คำตอบสั้นๆ คือ NPAEs (มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) เป็นมาตรฐานบัญชีที่ออกแบบมาให้เรียบง่ายกว่า TFRS เต็มรูปแบบ เหมาะกับ SME ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และไม่มีภาระรับผิดชอบต่อสาธารณะสูง กิจการส่วนใหญ่ในไทยที่เป็นบริษัทจำกัดทั่วไปมักเข้าเกณฑ์ใช้มาตรฐานนี้ได้ บทความนี้อธิบายว่า SME แบบไหนเข้าเกณฑ์ และต่างจาก TFRS อย่างไร
NPAEs คืออะไร ทำไมถึงมีมาตรฐานหลายชุด
ประเทศไทยมีมาตรฐานการรายงานทางการเงินหลายชุดเพื่อให้เหมาะกับกิจการที่มีขนาดและความซับซ้อนต่างกัน โดยแบ่งหลักๆ ได้เป็น 3 กลุ่ม คือ TFRS (Thai Financial Reporting Standards) ฉบับเต็มสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์หรือสถาบันการเงิน, TFRS for SMEs ซึ่งเป็นฉบับย่อลงมาสำหรับกิจการขนาดกลางที่ยังต้องการความละเอียดพอสมควร และ NPAEs (Non-Publicly Accountable Entities) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่เรียบง่ายที่สุด ออกแบบมาสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะและไม่มีภาระต้องรายงานข้อมูลซับซ้อนต่อผู้ลงทุนภายนอกจำนวนมาก
SME แบบไหนเข้าเกณฑ์ใช้ NPAEs ได้
โดยหลักการ กิจการที่มีลักษณะดังต่อไปนี้มักเข้าเกณฑ์ใช้มาตรฐาน NPAEs ได้
- ไม่ได้จดทะเบียนหรืออยู่ระหว่างการเสนอขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ไม่ใช่สถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย หรือกิจการที่ถือครองสินทรัพย์ในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์ของกลุ่มบุคคลในวงกว้าง (เช่น กองทุน)
- เป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือนิติบุคคลทั่วไปที่ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการเอง ไม่ได้ระดมทุนจากสาธารณะในวงกว้าง
SME ส่วนใหญ่ในประเทศไทยที่เป็นบริษัทจำกัดทั่วไป ทำธุรกิจซื้อมาขายไป ให้บริการ หรือผลิตสินค้า และไม่มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ มักเข้าเกณฑ์ใช้ NPAEs ได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบเงื่อนไขและประกาศล่าสุดของสภาวิชาชีพบัญชีให้แน่ชัด เพราะเกณฑ์อาจมีการปรับปรุงเป็นระยะ
ความต่างระหว่าง NPAEs กับ TFRS: ประเด็นที่ SME ควรรู้
| ประเด็น | NPAEs | TFRS (ฉบับเต็ม/for SMEs) |
|---|---|---|
| ความซับซ้อนของมาตรฐาน | เรียบง่ายกว่า เน้นหลักการพื้นฐาน | ละเอียดกว่า ครอบคลุมธุรกรรมซับซ้อนหลายประเภท |
| การเปิดเผยข้อมูล (Disclosure) | เปิดเผยเท่าที่จำเป็น ภาระงานน้อยกว่า | ต้องเปิดเผยรายละเอียดมากกว่า เพื่อรองรับผู้ใช้งบการเงินภายนอกหลากหลายกลุ่ม |
| การวัดมูลค่ายุติธรรม (Fair Value) | ใช้น้อยกว่า เน้นราคาทุนเป็นหลักในหลายรายการ | ใช้มูลค่ายุติธรรมในหลายรายการมากกว่า เช่น อสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนบางกรณี |
| ต้นทุนในการจัดทำบัญชี | ต่ำกว่า เพราะไม่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญประเมินมูลค่าซับซ้อน | สูงกว่า อาจต้องใช้ผู้ประเมินราคาอิสระในบางรายการ |
| เหมาะกับกิจการประเภทใด | SME ทั่วไปที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ | บริษัทจดทะเบียน สถาบันการเงิน หรือกิจการที่ต้องการระดมทุนจากนักลงทุนภายนอกจำนวนมาก |
ตัวอย่างสถานการณ์จริง
บริษัท A เป็นบริษัทจำกัดขนาดกลาง ทำธุรกิจจำหน่ายวัสดุก่อสร้าง มีผู้ถือหุ้น 3 คนซึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตอันใกล้ กรณีนี้บริษัท A เข้าเกณฑ์ใช้มาตรฐาน NPAEs ได้ ทำให้จัดทำงบการเงินได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลละเอียดมากเท่ากิจการมหาชน และประหยัดต้นทุนค่าธรรมเนียมผู้สอบบัญชีเมื่อเทียบกับการใช้มาตรฐาน TFRS เต็มรูปแบบ แต่หากในอนาคตบริษัท A ตัดสินใจระดมทุนจากนักลงทุนภายนอกจำนวนมากหรือเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ ก็จะต้องเปลี่ยนไปใช้มาตรฐาน TFRS แทน ซึ่งต้องมีการปรับปรุงงบการเงินย้อนหลังให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้มาตรฐาน NPAEs ทั้งที่กิจการเข้าเกณฑ์มีส่วนได้เสียสาธารณะแล้ว: เช่น กิจการที่เริ่มระดมทุนจากประชาชนทั่วไปหรือเตรียมเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ยังใช้มาตรฐานเดิมอยู่ ทำให้งบการเงินไม่เป็นไปตามข้อกำหนด
- ไม่ปรับปรุงเมื่อสภาวิชาชีพบัญชีออกประกาศปรับปรุงมาตรฐาน NPAEs ใหม่: มาตรฐานมีการทบทวนเป็นระยะ ผู้ทำบัญชีต้องติดตามประกาศล่าสุดอยู่เสมอ
- สับสนระหว่าง NPAEs กับ TFRS for SMEs: สองมาตรฐานนี้มีชื่อคล้ายกันแต่มีเนื้อหาต่างกัน กิจการต้องเลือกใช้ให้ถูกตามเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ใช่เลือกตามความคุ้นเคย
- ไม่แจ้งผู้สอบบัญชีล่วงหน้าเมื่อวางแผนเปลี่ยนมาตรฐาน: การเปลี่ยนมาตรฐานบัญชีมีผลกระทบต่องบเปรียบเทียบปีก่อนหน้า ควรวางแผนร่วมกับผู้สอบบัญชีล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งรอบบัญชี
- คิดว่า NPAEs หมายถึงไม่ต้องทำบัญชีละเอียด: ความจริงแล้ว NPAEs ยังคงต้องมีความถูกต้องครบถ้วนตามหลักการบัญชีทั่วไป เพียงแต่ลดภาระการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนลงเท่านั้น
วิธีตรวจสอบว่าธุรกิจเข้าเกณฑ์มาตรฐานไหน
เจ้าของธุรกิจสามารถเริ่มตรวจสอบเบื้องต้นได้ด้วยคำถามต่อไปนี้
- บริษัทจดทะเบียนหรืออยู่ระหว่างเสนอขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์หรือไม่
- บริษัทเป็นสถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย หรือกิจการที่ดูแลเงินของบุคคลภายนอกจำนวนมากหรือไม่
- มีแผนระดมทุนจากนักลงทุนภายนอกในวงกว้างภายใน 1-2 ปีข้างหน้าหรือไม่
- คู่ค้า ธนาคาร หรือนักลงทุนที่เกี่ยวข้องต้องการงบการเงินที่ละเอียดตามมาตรฐาน TFRS หรือไม่
หากตอบว่า "ไม่" ในทุกข้อ ธุรกิจส่วนใหญ่มักเข้าเกณฑ์ใช้ NPAEs ได้ แต่หากมีข้อใดข้อหนึ่งตอบว่า "ใช่" ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีเพื่อประเมินว่าจำเป็นต้องเปลี่ยนไปใช้มาตรฐาน TFRS หรือไม่
คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
SME ที่กำลังเริ่มจดทะเบียนบริษัทหรือกำลังเลือกผู้ทำบัญชี ควรสอบถามชัดเจนว่าสำนักงานบัญชีจะจัดทำงบการเงินตามมาตรฐานใด และเหตุผลที่เลือกใช้มาตรฐานนั้นสอดคล้องกับลักษณะธุรกิจหรือไม่ หากธุรกิจมีแผนขยายกิจการ ระดมทุน หรือมีนักลงทุนภายนอกเข้ามาเกี่ยวข้องในอนาคต ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีล่วงหน้าเพื่อวางแผนเปลี่ยนมาตรฐานบัญชีให้ทันเวลา เพราะการเปลี่ยนมาตรฐานกลางคันอาจต้องปรับปรุงงบการเงินย้อนหลังหลายปีซึ่งใช้เวลาและมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
เมื่อธุรกิจเติบโตจนต้องเปลี่ยนมาตรฐาน
เมื่อ SME เติบโตขึ้นจนมีนักลงทุนภายนอกเข้าร่วมถือหุ้นจำนวนมาก หรือเตรียมเสนอขายหุ้นให้สาธารณะ กิจการจะต้องเปลี่ยนจาก NPAEs ไปใช้มาตรฐาน TFRS for SMEs หรือ TFRS เต็มรูปแบบ ขึ้นอยู่กับลักษณะและขนาดของกิจการ ณ ขณะนั้น การเปลี่ยนแปลงนี้มักต้องมีการปรับปรุงงบการเงินเปรียบเทียบของปีก่อนหน้าให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่ (Restatement) ซึ่งมีความซับซ้อนพอสมควร จึงควรเริ่มวางแผนและปรึกษาผู้สอบบัญชีตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะถึงจุดที่จำเป็นต้องเปลี่ยนมาตรฐานจริง เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นและไม่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของงบการเงินที่นำเสนอต่อนักลงทุนหรือธนาคาร
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง งบการเงินตาม NPAEs: SME เข้าเกณฑ์ไหน ต่างจาก TFRS อย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
NPAEs ต่างจาก TFRS for SMEs อย่างไร
NPAEs เป็นมาตรฐานสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะโดยเฉพาะ เน้นความเรียบง่ายและลดภาระการเปิดเผยข้อมูล ส่วน TFRS for SMEs เป็นมาตรฐานฉบับย่อจาก TFRS เต็มรูปแบบที่ยังคงมีรายละเอียดมากกว่า เหมาะกับกิจการขนาดกลางที่ต้องการความละเอียดมากขึ้น
SME ที่เพิ่งจดทะเบียนบริษัทใหม่ ควรใช้มาตรฐานไหน
หากไม่มีแผนเข้าตลาดหลักทรัพย์และไม่ใช่สถาบันการเงิน ส่วนใหญ่เข้าเกณฑ์ใช้ NPAEs ได้ทันที เพราะช่วยลดต้นทุนและความซับซ้อนในการจัดทำงบการเงิน แต่ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อยืนยันว่าเข้าเกณฑ์ครบถ้วนตามประกาศล่าสุดของสภาวิชาชีพบัญชี
ใช้ NPAEs แล้วธนาคารจะยอมรับงบการเงินเพื่อขอสินเชื่อไหม
โดยทั่วไปธนาคารยอมรับงบการเงินที่จัดทำตามมาตรฐาน NPAEs สำหรับ SME ทั่วไป เพราะเป็นมาตรฐานที่ได้รับการรับรองถูกต้องตามกฎหมาย แต่ควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะของธนาคารแต่ละแห่งหรือประเภทสินเชื่อที่ขอ เนื่องจากบางกรณีอาจต้องการข้อมูลเพิ่มเติม
มาตรฐาน NPAEs มีการปรับปรุงบ่อยแค่ไหน
สภาวิชาชีพบัญชีมีการทบทวนและปรับปรุงมาตรฐานเป็นระยะเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและแนวปฏิบัติสากล ผู้ทำบัญชีควรติดตามประกาศล่าสุดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้งบการเงินของกิจการเป็นไปตามมาตรฐานที่ใช้บังคับอยู่จริง
ธุรกิจที่มีแผนระดมทุนจากนักลงทุนในอนาคต ควรใช้ NPAEs ไปก่อนได้ไหม
ได้ในช่วงแรก แต่ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีล่วงหน้าเพื่อวางแผนเปลี่ยนไปใช้มาตรฐาน TFRS ให้ทันเวลาก่อนการระดมทุนจริง เพราะการเปลี่ยนมาตรฐานกลางคันอาจต้องปรับปรุงงบการเงินย้อนหลังหลายปีซึ่งใช้เวลาพอสมควร
ใช้ NPAEs หมายความว่าไม่ต้องตรวจสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือไม่
ไม่ใช่ นิติบุคคลไทยยังคงมีหน้าที่ต้องจัดให้มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรองงบการเงินประจำปีตามที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะใช้มาตรฐาน NPAEs หรือ TFRS ก็ตาม มาตรฐานที่เลือกใช้มีผลต่อรูปแบบและความละเอียดของงบการเงินเท่านั้น
จะรู้ได้อย่างไรว่าธุรกิจของเรามีส่วนได้เสียสาธารณะหรือไม่
ให้พิจารณาว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นสถาบันการเงิน บริษัทประกันภัย หรือดูแลเงินของบุคคลภายนอกจำนวนมากหรือไม่ หากไม่เข้าลักษณะเหล่านี้ ส่วนใหญ่ถือว่าไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะและเข้าเกณฑ์ใช้ NPAEs ได้ แต่ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีเพื่อยืนยันในกรณีที่ไม่แน่ใจ