ธุรกิจขาย License Key ซอฟต์แวร์ แอปสำเร็จรูป หรือบริการ SaaS มีลักษณะเป็นสินค้าดิจิทัลที่ส่งมอบผ่านออนไลน์ทั้งหมด ทำให้การคิด VAT และภาษีหัก ณ

ที่จ่ายมีรายละเอียดต่างจากการขายสินค้าจับต้องได้ทั่วไป บทความนี้สรุปแนวทางบัญชีภาษีสำหรับผู้ขาย

License Key ทั้งลูกค้าในประเทศและต่างประเทศ

สารบัญบทความ
  1. License Key ถือเป็นสินค้าหรือบริการทางภาษี
  2. ขายให้ลูกค้าในประเทศไทย
  3. ขายให้ลูกค้าต่างประเทศ
  4. กรณีซื้อ License จากต่างประเทศมาขายต่อในไทย
  5. ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น
  6. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  7. การรับรู้รายได้สำหรับ License แบบ Subscription
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

License Key ถือเป็นสินค้าหรือบริการทางภาษี

การขาย License Key ซอฟต์แวร์หรือแอปสำเร็จรูป โดยหลักการถือเป็นการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) มากกว่าการขายสินค้าจับต้องได้

เพราะสิ่งที่ลูกค้าได้รับคือสิทธิการใช้งานซอฟต์แวร์ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ในตัวโปรแกรมโดยตรง ไม่ว่าจะขายเป็น

License แบบตลอดชีพ (Lifetime) หรือแบบสมัครสมาชิกรายเดือน/รายปี (Subscription) ก็ตาม ลักษณะนี้มีผลต่อการพิจารณาว่าธุรกรรมเข้าข่าย VAT อย่างไร

โดยเฉพาะเมื่อผู้ขายอยู่ในประเทศไทยแต่ลูกค้าอยู่ต่างประเทศ

หรือผู้ขายเป็นผู้ประกอบการต่างประเทศที่ขายให้ลูกค้าในไทย ซึ่งมีหลักเกณฑ์เฉพาะที่กรมสรรพากรกำหนดไว้สำหรับธุรกิจบริการอิเล็กทรอนิกส์

ขายให้ลูกค้าในประเทศไทย

เมื่อผู้ประกอบการไทยขาย License Key ซอฟต์แวร์ให้ลูกค้าในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ถือเป็นการให้บริการในราชอาณาจักรตามปกติ ผู้ขายที่มีรายได้เกิน 1.8

ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและออกใบกำกับภาษีตามอัตราที่กำหนด หากลูกค้าเป็นนิติบุคคล ผู้ซื้อมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่า License

ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้ประเภทค่าบริการหรือค่าสิทธิ

ซึ่งอัตราที่แน่นอนควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากร เพราะ License Key บางประเภทอาจถูกจัดเป็น "ค่าสิทธิ" (Royalty) ซึ่งมีอัตราหัก ณ

ที่จ่ายต่างจากค่าบริการทั่วไป

ผู้ขายจึงควรระบุลักษณะสัญญาให้ชัดเจนว่าเป็นการขายสิทธิการใช้งานแบบใด

ขายให้ลูกค้าต่างประเทศ

กรณีผู้ประกอบการไทยขาย License Key ให้ลูกค้าที่อยู่ต่างประเทศและใช้งานนอกราชอาณาจักร โดยทั่วไปเข้าข่ายการให้บริการที่กระทำในไทยแต่ใช้ประโยชน์ในต่างประเทศ ซึ่งอาจมีสิทธิเสีย VAT

ในอัตราพิเศษสำหรับการส่งออกบริการ

แต่ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดอย่างครบถ้วน เช่น หลักฐานการรับชำระเงินจากต่างประเทศผ่านธนาคาร และหลักฐานว่าลูกค้าใช้บริการนอกราชอาณาจักรจริง

ผู้ขายควรตรวจสอบเงื่อนไขและอัตราที่ใช้บังคับกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนออกใบกำกับภาษี

เพราะการใช้สิทธิอัตราพิเศษผิดเงื่อนไขอาจถูกประเมินภาษีเพิ่มเติมพร้อมเบี้ยปรับภายหลัง

ลักษณะการขายประเด็นภาษีหลักข้อควรระวัง
ขายให้ลูกค้าในประเทศVAT ปกติ + หัก ณ ที่จ่ายจากผู้ซื้อนิติบุคคลตรวจสอบว่าเป็นค่าบริการหรือค่าสิทธิ
ขายให้ลูกค้าต่างประเทศอาจมีสิทธิ VAT อัตราพิเศษส่งออกบริการต้องมีหลักฐานรับเงินและใช้งานนอกราชอาณาจักร
ซื้อ License จากผู้ขายต่างประเทศมาขายต่ออาจต้องนำส่ง VAT ในนามผู้ซื้อ (ภ.พ.36)ตรวจสอบหน้าที่นำส่งภาษีกับผู้เชี่ยวชาญ

กรณีซื้อ License จากต่างประเทศมาขายต่อในไทย

ผู้ประกอบการหลายรายซื้อ License Key ซอฟต์แวร์จากผู้พัฒนาต่างประเทศมาขายต่อให้ลูกค้าในไทย เช่น ตัวแทนจำหน่ายซอฟต์แวร์ต่างชาติ กรณีนี้เมื่อจ่ายเงินค่า License

ไปยังผู้ขายต่างประเทศที่ไม่มีสถานประกอบการในไทย

ผู้ซื้อในไทยอาจมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ขายต่างประเทศ (แบบ ภ.พ.36) รวมถึงอาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามหลักเกณฑ์ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับการจ่ายเงินไปต่างประเทศ

ซึ่งมีความซับซ้อนและอาจเกี่ยวข้องกับอนุสัญญาภาษีซ้อนระหว่างประเทศ ผู้ประกอบการจึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนทำสัญญาซื้อ License จากต่างประเทศในปริมาณมาก

ตัวอย่างการคำนวณเบื้องต้น

สมมติบริษัทไทยขาย License Key ซอฟต์แวร์บัญชีให้ลูกค้าบริษัทในประเทศไทย ราคาขาย 12,000 บาทต่อปีต่อ License บริษัทต้องออกใบกำกับภาษีคิด VAT ตามอัตราที่ตรวจสอบแล้วกับกรมสรรพากร

และเมื่อลูกค้าซึ่งเป็นนิติบุคคลชำระเงิน ลูกค้าจะหักภาษี ณ

ที่จ่ายตามอัตราที่กำหนดสำหรับเงินได้ประเภทดังกล่าว บริษัทผู้ขายต้องเก็บหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายไว้เป็นเครดิตภาษีปลายปี ส่วนหากบริษัทเดียวกันนี้ขาย License

เดียวกันให้ลูกค้าในต่างประเทศที่ใช้งานนอกราชอาณาจักร

ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญว่าเข้าเงื่อนไขการใช้สิทธิ VAT อัตราพิเศษสำหรับส่งออกบริการได้หรือไม่ ก่อนออกใบกำกับภาษีให้ลูกค้ารายนั้น

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • คิด VAT อัตราพิเศษสำหรับส่งออกบริการโดยไม่มีหลักฐานครบถ้วนตามเงื่อนไข ทำให้ถูกประเมินภาษีเพิ่มเติมภายหลัง
  • ไม่แยกพิจารณาว่า License Key เป็นค่าบริการหรือค่าสิทธิ ทำให้หักภาษี ณ ที่จ่ายผิดอัตรา
  • ซื้อ License จากผู้ขายต่างประเทศโดยไม่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทน (ภ.พ.36) ตามหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด
  • ไม่เก็บหลักฐานการรับชำระเงินจากลูกค้าต่างประเทศผ่านธนาคารให้ครบถ้วน ทำให้พิสูจน์สิทธิ VAT พิเศษไม่ได้
  • รับรู้รายได้จาก Subscription รายปีทั้งก้อนทันทีที่ได้รับเงิน แทนที่จะทยอยรับรู้ตามระยะเวลาการให้บริการจริง

การรับรู้รายได้สำหรับ License แบบ Subscription

สำหรับ License Key ที่ขายในรูปแบบสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปี ผู้ขายควรรับรู้รายได้ตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการจริงในแต่ละงวดบัญชี

ไม่ใช่รับรู้รายได้ทั้งหมดทันทีที่ลูกค้าชำระเงินก้อนแรก เช่น ลูกค้าจ่ายค่า License รายปีล่วงหน้าทั้งปี

ผู้ขายควรทยอยรับรู้รายได้เดือนละเท่าๆ กันตลอด 12 เดือน ส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดให้บริการควรบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้า (Deferred Revenue) ในบัญชี

วิธีนี้ช่วยให้งบการเงินสะท้อนผลการดำเนินงานจริงในแต่ละงวด

และคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถูกต้องตามรอบบัญชี

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการที่ขาย License Key ซอฟต์แวร์ควรแยกพิจารณาลูกค้าในประเทศและต่างประเทศให้ชัดเจนตั้งแต่ทำสัญญา เก็บหลักฐานการรับชำระเงินและลักษณะการใช้งานให้ครบถ้วนหากต้องการใช้สิทธิ

VAT พิเศษสำหรับส่งออกบริการ และวางระบบรับรู้รายได้แบบ

Subscription ให้ถูกต้องตามงวดเวลา หากมีการซื้อขาย License ข้ามประเทศในปริมาณมาก ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศก่อนวางโครงสร้างธุรกิจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ขาย License Key ซอฟต์แวร์ถือเป็นการขายสินค้าหรือบริการทางภาษี

โดยหลักการถือเป็นการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะลูกค้าได้รับสิทธิการใช้งาน ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ในตัวโปรแกรมโดยตรง ซึ่งมีผลต่อการพิจารณาภาษีที่เกี่ยวข้อง

ขาย License ให้ลูกค้าต่างประเทศ ต้องเสีย VAT อัตราปกติหรือไม่

อาจมีสิทธิใช้อัตรา VAT พิเศษสำหรับส่งออกบริการ แต่ต้องมีหลักฐานรับชำระเงินจากต่างประเทศและหลักฐานการใช้งานนอกราชอาณาจักรครบถ้วนตามเงื่อนไข

ลูกค้านิติบุคคลในไทยซื้อ License ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม

โดยทั่วไปเข้าข่ายต้องหัก แต่อัตราขึ้นกับว่าเป็นค่าบริการหรือค่าสิทธิ (Royalty) ควรตรวจสอบลักษณะสัญญาและอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

ซื้อ License จากผู้ขายต่างประเทศมาขายต่อในไทย ต้องทำอะไรเพิ่มเติม

อาจต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ขายต่างประเทศผ่านแบบ ภ.พ.36 และตรวจสอบหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายสำหรับการจ่ายเงินไปต่างประเทศกับผู้เชี่ยวชาญ

ลูกค้าจ่ายค่า License แบบ Subscription รายปีล่วงหน้า ต้องรับรู้รายได้ทันทีหรือไม่

ไม่ควร ควรทยอยรับรู้รายได้ตามสัดส่วนระยะเวลาที่ให้บริการจริงในแต่ละงวด ส่วนที่ยังไม่ถึงกำหนดควรบันทึกเป็นรายได้รับล่วงหน้า

ธุรกิจขาย License Key ต้องจด VAT เมื่อไร

เมื่อรายได้จากการให้บริการรวมทั้งปีเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องยื่นจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มกับกรมสรรพากรภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

License แบบตลอดชีพ (Lifetime) กับแบบรายปี มีผลต่อภาษีต่างกันไหม

หลักการ VAT และหัก ณ ที่จ่ายใกล้เคียงกัน แต่ต่างกันที่การรับรู้รายได้ทางบัญชี โดย Lifetime อาจรับรู้รายได้ทันทีหรือทยอยตามนโยบายบัญชี ส่วนรายปีควรทยอยรับรู้ตามระยะเวลา

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำหนดนโยบายที่เหมาะสม

หากต้องการดูแลบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น ลองศึกษาบริการบัญชี ภาษี และวางระบบการเงินสำหรับ SME ของ A Plus Me เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนงาน