บทความนี้เหมาะสำหรับเจ้าของ SME ที่มีบริษัทมากกว่าหนึ่งแห่งในเครือ และกำลังวางแผนปรับโครงสร้างกลุ่มด้วยการโอนที่ดิน เครื่องจักร แบรนด์ หรือทรัพย์สินอื่นระหว่างบริษัทในเครือ

คุณจะได้รู้ว่าการโอนทรัพย์สินลักษณะนี้ถือเป็นธุรกรรมที่ต้องรายงานตามกฎหมาย Transfer Pricing หรือไม่ เกณฑ์รายได้และความสัมพันธ์ที่ทำให้ต้องยื่นแบบรายงานข้อมูลบริษัทในเครือ

(Disclosure Form) พร้อม ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันตามมาตรา 71 ทวิ-ตรี

วิธีกำหนดมูลค่าทรัพย์สินที่โอนให้ถูกต้องตามหลักราคาตลาด และเช็กลิสต์เตรียมเอกสารก่อนดำเนินการจริง

สารบัญบทความ
  1. โอนทรัพย์สินให้บริษัทในเครือ ถือเป็น "ธุรกรรมระหว่างกัน" ที่ต้องรายงานหรือไม่
  2. เงื่อนไข 2 ข้อที่ทำให้บริษัทต้องยื่น Disclosure Form
  3. มูลค่าที่ต้องรายงานในแบบฟอร์ม ใช้ราคาตลาด ไม่ใช่ราคาตามบัญชี
  4. กำหนดเวลายื่นและความเสี่ยงหากไม่ยื่นหรือยื่นข้อมูลผิด
  5. เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนโอนทรัพย์สินระหว่างบริษัทในเครือ
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  8. ตารางนำบทความไปใช้

โอนทรัพย์สินให้บริษัทในเครือ ถือเป็น "ธุรกรรมระหว่างกัน" ที่ต้องรายงานหรือไม่

เจ้าของ SME ที่กำลังปรับโครงสร้างกลุ่มบริษัท เช่น ย้ายที่ดินและเครื่องจักรไปเข้าบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่

โอนแบรนด์หรือเครื่องหมายการค้าไปให้บริษัทในเครือที่ดูแลทรัพย์สินทางปัญญาโดยเฉพาะ หรือโอนทรัพย์สินเพื่อแลกกับหุ้นเพิ่มทุน (Capital in

Kind) มักเข้าใจผิดว่า Disclosure Form ใช้กับธุรกรรมซื้อขายสินค้าหรือค่าบริการที่เกิดขึ้นประจำเท่านั้น ในความเป็นจริง ตามมาตรา 71 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร คำว่า "ธุรกรรมระหว่างกัน"

ครอบคลุมธุรกรรมทุกประเภทที่มีผลต่อรายได้หรือรายจ่ายของบริษัท

ไม่ว่าจะเกิดขึ้นประจำหรือเพียงครั้งเดียวในรอบบัญชี

ดังนั้นการโอนที่ดิน อาคาร เครื่องจักร สิทธิบัตร เครื่องหมายการค้า หรือลูกหนี้การค้า ระหว่างการปรับโครงสร้างกลุ่ม จึงต้องนำมาพิจารณาว่าเข้าเกณฑ์ต้องยื่น Disclosure Form หรือไม่

เช่นเดียวกับธุรกรรมซื้อขายปกติ แม้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวก็ตาม

เงื่อนไข 2 ข้อที่ทำให้บริษัทต้องยื่น Disclosure Form

บริษัทที่โอนหรือรับโอนทรัพย์สินจะมีหน้าที่ต้องยื่นแบบรายงานข้อมูลบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน (Disclosure Form) ก็ต่อเมื่อเข้าเงื่อนไขทั้ง 2

ข้อพร้อมกันในรอบระยะเวลาบัญชีนั้น

  • เกณฑ์รายได้: บริษัทนั้นมีรายได้ตามงบการเงินเกิน 200 ล้านบาทในรอบบัญชี ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวงซึ่งออกตามมาตรา 71 ตรี โดยพิจารณาจากรายได้ของ "นิติบุคคลนั้นเอง" ไม่ใช่รายได้รวมของทั้งกลุ่ม จุดนี้สำคัญสำหรับการปรับโครงสร้าง เพราะบริษัทตั้งใหม่ที่เพิ่งรับโอนทรัพย์สินมาอาจยังมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ในปีแรก ขณะที่บริษัทผู้โอนซึ่งมีรายได้สูงอยู่แล้วอาจเข้าเกณฑ์ทันที
  • เกณฑ์ความสัมพันธ์: บริษัทที่โอนและรับโอนมีความสัมพันธ์กันตามมาตรา 71 ทวิ เช่น ถือหุ้นกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมด ทั้งทางตรงและทางอ้อม มีผู้ถือหุ้นรายเดียวกันถือหุ้นในทั้งสองบริษัทไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 หรือมีความสัมพันธ์กันด้านทุน การจัดการ หรือการควบคุม จนไม่อาจดำเนินการโดยอิสระจากกันได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎกระทรวงกำหนด กรณีตั้งบริษัทลูกใหม่เพื่อรับโอนทรัพย์สินมักเข้าเกณฑ์นี้โดยอัตโนมัติเพราะถือหุ้น 100%

เมื่อบริษัทผู้โอนเข้าเกณฑ์ทั้งสองข้อ ก็มีหน้าที่ต้องยื่น Disclosure Form แม้บริษัทผู้รับโอนซึ่งเป็นบริษัทตั้งใหม่จะยังมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ก็ตาม เพราะพิจารณาแยกเป็นรายนิติบุคคล

มูลค่าที่ต้องรายงานในแบบฟอร์ม ใช้ราคาตลาด ไม่ใช่ราคาตามบัญชี

ประเด็นที่ผู้ประกอบการพลาดบ่อยคือ นำมูลค่าทรัพย์สินตามบัญชี (ราคาทุนหักค่าเสื่อมสะสม) มาระบุในรายงานมูลค่าธุรกรรม ทั้งที่หลักการ Transfer Pricing

กำหนดให้ธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือต้องเป็นไปตามหลักราคาตลาด (Arm's Length Principle)

มูลค่าที่ควรใช้จึงเป็นมูลค่ายุติธรรม ณ วันที่โอน โดยควรมีรายงานประเมินราคาจากผู้ประเมินอิสระรองรับ โดยเฉพาะทรัพย์สินมูลค่าสูงอย่างที่ดินหรือเครื่องจักร

ต้องแยกให้ชัดจากกรณีการโอนกิจการทั้งหมด (EBT) หรือการควบบริษัท (Amalgamation) ซึ่งมีพระราชกฤษฎีกาให้สิทธิยกเว้น CIT, VAT, ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์เมื่อเข้าเงื่อนไขครบถ้วน

แต่การโอนทรัพย์สินเพียงบางส่วนโดยบริษัทผู้โอนยังดำเนินกิจการต่อ ไม่เข้าเกณฑ์สิทธิยกเว้นนี้ จึงยังต้องเสีย CIT จากส่วนต่างมูลค่าทรัพย์สิน VAT (กรณีทรัพย์สินเป็นสังหาริมทรัพย์)

หรือภาษีธุรกิจเฉพาะ หรืออากรแสตมป์

(กรณีทรัพย์สินเป็นอสังหาริมทรัพย์ ขึ้นอยู่กับว่าเข้าเกณฑ์ภาษีธุรกิจเฉพาะหรือไม่ เนื่องจากสองภาษีนี้ไม่เก็บซ้ำซ้อนกันในธุรกรรมเดียวกัน) ตามปกติ ควบคู่ไปกับหน้าที่ยื่น Disclosure

Form หากเข้าเกณฑ์

กำหนดเวลายื่นและความเสี่ยงหากไม่ยื่นหรือยื่นข้อมูลผิด

Disclosure Form ต้องยื่นพร้อมกับแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี ตามมาตรา 71 ตรี

