เจ้าของธุรกิจและ HR หลายคนเข้าใจว่าเงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ที่จ่ายให้พนักงานทุกเดือนเป็นเงินที่บริษัทเรียกคืนได้เต็มที่

หากพนักงานลาออกก่อนกำหนดบริษัทน่าจะได้เงินก้อนนี้กลับมา แต่ความจริงตามกฎหมายไม่ได้เป็นเช่นนั้น

บทความนี้เหมาะสำหรับเจ้าของ SME และฝ่าย HR ที่ดูแล payroll และกองทุน PVD อธิบายว่าเกณฑ์เวสติ้งหรือสิทธิรับเงินสมทบนายจ้างทำงานอย่างไร

เมื่อพนักงานลาออกก่อนครบอายุสมาชิกภาพที่ข้อบังคับกำหนด

เงินสมทบนายจ้างส่วนที่ยังไม่ได้สิทธิจะไปอยู่ที่ไหน และควรบันทึกบัญชีอย่างไรให้ถูกต้อง

สารบัญบทความ
  1. เงินในกองทุน PVD แบ่งเป็น 4 ก้อน และก้อนไหนมีเงื่อนไข "เวสติ้ง"
  2. เกณฑ์ vesting กำหนดอย่างไร และลูกจ้างได้สิทธิเท่าไรตามอายุสมาชิกภาพ
  3. ลาออกก่อนครบเวสติ้ง เงินสมทบนายจ้างส่วนที่ไม่ได้สิทธิหายไปไหน
  4. บันทึกบัญชีและภาษีให้ถูกต้องเมื่อมีพนักงานลาออกก่อนครบเวสติ้ง
  5. เช็กลิสต์ที่ HR และเจ้าของกิจการต้องทำให้ครบ
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

เงินในกองทุน PVD แบ่งเป็น 4 ก้อน และก้อนไหนมีเงื่อนไข "เวสติ้ง"

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) จัดตั้งตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 กำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

เงินในบัญชีสมาชิกแบ่งเป็น 4 ก้อนเสมอ ได้แก่ เงินสะสม

(ลูกจ้างหักจากเงินเดือนตัวเอง) ผลประโยชน์ของเงินสะสม เงินสมทบ (นายจ้างจ่ายเพิ่มให้) และผลประโยชน์ของเงินสมทบ สองก้อนแรกเป็นเงินของลูกจ้างเองมาโดยตลอด

กฎหมายจึงรับรองว่าต้องจ่ายคืนเต็มจำนวนเสมอไม่ว่าทำงานมากี่ปี

ส่วนเงินสมทบของนายจ้างและผลประโยชน์ของเงินสมทบสองก้อนหลังนี้เอง ที่ข้อบังคับกองทุนสามารถกำหนดเงื่อนไข "อายุสมาชิกภาพขั้นต่ำ" ก่อนได้สิทธิรับเต็มจำนวน

หรือที่เรียกกันทั่วไปว่าเกณฑ์ vesting

เกณฑ์ vesting กำหนดอย่างไร และลูกจ้างได้สิทธิเท่าไรตามอายุสมาชิกภาพ

กฎหมายไม่ได้กำหนดเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนปีของเกณฑ์ vesting ไว้ตายตัว แต่เปิดให้แต่ละนายจ้างกำหนดไว้เองในข้อบังคับกองทุน ซึ่งต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุน

(มีตัวแทนทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง) แล้วจดทะเบียนกับ ก.ล.ต.

ดังนั้นแต่ละบริษัทอาจมีเกณฑ์ vesting ต่างกัน แม้จะใช้บริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) เดียวกันในกองทุนรวม (master fund) ก็ตาม

รูปแบบที่พบได้บ่อยในทางปฏิบัติคือกำหนดเป็นขั้นบันไดตามอายุสมาชิกภาพ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ซึ่งเป็นเพียงตัวอย่างประกอบความเข้าใจ ไม่ใช่เกณฑ์ตายตัวตามกฎหมาย บริษัทต้องเปิดข้อบังคับกองทุนของตนเองเพื่อดูตัวเลขจริงเสมอ

อายุสมาชิกภาพสิทธิรับเงินสมทบนายจ้าง + ผลประโยชน์ (ตัวอย่าง)
น้อยกว่า 1 ปี0%
1 ปี ถึงน้อยกว่า 3 ปีเช่น 20-40%
3 ปี ถึงน้อยกว่า 5 ปีเช่น 40-80%
5 ปีขึ้นไป100%

เงินสะสมของลูกจ้างเองและผลประโยชน์ของเงินสะสมไม่อยู่ในตารางนี้ เพราะเป็นเงินของลูกจ้างเองมาโดยตลอด จึงได้รับคืนเต็มจำนวน 100% เสมอไม่ว่าจะเป็นสมาชิกกองทุนมากี่ปี

หลักการนี้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530

ซึ่งกำหนดให้กองทุนที่จดทะเบียนแล้วเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากนายจ้าง (มาตรา 7) และกำหนดว่าเมื่อสมาชิกภาพสิ้นสุดลงด้วยเหตุอื่นซึ่งมิใช่กองทุนเลิก

ผู้จัดการกองทุนต้องจ่ายเงินคืนให้ลูกจ้างทั้งหมดคราวเดียวภายในเวลาไม่เกิน 30

วันนับแต่วันสิ้นสมาชิกภาพ ตามหลักเกณฑ์ที่ข้อบังคับกองทุนกำหนด (มาตรา 23)

โดยข้อบังคับกองทุนจะกำหนดเงื่อนไขที่ตัดสิทธิเงินสะสมและผลประโยชน์ของเงินสะสมซึ่งเป็นเงินของลูกจ้างเองไม่ได้

ส่วนเงินสมทบของนายจ้างและผลประโยชน์ของเงินสมทบเท่านั้นที่ข้อบังคับกองทุนจะกำหนดเงื่อนไข vesting ได้

ลาออกก่อนครบเวสติ้ง เงินสมทบนายจ้างส่วนที่ไม่ได้สิทธิหายไปไหน

นี่คือจุดที่เจ้าของธุรกิจหลายคนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด เมื่อพนักงานลาออกก่อนครบเวสติ้ง เงินสมทบนายจ้างส่วนที่ยังไม่ได้สิทธิ (non-vested) จะไม่จ่ายคืนเป็นเงินสดกลับเข้าบัญชีบริษัท

เหตุผลคือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากนายจ้างตามกฎหมาย เมื่อนายจ้างโอนเงินสมทบเข้ากองทุนแล้ว เงินนั้นกลายเป็นทรัพย์สินของกองทุนทันที

นายจ้างไม่มีสิทธิเรียกคืนเป็นเงินสดโดยตรงไม่ว่ากรณีใด

เงินส่วนที่ลูกจ้างไม่ได้สิทธิจึงยังคงอยู่ในกองทุนต่อไป และข้อบังคับกองทุนของแต่ละบริษัทจะเป็นตัวกำหนดว่าจะนำไปจัดสรรอย่างไร โดยทั่วไปมีสองแนวทางหลักที่พบในข้อบังคับกองทุน

คือนำไปหักลดเงินสมทบงวดถัดไปที่นายจ้างต้องนำส่งเข้ากองทุนสำหรับพนักงานที่ยังทำงานอยู่ หรือเฉลี่ยคืนเข้าบัญชีของสมาชิกที่ยังมีสถานะอยู่ในกองทุนตามสัดส่วน

ทั้งสองแนวทางนี้ล้วนเป็นการหมุนเวียนเงินอยู่ภายในกองทุน

ไม่ใช่การโอนเงินกลับออกมาให้บริษัทโดยตรงแต่อย่างใด

ตัวอย่าง: พนักงาน ก. เป็นสมาชิกกองทุน PVD มา 3 ปี 4 เดือน ก่อนยื่นใบลาออก ข้อบังคับกองทุนกำหนดสิทธิที่อายุสมาชิกภาพ 3-5 ปี ไว้ที่ 60% หากเงินสมทบนายจ้างพร้อมผลประโยชน์รวม

96,000 บาท พนักงาน ก. จะได้รับ 57,600 บาท ส่วนที่เหลือ 38,400 บาท

ไม่จ่ายให้พนักงานและไม่คืนเป็นเงินสดให้บริษัทเช่นกัน แต่จัดสรรคืนเข้ากองทุนตามข้อบังคับ (ตัวเลขสมมติเพื่อความเข้าใจ ตัวเลขจริงต้องดูจากข้อบังคับกองทุนของแต่ละบริษัท)

บันทึกบัญชีและภาษีให้ถูกต้องเมื่อมีพนักงานลาออกก่อนครบเวสติ้ง

เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุน PVD ที่จดทะเบียนถูกต้องตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530

ถือเป็นรายจ่ายทางภาษีของบริษัทได้ในรอบระยะเวลาบัญชีที่จ่ายเงินจริงเข้ากองทุน ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่

183 (พ.ศ. 2533) เพราะเป็นการจ่ายเงินออกไปให้นิติบุคคลอื่นจริง ไม่ใช่การตั้งสำรองภายในบริษัทที่ต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี และไม่ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของลูกจ้าง ณ

วันที่นายจ้างสมทบเข้ากองทุน เมื่อพนักงานลาออกก่อนครบเวสติ้ง

เงินส่วนที่ริบไปไม่ใช่รายได้ใหม่ของบริษัท เพราะออกจากงบดุลไปตั้งแต่วันที่จ่ายสมทบแล้ว บริษัทจึงไม่ต้องบันทึกรับรู้รายได้หรือตั้งลูกหนี้รอรับคืนจากกองทุน

หากข้อบังคับกองทุนให้นำเงินส่วนที่ริบไปหักลดเงินสมทบงวดถัดไป ผลจะสะท้อนเองในรายจ่าย

PVD งวดนั้นที่ต่ำกว่าปกติตามยอดเงินสดที่จ่ายจริง โดยไม่ต้องบันทึกรายการพิเศษเพิ่มเติม

ทั้งนี้รายละเอียดการปฏิบัติทางบัญชีและภาษีที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีของบริษัทประกอบด้วยเสมอ

เพราะอาจแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงของแต่ละกิจการ

  • อย่าบันทึกยอดริบเป็นรายได้อื่นของบริษัท เพราะเงินนี้ไม่เคยกลับมาเป็นทรัพย์สินของบริษัทอีกครั้ง
  • อย่าตั้งลูกหนี้รอรับเงินคืนจากกองทุน เพราะกองทุนไม่มีหน้าที่คืนเงินสดให้นายจ้างตามกฎหมาย
  • ขอหนังสือรับรองยอดเงินจากบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ทุกครั้งที่มีพนักงานลาออก เพื่อยืนยันยอดที่จ่ายจริงและยอดที่ริบ ใช้เป็นเอกสารประกอบการปิดบัญชีและรองรับการตรวจสอบภาษี

เช็กลิสต์ที่ HR และเจ้าของกิจการต้องทำให้ครบ

เพื่อลดข้อพิพาทกับพนักงานและป้องกันความเข้าใจผิดเรื่องเงิน PVD เมื่อมีการลาออก เจ้าของธุรกิจและฝ่าย HR ควรวางระบบดังนี้

  • เปิดข้อบังคับกองทุนของบริษัทตัวเองอ่านให้ละเอียด เพื่อทราบเกณฑ์ vesting ที่แท้จริง เพราะแต่ละกองทุนกำหนดไม่เหมือนกัน
  • แจ้งเกณฑ์ vesting ให้พนักงานทราบตั้งแต่วันปฐมนิเทศหรือวันที่สมัครเป็นสมาชิกกองทุน ไม่ใช่รอมาอธิบายตอนวันที่ยื่นใบลาออกแล้ว
  • เมื่อพนักงานแจ้งลาออก ให้ HR ประสาน บลจ. ล่วงหน้าเพื่อคำนวณยอดที่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามอายุสมาชิกภาพจริง แล้วเก็บหนังสือรับรองยอดเงินไว้ในแฟ้มพนักงานที่ลาออก เพื่อรองรับการตรวจสอบจากกรมสรรพากรหรือผู้สอบบัญชี
  • ทบทวนข้อบังคับกองทุนเป็นระยะร่วมกับที่ปรึกษาบัญชีหรือ บลจ. เพราะข้อบังคับสามารถแก้ไขได้ตามมติคณะกรรมการกองทุนและต้องจดทะเบียนแก้ไขกับ ก.ล.ต.

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ลาออกก่อนครบเวสติ้ง เงินสมทบนายจ้างใน PVD หายไปไหน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ลาออกก่อนครบเวสติ้ง เงินสมทบนายจ้างที่ไม่ได้สิทธิ บริษัทขอคืนเป็นเงินสดได้ไหม

ไม่ได้ เพราะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจากนายจ้างตามพระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ พ.ศ. 2530 เมื่อนายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนแล้ว

เงินนั้นกลายเป็นทรัพย์สินของกองทุนทันที

ส่วนที่ลูกจ้างไม่ได้สิทธิจะถูกจัดสรรคืนเข้ากองทุนตามที่ข้อบังคับกำหนด ไม่ใช่โอนเงินสดกลับให้บริษัทโดยตรง

เกณฑ์ vesting ของ PVD กฎหมายกำหนดตายตัวไว้กี่ปีหรือกี่เปอร์เซ็นต์

กฎหมายไม่ได้กำหนดเปอร์เซ็นต์หรือจำนวนปีตายตัว แต่ให้แต่ละกองทุนกำหนดไว้เองในข้อบังคับกองทุนที่ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการกองทุนและจดทะเบียนกับ ก.ล.ต.

สิ่งที่กฎหมายรับรองแน่นอนคือเงินสะสมของลูกจ้างเองและผลประโยชน์ของเงินสะสมต้องจ่ายคืนเต็มจำนวนเสมอไม่ว่าจะทำงานมากี่ปี

เงินสมทบนายจ้างส่วนที่ริบไป มีผลต่อภาษีของบริษัทหรือไม่

โดยหลักการไม่มีผลเพิ่มเติม เพราะเงินสมทบที่จ่ายเข้ากองทุนถือเป็นรายจ่ายทางภาษีตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ประกอบกฎกระทรวง ฉบับที่ 183 ตั้งแต่วันที่จ่ายจริงแล้ว

ส่วนที่ริบไม่ใช่รายได้ใหม่ของบริษัทจึงไม่ต้องบันทึกรับรู้รายได้เพิ่ม

แต่รายละเอียดควรตรวจสอบกับผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีของบริษัทเสมอ

HR ควรทำอะไรทันทีเมื่อพนักงานแจ้งลาออกก่อนครบเวสติ้ง

ควรเปิดข้อบังคับกองทุนของบริษัทเพื่อดูเปอร์เซ็นต์สิทธิที่แท้จริงตามอายุสมาชิกภาพ ประสานบริษัทจัดการกองทุน (บลจ.) ขอหนังสือรับรองยอดเงินที่จ่ายจริงและยอดที่ริบ

แล้วเก็บเอกสารไว้ประกอบการปิดบัญชีและรองรับการตรวจสอบภายหลัง

เพื่อไม่ให้งานเฉพาะเรื่องต่าง ๆ กลายเป็นภาระสะสม ทีมงานแนะนำให้ศึกษาหน้าบริการเสริมสำหรับธุรกิจไว้เป็นแนวทางเริ่มต้น