ธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพมีทั้งรายได้จากการให้บริการถ่ายรูป โฆษณา ให้เช่าสถานที่จัดไฟ และบางครั้งมีการซื้อขายลิขสิทธิ์ผลงาน บัญชีสตูดิโอถ่ายภาพที่ดีจึงต้องคุมรายจ่ายนักออกแบบ

ช่างภาพฟรีแลนซ์ และค่าใช้จ่ายสถานที่ถ่ายทำให้ถูกต้อง

สารบัญบทความ
  1. รายได้ค่าบริการถ่ายภาพกับการให้เช่าสตูดิโอ
  2. การจ่ายค่าจ้างช่างภาพฟรีแลนซ์ นายแบบนางแบบ และผู้ช่วย
  3. การซื้อขายและโอนสิทธิลิขสิทธิ์ภาพถ่าย
  4. เช็กลิสต์เอกสารที่ควรเตรียมทุกเดือน
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  6. สรุป
  7. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  8. ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน (เพิ่มเติม)
  10. ตารางนำบทความไปใช้

รายได้ค่าบริการถ่ายภาพกับการให้เช่าสตูดิโอ

การให้บริการถ่ายภาพและงานโฆษณาถือเป็นงานบริการที่ต้องเสีย VAT และถูกลูกค้าองค์กรหัก ณ ที่จ่าย 3% ส่วนรายได้จากค่าเช่าสถานที่สตูดิโออย่างเดียวหากแยกสัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์จะหัก

ณ ที่จ่าย 5%

การทำใบเสนอราคาควรแยกประเภทบริการและพื้นที่เช่าให้สอดคล้องกับพฤติกรรมจริงเพื่อผลประโยชน์ทางภาษีที่ถูกต้องของลูกค้าและบริษัท

เอกสารคู่บัญชีที่สตูดิโอต้องเก็บ

สัญญาจ้างช่างภาพฟรีแลนซ์พร้อมใบสำคัญรับเงิน, ใบเสนอราคาแยกค่าเช่าสตูดิโอ/ค่าบริการ, บิลค่าอุปกรณ์กล้องและค่าไฟปะปน

การจ่ายค่าจ้างช่างภาพฟรีแลนซ์ นายแบบนางแบบ และผู้ช่วย

ช่างภาพอิสระ (Freelance Photographer) นักแต่งหน้าสไตลิสต์ และนายแบบนางแบบพาร์ทไทม์ ต้องมีสัญญาจ้าง ใบสั่งงาน หรือข้อตกลงที่ระบุกรอบเวลาและขอบเขตงาน

ต้องเก็บสำเนาบัตรประชาชนผู้รับจ้างทุกคนพร้อมทำใบสำคัญรับเงิน และทำการหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ตามประเภทรายได้จ้างทำของ

ข้อเสี่ยงทางภาษีของสตูดิโอ

การรวมค่าเช่าสถานที่และบริการเข้าด้วยกันในบิลเดียวจนหัก ณ ที่จ่ายผิดประเภท, การจ่ายค่าแบบนางแบบเป็นเงินสดไม่มีเอกสาร

การซื้อขายและโอนสิทธิลิขสิทธิ์ภาพถ่าย

กรณีมีการซื้อขายผลงานภาพถ่ายที่ตกลงมอบสิทธิ์ขาดในลิขสิทธิ์แก่ลูกค้า ควรระบุข้อตกลงนี้แยกออกจากค่าบริการกดชัตเตอร์ปกติ เนื่องจากค่าลิขสิทธิ์ (Royalty Fee) ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา

40(3) ที่มีวิธีการหัก ณ ที่จ่ายเฉพาะเจาะจง

ควรให้บัญชีตรวจร่างสัญญาในส่วนของการโอนสิทธิหรือใช้ภาพโฆษณาเพื่อป้องกันสับสนพิกัดภาษีเมื่อโดนเรียกตรวจ

เช็กลิสต์เอกสารที่ควรเตรียมทุกเดือน

  • แยกประเภทค่าเช่าสถานที่และบริการถ่ายภาพในใบแจ้งหนี้
  • ทำสัญญาและจัดทำใบสำคัญรับเงินจ้างช่างภาพฟรีแลนซ์
  • หักภาษี ณ ที่จ่ายค่าจ้างทำของ 3% ตามพิกัดจริง
  • ระบุการโอนสิทธิลิขสิทธิ์ภาพถ่ายในสัญญาให้ชัดเจน
  • เก็บใบเสร็จค่าซื้ออุปกรณ์และสิทธิ์โปรแกรมตกแต่งภาพ
  • กระทบยอดเงินรับมัดจำล่วงหน้าก่อนวันถ่ายทำจริง

