บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ผู้สอบบัญชีทำงบการเงินไม่ทันก่อนครบกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน

คุณจะได้เข้าใจว่าทำไมเส้นตายนี้จึงไม่รอให้งบตรวจสอบเสร็จ

ต้องยื่นแบบและชำระภาษีด้วยตัวเลขแบบไหนจึงจะไม่ผิดกฎหมาย และเมื่องบตรวจสอบเสร็จแล้วตัวเลขไม่ตรงกับที่ยื่นไปก่อน ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและเสียค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มน้อยที่สุด

สารบัญบทความ
  1. ทำไมเส้นตาย 150 วันถึงไม่รอให้งบตรวจสอบเสร็จ
  2. งบยังไม่เสร็จ ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 อย่างไรให้ไม่ผิดกฎหมาย
  3. งบตรวจสอบเสร็จแล้วตัวเลขไม่ตรงกับที่ยื่นไปก่อน ทำอย่างไร
  4. ความเสี่ยงที่ต้องระวังหากปล่อยเลยตามเลย
  5. เช็กลิสต์ป้องกันปัญหาซ้ำในปีถัดไป
  6. ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ทำไมเส้นตาย 150 วันถึงไม่รอให้งบตรวจสอบเสร็จ

ตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี

โดยกำหนดเวลานี้นับจากวันปิดรอบบัญชีเพียงอย่างเดียว

ไม่ได้ผูกกับว่าใบตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA/TA) จะเสร็จหรือยัง ตัวอย่างเช่น กิจการที่ปิดรอบบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะครบกำหนด 150 วันในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569

ไม่ว่าใบรายงานของผู้สอบบัญชีจะออกทันหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้หากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดธนาคาร (เช่นตัวอย่างนี้ วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ตรงกับวันเสาร์ ต่อเนื่องกับวันวิสาขบูชาในวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม

และวันหยุดชดเชยในวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569)

กฎหมายจะเลื่อนกำหนดเวลาไปเป็นวันทำการถัดไปโดยอัตโนมัติตามหลักกฎหมายทั่วไป แต่ควรตรวจสอบปฏิทินวันหยุดราชการที่ประกาศเป็นทางการของปีนั้นให้แน่ชัดอีกครั้งก่อนวันครบกำหนดจริงเสมอ

เพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อน

สิ่งที่ทำให้ SME สับสนคือ กฎหมายฉบับเดียวกันยังกำหนดให้แนบงบดุล บัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองแล้วไปพร้อมกับแบบด้วย จึงดูเหมือนมีสองภาระที่ต้องเสร็จพร้อมกันคือ

"ยื่นแบบให้ทัน" กับ "มีงบที่ตรวจสอบแล้วให้แนบ" ในทางปฏิบัติ

กรมสรรพากรถือว่าหน้าที่ยื่นแบบและชำระภาษีตามกำหนดเวลาเป็นเรื่องที่แยกจากขั้นตอนตรวจสอบบัญชี บริษัทจึงต้องยื่นแบบและชำระภาษีให้ทันก่อน

แล้วจัดส่งงบที่ผู้สอบบัญชีลงนามรับรองตามให้เร็วที่สุดเมื่อเสร็จ

อีกจุดที่ควรรู้คือกำหนดยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เป็นคนละเส้นตายกับ ภ.ง.ด.50 โดยบริษัทจำกัดต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี

(ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) แล้วนำส่งงบต่อ DBD ภายใน 1

เดือนหลังที่ประชุมอนุมัติ ซึ่งบังเอิญมาบรรจบใกล้เคียงกับเส้นตาย 150 วันของสรรพากรพอดี ส่วนห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีขั้นตอนอนุมัติงบที่ไม่ต้องผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้นแบบบริษัท

แต่ยังมีหน้าที่นำส่งงบต่อ DBD ในกรอบเวลาใกล้เคียงกันเช่นกัน

จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของนิติบุคคลแต่ละประเภทกับผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาอีกครั้ง

งบยังไม่เสร็จ ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 อย่างไรให้ไม่ผิดกฎหมาย

