คนขับรถส่งของและส่งอาหารที่ทำงานอิสระ (ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ) ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในฐานะผู้มีเงินได้ประเภทที่ 8 (เงินได้จากการรับจ้างทำงานอิสระ)

และควรสมัครประกันสังคมมาตรา 40 เพื่อความคุ้มครองตัวเอง

เพราะไม่มีนายจ้างหักส่งให้เหมือนพนักงานประจำ

สารบัญบทความ
  1. ทำไมคนขับอิสระต้องดูแลภาษีและประกันสังคมด้วยตัวเอง
  2. เงินได้จากงานขับส่งจัดเป็นเงินได้ประเภทใด
  3. ขั้นตอนการยื่นภาษีสำหรับคนขับอิสระ
  4. ประกันสังคมมาตรา 40 สำหรับคนขับอิสระ
  5. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนขับอิสระ
  6. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  7. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  8. ตารางนำบทความไปใช้
  9. แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบฉบับปัจจุบัน

ทำไมคนขับอิสระต้องดูแลภาษีและประกันสังคมด้วยตัวเอง

คนขับที่รับงานผ่านแอปพลิเคชันส่งอาหารหรือส่งพัสดุ เช่น ไรเดอร์ส่งอาหาร คนขับรถส่งพัสดุ หรือคนขับแท็กซี่ที่ทำงานอิสระ ส่วนใหญ่มีสถานะเป็น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ

ไม่ใช่ลูกจ้างของแพลตฟอร์ม ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มจะไม่หักภาษี ณ

ที่จ่ายและไม่นำส่งเงินสมทบประกันสังคมให้เหมือนนายจ้างทั่วไป

สิ่งนี้ทำให้คนขับอิสระต้องรับผิดชอบเรื่องภาษีและสวัสดิการสังคมด้วยตัวเองทั้งหมด หลายคนไม่เคยยื่นภาษีเลยเพราะคิดว่ารายได้จากงานอิสระไม่ต้องเสียภาษี ซึ่งเป็นความเข้าใจที่ผิด

เพราะกฎหมายกำหนดให้บุคคลธรรมดาที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบภาษีทุกปีไม่ว่าจะมีนายจ้างหรือไม่

เงินได้จากงานขับส่งจัดเป็นเงินได้ประเภทใด

ตามประมวลรัษฎากร เงินได้ของคนขับอิสระที่รับค่าจ้างจากการส่งของหรือส่งอาหารมักจัดอยู่ใน เงินได้ประเภทที่ 8 คือเงินได้จากการรับจ้างทำงานหรือประกอบธุรกิจอิสระที่ไม่เข้าประเภทอื่น

(เช่น การขนส่ง การรับจ้างทั่วไป)

ซึ่งกฎหมายอนุญาตให้หักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี คือ

  • หักค่าใช้จ่ายแบบเหมา ตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้ประเภทที่ 8 โดยไม่ต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่ายจริง สะดวกสำหรับผู้ที่ไม่อยากเก็บใบเสร็จจำนวนมาก
  • หักค่าใช้จ่ายตามจริง ต้องมีหลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าโทรศัพท์ ค่าบำรุงรักษารถจักรยานยนต์ ซึ่งเหมาะกับคนขับที่มีต้นทุนสูงกว่าอัตราเหมา

อัตราการหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาที่แน่นอนควรตรวจสอบกับกรมสรรพากร (rd.go.th) หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะอัตราอาจแตกต่างกันตามลักษณะเงินได้และมีการปรับปรุงเป็นระยะ

ขั้นตอนการยื่นภาษีสำหรับคนขับอิสระ

1. รวบรวมรายได้ทั้งปี

รวบรวมรายได้จากทุกแพลตฟอร์มที่รับงาน เช่น รายงานสรุปรายได้ที่แอปพลิเคชันส่งให้ทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน ควรบันทึกยอดรายรับสะสมไว้เป็นประจำเพื่อไม่ให้ตกหล่นตอนสิ้นปี

2. เลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย

เปรียบเทียบว่าหักแบบเหมาหรือหักตามจริงแล้วประหยัดภาษีมากกว่ากัน หากมีค่าใช้จ่ายจริงสูง เช่น ผ่อนรถจักรยานยนต์ ค่าน้ำมันรายเดือนสูง ควรพิจารณาหักตามจริงพร้อมเก็บหลักฐานให้ครบ

3. คำนวณเงินได้สุทธิและค่าลดหย่อน

นำเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายมาหักค่าลดหย่อนส่วนตัวและค่าลดหย่อนอื่นที่มีสิทธิ์ เช่น เบี้ยประกันชีวิต เงินสมทบกองทุนประกันสังคม เพื่อคำนวณภาษีที่ต้องชำระตามอัตราก้าวหน้า

4. ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90

คนขับอิสระที่มีเงินได้จากการรับจ้างทำงานอิสระต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 ภายในกำหนดเวลาที่กรมสรรพากรประกาศในแต่ละปี สามารถยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing

ของกรมสรรพากรได้เช่นเดียวกับบุคคลทั่วไป

ประกันสังคมมาตรา 40 สำหรับคนขับอิสระ

เนื่องจากคนขับอิสระไม่มีนายจ้าง จึงไม่สามารถใช้สิทธิ์ประกันสังคมมาตรา 33 ได้ แต่สามารถสมัครเป็น ผู้ประกันตนมาตรา 40 กับสำนักงานประกันสังคม (sso.go.th) ได้ด้วยตัวเอง

ซึ่งเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับผู้ประกอบอาชีพอิสระทุกประเภทรวมถึงคนขับส่งของ-ส่งอาหาร

ประกันสังคมมาตรา 40 มีทางเลือกให้จ่ายเงินสมทบหลายระดับ โดยให้ความคุ้มครองแตกต่างกัน เช่น เงินทดแทนการขาดรายได้เมื่อเจ็บป่วย เงินทุพพลภาพ เงินบำเหน็จชราภาพ

และเงินสงเคราะห์กรณีเสียชีวิต

อัตราเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ที่แน่นอนควรตรวจสอบล่าสุดจากสำนักงานประกันสังคมโดยตรง เพราะมีการปรับปรุงอัตราเป็นระยะ

ทำไมควรสมัครประกันสังคมมาตรา 40

  • คุ้มครองยามเจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน ซึ่งคนขับส่งของมีความเสี่ยงสูงกว่าอาชีพทั่วไป
  • มีเงินชดเชยเมื่อไม่สามารถทำงานได้ชั่วคราว ช่วยพยุงรายได้ในช่วงหยุดงาน
  • สร้างหลักประกันบำนาญยามเกษียณในระยะยาว
  • ค่าใช้จ่ายในการสมัครและเงินสมทบไม่สูงเมื่อเทียบกับความคุ้มครองที่ได้รับ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยของคนขับอิสระ

  • ไม่ยื่นภาษีเลยเพราะคิดว่ารายได้จากแอปไม่ต้องเสียภาษี ความจริงคือรายได้ทุกประเภทที่ถึงเกณฑ์ต้องยื่นแบบ แม้จะไม่มีนายจ้างหักภาษี ณ ที่จ่ายให้
  • ไม่เก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย ทำให้พลาดโอกาสหักค่าใช้จ่ายตามจริงหากมีต้นทุนสูงกว่าอัตราเหมา
  • ไม่สมัครประกันสังคมมาตรา 40 เพราะคิดว่าไม่จำเป็น แต่เมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่กลับไม่มีความคุ้มครองใดๆ รองรับ
  • ไม่รวมรายได้จากหลายแพลตฟอร์มให้ครบ ทำให้ยื่นภาษีต่ำกว่าความเป็นจริงและเสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลัง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติคนขับส่งอาหารรายหนึ่งมีรายได้รวมทั้งปีจากสองแพลตฟอร์มประมาณ 240,000 บาท หากเลือกหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาตามอัตราที่กฎหมายกำหนดสำหรับเงินได้ประเภทที่ 8

แล้วนำมาหักค่าลดหย่อนส่วนตัว

เงินได้สุทธิที่เหลืออาจอยู่ในระดับที่เสียภาษีน้อยมากหรือไม่ต้องเสียภาษีเลยตามโครงสร้างอัตราก้าวหน้า

แต่ทั้งนี้ตัวเลขที่แน่นอนขึ้นอยู่กับอัตราหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่ใช้สิทธิ์ได้ในปีนั้น

ควรคำนวณอย่างละเอียดหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อความถูกต้อง

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

คนขับอิสระควรเริ่มต้นจากการเปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับรับเงินจากงานขับส่งโดยเฉพาะ เพื่อให้ง่ายต่อการติดตามรายได้ทั้งปี บันทึกรายรับรายจ่ายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยเดือนละครั้ง

และตั้งเป้าสมัครประกันสังคมมาตรา 40

ตั้งแต่เริ่มทำงานเพื่อไม่ให้พลาดความคุ้มครองในช่วงที่มีความเสี่ยงสูงจากการขับขี่บนท้องถนน หากไม่แน่ใจเรื่องการคำนวณภาษีหรือการเลือกวิธีหักค่าใช้จ่าย

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อวางแผนให้ถูกต้องและประหยัดที่สุด

ตารางนำบทความไปใช้

ประเด็นสิ่งที่ต้องตรวจผลที่ต้องบันทึก
ทำไมคนขับอิสระต้องดูแลภาษีและประกันสังคมด้วยตัวเองตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
เงินได้จากงานขับส่งจัดเป็นเงินได้ประเภทใดตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน
ขั้นตอนการยื่นภาษีสำหรับคนขับอิสระตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องสถานะ ผู้รับผิดชอบ และวันทบทวน

แหล่งข้อมูลสำหรับตรวจสอบฉบับปัจจุบัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

คนขับส่งอาหารต้องยื่นภาษีทุกคนหรือไม่

หากมีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดต้องยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แม้จะคำนวณแล้วไม่มีภาษีต้องชำระก็ยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 เพื่อแสดงรายได้ตามกฎหมาย

ควรตรวจสอบเกณฑ์เงินได้ที่ต้องยื่นกับกรมสรรพากรให้แน่ใจ

หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาหรือตามจริงดีกว่ากัน

ขึ้นอยู่กับต้นทุนจริงของแต่ละคน หากมีค่าน้ำมัน ค่าผ่อนรถ ค่าซ่อมบำรุงสูง การหักตามจริงพร้อมเก็บหลักฐานอาจประหยัดภาษีได้มากกว่า แต่หากต้นทุนไม่สูงมากและไม่อยากเก็บใบเสร็จ

การหักแบบเหมาจะสะดวกกว่า

ประกันสังคมมาตรา 40 ต่างจากมาตรา 33 อย่างไร

มาตรา 33 เป็นของลูกจ้างที่มีนายจ้างหักส่งเงินสมทบให้ ส่วนมาตรา 40 เป็นของผู้ประกอบอาชีพอิสระที่สมัครและจ่ายเงินสมทบด้วยตัวเอง

มีทางเลือกระดับความคุ้มครองและอัตราเงินสมทบให้เลือกตามความเหมาะสม

รายได้จากหลายแอปพลิเคชันต้องรวมยื่นภาษีด้วยกันหรือไม่

ใช่ ต้องรวมรายได้จากทุกแพลตฟอร์มที่ทำงานในปีภาษีเดียวกันมายื่นในแบบภาษีฉบับเดียว ไม่สามารถแยกยื่นตามแต่ละแพลตฟอร์มได้ ควรรวบรวมรายงานสรุปรายได้จากทุกแอปให้ครบก่อนยื่นแบบ

ถ้าไม่ยื่นภาษีเลยจะมีความเสี่ยงอะไรบ้าง

หากถูกตรวจพบว่ามีรายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่ยื่นแบบ อาจถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

การยื่นแบบให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยหลีกเลี่ยงปัญหาและสร้างประวัติทางการเงินที่ดีสำหรับการขอสินเชื่อในอนาคต

สมัครประกันสังคมมาตรา 40 ได้ที่ไหน

สามารถสมัครได้ที่สำนักงานประกันสังคมทุกพื้นที่ ผ่านเว็บไซต์ sso.go.th หรือแอปพลิเคชัน SSO Connect รวมถึงจุดบริการอื่นที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

ควรตรวจสอบเอกสารและขั้นตอนล่าสุดก่อนสมัคร

ค่าลดหย่อนที่คนขับอิสระใช้สิทธิ์ได้มีอะไรบ้าง

นอกจากค่าลดหย่อนส่วนตัว ยังมีสิทธิ์ลดหย่อนจากเบี้ยประกันชีวิต เงินสมทบประกันสังคม เงินบริจาค และค่าลดหย่อนอื่นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดในแต่ละปี

ควรตรวจสอบรายการค่าลดหย่อนล่าสุดก่อนคำนวณภาษี

สำหรับ SME ที่ต้องการจัดระบบบัญชีและภาษีให้รัดกุมมากขึ้นโดยไม่ต้องศึกษาทุกรายละเอียดด้วยตัวเอง ลองพิจารณาภาพรวมบริการที่ปรึกษาบัญชีและภาษีของ A Plus Me เพื่อประกอบการตัดสินใจ