โดยระบุมูลค่าการโอนทรัพย์สินเป็นหนึ่งในประเภทธุรกรรมที่ต้องเปิดเผย

แม้จะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีนั้นก็ตาม นอกจากนี้กรมสรรพากรยังมีอำนาจตามมาตรา 71 ตรี เรียกขอเอกสารประกอบการกำหนดราคาโอน (Local File) เพิ่มเติมได้ภายใน 5

ปีนับจากวันที่ยื่นแบบรายงาน โดยบริษัทต้องส่งเอกสารภายใน 60 วันหลังได้รับหนังสือแจ้ง

(กรณีมีเหตุจำเป็นจนไม่สามารถปฏิบัติตามกำหนดเวลาได้ อธิบดีกรมสรรพากรอาจอนุญาตให้ขยายเวลาได้ แต่รวมแล้วไม่เกิน 120 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งความ)

ธุรกรรมโอนทรัพย์สินมูลค่าสูงที่เกิดครั้งเดียวมักถูกจับตาเป็นพิเศษ

เพราะไม่มีธุรกรรมเปรียบเทียบในตลาดชัดเจนเท่าการซื้อขายสินค้าปกติ จึงควรเตรียมรายงานประเมินราคาและเหตุผลทางธุรกิจของการโอนไว้ล่วงหน้า

หากไม่ยื่น Disclosure Form ทั้งที่เข้าเกณฑ์ หรือยื่นข้อมูลไม่ถูกต้องโดยไม่มีเหตุอันสมควร มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ตามมาตรา 35 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร

และหากกรมสรรพากรตรวจพบภายหลังว่ามูลค่าทรัพย์สินที่โอนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจปรับมูลค่าธุรกรรมเป็นราคาตลาดและประเมินภาษีเพิ่ม

พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ชำระขาด และเบี้ยปรับตามกฎหมาย

เช็กลิสต์เตรียมตัวก่อนโอนทรัพย์สินระหว่างบริษัทในเครือ

เพื่อลดความเสี่ยงและทำให้กระบวนการปรับโครงสร้างกลุ่มราบรื่น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบประเด็นต่อไปนี้ก่อนโอนทรัพย์สินจริง

  • ตรวจสอบสัดส่วนการถือหุ้นและอำนาจควบคุมระหว่างบริษัทผู้โอนและผู้รับโอน ว่าเข้าข่าย "นิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน" ตามมาตรา 71 ทวิ หรือไม่
  • ตรวจสอบรายได้ตามงบการเงินของบริษัทผู้โอนในรอบบัญชีที่จะเกิดการโอน ว่าเกินเกณฑ์ 200 ล้านบาทหรือไม่
  • ว่าจ้างผู้ประเมินราคาทรัพย์สินอิสระ เพื่อให้ได้มูลค่ายุติธรรมที่ใช้อ้างอิงทั้งด้านภาษีเงินได้และ Disclosure Form
  • พิจารณารูปแบบการโอนให้เหมาะสม เช่น ขายทรัพย์สิน เพิ่มทุนด้วยทรัพย์สิน หรือโอนกิจการทั้งหมด (EBT) เพราะแต่ละแบบมีภาระ VAT ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ต่างกัน
  • บันทึกธุรกรรมพร้อมเอกสารประกอบไว้ในทะเบียนธุรกรรมระหว่างกันตั้งแต่วันที่เกิดรายการ ไม่ใช่รวบรวมตอนใกล้ปิดงบ
  • จัดเตรียมข้อมูลสำหรับกรอก Disclosure Form และเผื่อเวลาให้ฝ่ายบัญชียื่นพร้อม ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี

กฎหมาย Transfer Pricing มีรายละเอียดทางเทคนิคสูงและเกี่ยวโยงกับหลายมาตราของประมวลรัษฎากรพร้อมกัน (โดยเฉพาะมาตรา 71 ทวิ และ 71 ตรี)

รวมถึงเกณฑ์รายได้และคำนิยามความสัมพันธ์ที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงซึ่งอาจมีการทบทวนแก้ไขได้ในอนาคต

ผู้ประกอบการที่วางแผนโอนทรัพย์สินระหว่างบริษัทในเครือจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีตั้งแต่ขั้นวางแผน

เพื่อตรวจสอบเกณฑ์ล่าสุดและจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนก่อนถึงกำหนดยื่นแบบภาษีประจำปี

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง โอนทรัพย์สินบริษัทในเครือ ต้องยื่น Disclosure Form ไหม ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
โอนทรัพย์สินให้บริษัทในเครือ ถือเป็น "ธุรกรรมระหว่างกัน" ที่ต้องรายงานหรือไม่ตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
เงื่อนไข 2 ข้อที่ทำให้บริษัทต้องยื่น Disclosure Formตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
มูลค่าที่ต้องรายงานในแบบฟอร์ม ใช้ราคาตลาด ไม่ใช่ราคาตามบัญชีตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โอนทรัพย์สินให้บริษัทในเครือโดยไม่มีการรับเงิน ต้องยื่น Disclosure Form ไหม

ต้องพิจารณาเช่นเดียวกับธุรกรรมปกติ หากบริษัทผู้โอนมีรายได้ตามงบการเงินเกิน 200 ล้านบาทในรอบบัญชี และมีความสัมพันธ์กับบริษัทผู้รับโอนตามมาตรา 71 ทวิ (เช่น

ถือหุ้นกันไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50) ต้องรายงานมูลค่าการโอนนั้นใน Disclosure Form

แม้จะไม่มีการรับเงินจริงหรือโอนในราคาต่ำ โดยต้องใช้มูลค่าตามราคาตลาดในการรายงาน ไม่ใช่ราคาตามบัญชี

เกณฑ์รายได้ 200 ล้านบาท คิดจากรายได้ของบริษัทไหนในกลุ่ม

คิดแยกเป็นรายนิติบุคคลตามงบการเงินของบริษัทนั้นเอง ไม่ใช่รายได้รวมทั้งกลุ่ม บริษัทผู้โอนที่มีรายได้เกินเกณฑ์ต้องยื่น Disclosure Form

แม้บริษัทผู้รับโอนซึ่งอาจเพิ่งจดทะเบียนใหม่จะยังมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ในปีนั้นก็ตาม

ถ้าใช้สิทธิยกเว้นภาษีตามโครงการโอนกิจการทั้งหมด (EBT) ยังต้องยื่น Disclosure Form อยู่ไหม

EBT ใช้กับกรณีโอนสินทรัพย์ หนี้สิน และภาระผูกพันทั้งหมด แล้วบริษัทผู้โอนจดทะเบียนเลิกในรอบบัญชีเดียวกัน ซึ่งต่างจากการโอนทรัพย์สินเพียงบางส่วนที่บริษัทผู้โอนยังดำเนินกิจการต่อ

กรณีหลังนี้หากเข้าเกณฑ์รายได้ (ตามมาตรา 71 ตรี)

และความสัมพันธ์ (ตามมาตรา 71 ทวิ) ยังต้องยื่น Disclosure Form ตามปกติ ควรตรวจสอบรูปแบบการโอนที่แท้จริงกับผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ

ไม่ยื่น Disclosure Form ทั้งที่โอนทรัพย์สินให้บริษัทในเครือแล้ว มีความเสี่ยงอย่างไร

มีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท ตามมาตรา 35 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร และหากกรมสรรพากรตรวจพบภายหลังว่ามูลค่าทรัพย์สินที่โอนต่ำกว่าราคาตลาดโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ยังมีอำนาจปรับมูลค่าธุรกรรมเป็นราคาตลาดและประเมินภาษีเพิ่มเติม พร้อมเงินเพิ่ม

1.5% ต่อเดือนและเบี้ยปรับตามกฎหมาย

หากกำลังวางแผนเริ่มต้นธุรกิจในรูปแบบนิติบุคคล ทีมงานมีบริการจดทะเบียนบริษัทและจดบริษัทที่ช่วยดูแลตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมเอกสารไปจนถึงการวางระบบบัญชีและภาษีหลังจดทะเบียน