ข้อสำคัญคือกฎหมายไม่ได้กำหนดเพดานจำนวนเงินตายตัวเพื่อแยกซ่อมแซมออกจากรายจ่ายฝ่ายทุน แต่พิจารณาจากลักษณะและผลของงานเป็นหลัก แม้ค่าซ่อมสูงหลักแสนบาท

หากผลลัพธ์เป็นเพียงการทำให้ทรัพย์สินกลับมาใช้งานได้ปกติเหมือนเดิม

ไม่ได้ทำให้ทรัพย์สินมีสภาพดีกว่าเดิม ก็ยังถือเป็นรายจ่ายซ่อมแซมที่หักได้ทันที (เช่น กรมสรรพากรเคยยกตัวอย่างการเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่แทนของเก่าที่ใช้งานมานาน

ว่ายังถือเป็นค่าซ่อมแซมทั่วไป ไม่ใช่รายจ่ายฝ่ายทุน)

เกณฑ์แยกแยะที่ใช้พิจารณาจริง

เมื่อไม่มีตัวเลขตายตัว นักบัญชีและผู้สอบบัญชีมักตั้งคำถามต่อไปนี้กับทุกงานซ่อมแซมหรือปรับปรุงทรัพย์สิน เพื่อประเมินว่าน้ำหนักเอนไปทางใด (เป็นแนวปฏิบัติที่ใช้ประกอบดุลยพินิจ

ไม่ใช่ตัวบทกฎหมายที่กำหนดตายตัว)

คำถามที่ต้องตอบ ถ้า "ใช่" มักเป็นซ่อมแซม (หักทันที) ถ้า "ใช่" มักเป็นทุน (ตั้งหักค่าเสื่อม)
อายุการใช้งานยาวขึ้นกว่าประมาณการเดิมหรือไม่ ไม่ยาวขึ้น ยาวขึ้นชัดเจน
มูลค่า/สภาพทรัพย์สินดีขึ้นกว่าก่อนชำรุดหรือไม่ กลับมาเท่าเดิม ดีขึ้นกว่าเดิม
กำลังการผลิตหรือประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นหรือไม่ เท่าเดิม เพิ่มขึ้น
เปลี่ยนวัสดุ/โครงสร้างส่วนใหญ่หรือทั้งหมดหรือไม่ เฉพาะจุดที่ชำรุด เปลี่ยนใหม่เกือบทั้งระบบ

หากตอบ "ใช่" ในช่องขวาแม้ข้อเดียวชัดเจน ควรเอนไปทางตั้งเป็นรายจ่ายฝ่ายทุน เพราะความเสี่ยงถูกสรรพากรปรับปรุงย้อนหลังสูงกว่าการตั้งเป็นทุนแล้วหักค่าเสื่อมตามรอบ อย่างไรก็ตาม

แต่ละกรณีมีข้อเท็จจริงต่างกัน

ควรให้นักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีประเมินร่วมกับเอกสารประกอบก่อนตัดสินใจ

ตัวอย่างที่ SME เจอบ่อย: เปลี่ยนหลังคาทั้งหลัง VS ซ่อมรอยรั่ว

กรณีที่ 1 — ซ่อมรอยรั่วเล็กน้อย โรงงานมีจุดรั่วซึม 2-3 จุดจากฝนตกหนัก ช่างเปลี่ยนแผ่นเมทัลชีทที่แตกร้าวเฉพาะจุด อุดรอยต่อด้วยซิลิโคน และทาสารกันซึม

แม้ค่าใช้จ่ายรวมจะหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

แต่งานนี้เพียงทำให้หลังคากลับมาใช้งานได้ปกติเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนโครงสร้างหรือเพิ่มอายุใช้งานของอาคาร โดยหลักการทั่วไปถือเป็นค่าซ่อมแซมทั่วไป หักเป็นรายจ่ายได้ทันที

กรณีที่ 2 — รื้อและเปลี่ยนหลังคาโรงงานทั้งหลัง หลังคาเดิมเสื่อมสภาพจนรั่วทั่วผืน กิจการรื้อโครงหลังคาและแผ่นหลังคาเดิมทั้งหมด เปลี่ยนวัสดุใหม่ทั้งระบบ (โครงเหล็ก แผ่นหลังคา

ฉนวนกันความร้อน)

ทำให้อาคารใช้งานต่อได้อีกหลายสิบปีและมูลค่าทรัพย์สินเพิ่มขึ้นชัดเจน เข้าเกณฑ์ "ทำให้ทรัพย์สินดีขึ้นกว่าสภาพเดิม" และ "เพิ่มอายุการใช้งาน" ตามมาตรา 65 ตรี (5)

โดยหลักการทั่วไปจึงต้องตั้งเป็นรายจ่ายฝ่ายทุน รวมเข้าราคาทุนอาคาร

แล้วหักค่าเสื่อมราคาตามอัตราที่กฎหมายกำหนด จะหักเป็นรายจ่ายเต็มจำนวนในปีที่จ่ายเงินไม่ได้ ทั้งนี้ ลักษณะขอบเขตงานจริงในแต่ละกรณีอาจมีรายละเอียดต่างกัน

ควรให้นักบัญชีประเมินเป็นกรณีไป

หากทราบมูลค่าตามบัญชีคงเหลือของหลังคาเดิมที่ถูกรื้อทิ้ง ควรตัดจำหน่ายออกจากทะเบียนทรัพย์สินและรับรู้เป็นผลขาดทุนจากการจำหน่ายทรัพย์สิน แยกต่างหากจากต้นทุนหลังคาใหม่

ไม่ควรนำมูลค่าหลังคาเก่าที่ยังตัดค่าเสื่อมไม่หมดไปรวมเป็นต้นทุนหลังคาใหม่

และควรมีหลักฐานการรื้อถอนจริง (เช่น ภาพถ่าย บันทึกการรื้อถอน) เก็บไว้ประกอบการบันทึกบัญชี

ถ้าต้องตั้งเป็นทุน บันทึกบัญชีและหักค่าเสื่อมอย่างไร

  • รวมต้นทุนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าขนย้าย ค่าติดตั้ง และค่ารื้อถอนของเดิม (ถ้ามี) เข้าเป็นราคาทุนของสินทรัพย์รายการใหม่
  • เลือกอัตราค่าเสื่อมให้ถูกประเภท หากเป็นอาคารที่กิจการเป็นเจ้าของเอง ให้รวมเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนอาคารและหักค่าเสื่อมในอัตราเดียวกับอาคารถาวรตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) ซึ่งกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 5% ต่อปี แต่หากเป็นการปรับปรุงอาคารที่เช่ามาใช้งาน หลักปฏิบัติทั่วไปให้พิจารณาหักค่าเสื่อมตามอายุสัญญาเช่าที่เหลือ (รวมระยะเวลาต่ออายุ หากมี) หรือในอัตราไม่เกิน 5% ต่อปีเช่นกัน แล้วแต่ข้อเท็จจริงและความเห็นของผู้ทำบัญชี ควรให้นักบัญชียืนยันอัตราที่เหมาะสมกับสัญญาเช่าจริงของกิจการ
  • บันทึกในทะเบียนทรัพย์สิน ระบุวันที่เริ่มใช้งาน ราคาทุน อัตราค่าเสื่อม และอายุใช้งานประมาณการใหม่ให้ชัดเจน เพื่อเป็นหลักฐานหากถูกตรวจสอบ
  • ปรับปรุงกำไรทางภาษีในแบบ ภ.ง.ด.50 หากเคยบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายไปก่อนโดยผิดพลาด ต้องบวกกลับรายการนั้นและตั้งเป็นทรัพย์สินแทน หากยื่นแบบไปแล้วอาจต้องพิจารณายื่นแบบเพิ่มเติมด้วย

ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มของค่าซ่อมหรือค่าปรับปรุง โดยหลักการทั่วไปไม่ว่าจะจัดเป็นรายจ่ายซ่อมแซมหรือรายจ่ายฝ่ายทุน การจัดประเภทดังกล่าวไม่กระทบสิทธิเครดิตภาษีซื้อ

หากได้รับใบกำกับภาษีเต็มรูปถูกต้องและไม่เข้าข่ายภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5

กิจการยังนำภาษีซื้อไปหักออกจากภาษีขายในแบบ ภ.พ.30 ได้ตามปกติ แต่มีข้อยกเว้นสำคัญที่ SME พลาดบ่อยกรณีซ่อมรถยนต์ คือภาษีซื้อที่เกิดจากค่าอะไหล่ ค่าบริการซ่อม

หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับ "รถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน

10 คน" ตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5 ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

ไม่ว่าจะมีใบกำกับภาษีถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ก็ตาม กิจการนำภาษีซื้อส่วนนี้ไปเครดิตในแบบ

ภ.พ.30 ไม่ได้ แต่โดยทั่วไปยังนำมูลค่าภาษีซื้อที่ขอคืนไม่ได้นั้นไปรวมเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นรถที่ใช้เพื่อกิจการจริง

รถกระบะและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์บางประเภทอาจไม่เข้าข่าย "รถยนต์นั่ง"

ตามกฎหมายสรรพสามิต จึงควรตรวจสอบประเภทรถให้ชัดเจนเป็นกรณีไปกับนักบัญชีก่อนขอเครดิตภาษีซื้อ

เอกสารที่ควรเก็บไว้ป้องกันความเสี่ยงเมื่อถูกตรวจสอบ

เพราะการแยกซ่อมแซมกับรายจ่ายฝ่ายทุนอาศัยดุลยพินิจตามข้อเท็จจริง เอกสารประกอบจึงสำคัญมากหากถูกสรรพากรตรวจสอบย้อนหลัง กิจการควรเก็บ

  • ใบเสนอราคาและใบสั่งงาน (Scope of Work) ระบุรายละเอียดว่าเป็นการซ่อมจุดใด หรือเปลี่ยนใหม่ทั้งระบบ
  • ภาพถ่ายสภาพทรัพย์สินก่อนซ่อมและหลังซ่อมเสร็จ เพื่อเปรียบเทียบขอบเขตงานจริง
  • สัญญาว่าจ้างและใบกำกับภาษีที่แยกรายการวัสดุ-ค่าแรงชัดเจน ไม่รวมเหมาเป็นก้อนเดียวจนตรวจสอบไม่ได้
  • บันทึกอนุมัติภายในจากผู้บริหาร โดยเฉพาะงานมูลค่าสูง ควรมีเหตุผลประกอบว่าเป็นการซ่อมฉุกเฉินหรือแผนปรับปรุงระยะยาว

เมื่อไม่แน่ใจว่างานที่กำลังจะจ้างเข้าข่ายซ่อมแซมหรือรายจ่ายฝ่ายทุน ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนเริ่มงานหรือก่อนปิดงบการเงินประจำปี เพื่อบันทึกบัญชีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

ลดความเสี่ยงถูกประเมินภาษีเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่มในภายหลัง บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะเจาะจงสำหรับกรณีของกิจการใดกิจการหนึ่ง

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ซ่อมแซมทรัพย์สิน รายจ่ายฝ่ายทุน แยกอย่างไรตาม ม.65 ตรี (5) ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ซ่อมแซมทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงหลายแสนบาท ยังถือเป็นค่าใช้จ่ายที่หักได้ทันทีไหม

โดยหลักการได้ ถ้าเนื้องานยังเป็นการซ่อมแซมให้ทรัพย์สินกลับมาใช้งานได้ตามสภาพเดิม ไม่เพิ่มอายุการใช้งาน มูลค่า หรือกำลังการผลิตของทรัพย์สิน กฎหมาย (มาตรา 65 ตรี (5) ประมวลรัษฎากร)

ไม่ได้กำหนดเพดานจำนวนเงินตายตัวสำหรับแยกซ่อมแซมออกจากรายจ่ายฝ่ายทุน แต่พิจารณาจากลักษณะและผลของงานเป็นหลัก

ควรมีเอกสารสนับสนุนขอบเขตงานให้ชัดเจนและปรึกษานักบัญชีในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อป้องกันข้อโต้แย้งจากสรรพากร

ถ้าเคยลงรายจ่ายฝ่ายทุนเป็นค่าใช้จ่ายไปแล้วโดยผิดพลาด ต้องแก้ไขอย่างไร

ต้องปรับปรุงบวกกลับรายการนั้นในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีตามแบบ ภ.ง.ด.50 และตั้งเป็นทรัพย์สินหักค่าเสื่อมราคาให้ถูกต้อง

หากยื่นแบบภาษีไปแล้วอาจต้องพิจารณายื่นแบบเพิ่มเติมพร้อมชำระภาษีและเบี้ยปรับเงินเพิ่มตามที่ประมวลรัษฎากรกำหนด

ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีเพื่อประเมินผลกระทบให้ครบถ้วนก่อนดำเนินการ

เปลี่ยนหลังคาโรงงานทั้งหลังที่กิจการเป็นเจ้าของเอง ต้องหักค่าเสื่อมราคาอัตราเท่าไหร่

โดยทั่วไปให้รวมต้นทุนหลังคาใหม่เข้าเป็นส่วนหนึ่งของราคาทุนอาคาร แล้วหักค่าเสื่อมราคาในอัตราเดียวกับอาคารถาวรตามพระราชกฤษฎีกา (ฉบับที่ 145) ซึ่งกำหนดเพดานไว้ไม่เกิน 5% ต่อปี

แต่หากเป็นอาคารที่กิจการเช่ามาใช้งาน

หลักปฏิบัติทั่วไปมักพิจารณาหักค่าเสื่อมตามระยะเวลาสัญญาเช่าที่เหลือแทน ซึ่งอาจต่างจากอัตราอาคารทั่วไป ควรให้นักบัญชียืนยันอัตราที่เหมาะสมกับลักษณะทรัพย์สินและสัญญาจริงของกิจการ

ค่าซ่อมรถยนต์ของกิจการ ขอเครดิตภาษีซื้อได้เสมอไปหรือไม่

ไม่เสมอไป ภาษีซื้อจากค่าอะไหล่ ค่าบริการซ่อม หรือค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์นั่งและรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5

ประกอบประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 42)

ไม่ว่าจะมีใบกำกับภาษีถูกต้องหรือไม่ก็ตาม จึงนำมาเครดิตในแบบ ภ.พ.30 ไม่ได้

แต่โดยทั่วไปยังนำมูลค่ารวมภาษีที่ขอคืนไม่ได้ไปเป็นรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคลได้หากพิสูจน์ว่าใช้เพื่อกิจการจริง

รถกระบะหรือรถเพื่อการพาณิชย์บางประเภทอาจไม่เข้าข่ายข้อจำกัดนี้ ควรตรวจสอบประเภทรถกับนักบัญชีเป็นรายกรณี

เจ้าของธุรกิจที่ต้องการมีที่ปรึกษาช่วยดูภาพรวมภาษีทั้งปีแทนการแก้ปัญหาเป็นครั้งคราว สามารถให้ทีมที่ปรึกษาภาษี A Plus Me ช่วยวางแผนให้เป็นระบบและตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน