โรงเรียนนานาชาติและหลักสูตรสองภาษาในไทยอยู่ในจุดตัดของสิทธิยกเว้น VAT ที่มีเงื่อนไขเข้มข้น ภาระหัก ณ ที่จ่ายที่ซับซ้อนสำหรับครูต่างชาติ

และปัญหาการรับรู้รายได้ค่าเล่าเรียนที่เก็บล่วงหน้าเป็นรายปี

สารบัญบทความ
  1. ทำไมภาษีโรงเรียนนานาชาติจึงซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไป
  2. VAT ยกเว้น: เส้นแบ่งระหว่างโรงเรียนที่ได้รับอนุญาต สช. กับหลักสูตรเสริมเอกชน
  3. ภาษีเงินได้นิติบุคคล: โรงเรียนมูลนิธิ บริษัท และ SME ในธุรกิจการศึกษา
  4. การหัก ณ ที่จ่ายสำหรับครูต่างชาติ: ภ.ง.ด.1 และอนุสัญญาภาษีซ้อน
  5. ค่าลิขสิทธิ์หลักสูตรต่างประเทศ: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT นำส่ง
  6. การรับรู้รายได้ค่าเล่าเรียน: เงินล่วงหน้าและการบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง
  7. ข้อควรระวังเพิ่มเติมสำหรับผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติ
  8. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
  9. ตารางนำบทความไปใช้

ทำไมภาษีโรงเรียนนานาชาติจึงซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไป

ธุรกิจการศึกษาระดับนานาชาติในประเทศไทยเติบโตต่อเนื่องทั้งในรูปแบบโรงเรียนที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.)

และรูปแบบศูนย์หรือบริษัทเอกชนที่ให้บริการหลักสูตรเสริม ภาษาอังกฤษเข้มข้น หรือหลักสูตรสองภาษา

ทั้งสองรูปแบบมีสถานะภาษีที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในเรื่อง VAT และภาษีเงินได้

ความซับซ้อนเกิดจากสามประเด็นหลักที่ต้องพิจารณาพร้อมกัน ได้แก่ สิทธิยกเว้น VAT ที่ผูกกับสถานะใบอนุญาต ไม่ใช่แค่ประเภทบริการ ภาระหัก ณ ที่จ่ายสำหรับครูและบุคลากรต่างชาติ

ที่อาจมีอนุสัญญาภาษีซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง และ

การรับรู้รายได้ค่าเล่าเรียนที่เก็บเป็นเทอมหรือรายปีล่วงหน้า ซึ่งส่งผลต่อทั้งบัญชีและฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล

VAT ยกเว้น: เส้นแบ่งระหว่างโรงเรียนที่ได้รับอนุญาต สช. กับหลักสูตรเสริมเอกชน

ประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ช) ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับ การให้บริการการศึกษา ของสถานศึกษาที่จัดตั้งตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน หรือกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กล่าวคือ

การยกเว้นนี้ไม่ได้ครอบคลุม "ธุรกิจสอนภาษา" หรือ

"หลักสูตรเสริม" โดยทั่วไป แต่ผูกติดกับ สถานะนิติบุคคลและใบอนุญาตที่ออกโดย สช. อย่างชัดเจน

ดังนั้น โรงเรียนนานาชาติที่จดทะเบียนเป็นโรงเรียนเอกชนอย่างถูกต้องและได้รับใบอนุญาตจาก สช. จะได้รับยกเว้น VAT สำหรับค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และบริการการศึกษาหลัก

ในทางตรงข้าม บริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนที่ดำเนินธุรกิจสอนภาษาอังกฤษ

หลักสูตรสองภาษา หรือกวดวิชานานาชาติ โดยไม่มีใบอนุญาต สช. ไม่ได้รับสิทธิยกเว้น VAT และหากรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเรียกเก็บ VAT 7%

จากผู้ปกครอง (ข้อมูล ณ ปี 2569 — อัตรา 7% ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799

มีผลถึง 30 กันยายน 2569 ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร)

  • โรงเรียนที่ได้รับใบอนุญาต สช.: ค่าเล่าเรียน ค่าธรรมเนียมแรกเข้า และบริการการศึกษาหลักที่เกี่ยวข้องโดยตรง — ได้รับยกเว้น VAT ตามมาตรา 81(1)(ช)
  • รายได้นอกเหนือการศึกษาหลัก: ค่าอาหารกลางวัน ค่าเครื่องแบบ ค่าทัศนศึกษา หรือค่าบริการเสริมอื่น ๆ อาจอยู่นอกขอบเขตยกเว้น VAT ต้องพิจารณาเป็นรายการ
  • หลักสูตรเสริมและศูนย์ภาษาเอกชน: ไม่มีใบอนุญาต สช. — ต้องจด VAT หากรายได้เกินเกณฑ์ 1,800,000 บาท และต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้า
  • กรณีโรงเรียน สช. ที่ยังเปิดสอนหลักสูตรนอก: หากมีรายได้จากบริการที่ไม่ใช่การศึกษาตามใบอนุญาต อาจต้องแยกบัญชีและจด VAT เฉพาะส่วนนั้น

สำคัญมาก: แม้โรงเรียนที่ได้รับยกเว้น VAT จะ ไม่จำเป็นต้องจด VAT แต่กฎหมายเปิดทางให้ เลือกจด VAT โดยสมัครใจ ตามมาตรา 81/3 ได้ หากต้องการใช้ภาษีซื้อจากการลงทุนขนาดใหญ่ เช่น

การก่อสร้างอาคาร อย่างไรก็ตาม

การตัดสินใจนี้มีผลถาวรและต้องประเมินความคุ้มค่าอย่างรอบคอบกับผู้เชี่ยวชาญ ดูเพิ่มเติมเรื่องวางแผนภาษีสำหรับธุรกิจการศึกษา

ภาษีเงินได้นิติบุคคล: โรงเรียนมูลนิธิ บริษัท และ SME ในธุรกิจการศึกษา

โรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยอาจดำเนินการในรูปแบบนิติบุคคลหลายประเภท ซึ่งมีผลต่อภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างมีนัยสำคัญ

โรงเรียนที่จัดตั้งในรูปมูลนิธิ: มูลนิธิที่จัดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์ทางการศึกษาอาจได้รับการยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลตามเงื่อนไขที่กำหนดในประมวลรัษฎากร

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประเภทรายได้และการจดทะเบียนสถานะ

ควรตรวจสอบกับสรรพากรพื้นที่หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นรายกรณี

บริษัทจำกัดที่ดำเนินธุรกิจการศึกษา: หากดำเนินการในรูปบริษัทจำกัดและเข้าเกณฑ์ SME (ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5,000,000 บาท และรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30,000,000

บาทต่อรอบบัญชี) จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราก้าวหน้า

ดังนี้ (ข้อมูล ณ ปี 2569)

  • กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท: อัตรา 0% (ยกเว้น)
  • กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: อัตรา 15%
  • กำไรสุทธิเกิน 3,000,000 บาท: อัตรา 20%

บริษัทที่ไม่เข้าเกณฑ์ SME หรือในปีใดที่รายได้เกินเกณฑ์ด้านใดด้านหนึ่ง จะเสียภาษีในอัตราคงที่ 20% ของกำไรสุทธิทั้งหมด ธุรกิจการศึกษาที่เติบโตเร็วมักก้าวข้ามเกณฑ์ SME

โดยไม่ทันตั้งตัว การวางแผนรายได้และโครงสร้างกิจการล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ

การหัก ณ ที่จ่ายสำหรับครูต่างชาติ: ภ.ง.ด.1 และอนุสัญญาภาษีซ้อน

ประเด็นที่โรงเรียนนานาชาติพลาดบ่อยที่สุดคือการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) สำหรับเงินเดือนและค่าตอบแทนครูชาวต่างชาติ

หลักการพื้นฐานคือครูต่างชาติที่ทำงานในประเทศไทยและมีรายได้จากแหล่งในไทย ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย

ในอัตราก้าวหน้าเช่นเดียวกับแรงงานไทย และนายจ้าง (โรงเรียน) มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามแบบ ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน

อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อน (Double Tax Agreement — DTA) กับหลายประเทศ ซึ่งอาจมีบทบัญญัติพิเศษสำหรับ ครูและนักวิจัย (Teachers/Professors Article)

บทบัญญัติในอนุสัญญาบางฉบับกำหนดว่าครูที่เดินทางมาสอนในไทยเป็นการชั่วคราว ไม่เกิน 2 ปี และไม่มีเจตนาพำนักถาวร อาจได้รับยกเว้นภาษีเงินได้สำหรับรายได้จากการสอนในช่วงเวลาดังกล่าว

  • เงื่อนไขของ DTA Teacher Article: โดยทั่วไปต้องเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในประเทศคู่สัญญา มาเพื่อวัตถุประสงค์การสอนหรือวิจัย และพำนักในไทยไม่เกินระยะที่กำหนด (มักไม่เกิน 2 ปี) ตามเงื่อนไขของแต่ละอนุสัญญา
  • ข้อพึงระวัง: หากครูต่างชาติยังคงสอนต่อเกินระยะที่ DTA กำหนด สิทธิยกเว้นจะหมดไป และอาจต้องเสียภาษีย้อนหลังสำหรับช่วงเวลาที่ผ่านมาทั้งหมด
  • ครูที่ไม่มี DTA คุ้มครอง: ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราปกติตั้งแต่วันแรกที่ทำงานในไทย โดยโรงเรียนต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราที่คำนวณตามฐานรายได้จริง
  • แบบที่ใช้ยื่น: ภ.ง.ด.1 รายเดือน (สำหรับเงินเดือนพนักงาน) และ ภ.ง.ด.1ก สรุปรายปี ยื่นพร้อมกับ ภ.ง.ด.1ก ภายในเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป

กรณีโรงเรียนว่าจ้างครูต่างชาติในฐานะ ที่ปรึกษาหรือผู้รับจ้างอิสระ (Freelance) แทนที่จะเป็นพนักงานประจำ แบบหัก ณ ที่จ่ายที่ใช้คือ ภ.ง.ด.3 (สำหรับบุคคลธรรมดาต่างชาติ)

โดยอัตราการหักและเงื่อนไขอาจแตกต่างออกไป

ควรประเมินสถานะของผู้รับจ้างอย่างรอบคอบก่อน เนื่องจากกรมสรรพากรอาจพิจารณาว่าความสัมพันธ์นั้นเป็นการจ้างงานจริงแม้จะทำสัญญาในรูปแบบที่ปรึกษาก็ตาม สอบถามรายละเอียดได้ที่

สำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ด้านธุรกิจการศึกษา

ค่าลิขสิทธิ์หลักสูตรต่างประเทศ: ภาษีหัก ณ ที่จ่ายและ VAT นำส่ง

โรงเรียนนานาชาติหลายแห่งต้องจ่าย ค่าลิขสิทธิ์ (Royalty) หรือค่าแฟรนไชส์ให้กับองค์กรเจ้าของหลักสูตรในต่างประเทศ เช่น IB (International Baccalaureate), Cambridge Assessment

International Education, หรือหลักสูตรสองภาษาที่ซื้อสิทธิ์มา

ในกรณีนี้มีภาระภาษีสองส่วนที่ต้องไม่หลงลืม

ส่วนที่ 1 — ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Royalty WHT): การจ่ายค่าสิทธิ์ให้บริษัทหรือองค์กรในต่างประเทศถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 3 (มาตรา 40(3)) ซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนโอนเงิน

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายสำหรับค่าสิทธิ์ (Royalty)

ที่จ่ายให้นิติบุคคลต่างประเทศอยู่ที่ 15% ตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม อนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยมีกับประเทศต้นทางของผู้รับเงินอาจลดอัตรานี้ลง ต้องตรวจสอบเป็นรายประเทศ

ส่วนที่ 2 — VAT นำส่งแทน (Reverse Charge / มาตรา 83/6): เมื่อโรงเรียนจ่ายค่าบริการหรือค่าสิทธิ์ให้ผู้ประกอบการในต่างประเทศที่ไม่ได้จด VAT ในไทย

โรงเรียนในฐานะผู้รับบริการมีหน้าที่นำส่ง VAT แทนผู้ให้บริการต่างประเทศ ตามแบบ ภ.พ.36 ภายใน 7

วันนับแต่วันสิ้นเดือนที่จ่ายเงิน แม้โรงเรียนจะได้รับยกเว้น VAT สำหรับรายได้ของตนเอง แต่ยังคงมีหน้าที่นำส่ง VAT แทนตามมาตรานี้อยู่

กรณีค่าสิทธิ์ที่จ่ายในประเทศไทยระหว่างนิติบุคคลไทยด้วยกัน (เช่น ซื้อสิทธิ์หลักสูตรจากบริษัทไทย) อัตราหัก ณ ที่จ่ายอยู่ที่ 3% สำหรับผู้จ่ายทั่วไป หรือ 1% สำหรับผู้จ่ายที่ใช้ระบบ

e-Withholding Tax ของกรมสรรพากร (ท.ป.354/2566 ขยายถึง 31

ธันวาคม 2570) ข้อมูล ณ ปี 2569

การรับรู้รายได้ค่าเล่าเรียน: เงินล่วงหน้าและการบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง

โรงเรียนนานาชาติส่วนใหญ่เก็บค่าเล่าเรียนเป็นเทอมหรือเป็นรายปีล่วงหน้า ทำให้เกิดคำถามสำคัญด้านบัญชีและภาษี คือ รับรู้รายได้ ณ วันที่รับเงิน หรือรับรู้ตามระยะเวลาที่ให้บริการจริง?

ตามหลักการบัญชีที่รับรองทั่วไป (รวมถึงมาตรฐานการบัญชีสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ หรือ TFRS for NPAEs ที่ธุรกิจ SME ส่วนใหญ่ใช้)

รายได้จากการให้บริการควรรับรู้ตามระยะเวลาที่ให้บริการจริง ไม่ใช่ ณ วันที่ได้รับเงิน

ดังนั้นค่าเล่าเรียนที่เก็บล่วงหน้าสำหรับภาคเรียนถัดไปต้องบันทึกเป็น รายได้รับล่วงหน้า (Deferred Revenue) ในงบดุล และรับรู้เป็นรายได้จริงเมื่อภาคเรียนนั้นเริ่มและดำเนินไป

  • ผลต่อภาษีเงินได้: กำไรสุทธิที่ใช้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องสะท้อนรายได้ที่รับรู้อย่างถูกต้องตามงวด ไม่ใช่เงินสดที่รับมา การบันทึกค่าเล่าเรียนล่วงหน้าทั้งหมดเป็นรายได้ในปีที่รับเงินจะทำให้กำไรสุทธิและภาระภาษีในปีนั้นสูงเกินจริง
  • ค่าธรรมเนียมแรกเข้า (Enrollment/Registration Fee): หากค่าธรรมเนียมแรกเข้าไม่สามารถขอคืนได้ (Non-refundable) และไม่ผูกกับการให้บริการในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง อาจรับรู้รายได้ทันที แต่หากผูกกับสัญญาการให้บริการระยะยาว ควรทยอยรับรู้ตามระยะเวลาของสัญญา
  • เงินมัดจำที่อาจคืนได้ (Refundable Deposit): ไม่ใช่รายได้ — บันทึกเป็นหนี้สิน (เจ้าหนี้เงินฝากนักเรียน) จนกว่าจะเงื่อนไขคืนเงินสิ้นสุดลง
  • ผลต่อ VAT (กรณีธุรกิจที่ต้องเสีย VAT): ความรับผิดใน VAT เกิดขึ้น ณ วันออกใบกำกับภาษี วันได้รับชำระเงิน หรือวันที่ส่งมอบบริการ แล้วแต่ว่าวันใดจะเกิดขึ้นก่อน ดังนั้นเมื่อรับเงินค่าเล่าเรียนล่วงหน้า ต้องออกใบกำกับภาษีและนำส่ง VAT ในเดือนนั้น แม้รายได้บัญชียังไม่รับรู้ก็ตาม

ความแตกต่างระหว่างรายได้ทางบัญชีและกระแสเงินสดที่ได้รับจริงในธุรกิจโรงเรียนนี้ทำให้การทำบัญชีรายเดือนที่ถูกต้องมีความสำคัญมาก การใช้บริการรับทำบัญชีรายเดือน

จากผู้เชี่ยวชาญช่วยให้มั่นใจได้ว่ารายได้รับล่วงหน้าถูกแยกบัญชีอย่างถูกต้องทุกเดือน

ข้อควรระวังเพิ่มเติมสำหรับผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติ

นอกจากประเด็นหลักข้างต้น ยังมีจุดเสี่ยงเพิ่มเติมที่ผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติควรทราบ

Work Permit และ Tax ID ของครูต่างชาติ: ครูต่างชาติที่ทำงานในโรงเรียนต้องมีใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) อย่างถูกต้อง

และต้องมีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีอากรในไทยเพื่อยื่นแบบภาษีประจำปี (ภ.ง.ด.90/91) ภายในวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป

โรงเรียนมีหน้าที่อำนวยความสะดวกและออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้แก่ครูแต่ละราย

อากรแสตมป์สัญญาจ้าง: สัญญาจ้างครูที่มีระบุค่าจ้างรวมตลอดสัญญาอาจอยู่ในข่ายต้องปิดอากรแสตมป์ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญก่อนลงนาม

ค่าใช้จ่ายต้องห้ามทางภาษี: ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการโดยตรง หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวของผู้บริหารที่บันทึกในบัญชีของโรงเรียน

จะถูกบวกกลับเมื่อคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษี

กรมสรรพากรมักตรวจสอบรายการเหล่านี้อย่างเข้มข้นในธุรกิจที่มีกำไรสูง

ภาษีป้าย: ป้ายชื่อโรงเรียนและป้ายโฆษณาต่าง ๆ อยู่ในข่ายต้องเสียภาษีป้ายประจำปีกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อัตราขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของป้าย

ซึ่งหลายโรงเรียนมักมองข้ามในช่วงเปิดกิจการ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ทำไมภาษีโรงเรียนนานาชาติจึงซับซ้อนกว่าธุรกิจทั่วไปตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
VAT ยกเว้น: เส้นแบ่งระหว่างโรงเรียนที่ได้รับอนุญาต สช. กับหลักสูตรเสริมเอกชนตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ภาษีเงินได้นิติบุคคล: โรงเรียนมูลนิธิ บริษัท และ SME ในธุรกิจการศึกษาตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โรงเรียนนานาชาติที่ได้รับอนุญาตจาก สช. ต้องจด VAT ไหม และค่าเล่าเรียนต้องบวก VAT หรือเปล่า?

โรงเรียนเอกชนที่จดทะเบียนและได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน (สช.) ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับบริการการศึกษาหลักตามประมวลรัษฎากร มาตรา 81(1)(ช)

ดังนั้นค่าเล่าเรียนและค่าธรรมเนียมการศึกษาหลักไม่ต้องบวก VAT อย่างไรก็ตาม

บริการเสริมที่ไม่ใช่การศึกษาโดยตรง เช่น ร้านค้า บริการรับส่งที่คิดค่าใช้จ่ายแยก อาจไม่อยู่ในข่ายยกเว้น ควรตรวจสอบเป็นรายการกับนักบัญชีหรือผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

โรงเรียนหักภาษี ณ ที่จ่ายครูชาวต่างชาติอย่างไร และต้องใช้แบบอะไร?

โรงเรียนในฐานะนายจ้างต้องหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่ายจากเงินเดือนครูต่างชาติในอัตราก้าวหน้าตามฐานรายได้ และยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน พร้อมสรุปรายปีด้วยแบบ ภ.ง.ด.1ก

ภายในกุมภาพันธ์ปีถัดไป อย่างไรก็ตาม ครูจากประเทศที่ไทยมีอนุสัญญาภาษีซ้อน (DTA)

อาจได้รับยกเว้นภาษีสำหรับรายได้จากการสอนในช่วงเวลาที่กำหนดตามเงื่อนไขของแต่ละอนุสัญญา ซึ่งต้องตรวจสอบเป็นรายประเทศ

การอ้างสิทธิ์ยกเว้นที่ไม่ถูกต้องอาจนำไปสู่ภาษีค้างชำระย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับ

ค่าเล่าเรียนที่เก็บล่วงหน้าทั้งปีต้องบันทึกบัญชีและเสียภาษีอย่างไร?

ค่าเล่าเรียนที่รับล่วงหน้าสำหรับภาคเรียนที่ยังไม่เริ่มต้องบันทึกเป็น 'รายได้รับล่วงหน้า' (Deferred Revenue) ในฐานะหนี้สิน ไม่ใช่รายได้ทันที

รายได้จะรับรู้ทยอยตามระยะเวลาที่ให้บริการการศึกษาจริง

หลักการนี้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs)

และช่วยให้กำไรสุทธิที่ใช้คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลสะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงในแต่ละรอบบัญชี

สิ่งใดควรตรวจเพิ่มเติมก่อนใช้เรื่อง ภาษีธุรกิจโรงเรียนนานาชาติและหลักสูตรสองภาษา: สิทธิยกเว้น VAT สถาบันการศึกษา ค่าเล่าเรียนล่วงหน้า และหัก ณ ที่จ่ายครูต่างชาติ

ตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง วันที่มีผล และข้อกำหนดฉบับปัจจุบันที่เกี่ยวกับ ภาษีธุรกิจโรงเรียนนานาชาติและหลักสูตรสองภาษา: สิทธิยกเว้น VAT สถาบันการศึกษา ค่าเล่าเรียนล่วงหน้า

และหัก ณ ที่จ่ายครูต่างชาติ

พร้อมระบุผู้รับผิดชอบก่อนตัดสินใจหรือยื่นข้อมูล