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ออกบิลรวมรายการค่าเช่าสถานที่และค่าบริการในบรรทัดเดียวกัน
  • จ่ายเงินช่างภาพและผู้ช่วยโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายและไม่มีหลักฐานชำระเงิน
  • ไม่บันทึกรายจ่ายค่าเช่ากล้องและอุปกรณ์เป็นของบริษัท

สรุป

ธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพจะทำงานร่วมกับฝ่ายบัญชีได้อย่างราบรื่นเมื่อสัญญามีการแยกงานบริการ ค่าจ้างนายแบบนางแบบ และค่าเช่าสถานที่ออกจากกันอย่างชัดเจนและครบถ้วน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ภาษีธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพและเช่าสตูดิโอ: ค่าช่างภาพอิสระ และลิขสิทธิ์ภาพ ควรใช้เพื่อจับประเด็นเฉพาะธุรกิจ แล้วนำไปเทียบกับรูปแบบรายได้ สัญญา ช่องทางรับเงิน

และเอกสารจริงของกิจการ เพราะธุรกิจชื่อคล้ายกันอาจมีภาระภาษีต่างกันมาก

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • แยกช่องทางรายได้หลัก รายได้เสริม เงินมัดจำ และรายรับล่วงหน้าให้ชัดเจน
  • ตรวจสัญญา ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และเงื่อนไขหัก ณ ที่จ่ายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
  • จัดรายงานต้นทุน สต๊อก ค่าจ้าง outsource และค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจให้ตรวจย้อนกลับได้

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • รวมรายได้หลายประเภทไว้ก้อนเดียวจนแยก VAT หรือหัก ณ ที่จ่ายไม่ถูก
  • ไม่มีสัญญาหรือเอกสารงานย่อยรองรับการจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างภายนอก
  • ดูเฉพาะยอดขาย แต่ไม่คุมต้นทุนเฉพาะงาน ทำให้กำไรจริงและภาษีคลาดเคลื่อน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน (เพิ่มเติม)

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
รายได้ค่าบริการถ่ายภาพกับการให้เช่าสตูดิโอตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
การจ่ายค่าจ้างช่างภาพฟรีแลนซ์ นายแบบนางแบบ และผู้ช่วยตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
การซื้อขายและโอนสิทธิลิขสิทธิ์ภาพถ่ายตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

การวางระบบบัญชีสำหรับธุรกิจในกลุ่มนี้ควรเริ่มจากอะไร?

ควรเริ่มจากการจำแนกประเภทรายรับของกิจการให้ชัดเจน (เช่น การขายสินค้า การให้บริการ หรือเงินมัดจำรับล่วงหน้า)

จากนั้นออกแบบระบบเอกสารและการบันทึกต้นทุนให้ตรงกับลักษณะการดำเนินงานจริง

ภาษีสำคัญที่ธุรกิจกลุ่มนี้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษมีอะไรบ้าง?

ควรตรวจสอบเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) เมื่อรายได้เกินเกณฑ์, ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายในการจ้างงานหรือค่าบริการ, ภาษีเงินได้นิติบุคคล, และเอกสารค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจ เช่น

สัญญาจ้างผู้รับเหมาช่วงหรือใบเสร็จค่าใช้จ่ายดำเนินการ

หากประกอบธุรกิจมาสักระยะแล้วยังไม่มีระบบเอกสารที่ถูกต้อง ควรเริ่มปรับปรุงอย่างไร?

ควรรวบรวมรายการรับ-จ่ายเงิน ยอดขาย และสัญญาจ้างย้อนหลังอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อให้สำนักงานบัญชีจัดหมวดหมู่ วางระบบเอกสารในเดือนถัดไป

และช่วยประเมินความเสี่ยงภาษีย้อนหลังเพื่อทำการปรับปรุงให้ถูกต้อง

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ภาษีธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพและเช่าสตูดิโอ: ค่าช่างภาพอิสระ และลิขสิทธิ์ภาพ

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ภาษีธุรกิจสตูดิโอถ่ายภาพและเช่าสตูดิโอ: ค่าช่างภาพอิสระ และลิขสิทธิ์ภาพ

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล

งานบัญชีและภาษีของธุรกิจเฉพาะทางมักมีรายละเอียดที่แตกต่างจากธุรกิจทั่วไป จึงควรมีผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบอย่างใกล้ชิด ทีม A Plus Me มี

บริการให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษีสำหรับธุรกิจแต่ละประเภทให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม