ระดมทุนอสังหาฯ ผ่าน Crowdfunding เสียภาษีอย่างไร คำตอบสั้นๆ คือขึ้นอยู่กับโครงสร้างการระดมทุนว่าเป็นการกู้ยืม (Debt-based) หรือการร่วมลงทุนถือหุ้น (Equity-based) เพราะแต่ละแบบมีภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายและภาษีเงินได้ที่ต่างกันทั้งฝั่งผู้ระดมทุนและนักลงทุน

Real Estate Crowdfunding คืออะไร มีกี่รูปแบบ

Real Estate Crowdfunding เป็นการระดมทุนสำหรับโครงการอสังหาริมทรัพย์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเปิดให้นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากร่วมลงทุนในโครงการเดียวกัน แทนที่จะต้องพึ่งเงินกู้ธนาคารหรือนักลงทุนรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย รูปแบบหลักที่พบในตลาดไทยมีสองแบบ ได้แก่ แบบเงินกู้ยืม (Debt-based Crowdfunding) ซึ่งนักลงทุนให้เงินกู้แก่ผู้พัฒนาโครงการและรับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย และแบบร่วมลงทุนถือหุ้นหรือหน่วยลงทุน (Equity-based Crowdfunding) ซึ่งนักลงทุนได้รับส่วนแบ่งกำไรในลักษณะเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไรจากการขายโครงการ การแยกให้ชัดว่าธุรกรรมของตนเป็นรูปแบบใดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคำนวณภาษี เพราะกฎหมายภาษีปฏิบัติต่อดอกเบี้ยและเงินปันผลแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ภาษีฝั่งผู้ระดมทุน (เจ้าของโครงการ) แบบเงินกู้ยืม

หากผู้พัฒนาโครงการระดมทุนในรูปแบบเงินกู้ยืมจากนักลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม เงินที่ได้รับถือเป็นเงินกู้ ไม่ใช่รายได้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในขณะที่รับเงิน แต่เมื่อถึงกำหนดจ่ายดอกเบี้ยให้นักลงทุน ผู้พัฒนาโครงการซึ่งเป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยที่จ่ายให้นักลงทุนแต่ละรายตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้ประเภทดอกเบี้ยตามมาตรา 40(4)(ก) และนำส่งด้วยแบบที่เกี่ยวข้องภายในกำหนดเวลา อัตราหัก ณ ที่จ่ายที่แน่นอนสำหรับดอกเบี้ยแต่ละประเภทควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง เนื่องจากอาจแตกต่างกันตามประเภทผู้ลงทุนและลักษณะตราสาร

ภาษีฝั่งผู้ระดมทุนแบบร่วมลงทุนถือหุ้น

ในกรณีระดมทุนแบบร่วมลงทุนถือหุ้นหรือหน่วยลงทุนในนิติบุคคลเฉพาะกิจที่ตั้งขึ้นเพื่อโครงการนั้น เงินที่ได้รับจากนักลงทุนถือเป็นทุนของกิจการ ไม่ใช่หนี้สิน เมื่อโครงการมีกำไรและจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้น กิจการมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากเงินปันผลตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ข) ซึ่งเป็นคนละอัตราและคนละหลักเกณฑ์จากการหักภาษีดอกเบี้ย ผู้ประกอบการที่จัดโครงสร้างระดมทุนแบบนี้จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีตั้งแต่ขั้นตอนออกแบบตราสารการลงทุน เพื่อให้การจ่ายผลตอบแทนแต่ละงวดหักภาษีถูกประเภทและถูกอัตราตั้งแต่ต้น

เอกสารที่ผู้ระดมทุนควรเตรียม

สัญญากู้ยืมหรือหนังสือชี้ชวนการลงทุน ทะเบียนผู้ลงทุนแต่ละราย ตารางจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผล หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายที่ออกให้นักลงทุน และงบการเงินแยกตามโครงการ (กรณีมีหลายโครงการพร้อมกัน)

ภาษีฝั่งนักลงทุนรายย่อย

สำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ร่วมลงทุนผ่านแพลตฟอร์ม Crowdfunding ผลตอบแทนที่ได้รับถือเป็นเงินได้ที่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี โดยดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนแบบเงินกู้ยืมถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ก) ส่วนเงินปันผลจากการลงทุนแบบถือหุ้นถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ข) ซึ่งนักลงทุนมีสิทธิเลือกว่าจะนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีประจำปีพร้อมขอเครดิตภาษีเงินปันผล หรือเลือกให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้าย (Final Tax) โดยไม่ต้องนำไปรวมคำนวณ ขึ้นอยู่กับว่าวิธีใดทำให้นักลงทุนเสียภาษีน้อยกว่า ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับฐานภาษีของแต่ละคน

รูปแบบการลงทุนผลตอบแทนที่ได้รับประเภทเงินได้
Debt-based (ให้กู้ยืม)ดอกเบี้ยมาตรา 40(4)(ก)
Equity-based (ถือหุ้น/หน่วยลงทุน)เงินปันผล/ส่วนแบ่งกำไรมาตรา 40(4)(ข)
ขายหน่วยลงทุนได้กำไรกำไรจากการขาย (Capital Gain)ต้องพิจารณาตามลักษณะตราสารเฉพาะ

ตัวอย่างการคำนวณผลตอบแทนนักลงทุน

สมมตินักลงทุนรายหนึ่งลงทุนในโครงการอสังหาฯ ผ่านแพลตฟอร์ม Crowdfunding แบบเงินกู้ยืมจำนวน 100,000 บาท ได้รับผลตอบแทนดอกเบี้ยปีละ 8% หรือ 8,000 บาทต่อปี เมื่อผู้พัฒนาโครงการจ่ายดอกเบี้ยให้ จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามอัตราที่กฎหมายกำหนดก่อนโอนเงินสุทธิให้นักลงทุน พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย นักลงทุนต้องนำเงินได้ดอกเบี้ย 8,000 บาทไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปีของตนเอง โดยใช้ภาษีที่ถูกหักไว้แล้วเป็นเครดิตภาษี หากอัตราภาษีของนักลงทุนสูงกว่าอัตราหัก ณ ที่จ่าย อาจต้องจ่ายภาษีเพิ่มเติม แต่หากต่ำกว่าก็มีสิทธิขอคืนภาษีส่วนต่าง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ผู้ระดมทุนไม่แยกโครงสร้างเงินกู้ยืมกับเงินร่วมลงทุนถือหุ้นให้ชัดเจนในสัญญา ทำให้ไม่แน่ใจว่าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายประเภทใด
  • ไม่ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายให้นักลงทุนทุกรายครบถ้วน ทำให้นักลงทุนขาดหลักฐานเครดิตภาษีตอนยื่นแบบประจำปี
  • นักลงทุนไม่นำดอกเบี้ยหรือเงินปันผลที่ได้รับไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปีให้ถูกต้อง ทั้งที่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ
  • ผู้ระดมทุนที่มีหลายโครงการพร้อมกันไม่แยกบัญชีและงบการเงินตามโครงการ ทำให้ตรวจสอบกระแสเงินสดของนักลงทุนแต่ละโครงการยาก
  • ไม่ตรวจสอบว่าแพลตฟอร์ม Crowdfunding ที่ใช้ได้รับอนุญาตหรือขึ้นทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ ก่อนเข้าร่วมระดมทุนหรือลงทุน

