บทความนี้เหมาะสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ที่ส่งออกสินค้าไปยังประเทศสมาชิก RCEP เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

และกำลังตัดสินใจว่าจะขอสิทธิลดอากรขาเข้าให้ลูกค้าปลายทางด้วยวิธีไหนดี

ระหว่างการยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลง RCEP (Form RCEP) ที่หน่วยงานรัฐออกให้เป็นรายครั้ง กับการขึ้นทะเบียนเป็น RCEP Approved Exporter

เพื่อออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Declaration of Origin)

บทความนี้จะอธิบายว่าสองระบบนี้ต่างกันอย่างไร และต่างจาก Form E ที่ใช้ในการค้ากับจีนภายใต้ความตกลงอาเซียน-จีนอย่างไร

เพื่อให้เลือกใช้สิทธิได้ถูกต้องและวางระบบเอกสารรองรับการตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างมั่นใจ

สารบัญบทความ
  1. RCEP คืออะไร และมีผลกับไทยตั้งแต่เมื่อไหร่
  2. สองวิธีรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ RCEP: Form RCEP กับ Declaration of Origin
  3. RCEP Approved Exporter ต่างจาก Form E อย่างไร
  4. เกณฑ์และขั้นตอนขึ้นทะเบียนเป็น RCEP Approved Exporter
  5. ตัวอย่างสถานการณ์และข้อควรระวังสำหรับ SME ส่งออก
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

RCEP คืออะไร และมีผลกับไทยตั้งแต่เมื่อไหร่

RCEP (Regional Comprehensive Economic Partnership) คือความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ที่รวมสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ เข้ากับจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย

และนิวซีแลนด์ รวม 15 ประเทศ ถือเป็นเขตการค้าเสรีขนาดใหญ่ฉบับหนึ่งของโลก

ความตกลงนี้มีผลบังคับใช้กับไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นมา สาระสำคัญสำหรับ SME ผู้ส่งออกคือ สินค้าที่มีถิ่นกำเนิดในไทยและส่งไปยังประเทศสมาชิก RCEP

มีสิทธิได้รับการลดหรือยกเว้นอากรขาเข้าตามตารางลดภาษี (Tariff Schedule)

ที่แต่ละประเทศคู่ค้าผูกไว้กับปีที่ความตกลงมีผลบังคับใช้ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเข้าใจให้ชัดคือ RCEP เป็น FTA คนละฉบับกับความตกลงอาเซียน-จีน (ACFTA) ที่ใช้ Form E

แม้จะครอบคลุมประเทศคู่ค้าบางประเทศซ้ำกัน เช่น จีน

ผู้ส่งออกจึงอาจมีสิทธิเลือกใช้ความตกลงได้มากกว่าหนึ่งฉบับสำหรับสินค้าชนิดเดียวกัน และควรเทียบว่าฉบับใดให้อัตราภาษีที่ต่ำกว่าสำหรับพิกัดสินค้าของตนในปีที่ส่งออกจริง

สองวิธีรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ RCEP: Form RCEP กับ Declaration of Origin

ความตกลง RCEP วางกรอบวิธีรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าไว้หลายรูปแบบ แต่วิธีที่ไทยเปิดให้ผู้ส่งออกใช้งานจริงในปัจจุบันมีสองแนวทางหลัก

  • ขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลง RCEP (Form RCEP): ผู้ส่งออกยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นรายชิปเมนต์ เช่นเดียวกับการขอ Form E หรือ C/O ฉบับอื่น เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารและออกหนังสือรับรองให้ก่อนส่งออกแต่ละครั้ง
  • ออก Declaration of Origin ด้วยตนเองในฐานะ RCEP Approved Exporter: ผู้ส่งออกที่ยื่นคำขอและได้รับสถานะ "ผู้ส่งออกที่ได้รับอนุมัติ" (Approved Exporter) จากกรมการค้าต่างประเทศ สามารถรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง โดยระบุข้อความรับรองถิ่นกำเนิดพร้อมเลขทะเบียนผู้ส่งออกที่ได้รับอนุมัติลงบนใบกำกับสินค้า (Invoice) หรือเอกสารทางการค้าอื่นที่กำหนด โดยไม่ต้องยื่นขอเอกสารจากภาครัฐเป็นรายครั้งอีก

พูดง่ายๆ คือ Form RCEP ยังเป็นระบบที่รัฐออกเอกสารให้ ส่วนสถานะ Approved Exporter คือการที่รัฐมอบความไว้วางใจให้ผู้ส่งออกรับรองตัวเองได้

ซึ่งช่วยลดเวลารอเอกสารในการส่งออกแต่ละครั้งลงได้มาก แต่ก็มาพร้อมความรับผิดชอบที่มากขึ้นเช่นกัน

RCEP Approved Exporter ต่างจาก Form E อย่างไร

แม้ Form E และการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ RCEP จะมีเป้าหมายเดียวกันคือขอสิทธิลดอากรขาเข้าให้ลูกค้าปลายทาง แต่เป็นคนละระบบ อยู่ภายใต้ความตกลงคนละฉบับ

และมีกระบวนการที่ต่างกันดังนี้

ประเด็นForm E (ACFTA)RCEP Approved Exporter
ความตกลงที่ใช้อ้างอิงอาเซียน-จีน (ACFTA)RCEP (อาเซียน + จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์)
ประเทศคู่ค้าที่ใช้สิทธิได้จีนเท่านั้นสมาชิก RCEP ทั้งหมด รวมจีน
ผู้ออกเอกสารกรมการค้าต่างประเทศ ออกให้ทุกครั้งที่ส่งออกผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนออกเอง (Declaration of Origin) หรือขอ Form RCEP จากกรมฯ ก็ได้
ความรับผิดชอบต่อความถูกต้องหน่วยงานรัฐตรวจและรับรองผู้ส่งออกรับผิดชอบเอง ต้องเก็บหลักฐานพร้อมรับการตรวจสอบย้อนหลัง

*รายละเอียดขั้นตอนและเงื่อนไขอาจปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมการค้าต่างประเทศก่อนยื่นขอหรือขึ้นทะเบียนทุกครั้ง*

เกณฑ์และขั้นตอนขึ้นทะเบียนเป็น RCEP Approved Exporter

การขึ้นทะเบียนเป็น RCEP Approved Exporter ต้องยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์

โดยผู้ส่งออกต้องแสดงให้เห็นว่ามีความสามารถพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าได้ด้วยตนเองอย่างน่าเชื่อถือ เช่น

มีระบบบันทึกต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ และมีประวัติการส่งออกที่ปฏิบัติตามกฎถิ่นกำเนิดสินค้าถูกต้องมาก่อน เมื่อได้รับอนุมัติ

ผู้ส่งออกจะได้รับเลขทะเบียนผู้ส่งออกที่ได้รับอนุมัติ (Approved Exporter Number)

ซึ่งต้องระบุไว้ในข้อความรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทุกครั้งที่ออก Declaration of Origin ด้วยตนเอง

  • สถานะ Approved Exporter มักมีอายุการอนุมัติและอาจต้องต่ออายุตามรอบที่กำหนด
  • หากตรวจพบภายหลังว่าออกเอกสารรับรองถิ่นกำเนิดไม่ตรงกับข้อเท็จจริง กรมการค้าต่างประเทศอาจพิจารณาเพิกถอนสถานะได้
  • ค่าธรรมเนียม เอกสารประกอบคำขอ และเกณฑ์การพิจารณาที่เป็นปัจจุบัน ควรตรวจสอบโดยตรงกับกรมการค้าต่างประเทศ เนื่องจากกรมการค้าต่างประเทศมีการทบทวนและปรับปรุงหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้ส่งออกที่ได้รับอนุมัติสำหรับการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองเป็นระยะ (มีประกาศปรับปรุงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องซึ่งมีผลบังคับใช้ในปี 2568) จึงควรตรวจสอบประกาศฉบับล่าสุดก่อนยื่นคำขอทุกครั้ง

ตัวอย่างสถานการณ์และข้อควรระวังสำหรับ SME ส่งออก

สมมติ SME ไทยผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ส่งออกไปญี่ปุ่นและจีนเป็นประจำทุกเดือน หากยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น Approved Exporter ทุกครั้งที่มีคำสั่งซื้อจะต้องยื่นขอ Form RCEP

จากกรมการค้าต่างประเทศ ซึ่งต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจเอกสารก่อนส่งออก

แต่ถ้าขึ้นทะเบียนเป็น Approved Exporter แล้ว บริษัทสามารถออก Declaration of Origin เองได้ทันทีที่พร้อมส่งสินค้า

ช่วยลดเวลารอเอกสารและวางแผนส่งมอบสินค้าให้ลูกค้าปลายทางได้แม่นยำขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความสะดวกนี้มาพร้อมความรับผิดชอบที่มากขึ้น เพราะผู้ส่งออกต้องพิสูจน์ถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง ไม่มีหน่วยงานรัฐมาช่วยตรวจสอบล่วงหน้าเหมือนการขอ Form E หรือ Form

RCEP แบบเดิม

จึงควรวางระบบเก็บเอกสารต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้พร้อมตรวจสอบย้อนหลังอยู่เสมอ ไม่ใช่เตรียมเฉพาะตอนมีคำสั่งซื้อ และสำหรับสินค้าที่ส่งไปจีนซึ่งใช้ได้ทั้ง Form E และ RCEP

ควรเปรียบเทียบอัตราภาษีที่ลดได้จริงของแต่ละความตกลงในปีนั้นๆ

ก่อนตัดสินใจเลือกใช้สิทธิ เพราะตารางลดภาษีของสองความตกลงอาจแตกต่างกันตามพิกัดสินค้า

ผู้ประกอบการควรปรึกษากรมการค้าต่างประเทศหรือที่ปรึกษาการค้าระหว่างประเทศก่อนตัดสินใจขึ้นทะเบียนหรือเลือกใช้สิทธิ FTA ฉบับใดฉบับหนึ่ง

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง RCEP Approved Exporter ไทย คืออะไร ต่างจาก Form E อย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

RCEP Approved Exporter คืออะไร ต่างจาก Form E อย่างไร

RCEP Approved Exporter คือผู้ส่งออกที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการค้าต่างประเทศ ได้รับอนุญาตให้ออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (Declaration of Origin) ภายใต้ความตกลง RCEP

โดยไม่ต้องยื่นขอเอกสารจากภาครัฐทุกครั้งที่ส่งออก ต่างจาก Form E

ซึ่งเป็นหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงอาเซียน-จีน (ACFTA) ที่กรมการค้าต่างประเทศต้องออกให้เป็นรายชิปเมนต์ และใช้ได้เฉพาะการค้ากับจีนเท่านั้น

ถ้าไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น Approved Exporter จะยังใช้สิทธิ RCEP ได้หรือไม่

ได้ ผู้ส่งออกที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนยังสามารถยื่นขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลง RCEP (Form RCEP) จากกรมการค้าต่างประเทศเป็นรายครั้งได้ตามปกติ

เพียงแต่จะไม่ได้รับความสะดวกในการออกเอกสารรับรองถิ่นกำเนิดด้วยตนเองเหมือนผู้ที่ได้รับสถานะ Approved Exporter

ส่งออกไปจีน ควรใช้ Form E หรือ RCEP

ขึ้นอยู่กับอัตราภาษีที่ลดได้จริงของพิกัดสินค้านั้นภายใต้แต่ละความตกลงในปีที่ส่งออก เนื่องจากตารางลดภาษี (staging) ของ ACFTA และ RCEP อาจแตกต่างกัน

ผู้ส่งออกควรตรวจสอบอัตราที่ต่ำกว่ากับกรมการค้าต่างประเทศหรือที่ปรึกษาการค้าระหว่างประเทศก่อนเลือกใช้สิทธิ

หากออก Declaration of Origin ผิดพลาดจะเกิดอะไรขึ้น

เนื่องจากผู้ส่งออกเป็นผู้รับผิดชอบความถูกต้องเอง หากถูกตรวจสอบย้อนหลังแล้วพบว่าสินค้าไม่เข้าเกณฑ์ถิ่นกำเนิดตามที่รับรองไว้

ประเทศปลายทางอาจเรียกเก็บอากรขาเข้าย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับจากผู้นำเข้า และสถานะ Approved Exporter

อาจถูกพิจารณาเพิกถอนได้ ผู้ส่งออกจึงควรเก็บเอกสารต้นทุนวัตถุดิบและกระบวนการผลิตให้พร้อมตรวจสอบเสมอ

หลังจากจัดการเรื่องภาษีในแต่ละเดือนเรียบร้อยแล้ว การกลับมาทบทวนภาพรวมทั้งปีร่วมกับบริการที่ปรึกษาภาษีและวางแผนภาษี จะช่วยให้ธุรกิจเตรียมตัวได้ดีขึ้น