บทความนี้เขียนขึ้นสำหรับเจ้าของธุรกิจ SME ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ผู้สอบบัญชีทำงบการเงินไม่ทันก่อนครบกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน
คุณจะได้เข้าใจว่าทำไมเส้นตายนี้จึงไม่รอให้งบตรวจสอบเสร็จ
ต้องยื่นแบบและชำระภาษีด้วยตัวเลขแบบไหนจึงจะไม่ผิดกฎหมาย และเมื่องบตรวจสอบเสร็จแล้วตัวเลขไม่ตรงกับที่ยื่นไปก่อน ต้องแก้ไขอย่างไรให้ถูกต้องและเสียค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มน้อยที่สุด
สารบัญบทความ
ทำไมเส้นตาย 150 วันถึงไม่รอให้งบตรวจสอบเสร็จ
ตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใน 150 วันนับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
โดยกำหนดเวลานี้นับจากวันปิดรอบบัญชีเพียงอย่างเดียว
ไม่ได้ผูกกับว่าใบตรวจสอบของผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA/TA) จะเสร็จหรือยัง ตัวอย่างเช่น กิจการที่ปิดรอบบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะครบกำหนด 150 วันในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569
ไม่ว่าใบรายงานของผู้สอบบัญชีจะออกทันหรือไม่ก็ตาม
ทั้งนี้หากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดธนาคาร (เช่นตัวอย่างนี้ วันที่ 30 พฤษภาคม 2569 ตรงกับวันเสาร์ ต่อเนื่องกับวันวิสาขบูชาในวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม
และวันหยุดชดเชยในวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569)
กฎหมายจะเลื่อนกำหนดเวลาไปเป็นวันทำการถัดไปโดยอัตโนมัติตามหลักกฎหมายทั่วไป แต่ควรตรวจสอบปฏิทินวันหยุดราชการที่ประกาศเป็นทางการของปีนั้นให้แน่ชัดอีกครั้งก่อนวันครบกำหนดจริงเสมอ
เพื่อไม่ให้คลาดเคลื่อน
สิ่งที่ทำให้ SME สับสนคือ กฎหมายฉบับเดียวกันยังกำหนดให้แนบงบดุล บัญชีกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีตรวจสอบและรับรองแล้วไปพร้อมกับแบบด้วย จึงดูเหมือนมีสองภาระที่ต้องเสร็จพร้อมกันคือ
"ยื่นแบบให้ทัน" กับ "มีงบที่ตรวจสอบแล้วให้แนบ" ในทางปฏิบัติ
กรมสรรพากรถือว่าหน้าที่ยื่นแบบและชำระภาษีตามกำหนดเวลาเป็นเรื่องที่แยกจากขั้นตอนตรวจสอบบัญชี บริษัทจึงต้องยื่นแบบและชำระภาษีให้ทันก่อน
แล้วจัดส่งงบที่ผู้สอบบัญชีลงนามรับรองตามให้เร็วที่สุดเมื่อเสร็จ
อีกจุดที่ควรรู้คือกำหนดยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เป็นคนละเส้นตายกับ ภ.ง.ด.50 โดยบริษัทจำกัดต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติงบภายใน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นรอบบัญชี
(ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์) แล้วนำส่งงบต่อ DBD ภายใน 1
เดือนหลังที่ประชุมอนุมัติ ซึ่งบังเอิญมาบรรจบใกล้เคียงกับเส้นตาย 150 วันของสรรพากรพอดี ส่วนห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีขั้นตอนอนุมัติงบที่ไม่ต้องผ่านที่ประชุมผู้ถือหุ้นแบบบริษัท
แต่ยังมีหน้าที่นำส่งงบต่อ DBD ในกรอบเวลาใกล้เคียงกันเช่นกัน
จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของนิติบุคคลแต่ละประเภทกับผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาอีกครั้ง
งบยังไม่เสร็จ ต้องยื่น ภ.ง.ด.50 อย่างไรให้ไม่ผิดกฎหมาย
เมื่อรู้ล่วงหน้าว่าผู้สอบบัญชีจะทำงบไม่ทันก่อนวันครบกำหนด สิ่งที่ควรทำคือยื่นแบบและชำระภาษีให้ทันตามกำหนดเวลาเดิม โดยใช้ตัวเลขที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดเท่าที่มีอยู่
ไม่ใช่การขอเลื่อนหรือปล่อยผ่านไปเฉย ๆ
เพราะการยื่นแบบล่าช้ามีต้นทุนที่คำนวณได้ชัดเจนกว่าการรอ ขั้นตอนที่แนะนำมีดังนี้
- ปิดบัญชีภายในให้เสร็จก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้มีตัวเลขกำไรสุทธิ รายได้ รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี ที่ปรับปรุงแล้วครบถ้วน แม้จะยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีก็ตาม
- ใช้ตัวเลขจากงบก่อนสอบทานนี้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลและยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 พร้อมชำระภาษีให้ทันภายใน 150 วัน (หากยื่นผ่านช่องทางออนไลน์ ควรตรวจสอบประกาศขยายเวลาล่าสุดของกรมสรรพากรในปีนั้นก่อนยื่นทุกครั้ง เพราะเงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลง)
- แจ้งผู้สอบบัญชีให้ทราบกำหนดเวลาชัดเจนล่วงหน้า และขอฉบับร่างหรือประเด็นปรับปรุงบัญชี (adjusting entries) ที่ผู้สอบบัญชีพบระหว่างตรวจ เพื่อนำมาเทียบกับตัวเลขที่จะยื่น ลดโอกาสที่ตัวเลขจริงจะต่างจากที่ยื่นไปมาก
- เก็บหลักฐานการปิดบัญชีชั่วคราว กระดาษทำการ และการสื่อสารกับผู้สอบบัญชีไว้ทั้งหมด เผื่อต้องชี้แจงที่มาของตัวเลขที่ยื่นในภายหลัง
สิ่งที่ไม่ควรทำคือปล่อยให้เลยกำหนดโดยไม่ยื่นแบบเลย หรือยื่นแบบ "ไม่มีรายได้" ทั้งที่กิจการมีกำไร
เพราะถือเป็นการยื่นแบบเท็จซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่าการยื่นด้วยตัวเลขประมาณการที่มีเหตุผลรองรับมาก
งบตรวจสอบเสร็จแล้วตัวเลขไม่ตรงกับที่ยื่นไปก่อน ทำอย่างไร
เมื่อผู้สอบบัญชีออกรายงานและงบการเงินฉบับสมบูรณ์แล้ว ให้เปรียบเทียบกำไรสุทธิที่ตรวจสอบแล้วกับตัวเลขที่ยื่นไปก่อนหน้า หากมีผลต่างที่ทำให้ต้องเสียภาษีเพิ่ม กิจการมีหน้าที่ยื่นแบบ
ภ.ง.ด.50 ฉบับเพิ่มเติม (แบบเพิ่มเติมครั้งที่ 1)
พร้อมชำระภาษีส่วนต่างและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ชำระเพิ่ม นับจากวันถัดจากวันครบกำหนดยื่นแบบเดิม (150 วัน) จนถึงวันที่ชำระภาษีส่วนต่างจริง
ทั้งนี้ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร
เงินเพิ่มที่คำนวณได้จะไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระเพิ่มนั้น
| สถานการณ์ | สิ่งที่ต้องทำ | ต้นทุน/ความเสี่ยง |
|---|---|---|
| ตัวเลขจริงหลังตรวจสอบตรงกับที่ยื่นไปก่อน | นำส่งงบที่ผู้สอบบัญชีลงนามรับรองต่อกรมสรรพากรและ DBD ตามกำหนด | ไม่มีภาษีเพิ่ม |
| ตัวเลขจริงสูงกว่าที่ยื่นไปก่อน (ต้องเสียภาษีเพิ่ม) | ยื่น ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม พร้อมชำระภาษีส่วนต่าง | เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ชำระเพิ่ม (สูงสุดไม่เกินจำนวนภาษีที่ชำระเพิ่ม) |
| ตัวเลขจริงต่ำกว่าที่ยื่นไปก่อน (ชำระภาษีเกิน) | ยื่นแบบเพิ่มเติมพร้อมหลักฐาน แล้วขอคืนภาษีตามขั้นตอนของกรมสรรพากร | ไม่มีเงินเพิ่ม แต่ต้องรอกระบวนการคืนภาษี |
การยื่นแบบเพิ่มเติมด้วยความสมัครใจก่อนที่เจ้าพนักงานจะตรวจพบและออกหมายเรียก มักได้รับการพิจารณาที่เป็นคุณกว่าในแง่เบี้ยปรับ (ตามหลักเกณฑ์การลดเบี้ยปรับของกรมสรรพากร)
เมื่อเทียบกับกรณีที่สรรพากรตรวจพบเองภายหลัง
จึงควรรีบดำเนินการทันทีที่งบตรวจสอบเสร็จ ไม่ควรปล่อยค้างไว้
ความเสี่ยงที่ต้องระวังหากปล่อยเลยตามเลย
หากไม่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เลยภายใน 150 วัน หรือยื่นแบบแต่ชำระภาษีขาดไปมากจนถือว่าจงใจหลีกเลี่ยง ความเสี่ยงที่ตามมามีหลายชั้น ได้แก่
- เงินเพิ่ม: ร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ นับแต่วันพ้นกำหนด ทั้งนี้ตามมาตรา 27 แห่งประมวลรัษฎากร เงินเพิ่มรวมทั้งสิ้นจะไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ
- เบี้ยปรับ: กรณียื่นแบบแต่ชำระภาษีไม่ครบถ้วน มีเบี้ยปรับ 1 เท่าของภาษีที่ชำระขาด และกรณีไม่ยื่นแบบเลยจนถูกเจ้าพนักงานประเมินภาษีเอง มีเบี้ยปรับ 2 เท่า ตามมาตรา 22 แห่งประมวลรัษฎากร โดยกรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์ลดเบี้ยปรับได้มาก (ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542) หากกิจการยื่นแบบเพิ่มเติมและชำระภาษีเองก่อนได้รับหนังสือเตือนหรือหมายเรียกตรวจสอบ
- ความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามมาตรา 69 (ไม่แนบงบที่ผู้สอบบัญชีรับรอง หรือยื่นบัญชีเกินกำหนด 150 วัน): มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ตามมาตรา 35 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งเป็นคนละส่วนแยกต่างหากจากเงินเพิ่มและเบี้ยปรับภาษีข้างต้น แม้ยอดปรับจะไม่สูงมาก แต่สะท้อนว่าเป็นความผิดตามกฎหมายที่ควรหลีกเลี่ยง จึงควรปรึกษาผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีล่วงหน้าหากคาดว่าจะส่งงบล่าช้ากว่าที่ควร
- สัญญาณความเสี่ยงต่อการถูกเรียกตรวจ: การยื่นแบบล่าช้าซ้ำหลายปี หรือมีส่วนต่างระหว่างตัวเลขที่ยื่นกับงบตรวจสอบมากผิดปกติ อาจทำให้กิจการเข้าเกณฑ์ที่สรรพากรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
โดยรวมแล้ว การยื่นแบบให้ทันเวลาด้วยตัวเลขประมาณการที่มีเอกสารรองรับ แล้วแก้ไขให้ถูกต้องภายหลัง มีต้นทุนต่ำกว่าการปล่อยให้เลยกำหนดเสมอ
เช็กลิสต์ป้องกันปัญหาซ้ำในปีถัดไป
ปัญหางบตรวจสอบไม่เสร็จทันมักเกิดซ้ำทุกปีหากไม่ปรับกระบวนการทำงาน แนวทางป้องกันที่ทำได้จริงมีดังนี้
- วางปฏิทินปิดบัญชีประจำปีร่วมกับผู้สอบบัญชีตั้งแต่ต้นปี กำหนดวันส่งเอกสารและวันนัดตรวจให้ชัดเจน แทนที่จะเริ่มประสานงานเมื่อใกล้ครบกำหนด
- ปิดบัญชีรายเดือนให้เสร็จตลอดปี ไม่ปล่อยให้ค้างมากองรวมกันตอนสิ้นปี เพราะยิ่งข้อมูลกระจัดกระจาย ยิ่งใช้เวลาตรวจสอบนานขึ้น
- เตรียมเอกสารประกอบที่ผู้สอบบัญชีมักขอเป็นประจำ เช่น ใบยืนยันยอดลูกหนี้-เจ้าหนี้ ใบนับสต๊อก และรายงานสินทรัพย์ถาวร ไว้ล่วงหน้า
- หากธุรกิจมีความซับซ้อนหรือขนาดใหญ่ขึ้น พิจารณาเลื่อนกำหนดปิดงบภายในให้เร็วขึ้นกว่าที่เคย เพื่อเผื่อเวลาให้ผู้สอบบัญชีทำงานได้ทันจริง ๆ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง งบการเงินไม่เสร็จ ก็ต้องยื่นภาษี ภ.ง.ด.50 ทัน 150 วัน ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์
เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถ้างบการเงินยังตรวจสอบไม่เสร็จ ขอเลื่อนกำหนดยื่น ภ.ง.ด.50 ออกไปได้ไหม?
โดยหลักไม่ได้ กำหนด 150 วันตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากรเป็นเส้นตายที่นับจากวันสิ้นรอบบัญชีโดยเฉพาะ ไม่ได้ผูกกับความคืบหน้าของการตรวจสอบบัญชี
ต้องยื่นแบบและชำระภาษีให้ทันตามกำหนดเดิม
เว้นแต่กรมสรรพากรจะประกาศขยายเวลาเป็นการทั่วไปในบางสถานการณ์พิเศษเท่านั้น (และหากวันครบกำหนดตรงกับวันหยุดราชการ กำหนดเวลาจะเลื่อนเป็นวันทำการถัดไปโดยอัตโนมัติ)
ยื่น ภ.ง.ด.50 ด้วยตัวเลขจากงบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชี ผิดกฎหมายหรือไม่?
การยื่นแบบและชำระภาษีตามตัวเลขที่ปิดบัญชีไว้ดีที่สุดเท่าที่มี ไม่ถือเป็นความผิด
ตราบใดที่ตัวเลขมีเหตุผลรองรับและกิจการยังคงมีหน้าที่จัดส่งงบที่ผู้สอบบัญชีลงนามรับรองตามให้ครบถ้วนในภายหลัง แต่การยื่นแบบเท็จ เช่น
แจ้งว่าไม่มีกำไรทั้งที่ทราบว่ามีกำไร ถือเป็นความผิดที่มีความเสี่ยงสูงกว่ามาก
เมื่องบตรวจสอบเสร็จแล้วตัวเลขต่างจากที่ยื่นไปก่อน ต้องทำอย่างไร?
หากกำไรสุทธิที่ตรวจสอบแล้วสูงกว่าที่ยื่นไปก่อน ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 เพิ่มเติม พร้อมชำระภาษีส่วนต่างและเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนนับจากวันครบกำหนดเดิม
(รวมทั้งสิ้นไม่เกินจำนวนภาษีที่ชำระเพิ่ม ตามมาตรา 27) หากตัวเลขต่ำกว่าที่ยื่นไปก่อน
สามารถยื่นแบบเพิ่มเติมพร้อมหลักฐานเพื่อขอคืนภาษีส่วนที่ชำระเกินได้
ยื่นภาษีไม่ทันกำหนด 150 วัน มีค่าปรับอะไรบ้าง?
มีเงินเพิ่มร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือเศษของเดือนของภาษีที่ต้องชำระ (รวมทั้งสิ้นไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องชำระ ตามมาตรา 27) และมีเบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีตามมาตรา 22
ซึ่งกรมสรรพากรมีหลักเกณฑ์ลดเบี้ยปรับได้มากหากยื่นแก้ไขและชำระภาษีเองก่อนถูกตรวจพบหรือได้รับหมายเรียก (ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป. 81/2542)
นอกจากนี้การไม่แนบงบที่ผู้สอบบัญชีรับรองตามมาตรา 69 ยังมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาทตามมาตรา 35
แห่งประมวลรัษฎากรแยกต่างหากอีกด้วย
หลังจากจัดการเรื่องภาษีในแต่ละเดือนเรียบร้อยแล้ว การกลับมาทบทวนภาพรวมทั้งปีร่วมกับบริการที่ปรึกษาภาษีและวางแผนภาษี จะช่วยให้ธุรกิจเตรียมตัวได้ดีขึ้น