ประเด็นกฎหมายที่ต้องพิจารณาควบคู่กับภาษี

นอกจากภาระภาษี การระดมทุนผ่าน Crowdfunding อาจเข้าข่ายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหลักทรัพย์หรือการกู้ยืมเงินจากประชาชน ซึ่งมีหน่วยงานกำกับดูแลเฉพาะทางที่แตกต่างจากประเด็นภาษีโดยตรง ผู้ประกอบการที่วางแผนระดมทุนลักษณะนี้ควรปรึกษาที่ปรึกษากฎหมายที่มีความเชี่ยวชาญด้านหลักทรัพย์และการเงินควบคู่ไปกับที่ปรึกษาภาษี เพื่อให้โครงสร้างการระดมทุนถูกต้องตามกฎหมายทั้งสองด้านตั้งแต่เริ่มออกแบบโครงการ

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้พัฒนาโครงการที่วางแผนระดมทุนผ่าน Crowdfunding ควรกำหนดโครงสร้างให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นว่าเป็นเงินกู้ยืมหรือเงินร่วมลงทุนถือหุ้น จัดทำสัญญาและหนังสือชี้ชวนที่ระบุอัตราผลตอบแทนและภาระภาษีให้นักลงทุนเข้าใจ ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายให้ครบถ้วนทุกงวด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีร่วมกับที่ปรึกษากฎหมายก่อนเปิดระดมทุนจริง เพื่อป้องกันความเสี่ยงทั้งด้านภาษีและด้านกฎหมายหลักทรัพย์

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ระดมทุนอสังหาฯ ผ่าน Crowdfunding เสียภาษีอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ระดมทุนอสังหาฯ ผ่าน Crowdfunding มีกี่รูปแบบหลัก

มีสองรูปแบบหลักคือแบบเงินกู้ยืม (Debt-based) ที่นักลงทุนรับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย และแบบร่วมลงทุนถือหุ้น (Equity-based) ที่นักลงทุนรับผลตอบแทนเป็นเงินปันผลหรือส่วนแบ่งกำไร

ผู้ระดมทุนต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยหรือไม่

ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากดอกเบี้ยที่จ่ายให้นักลงทุนตามมาตรา 40(4)(ก) อัตราที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนจ่ายเงินทุกครั้ง

เงินปันผลจากการลงทุนแบบถือหุ้นต้องเสียภาษีอย่างไร

ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ข) ซึ่งนักลงทุนมีสิทธิเลือกนำไปรวมคำนวณภาษีประจำปีพร้อมขอเครดิตภาษี หรือให้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นภาษีสุดท้ายโดยไม่ต้องรวมคำนวณ

นักลงทุนรายย่อยต้องนำผลตอบแทนไปยื่นภาษีเองหรือไม่

ต้องนำดอกเบี้ยหรือเงินปันผลที่ได้รับไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี โดยใช้ภาษีที่ถูกหักไว้แล้วเป็นเครดิตภาษีหรือเลือกให้เป็นภาษีสุดท้ายตามความเหมาะสม

เงินที่ได้รับจากการระดมทุนถือเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีทันทีหรือไม่

หากเป็นเงินกู้ยืมไม่ถือเป็นรายได้ในขณะรับเงิน แต่หากเป็นเงินร่วมลงทุนถือหุ้นจะถือเป็นทุนของกิจการ ไม่ใช่รายได้เช่นกัน ภาระภาษีจะเกิดขึ้นเมื่อมีการจ่ายผลตอบแทน

ต้องปรึกษาใครก่อนเปิดระดมทุนผ่าน Crowdfunding

ควรปรึกษาทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและที่ปรึกษากฎหมายด้านหลักทรัพย์ เพราะการระดมทุนลักษณะนี้อาจเข้าข่ายกฎหมายกำกับดูแลเฉพาะทางนอกเหนือจากประเด็นภาษี

หากมีหลายโครงการระดมทุนพร้อมกัน ควรบันทึกบัญชีอย่างไร

ควรแยกบัญชีและงบการเงินตามแต่ละโครงการ เพื่อให้ตรวจสอบกระแสเงินสดและผลตอบแทนของนักลงทุนแต่ละโครงการได้ชัดเจน ไม่ปะปนกัน