ผู้ลงทุนร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์มักสงสัยว่าค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่ารอยัลตี้รายเดือนที่จ่ายให้แบรนด์แม่ ควรบันทึกบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายทันทีหรือต้องทยอยตัดจำหน่าย

บทความนี้อธิบายหลักการบันทึกค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์แต่ละประเภท

วิธีตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่อาจเกี่ยวข้อง

สารบัญบทความ
  1. ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์มีกี่ประเภท
  2. ทำไมค่าธรรมเนียมแรกเข้าต้องทยอยตัดจำหน่าย
  3. วิธีคำนวณการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้า
  4. ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  6. ผลกระทบต่องบการเงินหากบันทึกผิดวิธี
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์มีกี่ประเภท

สัญญาแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อโดยทั่วไปกำหนดค่าธรรมเนียมไว้หลายรูปแบบ เริ่มจากค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Initial Franchise Fee)

ที่จ่ายครั้งเดียวตอนเซ็นสัญญาเพื่อแลกกับสิทธิ์ใช้ตราสินค้าและระบบบริหารจัดการของแบรนด์แม่ ตามด้วยค่ารอยัลตี้ (Royalty

Fee) ที่คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายและเก็บเป็นรายเดือน และอาจมีค่าธรรมเนียมการตลาดร่วม (Marketing Fee) ที่บางแบรนด์เรียกเก็บแยกต่างหากเพื่อใช้ทำโฆษณาส่วนกลาง

แต่ละประเภทมีลักษณะทางบัญชีต่างกัน

ผู้ลงทุนที่บันทึกทุกรายการเป็นค่าใช้จ่ายทันทีเหมือนกันหมดอาจทำให้งบการเงินไม่สะท้อนความเป็นจริงและกำไรขาดทุนในแต่ละปีคลาดเคลื่อน

ทำไมค่าธรรมเนียมแรกเข้าต้องทยอยตัดจำหน่าย

ค่าธรรมเนียมแรกเข้าถือเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (Intangible Asset) เพราะเป็นการจ่ายเงินเพื่อแลกกับสิทธิ์ที่จะได้ประโยชน์ตลอดอายุสัญญาแฟรนไชส์

ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่ใช้ประโยชน์หมดในปีเดียว ตามหลักการบัญชีจึงต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ก่อน

แล้วทยอยตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตลอดอายุสัญญา เช่น หากสัญญามีอายุ 10 ปี ก็ควรตัดจำหน่ายปีละหนึ่งในสิบของมูลค่าค่าธรรมเนียมแรกเข้า

การหักค่าธรรมเนียมแรกเข้าทั้งก้อนในปีแรกจะทำให้ปีนั้นแสดงผลขาดทุนเกินจริง ในขณะที่ปีถัด ๆ

ไปแสดงกำไรสูงเกินจริงเพราะไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้มาหักแล้ว ซึ่งบิดเบือนภาพรวมผลประกอบการของกิจการ

รายการประเภททางบัญชีวิธีบันทึก
ค่าธรรมเนียมแรกเข้าสินทรัพย์ไม่มีตัวตนบันทึกเป็นสินทรัพย์ แล้วทยอยตัดจำหน่ายตลอดอายุสัญญา
ค่ารอยัลตี้รายเดือนค่าใช้จ่ายดำเนินงานบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันทีในเดือนที่เกิดขึ้น
ค่าการตลาดร่วมรายเดือนค่าใช้จ่ายดำเนินงานบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทันทีในเดือนที่เกิดขึ้น

วิธีคำนวณการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้า

การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนโดยทั่วไปใช้วิธีเส้นตรงตลอดอายุสัญญาแฟรนไชส์ที่ระบุไว้ในเอกสาร หากสัญญามีเงื่อนไขต่ออายุได้

ผู้ประกอบการควรพิจารณาว่าจะใช้ระยะเวลาสัญญาเดิมหรือรวมระยะเวลาต่ออายุในการคำนวณ

ซึ่งควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมและสอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีที่ใช้บังคับ

นอกจากนี้ผู้ประกอบการควรเก็บสำเนาสัญญาแฟรนไชส์ต้นฉบับที่ระบุอายุสัญญาและเงื่อนไขชัดเจนไว้เป็นหลักฐานประกอบการคำนวณตัดจำหน่ายทุกปี

เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ง่ายเมื่อผู้สอบบัญชีหรือกรมสรรพากรขอเอกสารเพิ่มเติม

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์

เมื่อผู้ลงทุนจ่ายค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ให้แบรนด์แม่ซึ่งเป็นนิติบุคคล อาจมีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนชำระเงิน

เนื่องจากค่าสิทธิและค่าธรรมเนียมลักษณะนี้อาจเข้าข่ายเงินได้ที่ต้องหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทของเงินได้ที่ระบุในสัญญา

อัตราที่ต้องหักขึ้นอยู่กับลักษณะของค่าธรรมเนียมว่าเป็นค่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ค่าบริการ หรือค่าตอบแทนรูปแบบอื่น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบอัตราหัก ณ

ที่จ่ายที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีหรือกรมสรรพากรก่อนชำระเงินให้แบรนด์แม่ทุกครั้ง

และต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แบรนด์แม่เก็บไว้เป็นหลักฐานด้วย

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติผู้ลงทุนรายหนึ่งจ่ายค่าธรรมเนียมแรกเข้า 800,000 บาท สำหรับสัญญาแฟรนไชส์อายุ 8 ปี ผู้ลงทุนต้องบันทึกค่าธรรมเนียมนี้เป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนก่อน

แล้วทยอยตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายปีละ 100,000 บาทตลอด 8 ปี

ในขณะเดียวกันผู้ลงทุนจ่ายค่ารอยัลตี้รายเดือนคิดเป็น 4 เปอร์เซ็นต์ของยอดขาย ซึ่งเดือนหนึ่งมียอดขาย 1,000,000 บาท ค่ารอยัลตี้ที่ต้องจ่ายคือ 40,000 บาท

จำนวนนี้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานทันทีในเดือนนั้น พร้อมตรวจสอบว่าต้องหักภาษี ณ

ที่จ่ายก่อนชำระเงินให้แบรนด์แม่หรือไม่ตามเงื่อนไขในสัญญา

ผลกระทบต่องบการเงินหากบันทึกผิดวิธี

หากผู้ลงทุนบันทึกค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีแรกแทนที่จะทยอยตัดจำหน่าย งบกำไรขาดทุนปีแรกจะแสดงผลขาดทุนหรือกำไรต่ำกว่าความเป็นจริงอย่างมาก

ซึ่งอาจกระทบความสามารถในการขอสินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ใช้งบการเงินประกอบการพิจารณา นอกจากนี้ยังทำให้การเปรียบเทียบผลประกอบการระหว่างปีทำได้ยาก

เพราะปีแรกมีค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ผิดปกติในขณะที่ปีถัดไปไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้เลย

ผู้ประกอบการที่มีสาขาแฟรนไชส์หลายแห่งควรใช้วิธีบันทึกบัญชีที่สอดคล้องกันทุกสาขา

เพื่อให้เปรียบเทียบผลประกอบการระหว่างสาขาได้อย่างเป็นธรรมและสะท้อนความสามารถในการทำกำไรที่แท้จริงของแต่ละสาขา

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • บันทึกค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีแรก แทนที่จะทยอยตัดจำหน่ายตลอดอายุสัญญา
  • ไม่เก็บสำเนาสัญญาแฟรนไชส์ที่ระบุอายุสัญญาชัดเจน ทำให้คำนวณการตัดจำหน่ายผิดพลาด
  • ไม่ตรวจสอบว่าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายค่าธรรมเนียมให้แบรนด์แม่หรือไม่
  • บันทึกค่าการตลาดร่วมปนกับค่ารอยัลตี้ ทำให้วิเคราะห์ต้นทุนดำเนินงานแต่ละประเภทไม่ชัดเจน
  • ไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อสัญญามีเงื่อนไขต่ออายุที่ซับซ้อน ทำให้เลือกวิธีตัดจำหน่ายไม่เหมาะสม

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ลงทุนร้านสะดวกซื้อแฟรนไชส์ควรแยกบันทึกค่าธรรมเนียมแรกเข้าเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและทยอยตัดจำหน่ายตลอดอายุสัญญา

ส่วนค่ารอยัลตี้และค่าการตลาดรายเดือนให้บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานตามงวดที่เกิดขึ้นจริง พร้อมตรวจสอบภาระภาษีหัก ณ

ที่จ่ายกับผู้เชี่ยวชาญก่อนชำระเงินให้แบรนด์แม่ทุกครั้ง หากไม่แน่ใจวิธีตัดจำหน่ายที่เหมาะสมกับสัญญาของตนเอง ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีก่อนปิดงบการเงินประจำปี

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าธรรมเนียมแรกเข้าแฟรนไชส์ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร

ต้องบันทึกเป็นสินทรัพย์ไม่มีตัวตนก่อน แล้วทยอยตัดจำหน่ายเป็นค่าใช้จ่ายเฉลี่ยตลอดอายุสัญญาแฟรนไชส์ ไม่ใช่หักเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีแรก

ค่ารอยัลตี้รายเดือนบันทึกต่างจากค่าธรรมเนียมแรกเข้าอย่างไร

ค่ารอยัลตี้รายเดือนถือเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่บันทึกเป็นรายจ่ายทันทีในเดือนที่เกิดขึ้น ต่างจากค่าธรรมเนียมแรกเข้าที่ต้องทยอยตัดจำหน่าย

ถ้าสัญญาแฟรนไชส์มีเงื่อนไขต่ออายุได้ ต้องคำนวณตัดจำหน่ายอย่างไร

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีเพื่อพิจารณาว่าจะใช้ระยะเวลาสัญญาเดิมหรือรวมระยะเวลาต่ออายุ ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการบัญชีที่ใช้บังคับ

จ่ายค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ให้แบรนด์แม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

อาจต้องหัก ขึ้นอยู่กับลักษณะของค่าธรรมเนียมว่าเป็นค่าสิทธิหรือค่าบริการประเภทใด ควรตรวจสอบอัตราที่ถูกต้องกับผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนชำระเงิน

ค่าการตลาดร่วมควรบันทึกแยกจากค่ารอยัลตี้หรือไม่

ควรแยกบันทึกเพื่อให้วิเคราะห์ต้นทุนดำเนินงานแต่ละประเภทได้ชัดเจน แม้ทั้งสองรายการจะเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่หักได้ทันทีเหมือนกัน

ถ้าหักค่าธรรมเนียมแรกเข้าทั้งก้อนในปีแรกไปแล้ว ต้องแก้ไขอย่างไร

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีเพื่อประเมินผลกระทบต่องบการเงินและภาษีย้อนหลัง แล้วปรับปรุงบันทึกให้ถูกต้องตามหลักการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน

เอกสารอะไรบ้างที่ต้องเก็บไว้ประกอบการตัดจำหน่ายค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์

ควรเก็บสำเนาสัญญาแฟรนไชส์ต้นฉบับที่ระบุอายุสัญญาและเงื่อนไขชัดเจน พร้อมใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่ารอยัลตี้ทุกงวด

งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี

บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม