สินค้านำเข้าที่ต้องขอโควตา (Import Quota) มีอะไรบ้าง คำตอบสั้นๆ คือสินค้าบางประเภท เช่น สินค้าเกษตรบางชนิดและสินค้าที่ไทยมีพันธกรณีตามความตกลงการค้าระหว่างประเทศ

ต้องขอโควตานำเข้าหรือใบอนุญาตเฉพาะจากหน่วยงานที่กำหนดก่อนจึงจะนำเข้าได้ตามสิทธิภาษีที่กำหนด

บทความนี้อธิบายหลักการเบื้องต้นของระบบโควตานำเข้าที่ผู้ประกอบการไทยควรรู้ก่อนวางแผนนำเข้าสินค้า

สารบัญบทความ
  1. ระบบโควตานำเข้า (Import Quota) คืออะไร
  2. ประเภทสินค้าที่มักอยู่ภายใต้ระบบโควตา
  3. หน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดสรรโควตา
  4. ภาษีและอากรที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้าโควตา
  5. ตัวอย่างสถานการณ์จริง
  6. ตารางสรุปหลักการระบบโควตานำเข้า
  7. ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
  8. คำแนะนำเชิงปฏิบัติ
  9. แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

ระบบโควตานำเข้า (Import Quota) คืออะไร

โควตานำเข้าเป็นมาตรการที่รัฐบาลกำหนดปริมาณสูงสุดของสินค้าบางประเภทที่อนุญาตให้นำเข้าได้ในแต่ละช่วงเวลา โดยมักใช้ควบคู่กับการกำหนดอัตราอากรขาเข้าสองระดับ คือ อัตราอากรในโควตา

(In-quota Tariff) ซึ่งมักต่ำกว่า และอัตราอากรนอกโควตา

(Out-of-quota Tariff) ซึ่งสูงกว่ามาก มาตรการนี้มักใช้กับสินค้าเกษตรที่รัฐต้องการปกป้องเกษตรกรในประเทศ เช่น สินค้าที่ไทยผูกพันตามข้อตกลงองค์การการค้าโลก (WTO)

หรือความตกลงเขตการค้าเสรีต่างๆ

ผู้นำเข้าที่ต้องการใช้สิทธิอากรในโควตาจึงต้องขอรับการจัดสรรโควตาจากหน่วยงานที่กำหนดก่อนนำเข้าสินค้าจริง

ประเภทสินค้าที่มักอยู่ภายใต้ระบบโควตา

สินค้าที่มักถูกกำหนดให้อยู่ภายใต้ระบบโควตานำเข้าของไทย ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรและอาหารที่มีความอ่อนไหวต่อเกษตรกรในประเทศ เช่น น้ำนมและผลิตภัณฑ์นม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

กากถั่วเหลือง เนื้อมะพร้าวแห้ง และสินค้าเกษตรอื่นๆ

ตามที่ไทยมีพันธกรณีระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีสินค้าบางประเภทที่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าเฉพาะโดยไม่จำเป็นต้องเป็นระบบโควตา เช่น สินค้าที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง สุขภาพ

หรือสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้รายชื่อสินค้าที่อยู่ภายใต้ระบบโควตาและปริมาณโควตาในแต่ละปีมีการปรับปรุงเป็นระยะ ผู้นำเข้าจึงควรตรวจสอบรายชื่อล่าสุดกับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงก่อนวางแผนนำเข้าทุกครั้ง

หน่วยงานที่รับผิดชอบการจัดสรรโควตา

การจัดสรรโควตานำเข้าสินค้าเกษตรส่วนใหญ่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการยื่นคำขอ

และปริมาณโควตาที่จัดสรรให้ผู้นำเข้าแต่ละรายในแต่ละปี

โดยผู้นำเข้าต้องยื่นคำขอตามช่วงเวลาที่กำหนดพร้อมเอกสารประกอบ เช่น ทะเบียนผู้นำเข้า ประวัติการนำเข้าย้อนหลัง (หากมี) และวัตถุประสงค์การใช้สินค้า หลังจากได้รับการจัดสรรโควตาแล้ว

จึงจะสามารถนำเข้าสินค้าและเสียอากรในอัตราภายในโควตาได้ตามปริมาณที่ได้รับจัดสรร

ภาษีและอากรที่เกี่ยวข้องกับสินค้านำเข้าโควตา

เมื่อผู้นำเข้าได้รับการจัดสรรโควตาแล้ว สินค้าที่นำเข้าภายในปริมาณโควตาจะเสียอากรขาเข้าในอัตราที่ต่ำกว่า

ส่วนสินค้าที่นำเข้าเกินปริมาณโควตาที่ได้รับจัดสรรจะต้องเสียอากรขาเข้าในอัตรานอกโควตาซึ่งสูงกว่ามาก นอกจากอากรขาเข้าแล้ว

สินค้านำเข้ายังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ (ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับกรมสรรพากร)

โดยคำนวณจากฐานราคาสินค้ารวมอากรขาเข้าและค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด

ผู้นำเข้าจึงควรวางแผนปริมาณนำเข้าให้สอดคล้องกับโควตาที่ได้รับ เพื่อควบคุมต้นทุนอากรขาเข้าให้อยู่ในระดับที่แข่งขันได้

ตัวอย่างสถานการณ์จริง

สมมติผู้ประกอบการนำเข้าเนื้อมะพร้าวแห้งเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบผลิตขนม หากได้รับการจัดสรรโควตานำเข้า 50 ตันต่อปีจากกรมการค้าต่างประเทศ การนำเข้าภายในปริมาณ 50

ตันนี้จะเสียอากรขาเข้าในอัตราโควตาที่ต่ำกว่า แต่หากต้องการนำเข้าเพิ่มอีก 10

ตันเกินโควตาที่ได้รับ ส่วนที่เกินจะต้องเสียอากรขาเข้าในอัตรานอกโควตาซึ่งอาจสูงกว่ามากจนกระทบต้นทุนการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ

ผู้ประกอบการจึงควรวางแผนความต้องการใช้วัตถุดิบล่วงหน้าทั้งปี และยื่นขอโควตาให้เพียงพอ

หรือพิจารณาแหล่งวัตถุดิบในประเทศทดแทนบางส่วนหากโควตาไม่เพียงพอ ทั้งนี้อัตราอากรที่แน่นอนทั้งในโควตาและนอกโควตาควรตรวจสอบกับกรมศุลกากรหรือกรมการค้าต่างประเทศโดยตรง

เพราะมีการปรับปรุงเป็นระยะ

ตารางสรุปหลักการระบบโควตานำเข้า

ประเด็นภายในโควตานอกโควตา
อัตราอากรขาเข้าอัตราต่ำกว่าตามที่ได้รับจัดสรรอัตราสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ
เงื่อนไขการนำเข้าต้องขอรับจัดสรรโควตาล่วงหน้านำเข้าได้โดยไม่ต้องขอโควตาแต่เสียอากรสูง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรมการค้าต่างประเทศ กรมศุลกากรกรมศุลกากร

*รายชื่อสินค้า ปริมาณโควตา และอัตราอากรที่แน่นอนมีการปรับปรุงเป็นระยะ ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดกับกรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรก่อนวางแผนนำเข้าทุกครั้ง*

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ไม่ยื่นขอโควตาล่วงหน้าตามกำหนดเวลา: ทำให้พลาดสิทธิได้รับจัดสรรโควตาในปีนั้นและต้องเสียอากรอัตรานอกโควตาเต็มจำนวน
  • วางแผนปริมาณนำเข้าไม่สอดคล้องกับโควตาที่ได้รับ: ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบส่วนที่นำเข้าเกินโควตาสูงเกินกว่าที่ประมาณการไว้
  • ไม่ตรวจสอบรายชื่อสินค้าที่อยู่ภายใต้ระบบโควตาล่าสุด: ทำให้เข้าใจผิดว่าสินค้าของตนไม่ต้องขอโควตาทั้งที่จริงต้องขอ
  • ไม่เตรียมเอกสารประวัติการนำเข้าให้ครบถ้วน: ทำให้การพิจารณาจัดสรรโควตาล่าช้าหรือได้รับปริมาณน้อยกว่าที่ต้องการ
  • ไม่แยกบันทึกบัญชีต้นทุนสินค้าในโควตาและนอกโควตา: ทำให้วิเคราะห์ต้นทุนและกำไรต่อหน่วยสินค้าคลาดเคลื่อน

คำแนะนำเชิงปฏิบัติ

ผู้ประกอบการที่นำเข้าสินค้าที่อาจอยู่ภายใต้ระบบโควตาควรตรวจสอบรายชื่อสินค้าล่าสุดกับกรมการค้าต่างประเทศก่อนวางแผนธุรกิจ ยื่นขอโควตาล่วงหน้าตามกำหนดเวลาในแต่ละปี

วางแผนปริมาณนำเข้าให้สอดคล้องกับโควตาที่คาดว่าจะได้รับ

และแยกบันทึกบัญชีต้นทุนสินค้าในโควตาและนอกโควตาให้ชัดเจน เพื่อให้วิเคราะห์ต้นทุนและวางแผนภาษีได้แม่นยำ หากไม่มั่นใจเรื่องขั้นตอนหรือเอกสาร

ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีศุลกากรและการค้าระหว่างประเทศ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โควตานำเข้า (Import Quota) คืออะไร

คือมาตรการกำหนดปริมาณสูงสุดของสินค้าบางประเภทที่อนุญาตให้นำเข้าในแต่ละช่วงเวลา โดยมักใช้คู่กับอัตราอากรสองระดับ คืออัตราในโควตาที่ต่ำกว่าและอัตรานอกโควตาที่สูงกว่า

สินค้าประเภทใดที่มักต้องขอโควตานำเข้า

ส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรที่มีความอ่อนไหวต่อเกษตรกรในประเทศ เช่น น้ำนมและผลิตภัณฑ์นม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ กากถั่วเหลือง และเนื้อมะพร้าวแห้ง ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ

ขอโควตานำเข้าได้ที่หน่วยงานใด

โดยทั่วไปยื่นคำขอต่อกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งเป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการยื่นคำขอ และปริมาณโควตาที่จัดสรรให้ผู้นำเข้าแต่ละรายในแต่ละปี

นำเข้าเกินโควตาที่ได้รับจะเกิดอะไรขึ้น

ส่วนที่นำเข้าเกินปริมาณโควตาต้องเสียอากรขาเข้าในอัตรานอกโควตาซึ่งสูงกว่าอัตราในโควตาอย่างมีนัยสำคัญ ผู้นำเข้าจึงควรวางแผนปริมาณให้สอดคล้องกับโควตาที่ได้รับ

สินค้านำเข้าโควตายังต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอีกหรือไม่

ต้องเสีย สินค้านำเข้ายังคงต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ โดยคำนวณจากฐานราคาสินค้ารวมอากรขาเข้าและค่าใช้จ่ายอื่นตามหลักเกณฑ์ที่กรมศุลกากรกำหนด

ผู้นำเข้ารายใหม่ที่ไม่มีประวัตินำเข้ามาก่อน ขอโควตาได้ไหม

ขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์การจัดสรรของแต่ละสินค้าที่กรมการค้าต่างประเทศกำหนด ควรสอบถามเงื่อนไขและช่วงเวลายื่นคำขอโดยตรงกับหน่วยงานก่อนวางแผนธุรกิจ

ควรวางแผนขอโควตานำเข้าล่วงหน้านานแค่ไหน

ควรตรวจสอบและยื่นคำขอตามรอบเวลาที่หน่วยงานประกาศในแต่ละปีล่วงหน้า เนื่องจากการพิจารณาจัดสรรมีขั้นตอนและอาจใช้เวลา หากยื่นล่าช้าอาจพลาดโอกาสได้รับจัดสรรในปีนั้น

หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกรรมและรายจ่ายของธุรกิจสอดคล้องกับกฎหมายภาษีมากน้อยเพียงใด ลองให้บริการวางแผนภาษีของ A Plus Me ช่วยตรวจสอบและวางแนวทางที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