เมื่อรู้ล่วงหน้าว่าผู้สอบบัญชีจะทำงบไม่ทันก่อนวันครบกำหนด สิ่งที่ควรทำคือยื่นแบบและชำระภาษีให้ทันตามกำหนดเวลาเดิม โดยใช้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดเท่าที่มีอยู่

ไม่ใช่การขอเลื่อนหรือปล่อยผ่านไปเฉย ๆ

เพราะการยื่นแบบล่าช้ามีต้นทุนที่คำนวณได้ชัดเจนกว่าการรอ ขั้นตอนที่แนะนำมีดังนี้

  • ปิดบัญชีภายในให้เสร็จก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้มีตัวเลขกำไรสุทธิ รายได้ รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี ที่ปรับปรุงแล้วครบถ้วน แม้จะยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีก็ตาม
  • ใช้ตัวเลขจากงบก่อนสอบทานนี้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลและยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีให้ทันภายใน 150 วัน (หากยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ ควรตรวจสอบประกาศขยายเวลาล่าสุดของกรมสรรพากรในปีนั้นก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลง)
  • แจ้งผู้สอบบัญชีให้ทราบกำหนดเวลาชัดเจนล่วงหน้า และขอฉบับร่างหรือประเด็นปรับปรุงบัญชี (adjusting entries) ที่ผู้สอบบัญชีพบระหว่างตรวจ เพื่อนำมาเทียบกับตัวเลขที่จะยื่น ลดโอกาสที่ตัวเลขจริงจะต่างจากที่ยื่นไปมาก
  • เก็บหลักฐานการปิดบัญชีชั่วคราว กระดาษทำการ และการสื่อสารกับผู้สอบบัญชีไว้ทั้งหมด เผื่อต้องชี้แจงที่มาของตัวเลขที่ยื่นในภายหลัง

สิ่งที่ไม่ควรทำคือปล่อยให้เลยกำหนดโดยไม่ยื่นแบบเลย หรือยื่นแบบ "ไม่มีรายได้" ทั้งที่กิจการมีกำไร

เพราะถือเป็นการยื่นแบบเท็จซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าการยื่นด้วยตัวเลขประมาณการที่มีเหตุผลรองรับมาก

งบตรวจสอบเสร็จแล้วตัวเลขไม่ตรงกับที่ยื่นไปก่อน ทำอย่างไร

เมื่อผู้สอบบัญชีออกรายงานและงบการเงินฉบับสมบูรณ์แล้ว ให้เปรียบเทียบกำไรสุทธิที่ตรวจสอบแล้วกับตัวเลขที่ยื่นไปก่อนหน้า หากมีผลต่างที่ทำให้ต้องเสียภาษีเพิ่ม กิจการมีหน้าที่ยื่นแบบ

ภ.ง.ด.50 ฉบับเพิ่มเติม (แบบเพิ่มเติมครั้งที่ 1)

พร้อมชำระภาษีส่วนต่างและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ชำระเพิ่ม นับจากวันถัดจากวันครบกำหนดยื่นแบบเดิม (150 วัน) จนถึงวันที่ชำระภาษีส่วนต่างจริง

ทั้งนี้ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร

เงินเพิ่มที่คำนวณได้จะไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระเพิ่มนั้น

สถานการณ์ สิ่งที่ต้องทำ ต้นทุน/ความเสี่ยง
ตัวเลขจริงหลังตรวจสอบตรงกับที่ยื่นไปก่อน นำส่งงบที่ผู้สอบบัญชีลงนามรับรองต่อกรมสรรพากรและ DBD ตามกำหนด ไม่มีภาษีเพิ่ม
ตัวเลขจริงสูงกว่าที่ยื่นไปก่อน (ต้องเสียภาษีเพิ่ม) ยื่น ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม พร้อมชำระภาษีส่วนต่าง เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ชำระเพิ่ม (สูงสุดไม่เกินจำนวนภาษีที่ชำระเพิ่ม)
ตัวเลขจริงต่ำกว่าที่ยื่นไปก่อน (ชำระภาษีเกิน) ยื่นแบบเพิ่มเติมพร้อมหลักฐาน แล้วขอคืนภาษีตามขั้นตอนของกรมสรรพากร ไม่มีเงินเพิ่ม แต่ต้องรอกระบวนการคืนภาษี

การยื่นแบบเพิ่มเติมด้วยความสมัครใจก่อนที่เจ้าพนักงานจะตรวจพบและออกหมายเรียก มักได้รับการพิจารณาที่เป็นคุณกว่าในแง่เบี้ยปรับ (ตามหลักเกณฑ์การลดเบี้ยปรับของกรมสรรพากร)

เมื่อเทียบกับกรณีที่สรรพากรตรวจพบเองภายหลัง

จึงควรรีบดำเนินการทันทีที่งบตรวจสอบเสร็จ ไม่ควรปล่อยค้างไว้

ความเสี่ยงที่ต้องระวังหากปล่อยเลยตามเลย

หากไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เลยภายใน 150 วัน หรือยื่นแบบแต่ชำระภาษีขาดไปมากจนถือว่าจงใจหลีกเลี่ยง ความเสี่ยงที่ตามมามีหลายชั้น ได้แก่

  • เงินเพิ่ม: ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ นับแต่วันพ้นกำหนด ทั้งนี้ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร เงินเพิ่มรวมทั้งสิ้นจะไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
  • เบี้ยปรับ: กรณียื่นแบบแต่ชำระภาษีไม่ครบถ้วน มีเบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีที่ชำระขาด และกรณีไม่ยื่นแบบเลยจนถูกเจ้าพนักงานประเมินภาษีเอง มีเบี้ยปรับ 2 เท่า ตามมาตรา 22 แห่งประมวลรัษฎากร โดยกรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์ลดเบี้ยปรับได้มาก (ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542) หากกิจการยื่นแบบเพิ่มเติมและชำระภาษีเองก่อนได้รับหนังสือเตือนหรือหมายเรียกตรวจสอบ
  • ความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามมาตรา 69 (ไม่แนบงบที่ผู้สอบบัญชีรับรอง หรือยื่นบัญชีเกินกำหนด 150 วัน): มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นคนละส่วนแยกต่างหากจากเงินเพิ่มและเบี้ยปรับภาษีข้างต้น แม้ยอดปรับจะไม่สูงมาก แต่สะท้อนว่าเป็นความผิดตามกฎหมายที่ควรหลีกเลี่ยง จึงควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีล่วงหน้าหากคาดว่าจะส่งงบล่าช้ากว่าที่ควร
  • สัญญาณความเสี่ยงต่อการถูกเรียกตรวจ: การยื่นแบบล่าช้าซ้ำหลายปี หรือมีส่วนต่างระหว่างตัวเลขที่ยื่นกับงบตรวจสอบมากผิดปกติ อาจทำให้กิจการเข้าเกณฑ์ที่สรรพากรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

โดยรวมแล้ว การยื่นแบบให้ทันเวลาด้วยตัวเลขประมาณการที่มีเอกสารรองรับ แล้วแก้ไขให้ถูกต้องภายหลัง มีต้นทุนต่ำกว่าการปล่อยให้เลยกำหนดเสมอ

เช็กลิสต์ป้องกันปัญหาซ้ำในปีถัดไป

ปัญหางบตรวจสอบไม่เสร็จทันมักเกิดซ้ำทุกปีหากไม่ปรับกระบวนการทำงาน แนวทางป้องกันที่ทำได้จริงมีดังนี้

  • วางปฏิทินปิดบัญชีประจำปีร่วมกับผู้สอบบัญชีตั้งแต่ต้นปี กำหนดวันส่งเอกสารและวันนัดตรวจให้ชัดเจน แทนที่จะเริ่มประสานงานเมื่อใกล้ครบกำหนด
  • ปิดบัญชีรายเดือนให้เสร็จตลอดปี ไม่ปล่อยให้ค้างมากองรวมกันตอนสิ้นปี เพราะยิ่งข้อมูลกระจัดกระจาย ยิ่งใช้เวลาตรวจสอบนานขึ้น
  • เตรียมเอกสารประกอบที่ผู้สอบบัญชีมักขอเป็นประจำ เช่น ใบยืนยันยอดลูกหนี้-เจ้าหนี้ ใบนับสต๊อก และรายงานสินทรัพย์ถาวร ไว้ล่วงหน้า
  • หากธุรกิจมีความซับซ้อนหรือขนาดใหญ่ขึ้น พิจารณาเลื่อนกำหนดปิดงบภายในให้เร็วขึ้นกว่าที่เคย เพื่อเผื่อเวลาให้ผู้สอบบัญชีทำงานได้ทันจริง ๆ

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง งบการเงินไม่เสร็จ ก็ต้องยื่นภาษี ภ.ง.ด.50 ทัน 150 วัน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์

เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ถ้างบการเงินยังตรวจสอบไม่เสร็จ ขอเลื่อนกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 ออกไปได้ไหม?

โดยหลักไม่ได้ กำหนด 150 วันตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากรเป็นเส้นตายที่นับจากวันสิ้นรอบบัญชีโดยเฉพาะ ไม่ได้ผูกกับความคืบหน้าของการตรวจสอบบัญชี

ต้องยื่นแบบและชำระภาษีให้ทันตามกำหนดเดิม

เว้นแต่กรมสรรพากรจะประกาศขยายเวลาเป็นการทั่วไปในบางสถานการณ์พิเศษเท่านั้น (และหากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดราชการ กำหนดเวลาจะเลื่อนเป็นวันทำการถัดไปโดยอัตโนมัติ)

ยื่น ภ.ง.ด.50 ด้วยตัวเลขจากงบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี ผิดกฎหมายหรือไม่?

การยื่นแบบและชำระภาษีตามตัวเลขที่ปิดบัญชีไว้ดีที่สุดเท่าที่มี ไม่ถือเป็นความผิด

ตราบใดที่ตัวเลขมีเหตุผลรองรับและกิจการยังคงมีหน้าที่จัดส่งงบที่ผู้สอบบัญชีลงนามรับรองตามให้ครบถ้วนในภายหลัง แต่การยื่นแบบเท็จ เช่น

แจ้งว่าไม่มีกำไรทั้งที่ทราบว่ามีกำไร ถือเป็นความผิดที่มีความเสี่ยงสูงกว่ามาก

เมื่องบตรวจสอบเสร็จแล้วตัวเลขต่างจากที่ยื่นไปก่อน ต้องทำอย่างไร?

หากกำไรสุทธิที่ตรวจสอบแล้วสูงกว่าที่ยื่นไปก่อน ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม พร้อมชำระภาษีส่วนต่างและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนนับจากวันครบกำหนดเดิม

(รวมทั้งสิ้นไม่เกินจำนวนภาษีที่ชำระเพิ่ม ตามมาตรา 27) หากตัวเลขต่ำกว่าที่ยื่นไปก่อน

สามารถยื่นแบบเพิ่มเติมพร้อมหลักฐานเพื่อขอคืนภาษีส่วนที่ชำระเกินได้

ยื่นภาษีไม่ทันกำหนด 150 วัน มีค่าปรับอะไรบ้าง?

มีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ (รวมทั้งสิ้นไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ตามมาตรา 27) และมีเบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีตามมาตรา 22

ซึ่งกรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์ลดเบี้ยปรับได้มากหากยื่นแก้ไขและชำระภาษีเองก่อนถูกตรวจพบหรือได้รับหมายเรียก (ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542)

นอกจากนี้การไม่แนบงบที่ผู้สอบบัญชีรับรองตามมาตรา 69 ยังมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 35

แห่งประมวลรัษฎากรแยกต่างหากอีกด้วย

หลังจากจัดการเรื่องภาษีในแต่ละเดือนเรียบร้อยแล้ว การกลับมาทบทวนภาพรวมทั้งปีร่วมกับบริการที่ปรึกษาภาษีและวางแผนภาษี จะช่วยให้ธุรกิจเตรียมตัวได้ดีขึ้น