ธุรกิจบริการ รับเหมา ออกแบบ ซอฟต์แวร์ อีเวนต์ และงานตามสัญญามักมีปัญหาเดียวกันคือรู้ยอดขายรวม แต่ไม่รู้ว่าโครงการไหนกำไรจริง โครงการไหนกินต้นทุนเกิน Project Accounting

ช่วยแยกข้อมูลรายโครงการเพื่อให้ตั้งราคา คุมต้นทุน

และเจรจางานใหม่ได้ดีขึ้น

สารบัญบทความ
  1. สรุปประเด็นที่ควรรู้
  2. สร้างรหัสโครงการก่อนเริ่มรับรายจ่าย
  3. แยกต้นทุนตรงและต้นทุนร่วม
  4. ทำรายงานปิดโครงการ
  5. ตารางเปรียบเทียบเกณฑ์และการปันส่วนต้นทุนโครงการ (Project Cost Allocation Matrix)
  6. เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้
  7. ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

สรุปประเด็นที่ควรรู้

  • ต้องมีรหัสโครงการตั้งแต่เปิดงานจนปิดงาน
  • ต้นทุนตรงและค่าใช้จ่ายร่วมต้องมีเกณฑ์จัดสรรที่ตกลงไว้
  • รายงานปิดโครงการช่วยให้ทีมขายตั้งราคางานถัดไปแม่นขึ้น

สร้างรหัสโครงการก่อนเริ่มรับรายจ่าย

รหัสโครงการควรถูกใช้ในใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบสั่งซื้อ ใบสำคัญจ่าย และการบันทึกบัญชี เพื่อให้รายได้และต้นทุนกลับมารวมกันได้ครบ ถ้ารอทำตอนปลายโครงการ

มักต้องไล่ข้อมูลย้อนหลังและมีรายการตกหล่น

ธุรกิจที่มีหลายทีมควรกำหนด format รหัสให้เข้าใจง่าย เช่น ปี ลูกค้า ประเภทงาน และเลขลำดับ

  • เปิดรหัสเมื่อรับงาน
  • ผูกกับลูกค้าและสัญญา
  • ใช้ในเอกสารซื้อและจ่าย
  • ปิดรหัสเมื่อส่งมอบงาน

แยกต้นทุนตรงและต้นทุนร่วม

ต้นทุนตรงคือค่าใช้จ่ายที่รู้ว่าเกิดกับโครงการใด เช่น ค่าผู้รับเหมา ค่าวัสดุ ค่าเดินทางเฉพาะงาน หรือค่าเช่าสถานที่ ส่วนต้นทุนร่วมคือค่าใช้จ่ายที่ใช้หลายโครงการ เช่น

เงินเดือนทีมบริหารโครงการ ซอฟต์แวร์ หรืออุปกรณ์สำนักงาน

ต้นทุนร่วมควรมีเกณฑ์จัดสรร เช่น ชั่วโมงทำงาน สัดส่วนรายได้ หรือจำนวนโครงการ เพื่อไม่ให้กำไรโครงการบิดเบือน

  • ค่าแรงและผู้รับเหมา
  • วัสดุและค่าเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายร่วม
  • เกณฑ์จัดสรร
  • รายการแก้ไขงาน

ทำรายงานปิดโครงการ

เมื่อส่งมอบงานแล้วควรสรุปรายได้ ต้นทุน กำไร งานเพิ่ม งานลด เครดิตโน้ต และเหตุผลที่ต้นทุนเกินแผน รายงานนี้มีค่ามากกว่าการรู้กำไรรวม เพราะช่วยปรับราคางานถัดไป

หากโครงการขาดทุน ต้องแยกว่าเกิดจากตั้งราคาต่ำ ขอบเขตงานบาน เอกสารไม่ครบ หรือควบคุมต้นทุนไม่ดี

  • รายได้ตามงวด
  • ต้นทุนจริง
  • กำไรขั้นต้น
  • งานเพิ่มลด
  • บทเรียนสำหรับโครงการถัดไป

ตารางเปรียบเทียบเกณฑ์และการปันส่วนต้นทุนโครงการ (Project Cost Allocation Matrix)

แนวทางการแยกแยะและปันส่วนค่าใช้จ่ายสำหรับการทำบัญชีโครงการเพื่อให้เห็นกำไรสุทธิที่แท้จริง:

หมวดหมู่ต้นทุนโครงการ ลักษณะของรายจ่าย เกณฑ์การปันส่วนเข้าโครงการ (Allocation Basis)
ต้นทุนทางตรง (Direct Costs) ค่าแรงคนงานหน้างาน, ค่าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะงาน, ค่าจ้างผู้รับเหมาช่วง บันทึกเข้าโครงการโดยตรง 100% ตามใบเบิกหรือใบแจ้งหนี้รายโครงการ
ต้นทุนทางอ้อมหน้างาน (Indirect Project Costs) ค่าวิศวกรผู้ควบคุมหลายโครงการ, ค่าเช่าเครื่องจักรที่ใช้ร่วมกัน ปันส่วนตามสัดส่วนชั่วโมงการใช้งานจริง หรือตามสัดส่วนพื้นที่หน้างาน
ค่าใช้จ่ายบริหารส่วนกลาง (SG&A Allocation) เงินเดือนทีมจัดซื้อส่วนกลาง, ค่าเช่าสำนักงานใหญ่, ค่าบัญชีภาษี ปันส่วนตามสัดส่วนมูลค่าสัญญาโครงการ หรือสัดส่วนยอดขายของแต่ละโครงการ

เช็กลิสต์นำไปใช้ในเดือนนี้

สิ่งที่ควรทำทันที

  • กำหนดรหัสโครงการ
  • ให้ทีมซื้อระบุรหัสทุกครั้ง
  • บันทึกเวลาทำงานถ้าจำเป็น
  • ทำรายงานกำไรต่อโครงการ
  • ประชุมปิดโครงการหลังส่งมอบ

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นแนวทางทั่วไปสำหรับผู้ประกอบการ SME การบันทึกบัญชีและภาษีของแต่ละกิจการควรพิจารณาจากเอกสารจริง สัญญา และข้อเท็จจริงของรายการ หากมีรายการเฉพาะ

ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจบริการเล็กต้องทำ Project Accounting ไหม

ควรทำถ้ามีงานหลายโครงการพร้อมกันหรือกำไรแต่ละงานต่างกันมาก เริ่มแบบง่ายด้วยรหัสโครงการและรายงานรายได้ต้นทุนก่อน

ค่าใช้จ่ายร่วมควรจัดสรรอย่างไร

เลือกเกณฑ์ที่สะท้อนการใช้ทรัพยากรจริง เช่น ชั่วโมงทำงาน จำนวนงาน หรือสัดส่วนรายได้ และใช้เกณฑ์เดียวกันอย่างสม่ำเสมอ

Project Accounting ช่วยเรื่องภาษีไหม

ช่วยให้เอกสารรายได้และต้นทุนครบขึ้น แต่การหักรายจ่ายและภาษีต้องพิจารณาจากหลักฐานจริงและกฎภาษีที่เกี่ยวข้อง

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง Project Accounting บัญชีแยกตามโครงการสำหรับธุรกิจบริการ รับเหมา และงานตามสัญญา

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ Project Accounting บัญชีแยกตามโครงการสำหรับธุรกิจบริการ รับเหมา และงานตามสัญญา

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล